การทำงานเกินเวลาปกติเป็นเรื่องที่ลูกจ้างจำนวนมากต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นงานเร่งด่วน โปรเจกต์ที่ต้องปิดให้ทัน หรือการถูกเรียกเข้ามาทำงานในวันหยุด แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเท่าไหร่ตามกฎหมาย ทำให้ไม่รู้วิธีคิดค่าโอทีหรือคิดว่าเป็นหน้าที่ของ Hr ที่ต้องจัดการให้ ซึ่งการไม่เข้าใจเรื่องนี้อาจทำให้ถูกเอาเปรียบโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจวิธีโอที ไปจนถึงตัวอย่างการคำนวณจริงทั้งพนักงานรายเดือนและรายวัน

ลูกจ้างหรือพนักงานประจำต้องทำงานวันละกี่ชั่วโมง

  • กรณีพนักงานทั่วไป :ตามกฎหมายแรงงานกำหนดไว้ให้ลูกจ้างทั่วไป สามารถทำงานได้ไม่เกิน 8 ชั่วโมง/วัน หรือตามสัญญาที่นายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงกันไว้ แต่ต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมง/สัปดาห์ หากเกินกว่านี้จะถือว่าเป็นการทำงานล่วงเวลา
  • กรณีพนักงานทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัย :ตามกฎหมายแรงงานกำหนดไว้ว่าให้ทำงานได้ไม่เกิน 7 ชั่วโมง/วัน และไม่เกิน 42 ชั่วโมง/สัปดาห์
  • นอกจากนี้ ยังมีข้อควรรู้อื่นๆ อีก เช่น
  • ภายใน 1 วัน ลูกจ้างหรือพนักงานจะต้องมีเวลาพักไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง หลังจากที่ลูกจ้างได้ทำงานติดต่อกันไม่เกิน 5 ชั่วโมง โดยสามารถแบ่งเวลาการพักออกเป็นช่วง ๆ ได้ หรือขึ้นอยู่กับการตกลงกัน
  • กรณีที่เป็นวันหยุด ลูกจ้างจะต้องมีวันหยุดอย่างน้อย 2 วัน/สัปดาห์ โดยมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน
  • การทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุด หรือทำงานล่วงเวลาในวันหยุด รวมแล้วจะต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมง/สัปดาห์
  • กรณีที่พนักงานต้องทำงานล่วงเวลามากกว่า 2 ชั่วโมง นายจ้างจำเป็นจะต้องมีเวลาให้ลูกจ้างได้พักอย่างน้อย 20 นาที

https://www.ktc.co.th/upload/pub/media/Article/07/ktc-ot-800x450.webp

 

สรุปอัตราค่า OT ตามกฎหมายแรงงาน

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดอัตราค่าล่วงเวลาไว้ในมาตรา 61 ถึงมาตรา 63 โดยแบ่งตามลักษณะของการทำงานเป็น 3 กรณีหลัก ซึ่งแต่ละกรณีมีอัตราจ่ายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

กรณีการทำงาน

อัตราค่าตอบแทน

อ้างอิงมาตรา

ทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ (เกินเวลาทำงานตามสัญญา)

ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง

มาตรา 61

ทำงานในวันหยุด (ไม่เกินชั่วโมงทำงานปกติ) กรณีลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดอยู่แล้ว (เช่น พนักงานรายเดือน)

ได้รับเพิ่มไม่น้อยกว่า 1 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง

มาตรา 62

ทำงานในวันหยุด กรณีลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด (เช่น พนักงานรายวัน)

ไม่น้อยกว่า 2 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง

มาตรา 62

ทำงานล่วงเวลาในวันหยุด (เกินชั่วโมงทำงานปกติของวันหยุดนั้น)

ไม่น้อยกว่า 3 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง

มาตรา 63

 

วิธีคิดโอที ตามกฎหมายแรงงาน

  • สำหรับวันทำงานปกติ หากต้องทำงานล่วงเวลา จะได้รับไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
  • สำหรับวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
  • กรณีเป็นลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด จะได้เพิ่มขึ้นอีก 1 เท่า ตามชั่วโมงที่ทำงาน
  • กรณีเป็นลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด จะได้ไม่น้อยกว่า 2 เท่า ของค่าจ้างในวันทำงาน ตามชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุด
  • หากต้องทำงานในวันหยุด เกินเวลาปกติของวันทำงานด้วย จะได้เพิ่ม 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ

 

วิธีคิดโอทีสำหรับวันทำงานปกติ

กรณีลูกจ้างประจำ

วิธีคิดโอทีรายเดือนหรือลูกจ้างประจำนั้น มีสูตรการคำนวณ ดังนี้

(เงินเดือน ÷ 30 วัน ÷ ชั่วโมงงานปกติ) x (1.5 หรือ 3 เท่า) X (จำนวนชั่วโมงที่ทำโอที) = ค่าโอทีในวันนั้น


