การทำความเข้าใจเรื่องภาษีรถยนต์ 7 ที่นั่งถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นค่าใช้จ่ายประจำปีที่ต้องชำระตามกฎหมาย โดยอัตราการจัดเก็บสำหรับรถยนต์ 7 ที่นั่งนั้น จะมีการคำนวณที่แตกต่างกันเล็กน้อยกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ซึ่งหลักเกณฑ์จะพิจารณาจากประเภทของรถยนต์และน้ำหนักบรรทุกเป็นหลัก

บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอัตราภาษีรถยนต์ 7 ที่นั่งล่าสุดปี 2568 พร้อมรายละเอียดสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น อัตราภาษีรถยนต์ 7 ที่นั่ง เพื่อให้คุณทราบถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระ รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการคำนวณภาษี ข้อมูลเกี่ยวกับค่าปรับหากภาษีรถยนต์ขาด และเอกสารที่จำเป็นสำหรับการต่อภาษี เพื่อให้การดำเนินการของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เสียเวลา มีอะไรบ้างไปดูกันเลย


ภาษีรถยนต์ คืออะไร




ภาษีรถยนต์ คือเงินที่เราจ่ายให้กับภาครัฐเป็นประจำทุกปี สำหรับการที่เรามีรถยนต์ไว้ใช้งาน เปรียบเสมือนการร่วมด้วยช่วยกันดูแล "เพื่อนร่วมทาง" ที่เป็นถนนหนทางที่เราใช้สัญจรกันทุกวันนั่นเอง

คิดง่าย ๆ ว่าเงินภาษีรถยนต์ที่เราจ่ายไป จะถูกนำไปใช้ในการสร้าง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาถนน สะพาน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการจราจรต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้การเดินทางของเราสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ภาษีส่วนหนึ่งยังอาจถูกนำไปใช้ในการพัฒนาด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและจราจรด้วย

สำหรับคนที่มีรถยนต์เป็นชื่อตัวเอง การจ่ายภาษีรถยนต์ถือเป็นหน้าที่สำคัญตามกฎหมายที่เราต้องทำทุกปี โดยอัตราการจ่ายจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของรถ ขนาดเครื่องยนต์ และอายุการใช้งานของรถ หากเราไม่จ่ายภาษีตามกำหนด ก็อาจมีค่าปรับ หรือไม่สามารถต่อทะเบียนรถยนต์ได้


ต่อภาษีรถยนต์ 7 ที่นั่ง ราคาเท่าไหร่ (อัปเดตล่าสุด 2568)

ต่อภาษีรถยนต์ 7 ที่นั่ง ราคาเท่าไหร่ ดูได้ที่นี่


รถยนต์ส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง

  • รถน้ำหนักไม่เกิน 1,800 กิโลกรัม: อัตราภาษี 1,300 บาท
  • รถน้ำหนักเกิน 1,800 กิโลกรัม: อัตราภาษี 1,600 บาท


รถบรรทุกส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง

  • น้ำหนักรถ 0-500 กิโลกรัม: อัตราภาษี 300 บาท
  • น้ำหนักรถ 501-750 กิโลกรัม: อัตราภาษี 450 บาท
  • น้ำหนักรถ 751-1,000 กิโลกรัม: อัตราภาษี 600 บาท
  • น้ำหนักรถ 1,001-1,250 กิโลกรัม: อัตราภาษี 750 บาท
  • น้ำหนักรถ 1,251-1,500 กิโลกรัม: อัตราภาษี 900 บาท
  • น้ำหนักรถ 1,501-1,750 กิโลกรัม: อัตราภาษี 1,050 บาท
  • น้ำหนักรถ 1,751-2,000 กิโลกรัม: อัตราภาษี 1,350 บาท
  • น้ำหนักรถ 2,001-2,500 กิโลกรัม: อัตราภาษี 1,650 บาท
  • น้ำหนักรถ 2,501-3,000 กิโลกรัม: อัตราภาษี 1,950 บาท
  • น้ำหนักรถ 3,001 กิโลกรัมขึ้นไป: คิดเพิ่ม 150 บาท ทุก 500 กิโลกรัม เศษของ 500 กิโลกรัมให้คิดเป็น 500 กิโลกรัม


ภาษีรถยนต์ขาดโดนปรับเท่าไหร่

สำหรับผู้ที่ปล่อยให้ภาษีรถยนต์ 7 ที่นั่งขาดต่อเกิน 1 ปี แต่ยังไม่ถึง 3 ปี จะต้องเสียค่าปรับในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนของค่าภาษีที่ต้องชำระ นับตั้งแต่วันที่เลยกำหนดชำระไปจนถึงวันที่ไปทำการต่อภาษีให้เรียบร้อย

นอกจากนี้ หากปล่อยให้ภาษีขาดเกิน 3 ปี กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการระงับทะเบียนรถคันดังกล่าว ทำให้ป้ายทะเบียนเดิมถูกยกเลิกและไม่สามารถใช้งานรถได้ หากต้องการนำรถกลับมาใช้งานจะต้องดำเนินการขอจดทะเบียนรถใหม่ทั้งหมด พร้อมกับชำระภาษีรถยนต์ย้อนหลังสูงสุดไม่เกิน 3 ปี รวมถึงค่าปรับในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนของค่าภาษีที่ค้างชำระ


ต่อภาษีรถยนต์ ใช้เอกสารอะไรบ้าง

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการต่อภาษีรถยนต์ 7 ที่นั่ง ได้แก่

  • สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ (ตัวจริงหรือสำเนา)
  • หลักฐานการทำประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ที่ยังไม่หมดอายุ
  • ใบรับรองการตรวจสภาพรถยนต์ (ตรอ.) (เฉพาะรถยนต์อายุเกิน 7 ปี)
  • ใบรับรองการติดตั้งจากวิศวกร กรณีต่อภาษีรถยนต์ 7 ที่นั่งติดแก๊ส LPG และ NGV


ภาษีรถยนต์ 7 ที่นั่ง อย่าลืมจ่ายต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

การชำระภาษีรถยนต์ 7 ที่นั่ง ถือเป็นหน้าที่สำคัญตามกฎหมายที่จะต้องจ่ายเป็นประจำทุกปี การจ่ายภาษีรถยนต์อย่างต่อเนื่องจะช่วยลดความกังวล ป้องกันการเกิดค่าปรับที่ไม่จำเป็นลงได้ แต่หากมีความกังวลเรื่องเงินล่ะก็ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ช่วยคุณได้ด้วยบริการสินเชื่อรถแลกเงินไม่ว่ารถยังผ่อนอยู่ หรือรถปลอดภาระแล้วก็ขอกู้/ขอสินเชื่อรถยนต์ได้ ที่ให้วงเงินสูงสุด 100% พร้อมไปหาถึงที่ อาชีพไหนก็สมัครได้ อีกทั้งยังมีบริการ พี่เบิ้ม Delivery ไปประเมินราคารถให้ถึงหน้าบ้าน อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน และผ่อนได้นานสูงสุด 84 เดือน




กรุณาศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนทำการสมัคร

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

*วงเงินอนุมัติเป็นไปตามความสามารถในการชำระหนี้และราคาประเมินมูลค่ารถ v*อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือพร้อมเพย์

*เมื่อวงเงินกู้ 200,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 84 เดือน

*กรณีรถยนต์ติดไฟแนนซ์ อนุมัติและโอนเงินหลังจากกรรมสิทธิ์ในรถเป็นชื่อผู้กู้เรียบร้อยแล้ว

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี

กรณีที่รถยังผ่อนไม่หมด สามารถนำมาประเมินวงเงินเบื้องต้นก่อนได้