บัตรกดเงินสด อีกหนึ่งตัวช่วยทางการเงินของผู้ที่ต้องการเงินด่วนมาใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนหลาย ๆ คนที่อาจประสบปัญหาหมุนเงินไม่ทัน การมีบัตรกดเงินสดไว้ จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจในเรื่องเงินให้คุณได้ หลายคนจึงเลือกสมัครบัตรกดเงินสดเพื่อเพิ่มอีกทางเลือกให้กับตนเอง
นอกจากสำหรับใช้จ่ายยามฉุกเฉินแล้ว คุณยังสามารถใช้บัตรกดเงินสดเป็นบัตรผ่อนสินค้าคล้ายกับบัตรเครดิตได้อีกด้วย เห็นข้อดีแน่น ๆ แบบนี้ ใคร ๆ ต่างก็คงอยากมีบัตรกดเงินสดไว้ใช้กันไม่น้อย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรระวัง และต้องเตรียมรับมือให้พร้อมก็คือการคำนวณดอกเบี้ย สำหรับใครที่ยังไม่เข้าใจว่าดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดคิดยังไง ในบทความนี้ KTC จะพาคุณมาดูวิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดแบบเข้าใจง่ายไปพร้อม ๆ กัน
ดอกเบี้ยบัตรเครดิตต่างกับดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดอย่างไร?
หลายคนมักสับสนและเหมารวมว่า บัตรกดเงินสด (Cash Card) และ บัตรเครดิต (Credit Card) มีการคิดดอกเบี้ยที่เหมือนกัน
- บัตรเครดิต ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย หัวใจสำคัญของบัตรเครดิตคือการ "รูดก่อน จ่ายทีหลัง" หากคุณใช้รูดซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้าหรือชำระค่าบริการ และคุณเลือก ชำระเต็มจำนวน ภายในวันครบกำหนดชำระ ก็จะไม่เสียดอกเบี้ย โดยปกติ ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 45-55 วัน (นับจากวันแรกของรอบบิล)
- บัตรกดเงินสดถูกออกแบบมาเพื่อ "เงินสดฉุกเฉิน" โดยเฉพาะ ทำให้ไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย แต่ข้อดีที่เหนือกว่าบัตรเครดิตคือส่วนใหญ่จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการกด 3% ทำให้เหมาะกับการใช้ในระยะสั้นๆ มากกว่า
วิธีการคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด ทั้งแบบใช้กดเงินสดและผ่อนสินค้า
บัตรกดเงินสด คือ หนึ่งในสินเชื่อถูกกฎหมายประเภทหมุนเวียน ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จะช่วยคุณมีเงินสดสำรองไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน การคิดดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดนั้น จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดแต่ละธนาคารเป็นหลัก โดยส่วนมากจะมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 25% ต่อปี และมีการคิดยอดชำระนับตั้งแต่วันที่มีการเบิกถอนเงิน โดยการคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดแบบง่าย ๆ ทำได้ตามขั้นตอน ดังนี้
1. กรณีใช้กดเงินสด
ในกรณีที่คุณใช้บัตรกดเงินสดเพื่อถอนเงินสดออกมา วิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด สามารถทำได้ดังนี้
ตัวอย่างคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด
นาย A ถอนเงินสดจากบัตรกดเงินสด จำนวนเงิน 20,000 บาท ในวันที่ 1 มกราคม โดยมีวันสรุปยอดบัญชีทุกวันที่ 15 ของเดือน และวันครบกำหนดชำระเงินทุกวันที่ 10 ของเดือน (อัตราดอกเบี้ยฯ อยู่ที่ 25% ต่อปี) หากนาย A ต้องการปิดยอดชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมด ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นาย A ต้องชำระเงินเป็นจำนวนเท่าไร
วิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด
เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยฯ ต่อปี x จำนวนวันในแต่ละรอบบัญชี
จำนวนวันใน 1 ปี
จากกรณีตัวอย่าง เมื่อคำนวณดอกเบี้ยของการเบิกถอนเงินสด จำนวนดอกเบี้ยที่นาย A ต้องชำระ (1 มกราคม - 9 กุมภาพันธ์ = 40 วัน) = 20,000 x 25% x 40 / 365 =547.95 บาทดังนั้น นาย A ต้องชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ทั้งหมด 20,000 + 547.95 =20,547.95 บาทนั่นเอง
หมายเหตุ* การนับจำนวนวันในแต่ละรอบบัญชี
กรณีจ่ายหมด : นับตั้งแต่วันที่เบิกถอนเงินสด - ก่อนวันชำระเงิน 1 วัน
กรณีจ่ายขั้นต่ำ : นับตั้งแต่วันที่เบิกถอนเงินสด - ก่อนวันสรุปยอดบัญชี 1 วัน
2. กรณีใช้วงเงินผ่อนสินค้า
วิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดในกรณีที่ใช้วงเงินเพื่อผ่อนชำระสินค้า มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
ตัวอย่าง
นาย B ซื้อสินค้าแบบผ่อนชำระจำนวน 30,000 บาท เมื่อวันที่ 5 มกราคม อัตราดอกเบี้ยฯ คงที่ 0.99% ต่อเดือน ระยะเวลาผ่อนชำระ 12 เดือน (เทียบเป็นอัตราดอกเบี้ยฯ แบบลดต้นลดดอกไม่เกิน 25% ต่อปี) วันกำหนดชำระเงินทุกวันที่ 2 ของเดือน
บัตรกดเงินสด KTC PROUD มีอัตราดอกเบี้ยฯ คงที่ 0.99% ต่อเดือน ระยะเวลาผ่อนชำระ 12 เดือน เทียบเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 21.25% ต่อปี ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินสินเชื่อ
วิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด
ยอดสินเชื่อหักยอดเงินต้นที่ชำระแล้ว X อัตราดอกเบี้ยต่อปี X จำนวนวัน
จำนวนวันใน 1 ปี
วิธีการคำนวณยอดผ่อนต่อเดือน งวดที่ 1 มีรายละเอียดดังนี้
ดอกเบี้ย (30,000 x 0.99%) x 12 = 3,564 บาท
ค่าอากรแสตมป์ (ชำระงวดที่ 1 เท่านั้น) 0.05% x 30,000 = 15 บาท
ยอดเงินผ่อนชำระต่อเดือน (30,000 + 3,564) / 12 = 2,797 บาท
ยอดเงินผ่อนงวดแรก 15 + 2,797 = 2,812 บาท
ดอกเบี้ยระหว่างวันที่ 5 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ (28 วัน) = (30,000 x 21.25% x 28) / 365 =489.04 บาท
วิธีการคำนวณเงินต้นที่ชำระ ณ วันกำหนดชำระ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ = 2,797 - 489.04 =2,307.96 บาท
วิธีการคำนวณยอดผ่อนต่อเดือน งวดที่ 2 มีรายละเอียดดังนี้
ดอกเบี้ยระหว่างวันที่ 2 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม (28 วัน) = [(30,000 - 2,307.96) x 21.25% x 28] / 365 =451.42 บาท
วิธีการคำนวณเงินต้นที่ชำระณ วันกำหนดชำระ วันที่ 2 มีนาคม = 2,797 - 451.42 =2,345.58 บาท
เทคนิคการใช้บัตรกดเงินสดให้คุ้มค่า
1. กดเท่าที่ใช้ คืนให้ไวที่สุด
อย่างที่เราทราบกันว่าบัตรกดเงินสดคิดดอกเบี้ยเป็น "รายวัน" ดังนั้นหัวใจสำคัญคือระยะเวลาในการถือครองเงิน อาจไม่จำเป็นต้องกดเงินก้อนใหญ่มาเผื่อไว้ในบัญชี แต่ให้กดเฉพาะยอดที่ต้องจ่ายจริงในขณะนั้น เช่น ต้องการจ่ายค่าซ่อมรถ 4,500 บาท ก็ให้กดเพียง 4,500 บาท และเมื่อมีเงินก้อนเข้ามา (เช่น เงินเดือนออก หรือได้ค่าคอมมิชชัน) ให้รีบโปะคืนทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันครบกำหนดชำระ ยิ่งคืนเร็ว ดอกเบี้ยยิ่งน้อยลงตามจำนวนวัน
2. วางแผนการจ่ายแบบ "ตัดเงินต้น" ไม่ใช่แค่ "ขั้นต่ำ"
การจ่ายขั้นต่ำ (เช่น 3% หรือ 5%) คือจุดเริ่มต้นของหนี้เรื้อรัง เพราะเงินที่จ่ายไปจะถูกนำไปตัดดอกเบี้ยก่อน เหลือเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ไปลดเงินต้น เทคนิคคือ ให้จ่ายมากกว่ายอดขั้นต่ำเสมอ
3. ใช้โปรโมชั่น "ดอกเบี้ย 0%" หรือ "ดอกเบี้ยพิเศษ" ให้เป็นประโยชน์
ธนาคาร/สถาบันการเงินมักออกโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าใหม่ เช่น "ดอกเบี้ย 0% นาน 30 วัน" หรือ "ดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 9.99% ต่อปี หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ให้เลือกใช้บัตรที่อยู่ในช่วงโปรโมชั่นเหล่านี้ และต้องมั่นใจว่าจะสามารถคืนเงินทั้งหมดได้ก่อนที่ระยะเวลาโปรโมชั่นจะหมดลง มิฉะนั้นดอกเบี้ยจะกลับไปที่เรทปกติ คือสูงสุด 25% ต่อปี
4. ตรวจสอบสิทธิประโยชน์เสริม
บัตรกดเงินสดบางใบไม่ได้มีดีแค่การกดเงิน แต่ยังมีฟังก์ชัน ผ่อนชำระสินค้า ได้เหมือนบัตรเครดิต และบางบัตรสามารถผ่อนด้วยดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 24 เดือน ซึ่งนานกว่าบัตรเครดิต ทำให้บัตรกดเงินสดที่ร่วมรายการผ่อน 0% คุ้มค่า ตัวอย่าง เช่น บัตรกดเงินสด KTC PROUD
ยังไม่มีบัตรกดเงินสด สมัครบัตรกดเงินสดที่ไหนดี?
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจำเป็นต้องมีวงเงินสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน และรู้เรื่องดอกเบี้ยแล้ว คำถามต่อมาสำหรับคนที่ยังไม่มีบัตรกดเงินสดคือ สมัครบัตรกดเงินสดที่ไหนดี บัตรกดเงินสด KTC PROUD ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะสามารถ รูด โอน กด ผ่อน ได้ง่ายๆ และยังสามารถทำธุรกรรมต่างๆได้ผ่านแอป KTC Mobile ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มวงเงินชั่วคราว ควบคุมวงเงิน เป็นต้น
สมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?
คุณสมบัติผู้มีรายได้ประจำ
- สัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี
- รายได้ขั้นต่ำ 12,000 บาท/เดือน
- อายุงานที่ทำงานปัจจุบัน 4 เดือนขึ้นไป
- มีเบอร์มือถือ และเบอร์ที่ทำงาน
เอกสารการสมัคร
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี
- สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก
คุณสมบัติผู้สมัครเจ้าของกิจการ
- สัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี
- รายได้เฉลี่ยขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
- อายุกิจการ 2 ปีขึ้นไป
- มีเบอร์มือถือ และเบอร์ที่ทำงาน
เอกสารการสมัคร
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- หนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคล หรือทะเบียนการค้า
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี
- สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก
คุณสมบัติผู้สมัครอาชีพอิสระ
- สัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี
- รายได้เฉลี่ยขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือน
- มีเบอร์มือถือ และเบอร์ที่ทำงาน
เอกสารประกอบการสมัคร
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี
- สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก
การคิดดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดนั้นจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันทางการเงิน โดยอัตราดอกเบี้ยฯ ต้องไม่เกิน 25% ต่อปี ใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสด ควรศึกษารายละเอียดดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดจากสถาบันการเงินให้ดี รวมถึงวางแผนตั้งเป้าหมาย การใช้จ่ายและการออม เงินอย่างรอบคอบด้วย
สำหรับใครที่มองหาตัวช่วยทางการเงิน สามารถใช้บัตรกดเงินสด KTC PROUD เป็นอีกหนึ่งทางเลือกได้ ให้คุณมีเงินไว้ใช้จ่ายและนำไปปลดหนี้ที่ค้างชำระ ผ่านการเบิกถอนเงินสดจากตู้ ATM แบบไม่เสียค่าธรรมเนียม หรือจะโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน KTC Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงใช้บัตรรูดซื้อหรือรูดผ่อนสินค้าที่หน้าร้านหรือออนไลน์ก็ได้เช่นกัน
กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ให้คุณอุ่นใจตลอดการใช้เงิน นึกถึงบัตรกดเงินสด KTC PROUD