ยกตัวอย่าง :กรณีได้ค่าโอที 1.5 เท่า และทำโอทีไป 2 ชั่วโมง

(15,000 ÷ 30 ÷ 8) x 1.5 x 2 = 187.50 บาท

สรุปจะได้ค่าโอทีเป็นจำนวนเงิน 187.50 บาท

กรณีลูกจ้างรายวัน

วิธีคิดโอทีของลูกจ้างรายวัน มีสูตรการคำนวณ ดังนี้

(ค่าจ้างต่อวัน ÷ ชั่วโมงงานปกติ) x (1.5 หรือ 3 เท่า) X (จำนวนชั่วโมงที่ทำโอที) = ค่าโอทีในวันนั้น


ยกตัวอย่าง :กรณีได้ค่าโอที 3 เท่า และทำโอทีไป 3 ชั่วโมง

(350 ÷ 8) x 3 x 3 = 393.75 บาท

สรุปจะได้ค่าโอทีเป็นจำนวนเงิน 393.75 บาท


วิธีคิดโอทีสำหรับวันหยุด

สำหรับค่าโอทีที่พนักงานจะได้รับ กรณีที่มาทำงานวันหยุดทั่วไปและวันหยุดนักขัตฤกษ์ มีวิธีคิดค่าโอที ดังนี้

กรณีเป็นลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด

หากเป็นลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ตามที่สัญญาระบุ แล้วต้องมาทำงานในวันหยุด ตามเวลาทำงานปกติของตัวเองนายจ้างจะต้องจ่ายค่าทำงานหรือค่าโอทีให้แก่ลูกจ้างเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่า ตามชั่วโมงที่ทำงาน โดยมีสูตรการคำนวณ ดังนี้

(เงินเดือน ÷ 30 วัน ÷ ชั่วโมงงานปกติ) x (1 เท่า) X (จำนวนชั่วโมงที่ทำงาน) = ค่าโอทีในวันนั้น


ยกตัวอย่าง: ทำงานวันหยุดจำนวน 8 ชั่วโมง

(25,000 ÷ 30 ÷ 8) X 1 X 8 = 833.33 บาท

สรุปจะได้ค่าโอทีเป็นจำนวนเงิน 833.33 บาท

กรณีเป็นลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด

หากเป็นลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด แต่จำเป็นต้องมาทำงานในวันหยุดนายจ้างจะต้องจ่ายค่าทำงานหรือค่าโอทีให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 2 เท่า ของค่าจ้างในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุด โดยมีสูตรการคำนวณ ดังนี้

(ค่าจ้างต่อวัน ÷ ชั่วโมงงานปกติ) x (2 เท่า) X (จำนวนชั่วโมงที่ทำงาน) = ค่าโอทีในวันนั้น


ยกตัวอย่าง: ทำงานวันหยุดจำนวน 8 ชั่วโมง

(500 ÷ 8) X 2 X 8 = 1,000 บาท

สรุปจะได้ค่าโอทีเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท

หมายเหตุ -กรณีทำงานในวันหยุดเกินเวลาทำงานปกติของวันทำงาน นายจ้างต้องจ่าย ค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างในอัตรา 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ในวันทำงาน ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือ ตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับ ลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (อ้างอิงจาก :เว็บไซต์กระทรวงแรงงาน)


ตัวอย่างการคำนวณค่า OT ต่อชั่วโมง เทียบระหว่างรายเดือน vs รายวัน

พนักงานรายเดือน

สูตรคำนวณค่าจ้างต่อชั่วโมงของพนักงานรายเดือนคือ นำเงินเดือนหารด้วย 30 วัน แล้วหารด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน จากนั้นจึงคูณด้วยอัตราโอทีและจำนวนชั่วโมงที่ทำจริง

สมมติพนักงานรายเดือนคนหนึ่งมีเงินเดือน 20,000 บาท ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง

อัตราโอที

สูตรคำนวณ

ค่าจ้างต่อชั่วโมง

ตัวอย่างทำ OT 3 ชั่วโมง

1.5 เท่า (ล่วงเวลาวันทำงานปกติ)

(20,000 ÷ 30 ÷ 8) × 1.5

125 บาท

125 × 1.5 × 3 = 562.50 บาท

1 เท่า (ทำงานวันหยุด)

(20,000 ÷ 30 ÷ 8) × 1

83.33 บาท

83.33 × 1 × 3 = 250 บาท

3 เท่า (ล่วงเวลาวันหยุด)

(20,000 ÷ 30 ÷ 8) × 3

250 บาท

250 × 3 × 3 = 2,250 บาท

พนักงานรายวัน

พนักงานรายวันคำนวณค่าจ้างต่อชั่วโมงจากค่าจ้างรายวันหารด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานปกติในวันนั้น โดยไม่ต้องหารด้วย 30 เหมือนรายเดือน

สมมติพนักงานรายวันได้รับค่าจ้างวันละ 350 บาท ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง

อัตราโอที

สูตรคำนวณ

ค่าจ้างต่อชั่วโมง

ตัวอย่างทำ OT 3 ชั่วโมง

1.5 เท่า (ล่วงเวลาวันทำงานปกติ)

(350 ÷ 8) × 1.5

65.63 บาท

65.63 × 1.5 × 3 = 295.31 บาท

2 เท่า (ทำงานวันหยุด กรณีไม่ได้รับค่าจ้างวันหยุด)

(350 ÷ 8) × 2

87.50 บาท

87.50 × 2 × 3 = 525 บาท

3 เท่า (ล่วงเวลาวันหยุด)

(350 ÷ 8) × 3

131.25 บาท

131.25 × 3 × 3 = 1,181.25 บาท

 

(FAQ) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่า OT

Q: นายจ้างบังคับให้ทำ OT ได้หรือไม่?

การทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นครั้งคราว เว้นแต่ลักษณะงานหรือสภาพงานนั้นมีความจำเป็นต้องทำต่อเนื่องหากหยุดจะเกิดความเสียหาย หรือเป็นงานฉุกเฉิน ซึ่งกรณีนี้นายจ้างสามารถให้ทำล่วงเวลาได้เท่าที่จำเป็น

Q: ทำ OT ไม่ถึง 1 ชั่วโมง คิดเงินอย่างไร?

เศษของเวลาที่ทำงานล่วงเวลาต้องนำมาคำนวณตามสัดส่วนจริง เช่น ทำโอทีเพียง 30 นาที ก็คิดเป็นครึ่งชั่วโมงตามอัตราที่กำหนด ไม่ใช่การปัดทิ้งหรือไม่นับ

Q: พนักงานทดลองงานมีสิทธิได้รับค่า OT หรือไม่

มีสิทธิเช่นเดียวกับพนักงานประจำ เพราะกฎหมายคุ้มครองแรงงานคุ้มครองลูกจ้างทุกคนที่มีสถานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมาย ไม่ได้แยกว่าอยู่ในช่วงทดลองงานหรือผ่านทดลองงานแล้ว

Q: ทำงานเกินเวลาเพียง 15-30 นาที นับเป็น OT ได้หรือไม่

หากเป็นการทำงานตามคำสั่งของนายจ้าง แม้จะทำเกินมาเพียงไม่กี่นาทีก็ต้องนำมาคำนวณตามจริงโดยหารเป็นรายนาที นายจ้างไม่มีสิทธิปัดทิ้งโดยไม่มีเหตุผล เว้นแต่จะมีข้อตกลงเรื่องการปัดเศษเวลาที่เป็นธรรมต่อลูกจ้างทั้งสองฝ่าย

Q: หากบริษัทให้วันหยุดชดเชยแทนการจ่ายเงินค่า OT ทำได้หรือไม่

การทำล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุดต้องจ่ายเป็นเงินเท่านั้น นายจ้างไม่สามารถบังคับเปลี่ยนค่า OT เป็นวันหยุดสะสมหรือวันหยุดชดเชยแทนได้ เว้นแต่ลูกจ้างยินยอมและมีข้อตกลงที่ให้ประโยชน์ไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด

Q: นายจ้างไม่จ่ายค่า OT หรือจ่ายไม่ครบตามกฎหมาย ต้องทำอย่างไร

ขั้นแรกควรเจรจากับฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือผู้บังคับบัญชาก่อน หากยังไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถรวบรวมหลักฐานการทำงาน เช่น สลิปเงินเดือน สถิติการตอกบัตร หรือแชตการสั่งงาน แล้วไปยื่นเรื่องร้องเรียนได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ หรือติดต่อสายด่วนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 1506 กด 3 และ สายด่วน 1546


เมื่อค่าล่วงเวลาที่คำนวณได้ถูกต้องกลายเป็นรายได้ก้อนพิเศษในแต่ละเดือน การบริหารเงินก้อนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็เป็นอีกเรื่องที่ควรใส่ใจไม่แพ้กัน บัตรเครดิต KTC ตอบโจทย์คนที่มีรายได้เข้ามาเป็นรอบ ๆ อย่างค่าโอที เพราะสามารถใช้จ่ายสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันแล้วรับคะแนน KTC FOREVER 1 คะแนนจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 25 บาท ซึ่งคะแนนนำไปแลกได้หลากหลายและไม่มีวันหมดอายุ หรือจะใช้บัตรกดเงินสด KTC PROUD ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเสริมสภาพคล่อง ทั้งรูดช้อปสะดวก โอนเงินผ่านแอป KTC Mobile ตลอด 24 ชม. รับเงินทันที, กดเงินที่ตู้ ATM ทั่วไทย ฟรีค่าธรรมเนียม  หรือผ่อนชำระ 0% นาน 24 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ ช่วยแบ่งเบาภาระการใช้จ่ายก้อนใหญ่ ทำให้เงินค่าล่วงเวลาที่ตั้งใจทำงานหามาได้ถูกวางแผนใช้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น ใครสนใจ สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC และ บัตรกดเงินสด KTC PROUD ได้ตลอด 24 ชั่วโมงด้วยตัวเองผ่านแอป KTC Mobile  

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC และบัตรกดเงินสด KTC PROUD