หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ก็ไม่อยากพกเงินสดติดตัวไปเยอะ ๆ อาจด้วยต้องการความคล่องตัวในการใช้จ่าย และอาจมีข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย การสมัครใช้งาน “บัตรเครดิต” เป็นเครื่องมือในการใช้จ่ายหลัก จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะกับสายเดินทางเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลาย ๆ คนด้วยแล้ว การเลือกบัตรเครดิตที่มอบความคุ้มค่า เต็มไปด้วยสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นมากมายทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE และบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM เป็นสองตัวเลือกที่น่าสนใจ
เพื่อให้นักท่องเที่ยวและสายช้อปตัวยงเลือกสมัครใช้งานบัตรเครดิต KTC JCB ได้อย่างตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากที่สุด ในบทความนี้ KTC จะพาไปคลายข้อสงสัยความแตกต่างของบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE และบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM พร้อมเปรียบเทียบจุดเด่นการใช้งานของบัตรเครดิตทั้งสองใบ ทั้งในแง่มุมของสิทธิประโยชน์ ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขการสมัคร
บัตรเครดิต JCB คืออะไร ?
บัตรเครดิต JCB เป็นบัตรเครดิตที่ออกโดยบริษัท JCB International Credit Card Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทบัตรเครดิตชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น โดยบัตรเครดิต JCB นั้นได้รับการยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก และเป็นบัตรที่มอบสิทธิประโยชน์มากมายแก่ผู้ใช้งาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการใช้บัตรเครดิตสำหรับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น แต่ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์การใช้งานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก สะสมคะแนน และช้อปออนไลน์ด้วยเช่นกัน
ด้วยความที่บัตรเครดิต JCB มีเครือข่ายพาร์ทเนอร์ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายทั้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และสถานที่ท่องเที่ยว จึงทำให้บัตรเครดิต JCB มีโปรโมชั่นที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้จ่ายในญี่ปุ่นอย่างมาก
อย่างไรก็ดี จากชื่อบัตรเครดิตที่ต่างกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการเป็นบัตรเครดิตที่รองรับผู้ใช้งานสองกลุ่มเงินเดือน บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE และบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM จึงมีความแตกต่างกันในด้านการใช้งาน และสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ
โดยความแตกต่างในด้านสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE และบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM เช่น จำนวนสิทธิ์ในการเข้าใช้บริการห้องพักรับรองที่สนามบินญี่ปุ่นและฮาวาย ที่สมาชิกบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM จะสามารถใช้งานฟรีสูงสุด 6 ครั้ง ตลอดระยะเวลาการให้บริการ ขณะที่สมาชิกบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE จะสามารถใช้งานฟรีสูงสุด 8 ครั้งตลอดระยะเวลาการให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 - 31 มี.ค. 70
รวมถึงสิทธิประโยชน์ในการได้รับคะแนน KTC FOREVER x2 ที่บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM จะได้รับเมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นยอดการใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินไทย) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69 แต่บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE จะได้รับเมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ เป็นสกุลเงินต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69
ทำความรู้จักบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE
บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE เป็นบัตรเครดิตระดับพรีเมี่ยมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สายเดินทางต่างประเทศเป็นประจำ มอบสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าและครอบคลุมกว่าในทุกมิติ ทั้งการได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าห้องรับรองในสนามบิน พร้อมกับได้รับประกันการเดินทางที่ให้วงเงินครอบคลุมสูง รวมถึงมีโปรโมชั่นระดับพรีเมี่ยมในญี่ปุ่น และในประเทศไทย
บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE ดีไหม? มีสิทธิพิเศษอะไรบ้าง ในปี 2569
สิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE มีดังนี้
1. บริการห้องรับรองในสนามบิน
บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE ได้รับสิทธิในการเข้ารับบริการห้องรับรอง MIRACLE LOUNGE ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 2 ครั้ง/ปี/บัตรฯ (เฉพาะบัตรหลัก) เพียงแสดงบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE พร้อมบัตรโดยสารระหว่างประเทศของสายการบินไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69 โดยครอบคลุมพื้นที่ดังนี้
- Concourse A (Level 3)
- Concourse A1 (Level 3)
- Concourse C (Level 3)
- Concourse D (Level 3)
- Concourse F (Level 3)
- Concourse G (Level 3)
- Concourse G (Level 4)
- SAT-1 terminal
รวมถึงสิทธิในการใช้บริการห้องรับรองที่สนามบินญี่ปุ่น และฮาวาย สูงสุด 8 ครั้งต่อปี ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 - 31 มี.ค. 70 โดยเงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด และสำหรับสนามบินในประเทศจีน ไต้หวัน เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี และสหราชอาณาจักร สมาชิกบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE สามารถเข้าใช้บริการห้องรับรอง สูงสุด 8 ครั้งต่อปี ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69
และบริการ JCB Plaza Lounge พร้อมบริการเลขาส่วนตัวผ่าน JCB Plaza ทั่วโลก เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ (ยกเว้น JCB Plaza Lounge Bangkok)
2. รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ
รับคะแนน KTC FOREVER x2 แบบไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด สำหรับทุกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ เป็นสกุลเงินต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 โดยมีเงื่อนไขดังนี้
- ไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด
- คะแนนไม่มีวันหมดอายุ
- ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC จะได้รับ 1 คะแนน KTC FOREVER
3. ประกันการเดินทาง
ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสียหรือเสียหายจากการเดินทางในต่างประเทศ
4. ประกันอุบัติเหตุสำหรับสมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่ที่สมัครและเปิดใช้บัตรตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69 รับความคุ้มครองอุบัติเหตุวงเงิน สูงสุด 300,000 บาท นาน 90 วัน นับจากวันเปิดใช้บัตรโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่
- สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ไม่เคยเป็นสมาชิก KTC มาก่อน หรือยกเลิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- มีอายุระหว่าง 20 - 60 ปี และถือสัญชาติไทยเท่านั้น
- จำกัด 1 กรมธรรม์ต่อผู้ถือบัตรหลัก 1 ท่าน
5. บริการ KTC PERSONAL ASSISTANT
บริการผู้ช่วยส่วนตัวทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 02 123 5444 กด 0 ซึ่งจะครอบคลุมบริการ ดังนี้
- จองตั๋วเครื่องบิน โต๊ะอาหาร บริการจัดส่งของขวัญและดอกไม้
- แจ้งเตือนล่วงหน้าในโอกาสพิเศษ
- บริการดูแลเรื่องบ้าน
- ช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์
6. สิทธิพิเศษในประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย
สิทธิพิเศษและส่วนลดมากมายในญี่ปุ่นและประเทศไทย ครอบคลุมร้านอาหาร ช้อปปิ้ง และสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านเครือข่ายพาร์ทเนอร์ JCB ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
7. ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน
ชำระสินค้า/บริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สูงสุด 10 เดือนสำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ
คุณสมบัติและเงื่อนไขการสมัคร
ทำความรู้จักบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM
บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM เป็นบัตรเครดิตที่เติมเต็มความสุขในแบบ Japanese Lifestyle แต่เข้าถึงได้ง่ายกว่า เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นใช้บัตรเครดิต หรือต้องการเครื่องมือทางการเงินไว้สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และใช้จ่ายที่ประเทศญี่ปุ่น ครอบคลุมสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่เข้าถึงได้มากกว่า
บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM ดีไหม? มีสิทธิพิเศษอะไรบ้าง ในปี 2569
สิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM มีดังนี้
1. บริการห้องรับรองในสนามบิน
บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM ได้รับสิทธิในการเข้ารับบริการห้องรับรองสนามบินต่างประเทศ ผ่านเครือข่าย JCB ในประเทศญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฮาวาย โดยรับสิทธิ์เข้าใช้บริการห้องรับรองในสนามบินที่ประเทศญี่ปุ่น และฮาวาย สูงสุด 6 ครั้งต่อปี ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 - 31 มี.ค. 70 โดยเงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด และสำหรับสนามบินในประเทศจีน ไต้หวัน เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี และสหราชอาณาจักร สมาชิกบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM สามารถเข้าใช้บริการห้องรับรองสูงสุด 8 ครั้งต่อปี ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69
และบริการ JCB Plaza Lounge พร้อมบริการเลขาส่วนตัวผ่าน JCB Plaza ทั่วโลก เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ (ยกเว้น JCB Plaza Lounge Bangkok)
2. รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายที่ญี่ปุ่น
รับคะแนน KTC FOREVER x2 แบบไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด สำหรับทุกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นยอดการใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินไทย) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69 โดยมีเงื่อนไขดังนี้
- ไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด
- คะแนนไม่มีวันหมดอายุ
- ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC จะได้รับ 1 คะแนน KTC FOREVER
3. ประกันการเดินทาง
ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสียหรือเสียหายจากการเดินทางในต่างประเทศ
4. ประกันอุบัติเหตุสำหรับสมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่ที่สมัครและเปิดใช้บัตรตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69 รับความคุ้มครองอุบัติเหตุวงเงิน สูงสุด 300,000 บาท นาน 90 วัน นับจากวันเปิดใช้บัตรโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่
- สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ไม่เคยเป็นสมาชิก KTC มาก่อน หรือยกเลิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- มีอายุระหว่าง 20 - 60 ปี และถือสัญชาติไทยเท่านั้น
- จำกัด 1 กรมธรรม์ต่อผู้ถือบัตรหลัก 1 ท่าน
5. บริการ KTC PERSONAL ASSISTANT
บริการผู้ช่วยส่วนตัวทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 02 123 5444 กด 0 ซึ่งจะครอบคลุมบริการ ดังนี้
- จองตั๋วเครื่องบิน โต๊ะอาหาร บริการจัดส่งของขวัญและดอกไม้
- แจ้งเตือนล่วงหน้าในโอกาสพิเศษ
- บริการดูแลเรื่องบ้าน
- ช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์
6. สิทธิพิเศษในญี่ปุ่นและประเทศไทย
สิทธิพิเศษและส่วนลดมากมายในญี่ปุ่นและประเทศไทย ครอบคลุมร้านอาหาร ช้อปปิ้ง และสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านเครือข่ายพาร์ทเนอร์ JCB ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
7. ผ่อนชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน
ชำระสินค้า/บริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สูงสุด 10 เดือน สำหรับร้านค้าที่ร่วมรายการ และพิเศษ ผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% ต่อเดือน เมื่อทำรายการผ่าน KTC PHONE สำหรับรายการใช้จ่ายที่ญี่ปุ่น
คุณสมบัติและเงื่อนไขการสมัคร
บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE และบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM ต่างกันอย่างไร?
บัตรเครดิต KTC JCB ทั้งสองใบเป็นบัตรเครดิตจากเครือข่ายชำระเงินในเครือ JCB ที่เน้นสิทธิพิเศษสำหรับการเดินทางและการใช้จ่ายที่ญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันในแง่มุมของการสมัครและระดับสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ ดังนี้
คุณสมบัติผู้สมัคร
- บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE เป็นบัตรเครดิตระดับพรีเมี่ยมสูงสุด ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่เดินทางต่างประเทศบ่อยครั้ง และต้องการสิทธิประโยชน์ครบครัน ครอบคลุมในทุกมิติการใช้จ่ายทั้งในประเทศญี่ปุ่นและไทย ดังนั้นจึงกำหนดรายได้ขั้นต่ำของผู้สมัครในกลุ่มผู้มีรายได้ประจำไว้ที่ 50,000 บาท/เดือน
- บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM เป็นบัตรเครดิตที่เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้บัตรเครดิต หรือต้องการบัตรเครดิตสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่ประเทศไทย และท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งคราว โดยสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า ด้วยรายได้ขั้นต่ำของผู้สมัครในกลุ่มผู้มีรายได้ประจำ เพียง 15,000 บาท/เดือน
ความสะดวกสบายในการใช้จ่ายในประเทศไทย
บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE และบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM เป็นบัตรเครดิตที่มีความสะดวกสบายในการใช้จ่ายที่ประเทศไทยอย่างมาก ทั้งในแง่มุมของการรูดซื้อสินค้าที่หน้าร้านได้ง่าย รวดเร็ว และปลอดภัย รวมไปถึงในแง่มุมของโปรโมชั่นที่เหนือระดับกว่าการใช้จ่ายด้วยเงินสด หรือช่องทางชำระเงินอื่น ๆ เพียงแต่ความต่างของบัตรเครดิต JCB ทั้งสองประเภทนี้คือ บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดในร้านค้าที่พรีเมี่ยมขึ้น
บริการห้องรับรองในสนามบิน (Airport Lounge)
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดอยู่ที่สิทธิในการเข้าใช้ห้องรับรองในสนามบิน โดยบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE ได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม คือ การเข้าใช้บริการห้องรับรอง MIRACLE LOUNGE ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 2 ครั้ง/ปี (เฉพาะบัตรหลัก) เมื่อแสดงบัตรพร้อมบัตรโดยสารระหว่างประเทศของสายการบินไทย ซึ่งเป็นสิทธิที่บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM ไม่มี
สำหรับห้องรับรองที่สนามบินญี่ปุ่น และฮาวาย สมาชิกบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM จะสามารถใช้งานฟรีสูงสุด 6 ครั้ง ตลอดระยะเวลาการให้บริการ ซึ่งจะแตกต่างจากสมาชิกบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE ที่จะสามารถใช้งานฟรีสูงสุด 8 ครั้งตลอดระยะเวลาการให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 - 31 มี.ค. 70
แต่สำหรับสนามบินในประเทศจีน ไต้หวัน เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี และสหราชอาณาจักร สมาชิกบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM และสมาชิกบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE จะได้รับสิทธิเหมือนกันคือ สามารถเข้าใช้บริการห้องรับรองสูงสุด 8 ครั้งต่อปี ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69
การได้รับคะแนน KTC FOREVER x2
บัตรเครดิตทั้งสองใบจะได้รับคะแนน KTC FOREVER x2 เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขการได้รับคะแนนที่แตกต่างกัน โดยบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE จะได้รับคะแนน x2 สำหรับทุกการใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศทั่วโลก ในขณะที่บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM ได้รับคะแนน x2 เฉพาะการใช้จ่ายที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น (ยกเว้นสกุลเงินไทย)
ทั้งนี้ สำหรับสิทธิประโยชน์ที่บัตรเครดิตทั้งสองใบได้รับเหมือนกัน ได้แก่ ประกันการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ, ประกันอุบัติเหตุสำหรับสมาชิกใหม่สูงสุด 300,000 บาทนาน 90 วัน, บริการ KTC PERSONAL ASSISTANT ตลอด 24 ชั่วโมง, สิทธิพิเศษในญี่ปุ่น และสิทธิในการผ่อนชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% ต่อเดือน
เปรียบเทียบความแตกต่างบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE vs KTC JCB PLATINUM
ดังนั้นแล้วหากคุณเป็นผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง และต้องการสิทธิพิเศษในการเข้าห้องรับรองในสนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มเติม รวมถึงต้องการประสบการณ์การช้อปปิ้งและท่องเที่ยวในญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่ครอบคลุมกว่า บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE คือทางเลือกที่ตอบโจทย์
และหากคุณเป็นผู้เริ่มต้นใช้บัตรเครดิต และมีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป และชื่นชอบการท่องเที่ยวญี่ปุ่น บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะก็ยังคงได้รับสิทธิพิเศษจาก JCB อย่างครบครัน แต่คุณสมบัติผู้สมัครมีความยืดหยุ่นมากกว่า
เทคนิคเลือกบัตรเครดิตให้คุ้มที่สุดในปี 2569
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกสมัครบัตรเครดิตก็คือ “การเลือกตามไลฟ์สไตล์การใช้จ่าย” เพราะแม้ว่าบัตรเครดิตที่ระดับสูงกว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าและครอบคลุมความสะดวกในด้านต่าง ๆ มากกว่า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกบุคคลเสมอไป ทั้งในเรื่องของคุณสมบัติเรื่องรายได้ของผู้สมัคร ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด และวิธีที่ดีที่สุดและไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ ก่อนการตัดสินใจสมัครบัตรเครดิต KTC JCB ก็คือ การลิสต์รายการใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเพื่อเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ และพิจารณาเงื่อนไขการได้รับคะแนน KTC FOREVER เพื่อให้ทุกการใช้จ่ายตามไลฟ์สไตล์ของคุณสามารถสะสมคะแนนได้คุ้มค่ามากที่สุด
1. วางแผนใช้จริงเพื่อเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์
การลิสต์รายการใช้จ่ายที่มั่นใจว่าจะเกิดขึ้น เพื่อนำไปพิจารณาเปรียบเทียบกับสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากบัตรเครดิตแต่ละใบ เช่น ถ้าคุณมีแผนจะเที่ยวญี่ปุ่นเป็นประจำทุกปี และจะเข้าใช้บริการห้องรับรอง (Lounge) ในสนามบินทุกครั้งที่เดินทาง ก่อนการสมัครบัตรเครดิตก็อาจเลือกพิจารณาจากสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการเข้าใช้ห้องรับรองในสนามบินของบัตรเครดิตแต่ละใบเป็นหลัก
2. การได้รับคะแนน KTC FOREVER
การได้รับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้จากทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC ทั้งสองใบ ซึ่งปกติแล้ว หากมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC ครบ 25 บาท ก็จะได้รับ 1 คะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและคะแนนไม่มีวันหมดอายุ แต่สำหรับบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE และบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM จะแตกต่างจากบัตรเครดิตอื่น ๆ ที่การได้รับคะแนน KTC FOREVER x2 โดยบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE จะได้รับคะแนนสะสมเป็น 2 เท่า เมื่อมีการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศทั่วโลก
ขณะที่บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM จะได้รับคะแนนสะสมเป็น 2 เท่า ก็ต่อเมื่อมีการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งคะแนนทั้งหมดเหล่านี้ บัตรเครดิตสามารถใช้แลกรับเป็นเครดิตเงินคืน ส่วนลด หรือสิทธิพิเศษอื่น ๆ ได้ ทำให้ทุกบาทที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้รับความคุ้มค่ากลับคืนมาเสมอ
อยากสมัครบัตรเครดิต KTC ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ก่อนการสมัครบัตรเครดิต KTC ทุกครั้ง ผู้สมัครจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมดังนี้
1. พิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครและเงื่อนไขการสมัคร โดยเฉพาะเรื่องรายได้เริ่มต้นที่กำหนด เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติใช้งานบัตรเครดิต
2. จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปตามกลุ่มอาชีพของผู้สมัคร ได้แก่ กลุ่มผู้มีรายได้ประจำ เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้มีเงินออม และผู้มีสัญญาโอนสิทธิ โดยผู้สมัครบัตรเครดิตในทุกกลุ่มอาชีพสามารถติดตามรายละเอียดเอกสารที่ต้องเตรียมได้ที่ บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE และ บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM
3. เลือกช่องทางการสมัครที่สะดวกที่สุด ซึ่งปัจจุบันสามารถยื่นสมัครบัตรเครดิต KTC ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยตนเอง ทั้งบนแอปพลิเคชัน KTC Mobile และการกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ KTC ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q : บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE สมัครยากไหม?
A : การสมัครบัตรเครดิต KTC ทุกประเภทนั้นไม่ยาก เพียงแต่สิ่งสำคัญคือการมีคุณสมบัติตรงตามกำหนด และมีรายได้ขั้นต่ำตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ในแต่ละกลุ่มอาชีพ และสำหรับบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE ได้กำหนดรายได้รวมขั้นต่ำไว้ที่ 50,000 บาท/เดือน
Q : บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM ใช้ที่ต่างประเทศได้ไหม?
A : บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM สามารถใช้ที่ต่างประเทศได้แน่นอน เพราะ JCB รองรับการชำระทั่วโลก และพิเศษไปกว่านั้นคือการที่บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM จะได้รับสิทธิพิเศษเหนือระดับกว่าเครือข่ายชำระเงินอื่น ๆ เมื่อมีการใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่น
Q : ถ้ามีรายได้ไม่สูงมาก ควรเลือกสมัครบัตรเครดิต KTC JCB ใบไหน?
A : บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM จะตอบโจทย์กว่าในทุกแง่มุม เพราะเกณฑ์รายได้เข้าถึงง่ายกว่า โดยรายได้รวมขั้นต่ำอยู่ที่ 15,000 บาท/เดือน สำหรับผู้สมัครในกลุ่มอาชีพผู้มีรายได้ประจำและเจ้าของกิจการ ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระรายได้รวมขั้นต่ำอยู่ที่ 20,000 บาท/เดือน
ดังนั้นแล้ว บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน รวมถึงเหมาะสำหรับนักเดินทางและผู้ชื่นชอบท่องเที่ยวต่างประเทศ ไม่ว่าจะกิน ช้อป หรือพักผ่อน ก็มีสิทธิประโยชน์สุดคุ้มค่ารองรับอย่างครอบคลุม อีกทั้งยังสามารถใช้บริการห้องรับรองพิเศษ MIRACLE LOUNGE 2 ครั้ง/ปี อีกด้วย แต่หากคุณมีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน การเลือกสมัครบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM ก็สามารถช่วยให้คุณได้รับความคุ้มค่าในทุกครั้งที่เดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน จากการได้รับคะแนน KTC FOREVER x2 แบบไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด สำหรับทุกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นยอดการใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินไทย) สมัครบัตรเครดิต KTC วันนี้ เพื่อรับสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นจากพาร์ทเนอร์ชั้นนำ พร้อมเริ่มสะสมคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC



