สำหรับบุคลากรทางการศึกษาที่เพิ่งบรรจุในตำแหน่งครูผู้ช่วย คำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นอยู่เสมอ ๆ ในช่วงแรกเริ่มของการทำงานก็คือ “รายได้เริ่มต้นจะเพียงพอต่อการดำรงชีวิตและจัดการภาระค่าผ่อนต่าง ๆ ได้อย่างไร” โดยเฉพาะกับเหล่าคนที่มีภาระผ่อนรถ การบริหารจัดการเงินเดือนก้อนนี้ก็ยิ่งเป็นสิ่งน่ากังวล เนื่องจากจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับโครงสร้างรายได้ที่อาจจะยังไม่สูงมากนักในช่วงแรกของชีวิตการทำงาน

อย่างไรก็ตาม รายได้ในตำแหน่งครูผู้ช่วยนั้นสามารถบริหารจัดการให้เพียงพอต่อการดำรงชีพได้ หากมีการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ และใช้จ่ายตามแผนที่วางไว้อย่างดี ด้วยเหตุนี้ KTC จึงได้รวบรวมข้อมูลรายได้ของครูผู้ช่วย ฉบับอัพเดท ปี 2569 พร้อมเปิดแนวทางการบริหารจัดการเงินเพื่อให้มีเงินออม และสามารถผ่อนชำระสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขาดสภาพคล่อง

 

เงินเดือนครูผู้ช่วย 2569 ได้เท่าไร?

ภายหลังการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งผลให้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุของตำแหน่งครูผู้ช่วยมีการปรับขึ้น ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา โดยอัตราเงินเดือนครูผู้ช่วยที่ปรับขึ้นนี้จะคำนวณตามคุณวุฒิการศึกษาที่ ก.ค.ศ. รับรอง โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • เงินเดือนครูผู้ช่วย วุฒิปริญญาตรี (หลักสูตร 4 ปี) อัตราเงินเดือนเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 18,220 บาท และจะปรับเพิ่มขึ้นตามวุฒิการศึกษาและอายุราชการ
  • เงินเดือนครูผู้ช่วย วุฒิปริญญาตรี หลักสูตร 5 ปี หรือผู้ที่มีประกาศนียบัตรบัณฑิต (หลักสูตรไม่น้อยกว่า 1 ปี ต่อจากวุฒิปริญญาตรี 4 ปี) อัตราเงินเดือนเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 19,120 บาท
  • เงินเดือนครูผู้ช่วย วุฒิปริญญาตรีหลักสูตร 6 ปี อัตราเงินเดือนเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 21,410 บาท
  • เงินเดือนครูผู้ช่วย วุฒิปริญญาโททั่วไป อัตราเงินเดือนเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 21,410 บาท
  • เงินเดือนครูผู้ช่วย วุฒิปริญญาโท ที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ปี ต่อจากวุฒิปริญญาตรีที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษา ไม่น้อยกว่า 5 ปี อัตราเงินเดือนเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 22,620 บาท
  • เงินเดือนครูผู้ช่วย วุฒิปริญญาเอก อัตราเงินเดือนเริ่มต้นจะเท่ากับอัตราเงินเดือนในระดับ คศ.1 โดยจะเริ่มต้นที่ประมาณ 25,600 บาท

อย่างไรก็ดี อัตราเงินเดือนทั้งหมดข้างต้นเป็นเพียงอัตราเงินเดือนของข้าราชการในภาครัฐเท่านั้น โดยครูผู้ช่วยที่ทำงานในสังกัดสถาบันศึกษาภาคเอกชนก็จะมีอัตราเงินเดือนที่แตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่แต่ละสถาบันกำหนด

 

รายจ่ายหลักของครูผู้ช่วยมีอะไรบ้าง

การวางแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการวิเคราะห์รายจ่ายคงที่และรายจ่ายผันแปรที่จะเกิดขึ้นในแต่ละเดือน ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักรายเดือนที่ผู้มีรายได้ส่วนใหญ่จำเป็นต้องรับผิดชอบ ที่หากบริหารจัดการได้ดีเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้นเท่านั้น

  1. ค่าที่พักอาศัย เป็นรายจ่ายคงที่ก้อนใหญ่ โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องปฏิบัติราชการต่างภูมิลำเนา ซึ่งจะมีภาระค่าเช่าสำหรับที่พักประมาณ 2,000 - 5,000 บาทต่อเดือน
  2. ค่าอุปโภคบริโภคและค่าเดินทาง ซึ่งโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ราว ๆ 3,000 - 5,000 บาทต่อเดือน ตามระยะทางและอัตราค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่
  3. ภาระผ่อนชำระยานพาหนะ สำหรับผู้ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกล รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์จึงถือเป็นสิ่งสำคัญในการใช้เดินทางไปปฏิบัติงาน
  4. ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลและการพัฒนาตนเอง เช่น ค่าอุปกรณ์การสอน และการศึกษาต่อเพื่อเพิ่มวิทยฐานะ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

 

สูตรบริหารเงินเดือนอย่างเข้าใจง่าย ฉบับครูผู้ช่วย

เพื่อจุดมุ่งหมายในการสร้างสมดุลทางการเงิน ครูผู้ช่วยสามารถบริหารจัดการเงินเดือนโดยแบ่งรายได้ออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

  • แบ่งเงิน 50% สำหรับรายจ่ายจำเป็น ครอบคลุมค่าที่พัก อาหาร และการเดินทาง อาจคิดเป็นจำนวน 7,500 - 9,000 บาท
  • แบ่งเงิน 30% สำหรับไลฟ์สไตล์และภาระหนี้ รวมค่าผ่อนรถและค่าใช้จ่ายส่วนตัว ดังนั้น ค่าผ่อนรถที่เหมาะสมจึงไม่ควรเกิน 3,000 – 4,000 บาท เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ และโดยรวมอยู่ในระหว่าง 4,500 - 5,400 บาท
  • แบ่งเงิน 20% สำหรับเงินออมสำรอง ควรออมทันทีที่รายได้เข้าบัญชีเพื่อสร้างวินัยทางการเงิน โดยอาจเริ่มต้นที่ 3,000 – 3,600 บาท ในกรณีเป็นครูผู้ช่วยแรกบรรจุ


5 กลยุทธ์จัดการเงินให้ พอใช้ มีออม และผ่อนไหว

สำหรับ 5 กลยุทธ์บริหารจัดการเงินเดือนให้ใช้เพียงพอ ยังคงมีเก็บออม และผ่อนชำระหนี้ไหว มีดังนี้

  1. แยกบัญชีเงินให้ชัดเจน โดยควรมีอย่างน้อยสองบัญชี ได้แก่ บัญชีใช้จ่าย และบัญชีเก็บออม เมื่อเงินเดือนเข้าให้โอนเงินในส่วนที่ต้องการเก็บออมออกก่อนทันที โดยวิธีนี้จะช่วยให้ไม่เผลอใช้เงินออมไปโดยไม่รู้ตัว
  2. ควบคุมค่าใช้จ่ายคงที่ให้อยู่ในงบรายเดือนที่ตั้งไว้ โดยรายจ่ายคงที่อย่างค่าเช่าและค่าผ่อนต่าง ๆ ไม่ควรเกิน 50% ของรายได้รวมต่อเดือน เพราะหากเกินงบในส่วนนี้จะส่งผลให้เหลือเงินทุนหมุนเวียนระหว่างเดือนน้อยมาก จนนำไปสู่การขาดสภาพคล่อง
  3. ไม่ผ่อนเกินกำลัง สิ่งสำคัญคือค่าผ่อนรวมทุกอย่างต่อเดือนไม่ควรเกิน 30 - 35% ของรายได้ สำหรับครูผู้ช่วยแรกบรรจุที่ได้รับเงินเดือน 18,220 บาท ค่าผ่อนรถไม่ควรเกิน 3,500 - 4,500 บาทต่อเดือน เพื่อไม่ให้กระทบกับสัดส่วนค่าผ่อนอื่น ๆ
  4. มีเงินสำรองฉุกเฉิน ซึ่งควรตั้งเป้าไว้อย่างน้อย 3 เดือนของค่าใช้จ่าย เพราะในแต่ละเดือนอาจมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ เช่น ค่าซ่อมรถหรือค่ารักษาพยาบาล
  5. วางแผนก่อนใช้เงินทุกเดือน โดยในช่วงก่อนสิ้นเดือนอาจจะลองจดบันทึกดูว่า เดือนหน้าจะมีค่าใช้จ่ายพิเศษอะไรบ้าง เพื่อวางแผนเตรียมงบไว้ล่วงหน้า และปรับแผนการเงินในเดือนนั้น ๆ ให้สอดคล้องกัน

เครื่องมือทางการเงินและการบริหารสภาพคล่อง (Cash Flow)

สำหรับครูผู้ช่วยที่จำเป็นต้องจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตลอดทั้งเดือน การรู้จักใช้เครื่องมือช่วยบริหารจัดการเงินให้ราบรื่นขึ้น นับเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดย 3 ประโยชน์หลัก ๆ ของการใช้เครื่องมือทางการเงินมีดังนี้

  1. ช่วยจัดระเบียบรายจ่าย เพราะจะทำให้รู้ว่าเงินเดือนออกไปทางไหนบ้าง พร้อมยังช่วยในการพิจารณาตัดทอนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกได้ง่ายยิ่งขึ้น
  2. เลื่อนจังหวะการจ่ายเงิน ค่าใช้จ่ายบางอย่างสามารถจัดรอบให้ตรงกับรอบเงินเดือนได้ ผ่านการใช้เครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ โดยเฉพาะกับ “บัตรเครดิต” ที่สามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการที่หน้าร้านค้าและผ่านช่องทางออนไลน์ จากนั้นจึงค่อยชำระคืนภายหลังในวันครบกำหนดชำระ ช่วยจะลดแรงกดดันทางการเงินในช่วงกลางเดือนได้เป็นอย่างดี
  3. บริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงิน (Cash Flow) เพื่อให้มีเงินพร้อมใช้เมื่อต้องการ

 

เปลี่ยนรายจ่ายประจำให้คุ้มค่ามากขึ้นด้วยบัตรเครดิต KTC

สำหรับรายจ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายเป็นประจำอยู่ทุกเดือนนั้น หากเลือกจ่ายผ่านบัตรเครดิตที่มีสิทธิประโยชน์ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่การใช้จ่าย อย่างบัตรเครดิต KTC จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการคะแนนสะสมจากทุกการใช้จ่าย โปรโมชั่นส่วนลดจากร้านค้าที่ใช้เป็นประจำ และสิทธิพิเศษที่เปลี่ยนค่าใช้จ่ายเดิมให้มีมูลค่าคืนกลับมา

 

ใช้บัตรเครดิตช่วยบริหารเงินครูผู้ช่วยอย่างไรให้ “ไม่ตึงมือ”

การใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธีถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์บริหารจัดการเงินให้คล่องตัวขึ้น โดยไม่สร้างหนี้ โดยมีหลักการดังนี้

  • จัดการค่าใช้จ่ายรายเดือนคงที่ด้วยบัตรเครดิต เช่น ค่าน้ำมัน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ แทนการใช้จ่ายด้วยเงินสด ซึ่งจะช่วยให้เหลือเงินสดไว้ในบัญชีและพร้อมสำรองไว้ใช้จ่ายในยามจำเป็น
  • จัดรอบบิลให้เงินไม่ตึงมือ เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เลือกชำระผ่านบัตรเครดิตในเดือนนี้จะเป็นยอดที่ถูกเรียกเก็บในรอบเดือนถัดไป การยืดระยะเวลาชำระออกไปช่วยให้มีเวลาจัดการเงินได้ดีขึ้น
  • ไม่พลาดใช้โปรโมชั่นผ่อน 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ โดยเฉพาะสำหรับค่าสินค้าที่จำเป็นต้องซื้อ เช่น อุปกรณ์การสอนหรืออุปกรณ์ไอทีอื่น ๆ การจ่ายด้วยเงินสดก้อนใหญ่ในครั้งเดียว อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินในอนาคต เนื่องจากในเดือนนั้น ๆ อาจมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินอื่น ๆ เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว
  • การได้รับคะแนน KTC FOREVER จากรายจ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายอยู่แล้วทุกเดือน ทำให้ได้รับความคุ้มค่ากลับคืน เพราะคะแนนเหล่านี้สามารถนำไปรับแลกส่วนลดหรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้ และสำหรับบัตรเครดิต KTC การใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด ครบ 25 บาท จะได้รับ 1  คะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและคะแนนไม่มีวันหมดอายุ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q : ครูผู้ช่วยเงินเดือนไม่สูง ซื้อรถได้ไหม?

A : สามารถซื้อรถ และผ่อนรถได้ แต่จะต้องเลือกซื้อรถที่ค่างวดสอดคล้องกับรายรับในแต่ละเดือน สำหรับครูผู้ช่วยเงินเดือนแรกบรรจุที่ 18,220 บาท ค่างวดรถไม่ควรเกิน 3,000 - 4,500 บาทต่อเดือน ซึ่งจะเหมาะกับรถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์มือสองที่ราคาไม่สูงมาก

 

Q : เงินเดือนครูผู้ช่วย ควรแบ่งผ่อนรถเดือนละเท่าไหร่?

A : โดยปกติแล้วค่าผ่อนรวมทุกอย่างต่อเดือนจะไม่ควรเกิน 30 - 35% ของรายได้ ซึ่งหากจำเป็นต้องแบกภาระค่าผ่อนอื่น ๆ อีก ค่าผ่อนรถจึงไม่ควรเกิน 25% เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนเพียงพอ

 

Q : ครูผู้ช่วยเงินเดือนไม่สูง ควรออมเงินเท่าไหร่?

A : แนะนำให้เก็บออมอย่างน้อย 10 - 15% ของรายได้ จากนั้นจึงค่อยเพิ่มสัดส่วนเงินออมขึ้นเมื่อรายได้สูงขึ้นหรือสามารถลดรายจ่ายได้

 

Q : ใช้บัตรเครดิตช่วยบริหารเงินเดือนได้จริงไหม?

A : บัตรเครดิตสามารถช่วยบริหารเงินเดือนได้จริง หากใช้อย่างมีวินัย โดยหลักการสำคัญ คือ การจ่ายคืนเต็มจำนวนในทุกรอบบิล ไม่ใช้เกินวงเงินที่จ่ายไหว และเลือกใช้เฉพาะค่าใช้จ่ายที่วางแผนไว้แล้วเท่านั้น วิธีนี้จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการเงินได้ง่ายขึ้น ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดหนี้ และได้รับสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตอย่างแท้จริง

 

เมื่อมีแผนการเงินที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้จ่าย และมีเครื่องมือทางการเงินที่ดี อย่างบัตรเครดิต KTC ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนครูผู้ช่วยแรกบรรจุ หรือเงินเดือนครูผู้ช่วยระดับสูง ก็สามารถแบ่งใช้ให้เหลือออมและแบ่งผ่อนรถได้ เริ่มต้นบริหารรายจ่ายให้คล่องตัวขึ้นและใช้ชีวิตอย่างมั่นใจตั้งแต่วันนี้ ไปกับ บัตรเครดิต KTC ที่สามารถสมัครออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า พร้อมรับความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายกับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC