ในปี 2026 ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือที่หลาย ๆ คนเรียกกันอย่างคุ้นชินว่า AI นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป แต่กลับเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการทำงานเสมือนกับเครื่องมือ Microsoft 365 หรืออีเมลที่พนักงานออฟฟิศใช้กันเป็นประจำทุกวัน และแน่นอนว่าเมื่อ AI กลายเป็นสิ่งพื้นฐานที่มีอิทธิพลต่อหลาย ๆ กระบวนการทำงาน คำถามเดิม ๆ ที่ว่า “AI ใช้งานอย่างไร” จึงกลับกลายเป็นว่า “AI ทำอะไรไม่ได้บ้าง”

หลังจากที่หลาย ๆ คนได้นำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน ก็คงจะพอเข้าใจได้ว่า สิ่งที่ AI ไม่สามารถทำได้ หรือทำได้ไม่ดีพอที่จะทดแทนการทำงานของมนุษย์ นั่นก็คือ ทักษะจำพวก Soft Skills อย่าง “Emotional Intelligence” (EQ) หรือความสามารถในการแก้ปัญหาซับซ้อน และการเจรจาต่อรองเชิงกลยุทธ์ ซึ่งทักษะนี้เกิดจากการที่อัลกอริทึมไม่สามารถเลียนแบบความซับซ้อนของบริบทสังคมมนุษย์ได้

 

ทำไมทักษะการเจรจาต่อรอง (Strategic Negotiation) ถึงเป็นสิ่งสำคัญ

แม้ว่า AI จะเป็นเครื่องมือการทำงานที่มีความโดดเด่นในหลากหลายด้าน ทั้งการสร้างเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล การออกแบบ รวมไปถึงการสรุปสาระสำคัญ แต่หนึ่งสิ่งที่ AI ยังคงขาดก็คือ “การปิดดีล” ที่เกิดขึ้นจาก Soft Skills ในด้านการเจรจาต่อรองและการคิดวิเคราะห์ เพราะการเจรจาต่อรองที่ได้ผลดีจริง ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากตัวเลขหรือเงื่อนไขบนกระดาษเท่านั้น แต่เกิดขึ้นตัวแปรอื่น ๆ ร่วมด้วย ทั้งน้ำเสียง ความไว้วางใจ ความสามารถในการจับความรู้สึกคู่สนทนาและการอ่านภาษากาย รวมถึงไหวพริบและการสังเกต ที่จะทำให้รู้ว่าตอนนี้มุ่งต่อรองจนสุดทาง หรือควรถอยออกมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นทักษะความสามารถของมนุษย์ทั้งสิ้น

 

ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และการสร้าง Connection ในยุค Hybrid Work

นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปจนถึงปัญหามลภาวะ PM 2.5 บริษัทหลาย ๆ แห่งได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาเป็น Hybrid Work และแม้จะมีเครื่องมือการทำงานที่ช่วยให้การประชุมหรือการหารือนั้นง่ายและปิดจบได้รวดเร็วผ่านหน้าจอ แต่ข้อเสียก็คือการพูดคุยหรือการเจรจานั้น ๆ จะขาดความแน่นแฟ้นทางความสัมพันธ์ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการสร้างความไว้วางใจ ดังนั้นการมีทักษะความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) จะทำให้พนักงานคนนั้น ๆ สามารถเจรจาต่อรองได้ดียิ่งขึ้นและมีความโดดเด่นจากพนักงานคนอื่น ๆ รวมถึง AI ด้วยเช่นกัน

EQ ของมนุษย์สำคัญอย่างไรต่อการทำงาน

  • Empathy หรือความเข้าอกเข้าใจ เป็นทักษะการเข้าใจความรู้สึกของคู่สนทนา ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกของลูกค้าที่กำลังลังเล เพื่อนร่วมทีมที่กำลังกดดัน หรือหัวหน้าที่กำลังกังวลกับผลลัพธ์ของการทำงานก็ตาม การมีความเข้าอกเข้าใจเพื่อที่จะตอบโต้ได้อย่างเหมาะสมจึงนับเป็นทักษะการทำงานที่จะทำให้งานราบรื่น
  • Conflict Resolution หรือการยุติข้อขัดแย้ง เป็นทักษะที่จำเป็นเมื่อต้องร่วมงานกับหลากหลายทีมที่อาจมีวิสัยทัศน์ไม่ตรงกัน และการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยความเห็นอกเห็นใจแทนการตัดสินด้วยบรรทัดฐานส่วนตัวว่าสิ่งใดผิดหรือถูก จึงเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่ง
  • Networking หรือการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ นับเป็นอีกหนึ่งทักษะที่จำเป็นอย่างมากในยุค Hybrid Work เพราะเมื่อไม่ได้ทำงานร่วมกันแบบซึ่งหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างกันจึงขาดความลึกซึ้ง ดังนั้นการสร้างความเครือข่ายความสัมพันธ์จึงเป็นทักษะที่จะทำให้พนักงานคนนั้น ๆ มีข้อได้เปรียบในการทำงาน


การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) และการตัดสินใจในภาวะข้อมูลล้น

ในยุคที่ AI มีบทบาทในการทำงานมากขึ้น การบริหารจัดการกับข้อมูลจำนวนมากจึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลอีกต่อไป เนื่องจาก AI เป็นเครื่องมือที่มีทักษะโดดเด่นในการวิเคราะห์ข้อมูล แต่ปัญหาของ AI คือการที่ไม่สามารถ “ตัดสินใจ” ได้ว่า ข้อมูลใดสำคัญมากน้อย ข้อมูลใดที่น่าเชื่อถือ และควรตัดสินใจอย่างไรในบริบทที่ไม่มีคำตอบถูกผิดชัดเจน เพราะหลักการทำงานพื้นฐานของ AI คือการตัดสินใจโดยอ้างอิงจากสถิติและฐานข้อมูลในอดีต ขณะที่มนุษย์จะตัดสินใจโดยคำนึงถึงบริบท ความเสี่ยงที่รับได้ และจริยธรรม ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่องค์กรต้องการจากพนักงาน

 

เปรียบเทียบความต่างของทักษะที่ AI ทำได้ VS ทักษะที่มนุษย์ต้องทำ

ความสามารถ

AI (Generative AI)

Soft Skills ของมนุษย์

การรวบรวมข้อมูล

ทำได้อย่างรวดเร็วและได้ข้อมูลมหาศาล

ข้อมูลที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วว่ามีคุณภาพ ซึ่งอ้างอิงจากการมีแหล่งที่มาชัดเจน

การตัดสินใจ

พิจารณาตามสถิติและข้อมูลย้อนหลัง

พิจารณาตามบริบท ความเสี่ยง และหลักจริยธรรม

การสร้างความสัมพันธ์

เกิดจากการจำลองสถานการณ์

พัฒนาความสัมพันธ์และสร้างความไว้วางใจ

การบริหารจัดการด้านตัวเลขและการเงิน

คำนวณตัวเลขได้แม่นยำ

วางแผนความมั่งคั่งระยะยาวตามเป้าหมายชีวิตและบริบทแวดล้อมได้

การแก้ปัญหาซับซ้อน

บริหารจัดการได้เพียงสิ่งที่มีข้อมูลครบถ้วน

สามารถจัดการกับความไม่แน่นอน และรับมือกับสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เข้ามาได้

 

เคล็ดลับการใช้ตัวช่วยทางการเงิน เพื่ออัพเกรด Soft Skills ในการทำงาน

การซื้อหนังสือหรือการซื้อคอร์สเรียนเป็นหนึ่งในวิธีการลงทุนเพื่อตัวเอง สำหรับอัพเกรดทักษะความสามารถในการทำงาน และแม้จะเป็นการลงทุนที่ส่งผลดีต่อตนเองโดยตรง รวมถึงงานภายใต้ความรับผิดชอบของตนเอง แต่ทุกการลงทุนล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหลายเหล่านี้ก็อาจมากมายจนกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินโดยรวมได้ โดยเฉพาะกับเหล่าพนักงานออฟฟิศที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจากหลากหลายทาง ทั้งค่าที่อยู่อาศัย ค่าอาหาร ค่าเดินทางมาทำงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายประจำอื่น ๆ ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว จะช่วยให้การลงทุนเพื่อตนเองสามารถประหยัดและคุ้มค่าที่สุดได้

พนักงานออฟฟิศที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป สามารถสมัครใช้ “บัตรเครดิต KTC” เป็นเครื่องมือการใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อพัฒนาตนเองในสิ่งที่ AI ไม่สามารถพัฒนาแทนคุณได้ ซึ่งจะทำให้คุณได้รับสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่น และสิทธิพิเศษติดบัตรอื่น ๆ รวมถึงได้รับคะแนนสะสม KTC FOEVER ที่สามารถสะสมเพื่อนำไปแลกรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ ได้อีกต่อหนึ่ง และสำหรับพนักงานออฟฟิศที่สนใจสมัครบัตรเครดิต KTC ไว้ใช้จ่ายเพื่อการลงทุนพัฒนาทักษะการทำงาน KTC ได้กำหนดรายละเอียดคุณสมบัติผู้สมัครไว้ดังนี้

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุ 20 - 80 ปี
  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • ทำงานในสถานที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน

เอกสารประกอบการสมัคร

เอกสารยืนยันตัวตน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

เอกสารแสดงรายได้

  • เอกสารแสดงรายได้ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) : หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด (ฉบับจริง) หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี

 

FAQ : ตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Soft Skills ที่ AI แทนไม่ได้

Q : ทักษะอะไรที่ตลาดแรงงานปี 2026 ต้องการมากที่สุด?

A : จากรายงานของ World Economic Forum ระบุว่า ทักษะที่ตลาดแรงงานโลกต้องการมากที่สุดในยุค AI ก็คือ Creative Thinking หรือความคิดสร้างสรรค์ ทักษะทางด้านการปรับตัวและการเรียนรู้ และการมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่ต้องพัฒนาผ่านประสบการณ์จริง

Q : ถ้าอยากเริ่มต้นพัฒนา Soft Skills ในชีวิตประจำวัน ควรเริ่มจากตรงไหน?

A : สามารถเริ่มจากการฝึก Critical Thinking ในทุกการตัดสินใจ เช่น การเลือกใช้สิทธิประโยชน์หรือสวัสดิการพนักงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด หรืออาจจะเป็นการพิจารณาเลือกสมัครบัตรเครดิตที่คุ้มค่าที่สุดและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเอง ซึ่งการตั้งคำถามถึงตัวเลือกที่มีอยู่จะช่วยฝึกสัญชาตญาณในการรักษาผลประโยชน์ (Strategic Thinking) ซึ่งเป็นพื้นฐานของทักษะการเจรจาต่อรอง

 

การพัฒนาฝึกฝนตนเองเพื่อก้าวสู่การเป็นพนักงานที่โดดเด่นในปี 2026 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า คุณสามารถใช้เครื่องมือ AI เก่งมากแค่ไหนเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าคุณรู้จักประยุกต์ใช้ AI เป็นเครื่องมือ ในขณะที่พัฒนาสิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้ให้แข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร และสำหรับพนักงานบริษัทที่มีอายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป และมีฐานเงินเดือนเริ่มต้นที่ 15,000 บาท สามารถเปิดโอกาสในการยกระดับทักษะการทำงานอย่างคุ้มค่า ด้วยการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC ที่มีสิทธิประโยชน์ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ สนใจ สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า พร้อมรับความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายกับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC