การซื้อสินค้าออนไลน์ช่วยประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินทางไปถึงหน้าร้าน อยากได้อะไรก็เลือกซื้อและชำระเงินได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนผ่านปลายนิ้ว แต่ท่ามกลางความสะดวกสบาย ก็มีสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ 'ความปลอดภัยของข้อมูลในการทำธุรกรรม' ดังนั้นการเลือกบัตรเครดิตสำหรับซื้อสินค้าออนไลน์ จึงต้องพิจารณาทั้งความปลอดภัย รูปแบบการใช้งาน และสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับพฤติกรรมการช้อปด้วย บทความนี้รวบรวมบัตรเครดิตและวิธีเลือกบัตรเครดิตสำหรับช้อปออนไลน์ พร้อมทริคการช้อปออนไลน์ให้ปลอดภัยมากขึ้น

บัตรเครดิตซื้อของออนไลน์ใบไหนดี ควรเลือกอย่างไรให้คุ้มค่าและปลอดภัย? 

  • มาตรฐานระบบความปลอดภัย ควรเลือกบัตรเครดิตที่มีระบบช่วยป้องกันธุรกรรมออนไลน์และการยืนยันตัวตน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องกรอกข้อมูลบัตรบนเว็บไซต์หรือแอป  
  • สิทธิประโยชน์จากการช้อปออนไลน์ ดูว่าบัตรเครดิตใบนั้นมีคะแนนสะสม ส่วนลด เครดิตเงินคืน หรือโปรโมชั่นกับร้านค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้งานเป็นประจำหรือไม่  
  • การซื้อสินค้าจากต่างประเทศ หากสั่งของจากเว็บไซต์ต่างประเทศเป็นประจำ ควรดูสิทธิประโยชน์สำหรับการใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ รวมถึงเงื่อนไขค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง  
  • เครือข่ายบัตร Visa, Mastercard, JCB หรือ UnionPay อาจมีโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์แตกต่างกัน จึงควรเลือกให้ตรงกับร้านค้าและช่องทางที่ใช้ช้อป 
  • ค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขของบัตร แนะนำให้เลือกบัตรเครดิตที่ ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปี เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมในระยะยาว โดยเฉพาะคนที่ใช้บัตรสำหรับช้อปออนไลน์เป็นหลัก ควรตรวจสอบเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมของบัตรแต่ละใบก่อนสมัคร เพื่อให้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับคุ้มกับการใช้งานจริง 


บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM

บัตรเครดิตที่เหมาะกับคนเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นานหรือคนที่อยากมีบัตรเครดิตใบแรก  เพราะไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ สะสมคะแนนได้ง่าย ๆ เพราะทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ แลกได้หลากหลาย นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสำหรับการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มและบริการที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop, Grab, LINE MAN และ ShopeeFood ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่ายออนไลน์และสั่งอาหาร

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน

บัตรเครดิต KTC PLATINUM MASTERCARD

บัตรเครดิต KTC PLATINUM MASTERCARD บัตรเครดิตที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี โดดเด่นด้วยสิทธิพิเศษ ณ ร้านอาหารหรูทั่วไทยและโปรโมชั่น Mastercard Priceless Special ทั่วโลกและยังมีโปรโมชั่นที่ Shopee, Lazada, TikTok Shop และ LINE SHOPPING อีกด้วย ซึ่งทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ จะได้รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ ที่สำคัญคะแนนไม่มีวันหมดอายุ นอกจากนี้ใครชอบช้อปออนไลน์ก็สบายใจได้เพราะ มีประกันการซื้อสินค้าทุกครั้งที่ช้อปออนไลน์

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน

 

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM

บัตรเครดิตที่เหมาะกับสายช้อปและชอบท่องเที่ยวโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น เพราะนอกจากมีโปรโมชั่นสำหรับการใช้จ่ายผ่าน Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE MAN, Grab และ LINE SHOPPING แล้ว ยังสามารถรับคะแนน KTC FOREVER x2  แบบไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด สำหรับทุกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นยอดการใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินไทย) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ใช้ Airport Lounge บริการห้องรับรองในสนามบินญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี  สิงคโปร์  มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฮาวาย และ JCB Plaza Lounge บริการห้องรับรอง ผ่าน JCB Plaza ทั่วโลก เมื่อเดินทางไป ต่างประเทศ (ยกเว้นการใช้บริการห้องรับรอง JCB Plaza Lounge Bangkok)

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน

บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM

เหมาะกับสายช้อปออนไลน์ที่ต้องการ สิทธิประโยชน์จากร้านค้าและ e-Coupon ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดย KTC UNIONPAY PLATINUM มี U Plan e-Coupon สำหรับรับส่วนลดและสิทธิพิเศษจากร้านค้าที่ร่วมรายการผ่าน U Plan Platform รวมถึงช่องทางของ UnionPay International อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นสำหรับการช้อปออนไลน์ผ่าน Shopee, Lazada, TikTok Shop และ LINE SHOPPING ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการซื้อสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ หากมีการใช้จ่ายที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันเป็นสกุลเงินท้องถิ่น HKD/MOP/TWD จะได้รับคะแนน KTC FOREVER x2 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 เหมาะกับคนที่ไม่ได้ช้อปออนไลน์แค่ในประเทศและต้องการใช้สิทธิประโยชน์จากเครือข่าย UnionPay ในต่างประเทศด้วย

  • รายได้รวมขั้นต่ำ15,000 บาท/เดือน


บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA / บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD

บัตรเครดิตรูปแบบใหม่ ป้องกันการโจรกรรม ด้วยบัตรใสไร้แถบแม่แหล็ก แต่ยังคงใช้จ่ายได้สะดวกสบาย ปลอดภัยกว่าเดิม ไม่ว่าด้วยการแตะจ่าย หรือชำระผ่านเครื่องรูดบัตร (EDC) ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ นอกจากนี้ยังควบคุมการใช้งานง่าย ผ่านแอป KTC Mobile ไม่มีค่าธรรมเนียนแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ

  • รายได้รวมขั้นต่ำ15,000 บาท/เดือน

ตารางเปรียบเทียบบัตรเครดิตซื้อของออนไลน์ใบไหนดี?

คุณสมบัติ / บัตรเครดิต

บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM

บัตรเครดิต  KTC  PLATINUM MASTERCARD

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM

บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM

บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA / KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD

รายได้ขั้นต่ำ

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

ค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

จุดเด่น

รับส่วนลดที่ห้องอาหารโรงแรมชั้นนำทั่วไทย พร้อมสิทธิพิเศษช้อปออนไลน์ และสั่งอาหารเดลิเวอรี่ตลอดปี

- รับสิทธิพิเศษที่ร้านอาหารหรูทั่วไทยตลอดปี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษทั่วโลกกับ Mastercard Priceless Special

- ประกันการซื้อสินค้า

ทุกครั้งที่ช้อปออนไลน์

 

- รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายที่ญี่ปุ่นตามกำหนด ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69

- สิทธิ์การใช้บริการห้องรับรองสนามบินประเทศที่กำหนด

- รับส่วนลดสุดคุ้มที่ญี่ปุ่น พร้อมเพลิดเพลินกิน ช้อป เที่ยวในไทย

- รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันตามกำหนด ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69

- U Collection รับส่วนลด และสิทธิพิเศษหลากหลาย

- รับส่วนลดที่จีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน

- ปลอดภัยกว่า ช้อปออนไลน์มั่นใจขั้นสุดด้วย Dynamic CVV (บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA) และ Dynamic CVC2 (บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD) รหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ

- สบายใจกว่า เมื่อใช้จ่ายที่ร้านค้าทั่วไป ด้วย Numberless Physical Credit Card บัตรพลาสติกไร้หมายเลขที่สามารถขอได้ผ่านแอป KTC Mobile

