ในโลกเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน เครื่องมือทางการเงิน ทั้ง “บัตรกดเงินสด”, “บัตรเครดิต” และ “สินเชื่อส่วนบุคคล” ต่างถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลายมากขึ้น ที่ไม่ว่าจะมีไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายแบบไหน หรือจะประสบปัญหาทางการเงินใด ๆ อยู่ก็ตาม หากทุกคนรู้จักใช้เครื่องมือทางการเงินเหล่านี้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ เครื่องมือทางการเงินเหล่านี้ก็จะสามารถเป็นตัวช่วยชั้นดีในการผลักดันให้ชีวิตการเงินราบรื่นยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ KTC จึงไม่พลาดที่จะพาเหล่านักการเงินในโลกยุคใหม่ไปเจาะลึกถึงความแตกต่างระหว่าง “บัตรกดเงินสด”, “บัตรเครดิต” และ “สินเชื่อส่วนบุคคล” เพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้จ่ายของคุณได้ดีที่สุด
บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และ สินเชื่อส่วนบุคคล แตกต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่ “วัตถุประสงค์การใช้งาน” และ “รูปแบบการชำระเงิน” เพราะสำหรับ บัตรเครดิต จะเน้นการใช้งานในลักษณะใช้รูดซื้อสินค้าและบริการ รวมถึงการรับสิทธิประโยชน์เหนือระดับจากพาร์ทเนอร์ของเครือข่ายชำระเงินที่เลือกใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นลดราคา ผ่อน 0% หรือการแลกคะแนนสะสมรับเครดิตเงินคืน
ขณะที่ บัตรกดเงินสด มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นวงเงินสำรองฉุกเฉิน ที่ผู้ถือบัตรกดเงินสดสามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้ทันที ผ่านตู้ ATM หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งจะคิดดอกเบี้ยตามจริงรายวันเฉพาะส่วนที่ใช้ ด้วยเหตุนี้บัตรกดเงินสดจึงเป็นทางเลือกที่กลุ่มผู้มีรายได้ประจำเลือกสมัครใช้เพื่อเป็นตัวช่วยเสริมสภาพคล่องในวันที่ต้องการเงินด่วน
และในส่วนของ สินเชื่อส่วนบุคคล หรือ สินเชื่อเงินก้อนผ่อนรายงวด เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ก้อนเดียวที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินให้บุคคลทั่วไปกู้ยืม เพื่อนำไปใช้จ่ายตามความต้องการ โดยรูปแบบการคิดอัตราดอกเบี้ยและช่วงเวลา รวมถึงวิธีการชำระคืน ตามเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคาร/สถาบันการเงินกำหนด
เปรียบเทียบจุดเด่น 3 เครื่องมือทางการเงิน ในโลกการเงินยุคใหม่
ทำไมพนักงานบริษัทที่ยังไม่มี “บัตรกดเงินสด” ควรสมัครติดกระเป๋าไว้
พนักงานบริษัทที่มีรายได้ประจำควรมีบัตรกดเงินสดไว้เป็น “Safety Net” ทางการเงิน หรือเบาะรองรับทางการเงิน เนื่องจากบัตรกดเงินสดเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ใช้เอกสารในการสมัครไม่เยอะ ทั้งยังกำหนดฐานเงินเดือนเริ่มต้นที่ไม่สูงมาก รวมถึงเงื่อนไขการสมัครอื่น ๆ ก็เป็นข้อกำหนดทั่ว ๆ ไป ประกอบกับการที่บัตรกดเงินสดมีจุดเด่นที่เหนือกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ๆ นั่นก็คือ “ไม่ใช้ไม่เสียดอกเบี้ย” ซึ่งต่างจากสินเชื่อส่วนบุคคลที่เมื่อเงินก้อนโอนเข้าบัญชี ก็จะเริ่มคิดดอกเบี้ยทันที ด้วยเหตุนี้บัตรกดเงินสดจึงเป็นตัวเลือกที่ดีอย่างยิ่งในการใช้เป็นเครื่องมือช่วยตอบโจทย์ภาระค่าใช้จ่ายกะทันหัน เช่น ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล หรือการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในยามที่เงินสดขาดมือ
เสริมสภาพคล่องทันใจ : เปลี่ยนวงเงินเป็นเงินสดได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ในยุคดิจิทัลที่ธุรกรรมการเงินจบสิ้นได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส คุณไม่จำเป็นต้องเดินไปกดเงินสดที่ตู้ ATM เสมอไป เพียงแค่ใช้แอปพลิเคชันของธนาคาร/สถาบันการเงินกดโอนเงินจากวงเงินบัตรกดเงินสดเข้าบัญชีออมทรัพย์ได้ทันที ช่วยให้คุณมีเงินสดพร้อมใช้รวดเร็วทันใจ ทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง
ดอกเบี้ยสบายกระเป๋า : จ่ายเฉพาะส่วนที่ใช้ ลดต้นลดดอก
ด้วยความที่บัตรกดเงินสดคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน ที่จะเริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ทำการเบิกถอนเงินสด จนถึงวันที่จ่ายคืน จึงเท่ากับว่า “ไม่ใช้ก็จะไม่เสียดอกเบี้ย” และสำหรับบัตรกดเงินสด KTC PROUD จะคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกสูงสุดที่ 25% ต่อปี
ผ่อนชำระสินค้าได้นานกว่า : ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน
บัตรกดเงินสดจากหลาย ๆ ธนาคาร/สถาบันการเงิน มักมีโปรโมชั่นผ่อนชำระค่าสินค้าและบริการ ในอัตราดอกเบี้ย 0% ได้ นานสูงสุด 24 เดือน ร่วมกับร้านค้าชั้นนำต่าง ๆ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่วยให้การจัดการเงินรายเดือนมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
เลือกสมัครแบบไหนดี? เช็กให้ชัวร์ ไลฟ์สไตล์คุณเหมาะกับสินเชื่อประเภทไหน
ก่อนตัดสินใจยื่นสมัครสินเชื่อประเภทต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นตัวช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนดีคือ “ความต้องการใช้เงิน” ของตนเองเป็นหลัก อาทิ ความต้องการวงเงินฉุกเฉิน ความต้องการในการใช้ซื้อสิ่งของที่จำเป็น หรือความต้องการแหล่งเงินทุนเพื่อลงทุน
- คุณต้องการวงเงินฉุกเฉินที่เพียงมีไว้แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ และไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียมรายปี “บัตรกดเงินสด” คือเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์ที่สุด
- คุณต้องการมีไว้เพื่อใช้จ่าย ซื้อของ เป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง พร้อมกับได้รับคะแนนสะสมจากทุกการใช้จ่าย เพื่อนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ในอนาคต “บัตรเครดิต” คือเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นี้
- คุณต้องการเงินก้อนใหญ่เพื่อลงทุน ซ่อมแซมบ้าน หรือรีไฟแนนซ์เพื่อปิดหนี้หลายทาง “สินเชื่อส่วนบุคคล” คือเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์
เคล็ดลับการใช้บัตรกดเงินสดให้เป็น "ตัวช่วย" ไม่ใช่ "ภาระ"
- ใช้แล้วรีบคืนเต็มจำนวนตามยอดรายเดือนที่ถูกเรียกเก็บ การชำระแค่ขั้นต่ำ 3% จะทำให้เงินต้นลดลงน้อยมาก ทำให้หนี้ยังพอกพูนไม่จบสิ้น
- วางแผนการผ่อนที่สามารถทำได้จริง หากซื้อสินค้าหรือบริการที่ร่วมรายการผ่อน 0% กับบัตรกดเงินสด ต้องมั่นใจว่ายอดชำระต่อเดือนเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายอื่นแล้ว จะไม่กระทบกับเงินออมหรือรายจ่ายจำเป็น
- บัตรกดเงินสดควรเป็นทางเลือกสุดท้าย สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าซ่อมแซมสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ไม่ควรนำมาใช้กับรายจ่ายฟุ่มเฟือย
ตอบทุกคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรกดเงินสด KTC PROUD
Q : ไม่มีสลิปเงินเดือนสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ได้ไหม?
A : แม้จะไม่มีสลิปเงินเดือนเหมือนกับผู้ที่มีรายได้ประจำ ก็สามารถสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ได้ โดยผู้สมัครกลุ่มนี้จะเป็นเจ้าของกิจการ และผู้ประกอบอาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์) ซึ่งเอกสารที่จำเป็นต้องใช้เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติ สำหรับเจ้าของกิจการ ได้แก่ 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 2. สำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคล หรือ ทะเบียนการค้า 3. สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ชื่อผู้กู้) และ 4. สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก (เฉพาะบัญชีที่มีชื่อผู้กู้เท่านั้น)
และสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์) ได้แก่ 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 2. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ 3. สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชี ที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี และ 4. สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก
Q : บัตรกดเงินสด กับ บัตรเครดิต ผลิตภัณฑ์ไหนสมัครยากกว่ากัน
A : โดยทั่วไปบัตรกดเงินสดจะมีเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ยืดหยุ่นกว่า และขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติมักจะรวดเร็วกว่าเพื่อตอบโจทย์การเป็นทางเลือกสำหรับผู้ต้องการ “เงินด่วน” ซึ่งสำหรับผู้สมัครที่เป็นพนักงานบริษัท รายได้ขั้นต่ำที่กำหนดอยู่ที่ 12,000 บาท ต่อเดือน และผู้สมัครที่เป็นเจ้าของกิจการ รายได้ขั้นต่ำที่กำหนดอยู่ที่ 15,000 บาท ต่อเดือน และจะอนุมัติไวใน 30 นาที กรณีมีเอกสารถูกต้องครบถ้วนและยื่นสมัครออนไลน์ด้วยตนเองสำเร็จ ภายในวันและเวลาที่กำหนด (วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00 - 18.30 น. และวันเสาร์ เวลา 09.00 - 17.30 น.)
Q : กดเงินสดจากบัตรเครดิต กับ บัตรกดเงินสด ต่างกันอย่างไร
A : ด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกันของบัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสด ทำให้การกดเงินสดออกจากทั้งสองผลิตภัณฑ์มีความต่างกัน โดยการกดเงินสดจากบัตรกดเงินสดจะไม่มีค่าธรรมเนียมการกดเงินสดและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่การกดเงินสดจากบัตรเครดิตจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 3% ของยอดที่กดเงินสด และจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ในทุกครั้งที่กดเงินสด
เครื่องมือทางการเงินแต่ละประเภทมี “หน้าที่” ที่แตกต่างกันไป บัตรเครดิตมอบความคุ้มค่าในการใช้จ่าย สินเชื่อส่วนบุคคลให้แรงสนับสนุนชั้นดีในการทำริเริ่มทำการใหญ่ และบัตรกดเงินสดมอบความอุ่นใจและช่วยเสริมสภาพคล่องในยามฉุกเฉิน ดังนั้นแล้ว การเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินให้ถูกจุดประสงค์อย่างตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองและมีวินัยในการชำระคืน ไม่เพียงจะช่วยให้คุณผ่านพ้นวิกฤตการเงินไปได้ แต่ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างเครดิตที่ดี ซึ่งจะส่งผลดีต่ออนาคตทางการเงินของตัวคุณเองด้วย สมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ที่สามารถรูด โอน กด และผ่อนสินค้าหรือบริการ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 24 เดือน (เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ) และไม่มีค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสดทุกช่องทาง
บัตรกดเงินสด KTC PROUD ตัวช่วยทางการเงินให้กับคนรุ่นใหม่

