สำหรับมนุษย์เงินเดือน "เงินสมทบ" ที่ถูกหักออกจากเงินเดือนทุกเดือนไม่ได้หายไปไหน นอกจากจะได้รับสิทธิ์การรักษาพยาบาล กรณีเจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุ ทุพพลภาพ คลอดบุตร หรือเสียชีวิตแล้ว ส่วนหนึ่งจะถูกสะสมไว้เป็น "เงินชราภาพ" เพื่อใช้เป็นทุนสำรองในวันที่เราเกษียณอายุ วันนี้ KTC จะพาไปเจาะลึกทุกประเด็นรวมทุกข้อควรรู้เกี่ยวกับเงินชราภาพ ประกันสังคม โดยเฉพาะในปี 2569 ที่มีการเริ่มใช้ "เพดานเงินเดือนใหม่" ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเงินที่จะได้รับ
เงินชราภาพคืออะไร?
เงินชราภาพคือสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนได้รับจากกองทุนประกันสังคมเมื่อถึงวัยเกษียณ คือหลักประกันของมนุษย์เงินเดือนที่ทำให้ผู้ประกันตนอุ่นใจว่าจะมีเงินออมไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ โดยมีเงื่อนไขตามกฎหมายว่าต้องมีอายุครบ 55 ปี และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
ขอบคุณรูปภาพจาก โพสต์ของ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน - Social Security Office
เพดานเงินเดือนประกันสังคมใหม่ ปี 2569
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ประกันสังคมมีการ "ปรับเพดานค่าจ้าง" ที่ใช้คำนวณเงินสมทบเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี จากเดิมสูงสุด 15,000 บาท ขยับขึ้นเป็นขั้นบันได ดังนี้
แหล่งที่มาของเงินสมทบ
เงินส่วนนี้มาจาก 3 ทางหลัก (สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33) ได้แก่:
- ลูกจ้าง: จ่าย 5% ของค่าจ้าง
- นายจ้าง: จ่าย 5% ของค่าจ้าง
- รัฐบาล: สนับสนุนเพิ่มเติมเข้ากองทุน
เงื่อนไขการรับเงินชราภาพ
เงินชราภาพจากกองทุนประกันสังคม เป็นสิทธิประโยชน์สำคัญที่ผู้ประกันตนจะได้รับเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ โดยการรับเงินจะขึ้นอยู่กับ อายุ ระยะเวลาการส่งเงินสมทบ และสถานะผู้ประกันตน ซึ่งสามารถแบ่งเงื่อนไขหลักได้ดังนี้
ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39
- ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือลูกจ้างในสถานประกอบการเอกชน ที่มีนายจ้างตามกฎหมายแรงงาน หรือก็คือพนักงานประจำที่มีเงินเดือนและจ่ายเงินประกันสังคม นายจ้างหักเงินสมทบจากเงินเดือนทุกเดือน
- ผู้ประกันตนมาตรา 39 คือ อดีตผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ลาออกจากงานแล้ว แต่สมัครต่อสิทธิด้วยตนเองภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์เดิม
โดยทั้งผู้ประกันตนมาตรา 33 และ ผู้ประกันตนมาตรา 39 จะต้องมีเงื่อนไขรับเงินชราภาพดังนี้
1. ต้องมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
2. ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง (ลาออก หรือหยุดส่งเงินสมทบ)
กรณีเสียชีวิต
หากผู้ประกันตนเสียชีวิตก่อนได้รับเงินชราภาพ หรือได้รับบำนาญยังไม่ครบตามกำหนด สิทธินี้จะตกเป็นของ "ทายาทโดยธรรม" ทันที
“เพดานเงินเดือนประกันสังคมใหม่ ปี 2569” กระทบเงินชราภาพไหม?
เฉพาะคนเงินเดือนเกินเพดานเดิม เพราะ ค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบและสิทธิประโยชน์จะอิง “ฐานค่าจ้าง/เพดาน” เมื่อเพดานสูงขึ้น ฐานที่นำไปคิดสิทธิต่าง ๆ รวมถึงเงินชราภาพ ก็มีโอกาสสูงขึ้นตาม
ตัวอย่าง วิธีคำนวณเงินชราภาพแบบเพดานเงินเดือนประกันสังคมใหม่ ปี 2569
กรณีผู้ประกันตนได้เงินเดือนเฉลี่ยสูงสุด 17,500 บาทต่อเดือน และส่งเงินสมทบมาแล้ว 20 ปี มีวิธีคำนวณ 2 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1 ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับเงินบำนาญ 20%
ส่วนที่ 2 ปีที่ 16–20 (รวม 5 ปี) จะได้รับเงินบำนาญ เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 1.5 ต่อปี
รวมเงินบำนาญ 20 ปี เท่ากับ 20% + 7.5% = 27.5%
ดังนั้น ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญ (จ่ายรายเดือน ตลอดชีพ) = 27.5% ของ 17,500 บาท คิดเป็นเงิน 4,812.50 บาทต่อเดือน
เปรียบเทียบเงินชราภาพ : เพดานเก่า vs เพดานใหม่ ปี 2569
1. กรณีเพดานเก่า (15,000 บาท)
- สูตรการคิด: 20% (15 ปีแรก) + [1.5% × 5 ปีที่เกินมา = 7.5%] = 27.5%
- เงินบำนาญที่จะได้รับ: 15,000 x 27.% = 4,125 บาท/เดือน
2. กรณีเพดานใหม่ปี 2569 (17,500 บาท)
สูตรการคิด: (ใช้สัดส่วน 27.5% เท่าเดิม)
เงินบำนาญที่จะได้รับ: 17,500 x 27.5% = 4,812.50 บาท/เดือน
ส่วนต่าง: คุณได้รับเงินเพิ่มขึ้นถึง 687.50 บาท/เดือน (หรือปีละ 8,250 บาท)
ตารางเงินบำนาญชราภาพตามเพดานเงินเดือนใหม่และตามระยะเวลาส่งเงินสมทบ
เงินชราภาพจ่ายแบบไหน ?
เงินชราภาพ ประกันสังคม ยามเกษียณจะจ่ายเป็นเงินก้อน (จ่ายครั้งเดียว) หรือจ่ายเป็นรายเดือน ตลอดชีวิต ผู้ประกันตนไม่สามารถเลือกรับเป็นบำเหน็จ หรือบำนาญได้เอง แต่จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
เงินบำเหน็จชราภาพ (เงินก้อน)
กรณีรับบำเหน็จ เงินชราภาพ ประกันสังคม (จ่ายครั้งเดียว)
เงื่อนไข ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน หรือน้อยกว่า 15 ปี แบ่งเป็น 2 กรณีคือ
- ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบน้อยกว่า 12 เดือน จะได้รับเงินชราภาพของผู้ประกันตนฝ่ายเดียว โดยจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่าที่ผู้ประกันตนจ่ายให้กับสำนักงานประกันสังคม หรือคิดเป็นร้อยละ 3 ของค่าจ้างแต่ละปี
- ผู้ประกันตนจ่ายสมทบมากกว่า 12 เดือน แต่ไม่ถึง 180 เดือน จะได้รับเงินออมชราภาพของผู้ประกันตน + เงินสมทบนายจ้าง + ผลประโยชน์ตอบแทน ตามยอดเงินชราภาพ หรือคิดเป็นร้อยละ 6 ของค่าจ้างแต่ละปี
เงินบำนาญชราภาพ (รายเดือน)
กรณีรับบำนาญ เงินชราภาพ ประกันสังคม (จ่ายรายเดือน ตลอดชีพ หลังอายุ 55 ปี)
เงื่อนไข ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน หรือ 15 ปี แบ่งเป็น 2 กรณีคือ
- ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้รับบำนาญชราภาพ เท่ากับ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท)
- ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพ เพิ่มขึ้นอีก 1.5% ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน
ความแตกต่างของเงินชราภาพ มาตรา 33 และมาตรา 39
ความแตกต่างของการคำนวณเงินชราภาพประกันสังคม ระหว่างมาตรา 33 และมาตรา 39 คือฐานเงินเดือนที่ใช้คิด ดังนี้
- ผู้ประกันตนมาตรา 33 รับสิทธิ์กรณีชราภาพ โดยใช้ฐานเงินเดือนตามฐานที่มีการนำส่งเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
- ผู้ประกันตนมาตรา 39 รับสิทธิ์กรณีชราภาพ โดยใช้ฐานเงินเดือน 4,800 บาท
ดังนั้น ถ้า 60 เดือนสุดท้าย เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จะใช้ฐานของมาตรา 33ถ้า 60 เดือนสุดท้ายเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 จะใช้ฐานของมาตรา 39 ถ้า 60 เดือนสุดท้ายเป็นมาตรา 33 และมาตรา 39 ประกันสังคมจะเฉลี่ยให้ตามสัดส่วน
วิธีขอรับเงินชราภาพ
เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ จะได้รับ “เงินชราภาพ” ทางสำนักงานประกันสังคมจะมีหนังสือแจ้งไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ให้เร่งมาดำเนินการตามสิทธิที่พึงมีทันที หากช้ากว่านั้น ต้องไม่เกิน 2 ปี สามารถไปแจ้งความจำนงที่สำนักงานประกันสังคมตามความสะดวกของผู้ประกันตน ยกเว้น สำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข
กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สปส. 2-01)
- สำเนามรณะบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพ
- สำเนาทะเบียนสมรสของผู้ประกันคนและของบริดามารดา (ถ้ามี)
- สำเนาสูติบัตรของบุตรหรือสำเนาทะเบียนบ้านของบุตร กรณีไม่มีสูติบัตร
- หนังสือระบบให้เป็นผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพ (ถ้ามี)
กรณีบำนาญชราภาพ
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สปส. 2-01)
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอฯ
ช่องทางยื่นคำขอ
- ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ
- ยื่นทางไปรษณีย์ โดยมีหลักฐานครบถ้วน
ระยะเวลารอรับเงิน
- ควรยื่นเรื่องภายใน 2 ปี นับแต่วันที่มีสิทธิ
- ปกติจะได้รับเงินภายใน 1-2 เดือนหลังจากเอกสารครบถ้วน
เงินชราภาพโอนผ่านพร้อมเพย์ได้ไหม?
- กรณีโอนเงินผ่านบริการพร้อมเพย์ไม่มีค่าธรรมเนียม เว้นแต่มีการโอนเงินเกินครั้งละมากกว่า 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาทต่อรายการ จะมีค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน 2 บาทต่อรายการ
- กรณีโอนผ่านธนาคาร(ไม่ผ่านบริการพร้อมเพย์) จะมีค่าธรรมเนียมรายการละ 5 บาท
เงินชราภาพกรณีเสียชีวิต
หากผู้ประกันตนรับบำนาญไปแล้วแต่เสียชีวิตภายใน 60 เดือน (5 ปี) นับแต่เดือนที่มีสิทธิรับบำนาญ ทายาทจะได้รับ เงินบำเหน็จชราภาพ เป็นจำนวนเท่ากับเงินบำนาญรายเดือนที่เหลือจนครบ 60 เดือน เพื่อเป็นการดูแลครอบครัวของผู้ประกันตน
เงินสมทบชราภาพ ขอรับเงินบางส่วนก่อนอายุ 55 ปีได้หรือไม่
ตามปกติ ประกันสังคมกำหนดให้ได้รับเงินชราภาพประกันสังคม เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ วันที่ 10 พ.ค. 2565 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ 3 ประเด็น ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ ดังนี้
- ขอเลือก: ให้ผู้ประกันตนที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ สามารถเลือกรับเงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญชราภาพได้
- ขอคืน: ในกรณีเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ สาธารณภัย หรือเหตุการณ์อื่นใดอันส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตน สามารถนำเงินสะสมกรณีชราภาพบางส่วน ออกมาใช้ได้ก่อนอายุ 55 ปีบริบูรณ์
- ขอกู้: สามารถนำเงินสะสมกรณีชราภาพบางส่วน ไปเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินได้
ทั้งนี้ ปัจจุบันคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในหลักการแล้ว อยู่ในขั้นตอนการเร่งดำเนินการทางกฎหมาย และรอประกาศจากสำนักงานประกันสังคม
ถ้าเปลี่ยนจาก ม.33 ไป ม.39 จะได้เงินลดลงไหม?
มีโอกาส ลดลง หากคุณรับบำนาญ เพราะบำนาญคิดจากฐานเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ซึ่ง ม.39 ฐานเงินเดือนต่ำกว่ามาก
เงินชราภาพ ประกันสังคม กี่วันได้เงิน?
เงินบำเหน็จชราภาพ จะได้รับภายใน 7-10 วันทำการ (ไม่นับวันหยุดราชการ) หลังจากได้รับการอนุมัติ
เงินบำนาญชราภาพ หลังจากได้รับการอนุมัติแล้ว เงินจะโอนเข้าบัญชีภายในวันที่ 25 ของเดือนถัดไป หากวันที่ 25 ตรงกับวันหยุดราชการ สปส. จะโอนให้ก่อนวันหยุดราชการ
ช่องทางตรวจสอบสิทธิเงินชราภาพ
มนุษย์เงินเดือนสามารถเช็คยอดเงินสะสมชราภาพได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางดังนี้:
1. เว็บไซต์: www.sso.go.th
2. Application: SSO Connect (เช็คได้ทั้งยอดเงินสะสมและสิทธิการรักษา)
3. Line Official: @ssothai
เรียกได้ว่ารวบรวมมาให้ครบ จบทุกข้อสงสัย สำหรับข้อควรรู้เกี่ยวกับเงินชราภาพประกันสังคม ว่าจะได้เมื่อไหร่ พร้อมตารางเงินสมทบ แม้ว่าเราจะมีเงินออมสะสมยามเกษียณในรูปแบบเงินชราภาพประกันสังคมแล้ว แต่ก็อย่าลืมสร้างวินัยการออมเงิน และวางแผนการใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดด้วยการจับจ่ายผ่านบัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่น ให้ความคุ้มค่าในการจับจ่ายได้มากกว่า อาทิ คะแนนสะสม KTC FOREVER ที่มาสามารถใช้แลกรับส่วนลด หรือเครดิตเงินคืนได้ นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตอีกมากมาย ทั้งส่วนลดร้านอาหาร และแบรนด์ดังชั้นนำ อีกทั้งไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ สนใจสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ คลิกเลย
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC



