บางครั้งค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ก็เข้ามาพร้อมกันจนเงินที่เตรียมไว้ไม่พอ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าเทอมลูก ค่าซ่อมแซมบ้าน หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ เมื่อจำเป็นต้องใช้เงินก้อน หลายคนจึงต้องหาทางจัดการสภาพคล่อง และสำหรับคนที่มีรถยนต์ก็อาจลังเลว่าจะขายรถเพื่อหาเงิน หรือใช้รถที่มีอยู่เป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อทะเบียนรถยนต์แทน แล้วถ้าเลือกทำสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ยังเป็นเจ้าของรถอยู่หรือไม่ ต้องผ่อนอย่างไร และมีเงื่อนไขอะไรที่ต้องรู้บ้าง? ก่อนทำสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ควรดูรายละเอียดให้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นวงเงิน ดอกเบี้ย ค่างวด และระยะเวลาผ่อน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าสินเชื่อทะเบียนรถยนต์คืออะไร ดอกเบี้ยและค่างวดคิดอย่างไร ต้องมีคุณสมบัติและใช้เอกสารอะไรบ้าง รวมถึงมีจุดไหนที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจ

สินเชื่อทะเบียนรถยนต์คืออะไร และต่างจากการขายหรือจำนำรถอย่างไร?

สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ คือการนำเล่มทะเบียนรถยนต์มาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ โดยผู้กู้ยังคงมีรถไว้ใช้งานตามปกติตลอดระยะเวลาผ่อนชำระ ต่างจากการขายรถที่กรรมสิทธิ์และสิทธิการใช้งานหลุดไปจากเจ้าของทันที และต่างจากการจำนำรถแบบดั้งเดิม (จำนำจอด) ที่ต้องนำรถไปฝากไว้กับผู้รับจำนำจนกว่าจะไถ่ถอน

ตารางเปรียบเทียบ สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ต่างจากการขายรถและการจำนำรถอย่างไร?

ประเด็นเปรียบเทียบ

สินเชื่อทะเบียนรถยนต์

การขายรถ

การจำนำรถ (จำนำจอด)

สิทธิการครองรถ/ขับขี่

ใช้รถได้ตามปกติตลอดสัญญา

หมดสิทธิทันทีที่ขาย

ต้องฝากรถไว้ ไม่สามารถใช้งานได้

โอน/ไม่โอนกรรมสิทธิ์

เลือกได้ทั้งแบบโอนและไม่โอน (ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์)

โอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อทันที

ไม่โอนกรรมสิทธิ์ แต่มัดจำตัวรถไว้แทน

ผลกระทบระยะยาว

มีภาระผ่อนชำระ แต่ยังมีรถใช้และมีโอกาสสร้างประวัติเครดิต

ได้เงินก้อนทันทีแต่ไม่มีรถใช้อีกต่อไป

เสียโอกาสใช้รถ และหากเป็นผู้รับจำนำนอกระบบมักมีความเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ยและสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

สินเชื่อทะเบียนรถยนต์แบบโอนกรรมสิทธิ์ vs ไม่โอนกรรมสิทธิ์ ต่างกันอย่างไร?

แบบโอนกรรมสิทธิ์ 

  • ข้อดี: อัตราดอกเบี้ยโดยรวมมักถูกกว่า เพราะผู้ให้กู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นหลักประกันเต็มรูปแบบ 
  • ข้อเสีย: มีขั้นตอนโอนเล่มทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบก เสียเวลาและมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เมื่อผ่อนหมดต้องโอนกรรมสิทธิ์กลับคืน 

แบบไม่โอนกรรมสิทธิ์ 

  • ข้อดี: อนุมัติเร็ว ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อเจ้าของในเล่มทะเบียน ชื่อผู้กู้ยังเป็นเจ้าของรถตลอดสัญญา 
  • ข้อเสีย: อัตราดอกเบี้ยมักสูงกว่าแบบโอนกรรมสิทธิ์เล็กน้อย เนื่องจากผู้ให้กู้รับความเสี่ยงมากกว่า 

Checklist เลือกให้เหมาะกับตัวเอง 

ต้องการดอกเบี้ยต่ำที่สุดและไม่รีบใช้เงิน 

เหมาะกับแบบโอนกรรมสิทธิ์   

ต้องการเงินไว ไม่อยากยุ่งยากเรื่องเอกสารโอนเล่ม   

เหมาะกับแบบไม่โอนกรรมสิทธิ์   

กังวลเรื่องกรรมสิทธิ์รถระหว่างผ่อน   

เหมาะกับแบบไม่โอนกรรมสิทธิ์ เพราะชื่อในเล่มยังเป็นของผู้กู้   

 เปรียบเทียบทางเลือกเงินฉุกเฉิน: รถแลกเงิน vs รีไฟแนนซ์ vs สินเชื่อส่วนบุคคล แบบไหนเหมาะกับคุณ?

เกณฑ์เปรียบเทียบ

รถแลกเงิน

รีไฟแนนซ์รถยนต์

สินเชื่อส่วนบุคคล

อัตราดอกเบี้ยโดยเฉลี่ย

ไม่เกิน 24% ต่อปี (effective)

ใกล้เคียงรถแลกเงิน เพราะใช้หลักประกันเดียวกัน

ไม่เกิน 25% ต่อปี

ความเร็วในการอนุมัติ

เร็ว มักภายใน 1 วันหากเอกสารครบ

ใกล้เคียงรถแลกเงิน

เร็วถึงปานกลาง ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบเครดิต

วงเงินที่ได้รับ

สูง เพราะอิงราคาประเมินรถ อาจได้ถึง 100% ของมูลค่ารถ

ขึ้นอยู่กับส่วนต่างมูลค่ารถกับยอดหนี้เดิม

จำกัดตามรายได้ ไม่อิงมูลค่าทรัพย์สิน

สิ่งที่ต้องใช้เป็นหลักประกัน

เล่มทะเบียนรถ

เล่มทะเบียนรถ (โอนเจ้าหนี้ใหม่)

ไม่ต้องมีหลักประกัน ใช้รายได้/เครดิตพิจารณาแทน

ทางเลือกสมัครสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ดีอย่างไร?

จุดเด่นของสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน

  • วงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท ได้ถึง 100% ของราคาประเมิน โดยไม่หักค่าธรรมเนียมใดๆ  
  • อนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้อง พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือพร้อมเพย์  
  • มีบริการตรวจสอบรถและอนุมัติถึงที่ ให้บริการตลอด 7 วันไม่มีวันหยุด  
  • เลือกรับบัตรกดเงินสดสินเชื่อ KTC พี่เบิ้มจากวงเงินสินเชื่อได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กดเงินสดผ่านตู้ ATM หรือโอนผ่านแอป KTC Mobile ได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีค่าธรรมเนียมเบิกถอน (จำกัดวงเงินเบิกถอนรวมไม่เกิน 500,000 บาทต่อเดือนต่อหมายเลขบัตรประชาชน) 
  • ระหว่างผ่อนชำระยังใช้รถได้ตามปกติ ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน 


คุณสมบัติผู้สมัครและเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน

บุคคลธรรมดา ผู้มีรายได้ประจำ/อาชีพอิสระ

  • สัญชาติไทย อายุ 20 – 65 ปี  
  • รายได้ขั้นต่ำ 8,000 บาท ต่อเดือน  
  • ประสบการณ์ทำงานไม่ต่ำกว่า 4 เดือน  
  • มีรถยนต์ / รถกระบะ / รถตู้ เป็นชื่อของตนเอง อายุรถไม่เกิน 20 ปี 

เจ้าของกิจการ / ประกอบธุรกิจส่วนตัว  

  • สัญชาติไทย อายุ 20 - 65 ปี  
  • รายได้/มียอดขายต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท  
  • ดำเนินธุรกิจไม่ต่ำกว่า 6 เดือน  
  • มีรถยนต์ / รถกระบะ / รถตู้ เป็นชื่อของตนเอง อายุรถไม่เกิน 20 ปี 

เอกสารแสดงตัวตนและรายได้ 

  • บัตรประชาชนตัวจริง  
  • สำเนาทะเบียนบ้าน  
  • สเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน  
  • เอกสารแสดงรายได้  
  • เอกสารแสดงการประกอบอาชีพ  
  • สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย (กรณีโอนเงินผ่านพร้อมเพย์ ใช้หมายเลขบัตรประชาชนเท่านั้น) 

ขั้นตอนการสมัคร 

  1. กรอกข้อมูลเบื้องต้นเพื่อขอประเมินวงเงิน 
  2. รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อนัดหมายสถานที่และเวลาที่สะดวก 
  3. เตรียมเอกสาร ได้แก่ บัตรประชาชน เล่มทะเบียนรถตัวจริง และเอกสารแสดงรายได้ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ 
  4. รอรับผลอนุมัติและเงินโอนเข้าบัญชี 

วิธีคำนวณวงเงินและดอกเบี้ยสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ พร้อมค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้

สูตรคำนวณ

1.Flat Rate (ดอกเบี้ยคงที่):

ดอกเบี้ยต่องวด = เงินต้นเริ่มต้น × อัตราดอกเบี้ยต่อปี ÷ จำนวนงวดต่อปี

 คำนวณจากเงินต้นก้อนแรกตลอดสัญญา แม้เงินต้นจะทยอยลดลงจริงก็ตาม จึงมักทำให้ดอกเบี้ยรวมสูงกว่า

 

2.Effective Rate (ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก):

 ดอกเบี้ยต่องวด = ยอดเงินต้นคงเหลือ ณ งวดนั้น × อัตราดอกเบี้ยต่อปี ÷ 12

 เมื่อผ่อนไปเรื่อยๆ เงินต้นลดลง ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็ลดลงตาม ทำให้ภาระดอกเบี้ยรวมต่ำกว่าแบบ Flat Rate ที่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์เท่ากัน

ค่าใช้จ่ายแฝง/ค่าธรรมเนียมที่ควรถามให้ครบก่อนเซ็นสัญญา

  • ค่าอากรแสตมป์ในสัญญากู้ยืมหรือหนังสือมอบอำนาจ 
  • ค่าประเมินสภาพรถ 
  • ค่าบริการโอนกรรมสิทธิ์ (เฉพาะแบบโอนกรรมสิทธิ์) 
  • ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนใหม่ กรณีทะเบียนเคยถูกระงับจากภาษีค้างชำระ 
  • ค่าประกันภัยรถยนต์และประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (มักเป็นทางเลือก ไม่บังคับเสมอไป) 

5 เทคนิคหมุนเงินฉุกเฉินอย่างไร ไม่ให้ตกเป็นหนี้ระยะยาว

  1. กู้เท่าที่จำเป็นจริง อย่ากู้เต็มวงเงินที่ได้รับอนุมัติหากไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมด เพื่อลดภาระดอกเบี้ยสะสม
  2. เลือกระยะเวลาผ่อนให้พอดีกับรายรับ ระยะยาวช่วยลดค่างวดต่อเดือนแต่ดอกเบี้ยรวมสูงขึ้น ควรคำนวณให้สมดุลกับกระแสเงินสด
  3. โปะเงินต้นเมื่อมีเงินเหลือ สำหรับสินเชื่อแบบลดต้นลดดอก การโปะช่วยลดดอกเบี้ยในงวดถัดไปได้จริง
  4. สำรองเงินฉุกเฉินคู่ขนาน แม้อยู่ระหว่างผ่อนชำระ ควรกันเงินสำรองไว้อย่างน้อย 1-3 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ให้พลาดชำระงวดหากรายได้สะดุด
  5. ติดต่อผู้ให้บริการทันทีหากเริ่มผ่อนไม่ไหว อย่ารอจนค้างชำระหลายงวด การแจ้งล่วงหน้าเปิดโอกาสให้เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ได้ง่ายกว่า

(FAQ) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินเชื่อทะเบียนรถยนต์

Q: รถยนต์ที่ภาษีขาดต่อ (พ.ร.บ. หมดอายุ) สามารถนำมาสมัครสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับจำนวนปีที่ขาดต่อภาษี หากขาดการต่อทะเบียนไม่เกิน 3 ปี เจ้าของรถสามารถยื่นชำระภาษีย้อนหลังพร้อมค่าปรับแล้วต่อทะเบียนและ พ.ร.บ. ได้ทันที ซึ่งโดยทั่วไปมักดำเนินการก่อนยื่นสมัครสินเชื่อ หรือบางกรณีผู้ให้บริการอาจหักค่าใช้จ่ายส่วนนี้จากวงเงินที่อนุมัติ แต่หากขาดชำระภาษีเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับทันทีและไม่สามารถใช้ทะเบียนเดิมได้ ต้องนำป้ายทะเบียนและสมุดทะเบียนคืนกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอจดทะเบียนใหม่ ก่อนจึงจะนำรถมาเป็นหลักประกันขอสินเชื่อได้

Q: หากสมัครสินเชื่อทะเบียนรถยนต์แล้ว ผ่อนไม่ไหวจะถูกยึดรถทันทีหรือไม่?

สถาบันการเงินที่ถูกกฎหมายจะไม่ยึดรถในทันทีที่ผิดนัดชำระ แต่ต้องดำเนินการติดตามทวงถามหนี้ตามกรอบกฎหมายก่อน โดยพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 กำหนดไว้ชัดเจนว่าทวงหนี้ได้ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง ห้ามข่มขู่ คุกคาม หรือดูหมิ่นลูกหนี้ ก่อนจะนำไปสู่ขั้นตอนทางกฎหมายในกรณีค้างชำระต่อเนื่อง รายละเอียดขั้นตอนการยึดหรือบังคับหลักประกันแตกต่างกันไปตามรูปแบบสัญญา (โอนกรรมสิทธิ์หรือไม่โอนกรรมสิทธิ์) จึงควรอ่านเงื่อนไขในสัญญาให้ละเอียดและติดต่อเจรจากับผู้ให้กู้ทันทีที่เริ่มมีปัญหาชำระ

Q: ติดค้างชำระสินเชื่ออื่น หรือมีประวัติในเครดิตบูโร สามารถกู้สินเชื่อทะเบียนรถได้หรือไม่?

ยังมีโอกาสกู้ได้ เนื่องจากสินเชื่อประเภทนี้มีตัวรถเป็นหลักประกัน ทำให้ผู้ให้กู้รับความเสี่ยงน้อยกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน แต่การอนุมัติขึ้นอยู่กับนโยบายประเมินความเสี่ยงของแต่ละสถาบัน ซึ่งอาจปรับลดวงเงินที่อนุมัติ หรือขอเอกสารแสดงรายได้เพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสามารถในการผ่อนชำระ

Q: สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ใช้เวลาอนุมัติและรับเงินกี่วัน?

สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน อนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมงและโอนเงินเข้าบัญชีทันทีเมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ระยะเวลาจริงจึงขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและผลการตรวจสภาพรถเป็นหลัก


สำหรับคนที่ต้องการความเร็วและวงเงินสูงโดยยังใช้รถได้ตามปกติ สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ให้วงเงินสูงสุดถึง 1,000,000 บาท อนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง เมื่ออนุมัติสินเชื่อจะมีการโอนเงินเข้าบัญชีทันที เรียกว่าได้ทั้งเงินก้อนไปใช้จ่ายตามความต้องการ แถมยังมีรถไว้ใช้งานเหมือนเดิม ใครสนใจสามารถลองเข้าไปเช็กเงื่อนไขและคำนวณวงเงินเบื้องต้นได้ที่เว็บไซต์ KTC หรือติดต่อ KTC PHONE 02 123 5300 และ KTC TOUCH ทุกสาขา



ให้สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน เป็นเงินสำรองที่ช่วยให้ชีวิตไม่สะดุด

*วงเงินอนุมัติเป็นไปตามความสามารถในการชำระหนี้และราคาประเมินมูลค่ารถ

*อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือพร้อมเพย์

*เมื่อวงเงินกู้ 200,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 84 เดือน

*กรณีรถยนต์ติดไฟแนนซ์ อนุมัติและโอนเงินหลังจากกรรมสิทธิ์ในรถเป็นชื่อผู้กู้เรียบร้อยแล้ว

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 12.99% - 24% สำหรับรถยนต์ | อัตราดอกเบี้ย 21.5% -24% สำหรับบิ๊กไบค์ | อัตราดอกเบี้ย 24% สำหรับรถมอเตอร์ไซค์