- รับส่วนลดที่ห้องอาหารโรงแรมชั้นนำทั่วไทย พร้อมสิทธิพิเศษช้อปออนไลน์ และสั่งอาหารเดลิเวอรี่ตลอดปี เฉพาะบัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA

- รับสิทธิพิเศษที่ร้านอาหารหรูทั่วไทยตลอดปี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษทั่วโลกกับ Mastercard Priceless Special เฉพาะบัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD

เหมาะกับใคร

ผู้ที่ชื่นชอบการช้อปออนไลน์ สั่งอาหารเดลิเวอรี่ ทานอาหารโรงแรม

ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารร้านหรู มีการใช้จ่ายต่างประเทศแถบเอเชียเป็นประจำ และต้องการผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

ผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่น ทั้งผู้ที่ชอบไปเที่ยวพักผ่อน ช้อปปิ้ง ทานอาหารญี่ปุ่นทั้งในไทยและประเทศญี่ปุ่นเป็นประจำ รวมถึงผู้ที่เดินทางต่างประเทศบ่อยและต้องการใช้บริการห้องรับรองสนามบินเพื่อความสะดวกสบาย

ผู้ที่เดินทางหรือใช้จ่ายในจีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน พร้อมรับส่วนลดช้อปปิ้งหลากหลาย

ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยในการช้อปออนไลน์ ด้วย Dynamic CVV/CVC2 รหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอผ่านแอป KTC Mobile และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง และต้องการใช้บัตรพลาสติกไร้หมายเลข เพื่อลดโอกาสการถูกโจรกรรมข้อมูล

 บัตรเครดิตดิจิทัลของ KTC ต่างจากบัตรเครดิตทั่วไปอย่างไร? 

บัตรเครดิตดิจิทัลออกแบบมาเพื่อการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์และอุปกรณ์ดิจิทัล โดยไม่มีหมายเลขบนบัตรพลาสติก ใช้รหัส Dynamic CVV/CVC2 ซึ่งรหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง และควบคุมการใช้งานได้จากแอป KTC Mobile ส่วนบัตรเครดิตทั่วไปมักแสดงข้อมูลบัตรบนตัวบัตร  

Dynamic CVV และ Dynamic CVC2 คืออะไร? 

รหัส Dynamic CVV/CVC2 คือรหัสความปลอดภัยหลังบัตร 3 หลักหลังบัตรเครดิตที่เปลี่ยนใหม่ทุกครั้งที่ผู้ถือบัตรกดขอผ่านแอป แทนที่จะเป็นรหัสคงที่ตัวเดียวที่พิมพ์ไว้บนบัตรตลอดอายุการใช้งาน แต่ละรหัสมักมีอายุการใช้งานจำกัด เช่น ใช้ได้ 24 ชั่วโมงแล้วต้องขอใหม่ วิธีนี้ช่วยลดความเสียหายหากรหัสรั่วไหลออกไป เพราะรหัสที่หลุดไปแล้วจะหมดอายุเร็วและใช้ซ้ำไม่ได้ ต่างจากรหัสคงที่บนบัตรทั่วไปที่หากรั่วไหลแล้วอาจถูกนำไปใช้ซื้อของออนไลน์ซ้ำได้เรื่อยๆ จนกว่าเจ้าของบัตรจะแจ้งอายัด 

Numberless Card คืออะไร ช่วยลดความเสี่ยงอย่างไร? 

บัตร Numberless หรือบัตรไร้หมายเลข เป็นบัตรพลาสติกที่แสดงเฉพาะชื่อผู้ถือบัตร ไม่พิมพ์หมายเลขบัตร วันหมดอายุ และรหัสหลังบัตรไว้บนตัวบัตร หากบัตรตกหล่นหรือถูกถ่ายรูปโดยไม่รู้ตัว คนที่พบเห็นจะนำข้อมูลไปสวมรอยทำธุรกรรมออนไลน์ทันทีไม่ได้ เพราะต้องเปิดแอปของผู้ออกบัตรเพื่อดูข้อมูลอีกชั้นหนึ่ง อย่างไรก็ตาม บัตรประเภทนี้ยังใช้รูดหรือแตะจ่ายที่เครื่อง EDC ตามร้านค้าได้ตามปกติ  

สำหรับกรณีที่ทำบัตรเครดิตหาย สามารถแจ้งอายัดบัตรชั่วคราวได้ 2 วิธี 

  • แจ้งอายัดบัตรชั่วคราว ผ่านแอป KTC Mobile 
  • อายัดบัตรเครดิตผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งปัจจุบันธนาคาร/สถาบันการเงิน หรือสถาบันการเงินมีการจัดทำแอปพลิเคชันเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน รวมถึงการกดอายัดบัตรเครดิตด้วยตัวเอง สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC ถ้าหาบัตรไม่เจอ หรือไม่แน่ใจว่าหายจริงหรือไม่ แนะนำให้อายัดชั่วคราวก่อนผ่านแอป KTC Mobile เผื่อในกรณีหาเจอจะสามารถยกเลิกแล้วได้ด้วยตนเองนำบัตรมาใช้ต่อได้ กรณีนี้สามารถอายัดชั่วคราวได้ครั้งละ 7 วัน ถ้าพ้นกำหนด 7 วันแล้วไม่มีการกดยกเลิกอายัดชั่วคราว บัตรจะถูกอายัดถาวรและระบบจะออกบัตรใหม่ให้อัตโนมัติ โดยบัตรจะถูกจัดส่งไปยังที่อยู่บนใบแจ้งหนี้ 
  • อายัดบัตรถาวรกับเจ้าของธนาคาร/สถาบันการเงิน 
  • โทรหา Call Center เพื่อแจ้งว่าบัตรเครดิตหายหรือถูกขโมย และทำการอายัดบัตรเครดิตใบนั้น สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถติดต่อขออายัดบัตรได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 เพื่อให้เจ้าหน้าที่อายัดและออกบัตรใหม่ทันที จากนั้นบัตรใบใหม่จะถูกจัดส่งไปยังที่อยู่บนใบแจ้งหนี้ 

https://www.ktc.co.th/upload/digital-card-Banner-1240x932.webp  

ซื้อของออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตปลอดภัยไหม? 

การซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตมีความปลอดภัยสูง แต่ความปลอดภัยสูงสุดนั้นต้องอาศัย 3 องค์ประกอบร่วมกัน คือคุณสมบัติของบัตร ความน่าเชื่อถือของร้านค้าหรือแพลตฟอร์ม และพฤติกรรมการใช้งานของผู้ถือบัตรเอง เครือข่ายบัตรอย่าง Visa และ Mastercard มีระบบยืนยันตัวตนเพิ่มเติมก่อนตัดเงิน เช่น 3D Secure หรือ OTP ผ่านแอปธนาคาร ซึ่งช่วยลดโอกาสที่คนอื่นจะสวมรอยใช้บัตร แต่ระบบเหล่านี้ป้องกันไม่ได้ทั้งหมด หากผู้ถือบัตรกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ปลอมด้วยตัวเอง หรือให้รหัส OTP กับคนที่โทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร 

เว็บไซต์แบบไหนไม่ควรกรอกข้อมูลบัตร? 

  • URL สะกดผิดหรือเลียนแบบแบรนด์ 
  • ไม่มี HTTPS 
  • มาจากลิงก์ในข้อความที่ถูกแอบอ้างโดยมิตจฉาชีพ 
  • ขอ OTP ผ่านแชท 
  • ขอถ่ายรูปหน้าหรือหลังบัตร 
  • ไม่มีข้อมูลผู้ขาย 
  • เปลี่ยนโดเมนระหว่าง Checkout 
  • ขอให้ติดตั้งแอปจากไฟล์ภายนอก App Store ซึ่งมักมาในรูปแบบ link  

Checklist ก่อนกดจ่ายออนไลน์ต้องตรวจอะไรบ้าง? 

ก่อนชำระเงินควรตรวจโดเมน ชื่อร้าน ราคา ค่าจัดส่ง สกุลเงิน นโยบายคืนสินค้า และยอดสุดท้าย พร้อมเลือกบัตรที่ให้สิทธิ์ตรงกับรายการนั้น กรอกข้อมูลเฉพาะในหน้า Checkout ที่เชื่อถือได้ และอ่านข้อมูล OTP ก่อนยืนยัน หลังชำระควรเก็บเลขคำสั่งซื้อ ใบเสร็จ และตรวจแจ้งเตือนว่าจำนวนเงินตรงกับที่ตกลงไว้ 

  1. ตรวจโดเมนเว็บไซต์และชื่อร้านให้ตรงกับที่ตั้งใจซื้อ หากซื้อผ่านแอป ควรดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play และตรวจสอบชื่อผู้พัฒนาให้เป็นแอปทางการของร้านค้าหรือแพลตฟอร์มนั้น 
  2. เทียบราคาและค่าจัดส่งกับช่องทางอื่นก่อนตัดสินใจ 
  3. ดูสกุลเงินที่ใช้เรียกเก็บ เผื่อมีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงิน 
  4. อ่านนโยบายคืนสินค้า/คืนเงินก่อนกดซื้อ 
  5. เลือกบัตรที่มีสิทธิ์ตรงกับประเภทการซื้อ เช่น ผ่อน 0% หรือคะแนนสะสม 
  6. กรอกข้อมูลบัตรเฉพาะหน้า Checkout ที่มี HTTPS เท่านั้น 
  7. อ่านข้อความ OTP ให้ครบก่อนกดยืนยันทุกครั้ง 
  8. เก็บเลขคำสั่งซื้อและใบเสร็จหลังชำระเงิน 
  9. ตรวจแจ้งเตือนจากแอปธนาคารว่ายอดตรงกับที่ตกลงไว้ 


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรเครดิตซื้อสินค้าออนไลน์

Q: ประกันซื้อสินค้าออนไลน์คุ้มครองอะไรบ้าง?

ความคุ้มครองซื้อสินค้าออนไลน์ (Purchase Protection หรือ E-Commerce Protection) เป็นสิทธิประโยชน์ที่ผู้ออกบัตรหรือเครือข่ายบัตรมอบให้ ไม่ใช่บัตรเครดิตทุกใบที่มีสิทธิ์นี้ และแต่ละใบมักมีเงื่อนไข วงเงินคุ้มครอง และระยะเวลาโปรโมชั่นต่างกัน จึงควรอ่านรายละเอียดของบัตรที่ถืออยู่จริงก่อนอ้างอิงใช้สิทธิ์

Q: บัตรเครดิต KTC MASTERCARD คุ้มครองกรณีใดในปี 2569?

บัตรเครดิต KTC MASTERCARD ทุกประเภทมีสิทธิ์ E-Commerce Protection คุ้มครองการซื้อสินค้าออนไลน์กรณีร้านค้าไม่จัดส่งสินค้า หรือจัดส่งสินค้าไม่ถูกต้องและไม่ครบถ้วน วงเงินคุ้มครองสูงสุด 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อรายการ ครอบคลุมการซื้อทั่วโลก มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 เป็นไปตามเงื่อนไขที่ Mastercard กำหนด เงื่อนไข ขั้นตอนการเคลม และระยะเวลาโปรโมชั่นในปีถัดไปอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดจากเว็บไซต์ KTC หรือ Mastercard โดยตรงก่อนใช้สิทธิ์จริง

Q: ถ้าบัตรเป็น Visa จะได้รับความคุ้มครองอะไรบ้างเวลาช้อปออนไลน์?

บัตร Visa ที่ใช้ชำระเงินกับร้านค้าออนไลน์ที่เข้าร่วมโปรแกรม Visa Secure จะมีชั้นการป้องกันเพิ่มเติมเพื่อช่วยป้องกันการนำบัตรไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยระบบทำงานอัตโนมัติ และในบางรายการอาจขอให้ผู้ถือบัตรยืนยันตัวตนเพิ่มเติม เช่น รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียวหรือข้อมูลไบโอเมตริกซ์ ทั้งนี้ การยืนยันตัวตนและรูปแบบที่ใช้ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินผู้ออกบัตรด้วย

นอกจากนี้ Visa ยังมี Zero Liability ซึ่งช่วยให้ผู้ถือบัตรไม่ต้องรับผิดชอบต่อรายการใช้จ่ายที่ไม่ได้รับอนุญาตในกรณีที่เข้าเงื่อนไขของนโยบาย เช่น บัตรสูญหาย ถูกขโมย หรือถูกนำไปใช้โดยทุจริตทั้งออนไลน์และออฟไลน์ อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับบัตรและธุรกรรมบางประเภท และผู้ถือบัตรต้องรีบแจ้งสถาบันการเงินผู้ออกบัตรเมื่อพบการใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต

Q: ถ้าไม่ได้รับสินค้า ถูกตัดเงินซ้ำ หรือพบยอดไม่รู้จัก ควรทำอย่างไร? 

กรณีไม่ได้รับสินค้าควรทำอย่างไร? 

  1. ตรวจสถานะและ Tracking 
  2. ติดต่อร้านค้า 
  3. เปิด Dispute กับ Marketplace 
  4. เก็บหลักฐานการติดต่อ 
  5. ตรวจเงื่อนไข Purchase Protection 
  6. ติดต่อผู้ออกบัตรหากแก้ไขไม่ได้ 
  7. ส่งเอกสารตามช่องทางและระยะเวลาที่กำหนด 

กรณีพบยอดไม่รู้จักควรทำอะไรทันที? 

  1. ตรวจชื่อร้านค้าที่ปรากฏบน Statement 
  2. ตรวจ Subscription 
  3. สอบถามสมาชิกในครอบครัวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้บัญชี 
  4. ล็อกหรือระงับบัตรผ่านช่องทางทางการ 
  5. ติดต่อผู้ออกบัตร 
  6. เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีที่เกี่ยวข้อง 
  7. ยกเลิก Session บนอุปกรณ์อื่น 
  8. ไม่ตอบกลับข้อความหรือสายที่ขอ OTP 
  9. เก็บเลขอ้างอิงการแจ้งเหตุ 

 


สำหรับคนที่ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เป็นประจำ บัตรเครดิต KTC มีบัตรให้เลือกหลายประเภท พร้อมโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันตามเครือข่ายบัตรและไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการรับคะแนน KTC FOREVER จากยอดใช้จ่าย โปรโมชั่นหรือส่วนลดจากร้านค้าที่ร่วมรายการ รวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับการใช้จ่ายในต่างประเทศของบัตรบางประเภท ขณะเดียวกัน การชำระเงินออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตยังมีระบบรักษาความปลอดภัยและการยืนยันตัวตนตามมาตรฐานของเครือข่ายบัตรและธนาคารผู้ออกบัตร ช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องทำธุรกรรมออนไลน์ โดยควรตรวจสอบรายการใช้จ่ายและแจ้งธนาคารทันทีหากพบรายการที่ไม่ได้ทำด้วยตัวเอง ใครสนใจสมัครบัตรเครดิต KTC สามารถสมัครได้ด้วยตัวเอง ผ่านแอป KTC Mobile ได้ตลอด 24 ชม. 

ช้อปออนไลน์สะดวก ปลอดภัย นึกถึงบัตรเครดิต KTC