ข้าราชการ อาชีพที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ใครหลายๆ คนให้ความสนใจ หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ มีสวัสดิการที่ดี ไม่เพียงแค่ตนเองเท่านั้น แต่ครอบครัวก็ได้ด้วย อย่างเรื่องการรักษาพยาบาล มีสิทธิรักษาพยาบาล เบิกจ่ายตรง ด้วย ส่วนจะเช็กวิธีเบิกจ่ายตรง ค่ารักษาพยาบาลอย่างไร KTC มัดรวมทุกเรื่องที่ต้องการรู้มาไว้ให้ที่นี่แล้ว


สิทธิรักษาพยาบาล คืออะไร?

สิทธิรักษาพยาบาล คือ สิทธิ์ขั้นพื้นฐานของคนไทยทุกคน ที่รัฐบาลมอบให้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม คนไทยได้รับการคุ้มครองสิทธิการรักษาพยาบาลจากรัฐบาล โดยมี 3 ระบบใหญ่คือ

  1. สิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการ
  2. สิทธิประกันสังคม
  3. สิทธิหลักประกันสุขภาพ 30 บาท

ซึ่งรัฐบาลให้การดูแลค่าใช้จ่ายแตกต่างกันดังนี้

  1. สิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการ คุ้มครองบริการรักษาพยาบาลให้กับข้าราชการ คู่สมรส และบุคคลในครอบครัว (ได้แก่ บิดา มารดาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิ์ คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิ์ และบุตร ไม่เกิน 3 คน เรียงลำดับก่อนหลัง ต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย และยังไม่บรรลุนิติภาวะ คือ อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์) เมื่อเจ็บป่วยสามารถเข้ารับบริการรักษาพยาบาลได้ที่โรงพยาบาลของรัฐ โดยมีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ทำหน้าที่ดูแลระบบออกกฎระเบียบ
  2. สิทธิประกันสังคม คุ้มครองบริการรักษาพยาบาลให้กับผู้ประกันตนตามสิทธิ์ สามารถเข้ารับบริการรักษาพยาบาลได้ที่โรงพยาบาลที่เลือกลงทะเบียน โดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ทำหน้าที่ดูแลระบบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล
  3. สิทธิหลักประกันสุขภาพ 30 บาท คุ้มครองบุคคลที่เป็นคนไทยมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการข้าราชการ หรือสิทธิประกันสังคม หรือสิทธิสวัสดิการรัฐวิสาหกิจหรือสิทธิอื่นๆ จากรัฐ ให้ได้รับบริการสาธารณสุข ทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัย การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 โดยมีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทำหน้าที่บริหารจัดการระบบเพื่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอย่างทั่วถึง ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด




สิทธิรักษาพยาบาล เบิกจ่ายตรง คือ สวัสดิการของข้าราชการ และบุคคลในครอบครัว


สิทธิเบิกจ่ายตรง คืออะไร?

สิทธิเบิกจ่ายตรง คือ สิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ คู่สมรส บิดา มารดา ในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล นอกเหนือไปจากกองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ สิทธิเบิกจ่ายตรง ค่ารักษาพยาบาล เป็นโครงการแบบสมัครใจ หมายความว่าผู้มีสิทธิ์หรือบุคคลในครอบครัวไม่ต้องการสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน หรือไม่อยากยุ่งยากที่ต้องเดินทางไปขอหนังสือรับรองจากต้นสังกัด ก็สามารถสมัครเข้าโครงการเบิกจ่ายตรงนี้ได้

โดยกรมบัญชีกลาง จะเป็นผู้ดำเนินการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ คู่สมรส บิดา มารดา ผู้มีสิทธิ์ และบุคคลในครอบครัวให้กับสถานพยาบาล ซึ่งจะมีการส่งข้อมูลทั้งข้อมูลข้าราชการ คู่สมรส บิดา มารดา ผู้มีสิทธิ์ และบุคคลในครอบครัว ข้อมูลการรักษาพยาบาล และข้อมูลการจ่ายเงิน ที่ดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครอบคลุมทั้งระบบการเบิกจ่ายตรงผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน

ผู้มีสิทธิ์ที่จะใช้โครงการเบิกจ่ายตรงนั้น จะต้องดำเนินการลงฐาน บุคลากรภาครัฐของตนเองและบุคคลในครอบครัวให้เรียบร้อยสมบูรณ์ก่อนใช้ สิทธิ์ 15-20 วัน ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งระบบเบิกจ่ายตรงผู้ป่วยนอกและระบบจ่าย ตรงผู้ป่วยใน

*หนังสือเวียนหลักๆ ของกรมบัญชีกลางที่เวียนแจ้งส่วนราชการเกี่ยวกับ โครงการเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ได้แก่

  • หนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0417/ว 34 ลงวันที่ 4 ก.ย.49 เรื่อง การบริหารจัดการฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ
  • หนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0417/ว 196 ลงวันที่ 12 ธ.ค.49 เรื่อง ขยายระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนส่วนภูมิภาค เพื่อ ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ


ใครได้สิทธิเบิกจ่ายตรงบ้าง?

  1. ข้าราชการและลูกจ้างประจำ ซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำจากเงินงบประมาณรายจ่าย งบบุคลากรของกระทรวง ทบวง กรม แต่ไม่รวมข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ ซึ่งอยู่ระหว่างรับการศึกษาอบรมในสถานศึกษาของสำนักงานตำรวจก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการประจำ
  2. ลูกจ้างชาวต่างประเทศ ที่มีหนังสือสัญญาจ้างที่ได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณรายจ่าย และสัญญาจ้างนั้น ที่ไม่ได้มีการระบุเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลไว้
  3. ผู้ได้รับบำนาญปกติหรือผู้ได้รับบำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และทหารกองหนุน มีเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด

ขณะเดียวกันในส่วนของผู้มีสิทธิ์ที่เป็น บุคคลในครอบครัว ประกอบด้วย บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิ์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์) หรือบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ที่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีสิทธิ์ แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม รวมถึงคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิ์ และบิดาหรือมารดา

ทั้งนี้ ผู้ที่จะได้สิทธิเบิกจ่ายตรง จะต้องเป็นบุคคล ที่ไม่มีสิทธิ์ซ้ำซ้อนกับสวัสดิการอื่นๆ เช่น สิทธิประกันสังคม สิทธิองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สิทธิรัฐวิสาหกิจ สิทธิองค์กรอิสระ เป็นต้น


วิธีเช็กสิทธิเบิกจ่ายตรง

สามารถตรวจสอบสิทธิเบิกจ่ายตรงได้จาก 3 ช่องทาง คือ

  1. แอปพลิเคชัน CGDiHealthCare โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบน App Store หรือ Google Play
  2. เว็บไซต์ระบบตรวจสอบสิทธิสวัสดิการ https://mbdb.cgd.go.th/wel/ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง โดยดำเนินตามขั้นตอนต่างๆ ที่กำหนดไว้ในเว็บไซต์ของ กรมบัญชีกลาง
  3. ตู้ KIOSK (GOVERNMENT SMART KIOSK)


ขั้นตอนการใช้สิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการแบบเบิกจ่ายตรงผู้ป่วยนอก ผ่านบัตรประชาชน

  1. นำบัตรประชาชนตัวจริงมาแสดงกับเจ้าหน้าที่การเงิน ณ สถานพยาบาลของรัฐและเอกชนที่ร่วมโครงการ โดยผู้มีสิทธิ์/คู่สมรส/บิดา/มารดา/บุตรที่มีอายุ 7 – 20 ปีให้ใช้บัตรประชาชน ส่วนบุตรที่อายุต่ำกว่า 7 ปีให้ใช้เลขบัตรประชาชนของเด็ก และบัตรประชาชนผู้ดูแล ส่วนคู่สมรส/บิดา/มารดา/ ชาวต่างชาติใช้เลข 13 หลักที่ทางราชการออกให้ หากไม่มีให้ใช้เลขที่กรมบัญชีกลางกำหนด สำหรับผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ใช้บัตรประชาชนของผู้ป่วย และของผู้ดูแล
  2. หลังจากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาและทำธุรกรรมแล้ว จะได้รับใบแสดงรายการค่าใช้จ่าย (Sale Slip) เพียง 1 ใบ และไม่ต้องลงนามใน Sale Slip

ผู้มีสิทธิ์ในระบบจ่ายตรงต้องนำบัตรประชาชนมาแสดงสิทธิ์ด้วยทุกครั้ง เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการรับบริการที่โรงพยาบาล หากลืมบัตรประชาชนหรือเอกสารที่กรมบัญชีกลางกำหนด หรือบัตรประชาชนหาย จะต้องสำรองจ่ายเงินค่ารักษาไปก่อน และนำใบเสร็จรับเงินไปเบิกกับส่วนราชการต้นสังกัดภายหลัง


ขั้นตอนการใช้สิทธิข้าราชการเบิกจ่ายตรงผู้ป่วยนอก ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

กดเข้าไปในเมนู “กระเป๋าสุขภาพ” แล้วดำเนินการดังนี้

  1. เลือกเมนูชำระ/เบิกค่ารักษา
  2. เลือกโรงพยาบาลและรายการที่ต้องการใช้ สิทธิเบิกจ่ายตรง
  3. ตรวจสอบรายละเอียดและกดปุ่มยืนยันการใช้สิทธิ์
  4. ระบบแสดงหน้าจอ ใช้สิทธิ์สำเร็จ


ขั้นตอนการชำระค่ารักษาส่วนเกิน

  1. หลังจากกดยืนยันการใช้สิทธิ์แล้ว ให้กด “ชำระค่าบริการ”
  2. เลือกช่องทางการชำระเงินด้วย Krungthai NEXT หรือ QR Payment
  3. กรณีชำระด้วย Krungthai NEXT ระบบจะแสดงแอปพลิเคชันขึ้นมาทันที จากนั้นให้ทำรายการชำระเงิน ส่วนกรณีชำระด้วย QR Payment ระบบจะแสดง QR Code ให้เลือกบันทึก และทำรายการสแกนจ่ายผ่าน Mobile Banking ทุกธนาคาร
  4. เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้วจะแสดงสถานะ


ขั้นตอนการดูประวัติและใบเสร็จรับเงิน

  1. เข้าไปที่เมนู “ประวัติทำรายการ”
  2. เลือก “สิทธิ์อื่น/มีค่าบริการ”
  3. ระบบจะแสดงประวัติการชำระเงินทุกประเภท
  • ใช้สิทธิ์เต็มจำนวน
  • ใช้สิทธิ์ และชำระเงินส่วนเกินสำเร็จ
  • ใช้สิทธิ์แล้ว แต่ยังค้างชำระส่วนเกินอยู่

สามารถ กด “เอกสารทางการเงิน” เพื่อดูใบเสร็จตัวจริง

การเข้ารับการรักษาพยาบาลครั้งแรก (ผู้ป่วยรายใหม่) สถานพยาบาลอาจมีขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อออกบัตรประจำตัวผู้ป่วย หรือการตรวจสอบสิทธิ์ก่อนการเข้ารับการรักษาพยาบาลในเบื้องต้น ซึ่งเป็นขั้นตอนภายในของสถานพยาบาล ข้าราชการ คู่สมรส และบุคคลในครอบครัวจึงต้องปฏิบัติตามวิธีการที่สถานพยาบาลกำหนด

ที่สำคัญ ข้าราชการ คู่สมรส ผู้มีสิทธิ์และบุคคลในครอบครัวควรตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองก่อน เข้ารับการรักษาพยาบาลทุกครั้ง


สำหรับผู้ที่ไม่ใช่ข้าราชการ แต่อยากได้รับสิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาล การดูแลสุขภาพ รวมถึงการใช้จ่ายอื่นๆ สมาชิกบัตรเครดิต KTC แนะนำให้ใช้จ่ายด้วยบัตร มีโปรโมชั่นเปลี่ยนยอดใช้จ่ายเป็นรายการผ่อนด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.74% สูงสุด 10 เดือน ง่ายๆ ผ่านแอป KTC Mobile หรือโทร KTC PHONE 02 123 5000 กด 4 เพื่อเป็นตัวช่วยในการใช้จ่ายที่คุ้มค่ามากขึ้น นอกจากนี้ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ทุก 25 บาทรับคะแนน KTC FOREVER 1 คะแนน สามารถนำไปแลกส่วนลด และสิทธิประโยชน์มากมายได้อีกด้วย สมัครบัตรเครกิต KTC ออนไลน์ได้เลย


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC