การแต่งงานคือก้าวสำคัญของชีวิตคู่ และแน่นอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายตามมา แต่หลายคนอาจสงสัยว่า "แต่งงานใช้เงินเท่าไหร่" จริง ๆ แล้ว ค่าใช้จ่ายงานแต่งงานขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดของงาน สถานที่ และรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ วันนี้เรามาช่วยคุณวางแผนค่าใช้จ่าย พร้อมเคล็ดลับการบริหารงบประมาณให้แต่งงานได้แบบไม่ล้มละลาย แต่งเงินใช้เงินเท่าไหร่ ลองคำนวณได้จากบทความนี้เลย


ค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องเตรียมสำหรับงานแต่งงาน


1. ค่าสถานที่และงานเลี้ยง

หากคุณเลือกจัดงานแต่งในโรงแรมหรือสถานที่หรู ค่าใช้จ่ายอาจเริ่มต้นที่หลักแสนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับจำนวนแขกและแพ็กเกจที่เลือก แต่ถ้าเลือกจัดแบบเรียบง่ายที่บ้านหรือร้านอาหาร อาจประหยัดไปได้มาก


2. ค่าชุดแต่งงานและแต่งหน้าเจ้าบ่าว-เจ้าสาว

ชุดเจ้าสาวสามารถเช่าหรือสั่งตัดได้ ซึ่งมีราคาตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ส่วนชุดเจ้าบ่าวและค่าช่างแต่งหน้าทำผมก็มักมีค่าใช้จ่ายรวมกันราว 10,000 - 50,000 บาท


3. ค่าถ่ายพรีเวดดิ้งและภาพงานแต่ง

การเก็บความทรงจำสำคัญในวันแต่งงานด้วยภาพถ่ายและวิดีโอเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยราคาถ่ายพรีเวดดิ้งเริ่มต้นที่ 10,000 - 50,000 บาท ส่วนค่าช่างภาพวันจริงอยู่ที่ 15,000 - 80,000 บาท


4. ค่าพิธีการและสินสอด

ขึ้นอยู่กับประเพณีของแต่ละครอบครัว ค่าสินสอดอาจอยู่ที่หลักแสนถึงหลักล้าน ส่วนค่าพิธีการ เช่น พระสงฆ์ พานขันหมาก และพิธีหมั้น อาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท


5. ค่าแหวนแต่งงาน

แหวนแต่งงานเป็นอีกหนึ่งค่าใช้จ่ายที่สำคัญ โดยราคาขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของเพชร ซึ่งอาจเริ่มต้นที่ 20,000 บาท ไปจนถึงหลักแสนบาท


6. ค่าเดินทางและฮันนีมูน

คู่บ่าวสาวหลายคู่เลือกเดินทางไปฮันนีมูนหลังแต่งงาน ซึ่งค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามปลายทาง เช่น ในประเทศอาจใช้ประมาณ 20,000 - 50,000 บาท ส่วนต่างประเทศอาจสูงถึงหลักแสน




รวมค่าใช้จ่ายแต่งงานโดยประมาณ

  • งานแต่งเล็ก ๆ เรียบง่าย: 100,000 - 300,000 บาท
  • งานแต่งขนาดกลางในโรงแรม: 500,000 - 1,000,000 บาท
  • งานแต่งใหญ่ระดับหรู: 1,000,000 บาทขึ้นไป


วิธีบริหารงบแต่งงานให้ไม่บานปลาย


1. ตั้งงบประมาณล่วงหน้า

ก่อนเริ่มวางแผน ควรกำหนดงบที่สามารถจ่ายไหว และแบ่งสัดส่วนเงินให้เหมาะสม เช่น 50% สำหรับสถานที่และอาหาร 20% สำหรับชุดและถ่ายภาพ 20% สำหรับสินสอด และ 10% สำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ


2. เลือกจัดงานให้เหมาะกับงบ

หากงบจำกัด อาจเลือกจัดงานเฉพาะครอบครัวหรือเลี้ยงฉลองแบบเล็ก ๆ ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดได้มาก


3. ใช้โปรโมชันและดีลพิเศษ

โรงแรมและร้านเวดดิ้งมักมีแพ็กเกจราคาพิเศษ หากจองล่วงหน้าหรือแต่งงานในช่วง Low Season


4. เตรียมเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด

แม้จะวางแผนมาอย่างดี แต่ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเช่น ค่าตกแต่งเพิ่มเติมหรือค่าของชำร่วย อาจเกิดขึ้นได้ ควรมีเงินสำรองไว้อย่างน้อย 10-20% ของงบทั้งหมด




ตัวช่วยทางการเงิน สำหรับคนอยากแต่งงาน

แน่นอนว่าการแต่งงานมีค่าใช้จ่ายบางอย่างที่ต้องใช้เงินก้อนในการจ่าย บัตรกดเงินสด KTC PROUD เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถเพิ่มสภาพคล่องให้คุณในช่วงเวลาสำคัญบัตรกดเงินสด KTC PROUDพกไว้ไม่สะดุด ทุกการใช้จ่าย

  • สมัครง่าย เงินเดือน 12,000 บาท ก็สมัครได้
  • อนุมัติไว เลือกรับเงินโอนเข้าบัญชีได้ทันที เมื่ออนุมัติ
  • เบิกเงินได้ 24 ชั่วโมง ผ่านแอป KTC Mobile และ ATM ทั่วประเทศ
  • ผ่อนสินค้า 0% นานสูงสุด 24 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ
  • รูดซื้อสินค้า และช้อปออนไลน์ พร้อมรับสิทธิพิเศษทั้งปี

วางแผนการเงินให้คล่องตัวในทุกสถานการณ์ ใช้บัตรกดเงินสด KTC PROUD



*กู้เท่าที่จําเป็นและชําระคืนได้ตามกําหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 25% ต่อปี