ใครที่กำลังจะซื้อขาย โอน ให้ จำนอง หรือรับมรดกที่ดิน หนึ่งในคำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นก่อนเดินทางไปสำนักงานที่ดินคือ “ต้องเตรียมเงินไปเท่าไหร่?” เพราะค่าใช้จ่ายวันโอนที่ดินไม่ได้มีแค่ค่าธรรมเนียมโอนเท่านั้น แต่ยังอาจมีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ ค่าจดจำนอง และค่าใช้จ่ายย่อยอื่น ๆ ตามประเภทของนิติกรรม
การเช็กราคาประเมินที่ดินจากเลขโฉนดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของที่ดิน ผู้ซื้อ หรือผู้ขายประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นได้ง่ายขึ้น โดยใช้ข้อมูลจากหน้าโฉนด เช่น เลขที่โฉนด เลขที่ดิน หน้าสำรวจ จังหวัด อำเภอ ตำบล และเนื้อที่ดิน เพื่อนำไปค้นหาราคาประเมินและคำนวณค่าโอนที่ดินคร่าว ๆ ก่อนถึงวันนัดโอนจริง
อย่างไรก็ตาม “ราคาประเมินที่ดิน” ไม่ใช่ “ราคาซื้อขายจริง” และตัวเลขที่คำนวณเองควรใช้เป็นเพียงประมาณการเท่านั้น เพราะยอดจริงในวันโอนอาจเปลี่ยนไปตามข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เช่น มีสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ ถือครองมากี่ปี โอนให้ใคร เป็นการซื้อขาย ให้โดยเสน่หา โอนมรดก หรือจดจำนองร่วมกับธนาคาร บทความนี้จะพาเช็กตั้งแต่วิธีดูข้อมูลบนโฉนด วิธีค้นหาราคาประเมินออนไลน์ สูตรคำนวณค่าโอนที่ดิน ไปจนถึง Checklist เอกสารก่อนไปสำนักงานที่ดิน
เช็กราคาประเมินที่ดินจากเลขโฉนดได้ที่ไหน?
สามารถเช็กราคาประเมินที่ดินจากเลขโฉนดได้ผ่านระบบเผยแพร่ราคาประเมินทรัพย์สินของกรมธนารักษ์ (https://assessprice.treasury.go.th/) โดยใช้ข้อมูลจากโฉนด เช่น จังหวัด อำเภอ ตำบล เลขที่โฉนด เลขที่ดิน เลขที่ น.ส.3 ก. ชื่อห้องชุด หรือชื่ออาคาร สำรวจ ระบบจะแสดงราคาประเมินต่อหน่วยพื้นที่ เพื่อนำไปคำนวณมูลค่าประเมินเบื้องต้นก่อนทำธุรกรรมที่สำนักงานที่ดิน
ระบบค้นหาราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์คืออะไร?
ระบบค้นหาราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ หรือ https://assessprice.treasury.go.th/ (หรือชื่อทางการคือ ระบบเผยแพร่ราคาประเมินทรัพย์สิน) คือ บริการออนไลน์ของรัฐบาลที่เปิดให้ประชาชนทั่วไป เจ้าของที่ดิน และนักลงทุน เข้ามาตรวจสอบ "ราคาประเมินทุนทรัพย์" ของอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศได้ฟรี โดยข้อมูลนี้จะถูกปรับปรุงทุกๆ 4 ปีตามรอบการประเมิน เพื่อให้สะท้อนมูลค่าทางราชการที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด ข้อมูลจากกรมธนารักษ์จะถูกนำไปใช้เป็น "ฐานในการคำนวณ" สำหรับกิจกรรมทางกฎหมายและการเงินหลายอย่าง เช่น ค่าธรรมเนียมและภาษี ณ สำนักงานที่ดิน ใช้คิดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ (ร้อยละ 2), ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะ เมื่อเกิดการซื้อขายหรือโอนทรัพย์สิน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีรายปีที่เจ้าของทรัพย์สินต้องจ่ายให้ท้องถิ่น การทำธุรกรรมทางการเงิน ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นในการยื่นขอสินเชื่อ ธนาคารมักใช้ราคาประเมินนี้ประกอบการพิจารณาวงเงินกู้ร่วมกับราคาตลาดจริง
ใช้เลขโฉนดค้นหาราคาประเมินได้เลยไหม?
ใช้เลขโฉนดค้นหาราคาประเมินได้ในหลายกรณี แต่เพื่อให้ค้นหาแปลงที่ดินได้แม่นยำ ควรเตรียมข้อมูลประกอบจากโฉนดให้ครบ เช่น จังหวัด อำเภอ ตำบล เลขที่ดิน หน้าสำรวจ หรือระวางแผนที่ เพราะบางครั้งการกรอกเฉพาะเลขโฉนดอาจค้นหาไม่พบ หรือระบบอาจแสดงข้อมูลที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
หากค้นหาจากเลขที่โฉนดแล้วไม่เจอ อย่าเพิ่งสรุปว่าที่ดินแปลงนั้นไม่มีราคาประเมิน ให้ลองตรวจสอบตัวเลขอีกครั้งว่ากรอกครบทุกหลักหรือไม่ เลือกพื้นที่ถูกต้องหรือไม่ หรือเปลี่ยนไปค้นหาจากเลขที่ดิน หน้าสำรวจ หรือดูจากตำแหน่งแผนที่แทน
ราคาประเมินที่ดินออนไลน์ใช้แทนยอดจากสำนักงานที่ดินได้ไหม?
ราคาประเมินที่ดินออนไลน์ใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้แทนยอดค่าใช้จ่ายจริงจากสำนักงานที่ดินทั้งหมด เพราะในวันทำธุรกรรม เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ประเภทนิติกรรม ราคาซื้อขายจริง ระยะเวลาถือครอง สถานะผู้โอน สิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน และเงื่อนไขภาษีที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น หากคำนวณค่าโอนที่ดินเองจากราคาประเมินออนไลน์ ควรมองว่าเป็น “งบประมาณคร่าว ๆ” เพื่อเตรียมเงินก่อนไปสำนักงานที่ดิน ไม่ใช่ยอดสุดท้ายที่ต้องชำระจริง โดยเฉพาะกรณีซื้อขายที่ดินพร้อมบ้าน โอนให้ญาติ โอนให้บุตร โอนมรดก หรือถือครองไม่ถึง 5 ปี ควรสอบถามสำนักงานที่ดินพื้นที่นั้นอีกครั้ง
ต้องดูข้อมูลอะไรบนโฉนดก่อนเช็กราคาประเมินที่ดิน?
ก่อนเช็กราคาประเมินที่ดินจากเลขโฉนด ควรเตรียมข้อมูลสำคัญจากหน้าโฉนด ได้แก่
- เลขที่โฉนด (Deed Number) มักอยู่มุมบนขวาของใบโฉนด ตัวเลขจะเด่นที่สุด เป็นรหัสหลักที่ใช้กรอกในระบบค้นหาของกรมธนารักษ์หรือกรมที่ดิน
- อำเภอ และ จังหวัด อยู่ด้านบนถัดลงมาจากชื่อจังหวัดและอำเภอที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ ระบบออนไลน์จะบังคับให้เลือกจังหวัดและอำเภอก่อนเสมอ เพื่อจำกัดขอบเขตการค้นหา
- เลขที่ดิน (Land Number) อยู่ด้านบนซ้ายของโฉนด ใช้ระบุตำแหน่งแปลงย่อยในระวางที่ดิน ถ้าระบบหาจากเลขที่โฉนดไม่เจอ การใช้เลขที่ดินควบคู่กันจะช่วยให้ค้นหาได้แม่นยำขึ้น
- หน้าสำรวจ (Survey Page) อยู่ใกล้ ๆ กับเลขที่ดิน (มักอยู่ทางด้านขวาของเลขที่ดิน) เป็นข้อมูลสำรองที่ระบบมักขอให้กรอกเพื่อยืนยันว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันจริง ๆ เพราะบางครั้งเลขที่โฉนดอาจซ้ำกันในต่างอำเภอ
- เลขระวาง (Map Sheet Number) อยู่มุมบนซ้ายสุดของโฉนด (เช่น 5136 IV 2210 เป็นต้น) เป็นตัวระบุแผนที่แผ่นใหญ่ของกรมที่ดิน จำเป็นมากหากคุณต้องการเช็กราคาประเมินผ่านระบบ "ระบบภูมิสารสนเทศทางภูมิศาสตร์" (GIS) ของกรมธนารักษ์ หรือกรณีที่ที่ดินยังไม่มีการอัพเดทเลขโฉนดในระบบใหม่
เลขที่โฉนดอยู่ตรงไหนของเอกสาร?
เลขที่โฉนดมักอยู่บนมุมขวาของเอกสารโฉนดที่ดิน โดยจะเป็นตัวเลขที่ใช้ระบุเอกสารสิทธิของที่ดินแปลงนั้น ๆ เวลาเช็กราคาประเมินที่ดินจากเลขโฉนด ควรตรวจสอบเลขให้ครบทุกหลักก่อนกรอกในระบบ เพราะหากกรอกผิดแม้เพียงหลักเดียว อาจค้นหาไม่เจอหรือเจอข้อมูลคนละแปลงได้
เลขที่ดิน หน้าสำรวจ และระวางสำคัญอย่างไร?
เลขที่ดิน หน้าสำรวจ และระวาง เป็นข้อมูลที่ช่วยระบุตำแหน่งของแปลงที่ดินในระบบแผนที่และฐานข้อมูลราชการ โดยเฉพาะกรณีที่ค้นหาราคาประเมินจากเลขโฉนดแล้วไม่พบ การใช้เลขที่ดินหรือหน้าสำรวจอาจช่วยให้ค้นหาแปลงที่ต้องการได้ง่ายขึ้น
- เลขที่ดิน (Land Number) ใช้ระบุตำแหน่งแปลงย่อยในระวางที่ดิน ถ้าระบบหาจากเลขที่โฉนดไม่เจอ การใช้เลขที่ดินควบคู่กันจะช่วยให้ค้นหาได้แม่นยำขึ้น
- หน้าสำรวจ (Survey Page) เป็นข้อมูลสำรองที่ระบบมักขอให้กรอกเพื่อยืนยันว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันจริง ๆ เพราะบางครั้งเลขที่โฉนดอาจซ้ำกันในต่างอำเภอ
- เลขระวาง (Map Sheet Number) เช่น 5136 IV 2210 เป็นต้น เป็นตัวระบุแผนที่แผ่นใหญ่ของกรมที่ดิน จำเป็นมากหากคุณต้องการเช็กราคาประเมินผ่านระบบ "ระบบภูมิสารสนเทศทางภูมิศาสตร์" (GIS) ของกรมธนารักษ์ หรือกรณีที่ที่ดินยังไม่มีการอัพเดทเลขโฉนดในระบบใหม่
เนื้อที่ดินบนโฉนดต้องแปลงหน่วยอย่างไร?
การคำนวณมูลค่าประเมินที่ดินมักต้องใช้ “ราคาประเมินต่อตารางวา” คูณกับ “จำนวนตารางวาทั้งหมด” ดังนั้นก่อนคำนวณค่าโอนที่ดิน ควรแปลงเนื้อที่จากไร่ หรืองานงานให้อยู่ในหน่วยตารางวาก่อน
หลักการแปลงหน่วยที่ควรรู้คือ
- 1 ไร่ = 4 งาน (หรือ 400 ตารางวา)
- 1 งาน = 100 ตารางวา
- 1 ตารางวา = 4 ตารางเมตร
ตัวอย่างเช่น ที่ดินขนาด 2 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา สามารถแปลงเป็นตารางวาได้ดังนี้
2 ไร่ = 800 ตารางวา
1 งาน = 100 ตารางวา
รวม 800 + 100 + 50 = 950 ตารางวา
เมื่อนำจำนวน 950 ตารางวาไปคูณกับราคาประเมินต่อตารางวา ก็จะได้มูลค่าประเมินที่ดินเบื้องต้น
วิธีเช็กราคาประเมินที่ดินจากเลขโฉนดออนไลน์ ทำอย่างไร?
เช็กราคาประเมินที่ดินกรณีไม่มีรายละเอียดของโฉนด
เว็บไซต์ landsmaps.dol.go.th
แอปพลิเคชั่น SmartLands
1. เข้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ไปที่เว็บไซต์ landsmaps.dol.go.th หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SmartLands ของกรมที่ดิน
2. ลงทะเบียนเข้าใช้งาน ระบบจะบังคับให้ลงทะเบียนก่อนใช้งาน (เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลที่ดิน) คุณสามารถเลือกเข้าสู่ระบบง่าย ๆ ผ่านบัญชี Google, Facebook, หรือแอป ThaID ก็ได้
3. เลือกเมนู LandsMaps
4. ระบุตำแหน่งที่ตั้งของที่ดินที่ต้องการประเมินโดยการใช้แผนที่หรือระบุพิกัด GPS
5. ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของที่ดิน ใช้แผนที่ในระบบเพื่อค้นหาตำแหน่งที่ดินที่ต้องการประเมิน หากข้อมูลราคาประเมินมีความชัดเจน ระบบจะแสดงมูลค่าของแปลงที่ดินโดยตรง
6. อ้างอิงจากราคาประเมินในบริเวณใกล้เคียงหากไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดของที่ดินได้ อาจอ้างอิงจากราคาประเมินของที่ดินในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งสามารถให้ข้อมูลโดยประมาณได้
7. หากมีเอกสารสิทธิ์อื่นหากที่ดินมีเอกสารสิทธิ์อื่นๆ เช่น น.ส.3 หรือ น.ส.3ก ที่สามารถใช้เป็นข้อมูลในการประเมินราคาที่ดินได้
เช็กราคาประเมินที่ดินกรณีมีรายละเอียดของโฉนด
หากต้องการเช็กราคาประเมินที่ดินจากเลขโฉนดด้วยตัวเอง สามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังนี้
ขอบคุณรูปภาพจาก https://assessprice.treasury.go.th/
1. กรณีทราบเลขโฉนดที่ดิน
- เลือกเลขโฉนดที่ดิน
- ระบุเลขโฉนดที่ดิน
- ระบุจังหวัด
- กดค้นหา
ขอบคุณรูปภาพจาก https://assessprice.treasury.go.th/
2. กรณีไม่ทราบเลขโฉนดที่ดิน
- เลือกเลขที่ดิน
- ระบุเลขที่ดิน
- ระบุระวาง
- ระบุจังหวัด
- กดค้นหา
ขอบคุณรูปภาพจาก https://assessprice.treasury.go.th/
3. กรณีทราบเลขที่ น.ส. 3ก.
- เลือก น.ส. 3ก.
- ค้นหาจากเลขที่ น.ส. 3ก.
- ระบุหมายเลขระวาง
- ระบุจังหวัด
ขอบคุณรูปภาพจาก https://assessprice.treasury.go.th/
4. กรณีไม่ทราบเลขที่ น.ส. 3ก.
- เลือก น.ส. 3ก.
- เลือก ค้นหาเรียงจากเลขที่ดิน
- ระบุเลขที่ดิน
- ระบุหมายเลขระวาง
- ระบุจังหวัด
- กดค้นหา
ถ้าค้นหาจากเลขโฉนดไม่เจอ ควรทำอย่างไร?
หากค้นหาเลขโฉนดแล้วไม่พบราคาประเมินที่ดิน ให้ลองตรวจสอบทีละจุดก่อน เช่น กรอกเลขผิดหรือไม่ เลือกจังหวัด อำเภอ ตำบลถูกต้องหรือไม่ หรือโฉนดมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบางส่วนหรือเปล่า
วิธีแก้เบื้องต้นที่แนะนำ ได้แก่
- ตรวจเลขที่โฉนดให้ครบทุกหลัก
- ลองค้นหาจากเลขที่ดินแทนเลขโฉนด
- ใช้ข้อมูลหน้าสำรวจหรือระวางประกอบ
- ตรวจสอบตำบล อำเภอ จังหวัดอีกครั้ง
- ลองค้นหาผ่านแผนที่ หากระบบรองรับ
- สอบถามสำนักงานที่ดินในพื้นที่ หากข้อมูลยังไม่แสดง
กรณีที่ดินอยู่ในพื้นที่ที่ข้อมูลออนไลน์ไม่สมบูรณ์ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเอกสารสิทธิ ควรติดต่อสำนักงานที่ดินโดยตรงเพื่อยืนยันข้อมูลที่ถูกต้อง
เช็กราคาประเมินจากมือถือได้ไหม?
สามารถเช็กราคาประเมินที่ดินผ่านมือถือได้ โดยเข้าเว็บไซต์ระบบเผยแพร่ราคาประเมินทรัพย์สินผ่านเบราว์เซอร์ (https://assessprice.treasury.go.th/ ) แต่หากต้องกรอกข้อมูลหลายช่อง ดูแผนที่ หรือเปรียบเทียบหลายแปลง การใช้งานบนคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตอาจสะดวกกว่า สำหรับคนที่ต้องใช้มือถือ แนะนำให้ถ่ายรูปโฉนดหรือเตรียมสำเนาไว้ใกล้ตัว เพื่อดูเลขที่โฉนด เลขที่ดิน และข้อมูลพื้นที่ได้ง่ายขึ้น ระหว่างกรอกข้อมูลควรซูมหน้าจอและตรวจสอบตัวเลขให้ละเอียดก่อนกดค้นหา
หรือหากไม่มีโฉนดที่ดินอยู่ที่ตัวแล้วอยากทราบราคาประเมินที่ดิน สามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน SmartLands และเลือกเมนู LandsMaps ได้
ราคาประเมินที่ดินคืออะไร ต่างจากราคาซื้อขายจริงยังไง?
ราคาประเมินที่ดินคือราคาที่รัฐกำหนดเพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณค่าธรรมเนียม ภาษี และอากรบางประเภทในการทำนิติกรรม ส่วนราคาซื้อขายจริงคือราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันในตลาด ซึ่งอาจสูงหรือต่ำกว่าราคาประเมินได้ ขึ้นอยู่กับทำเล ความต้องการตลาด สภาพแวดล้อม และศักยภาพของที่ดิน
ตารางเปรียบเทียบความต่างระหว่าง "ราคาประเมิน" กับ "ราคาซื้อขายจริง"
ทำไมราคาประเมินถึงไม่เท่าราคาตลาด?
รัฐใช้ราคาประเมินเป็นฐานภาษีและค่าธรรมเนียม จึงมักตั้งให้เป็นราคากลาง ไม่ได้ไล่ตามราคาจริงของตลาดแบบวันต่อวัน ส่วนราคาตลาดสะท้อนดีมานด์-ซัพพลายจริง รวมถึงทำเล ศักยภาพการพัฒนา รูปร่างที่ดิน การเข้าถึง และข้อกฎหมาย ซึ่งเปลี่ยนเร็วและเฉพาะแปลงมากกว่า
ตัวอย่างเช่น ที่ดินติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า หรืออยู่ในย่านที่กำลังพัฒนา อาจมีราคาซื้อขายจริงสูงกว่าราคาประเมินมาก ขณะที่ที่ดินบางแปลงอาจขายต่ำกว่าราคาประเมินได้ หากมีข้อจำกัด เช่น ทางเข้าแคบ รูปแปลงไม่สวย อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม หรือมีภาระผูกพันบางอย่าง
ค่าโอนที่ดินใช้ราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย?
โดยทั่วไป ค่าโอนที่ดินคิดจาก “ราคาที่สูงกว่า” ระหว่างราคาประเมินกับราคาซื้อขายจริง ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอไป ถ้าราคาซื้อขายจริงสูงกว่า ราคาประเมิน จะใช้ราคาซื้อขายจริงเป็นฐานคำนวณค่าธรรมเนียมโอน ถ้า ราคาประเมินสูงกว่า ราคาซื้อขายจริง จะใช้ราคาประเมินเป็นฐาน
ตัวอย่าง
- ราคาประเมิน 2 ล้านบาท แต่ขายจริง 3 ล้านบาท ค่าโอนคิดจาก 3 ล้านบาท
- ราคาประเมิน 3 ล้านบาท แต่ขายจริง 2 ล้านบาท ค่าโอนคิดจาก 3 ล้านบาท
ค่าโอนที่ดินมีอะไรบ้าง ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่?
การเตรียมเงินไปโอนที่ดิน ณ สำนักงานที่ดิน สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าค่าใช้จ่ายจะถูกแบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลัก โดยคำนวณจาก "ราคาประเมินทุนทรัพย์" ของกรมที่ดิน และ "ราคาซื้อขายจริง" (จะเลือกใช้ราคาที่สูงกว่าในการคิดภาษีเกือบทั้งหมด ยกเว้นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่จะใช้ราคาประเมินเสมอ)
สำหรับปี 2569 นี้ มีทั้งอัตราปกติและ มาตรการลดค่าธรรมเนียมพิเศษของรัฐบาล (อัพเดทล่าสุดที่กำลังจะหมดเขตวันที่ 30 มิถุนายน 2569 นี้)
ไปดูกันว่าค่าโอนที่ดินมีอะไรบ้าง
1. ค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน
โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมโอนที่ดินในการซื้อขายมักคิดจากราคาประเมินทุนทรัพย์ แต่อัตราที่ใช้จริงอาจขึ้นอยู่กับประเภทนิติกรรมและมาตรการรัฐในช่วงเวลานั้น
ค่าธรรมเนียมโอนที่ดินคิดกี่เปอร์เซ็นต์
มาตรการรัฐปี 2569 (ถึง 30 มิ.ย. 69) ลดเหลือ 0.01% สำหรับบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่ซื้อขายที่อยู่อาศัย (บ้านพร้อมที่ดิน หรือคอนโด) ราคาซื้อขายและราคาประเมิน ไม่เกิน 7 ล้านบาท และต้องโอนพร้อมจดจำนองในคราวเดียวกัน สำหรับการซื้อขายทั่วไป หลายกรณีมักพบค่าธรรมเนียมโอนในอัตรา 2% ของราคาประเมิน แต่ผู้โอนหรือผู้รับโอนควรตรวจสอบประกาศล่าสุดกับสำนักงานที่ดินก่อนวันโอน เพราะบางช่วงอาจมีมาตรการลดหย่อนเฉพาะเงื่อนไข เช่น วงเงินราคาทรัพย์ ประเภทผู้ซื้อ หรือประเภทอสังหาริมทรัพย์ ถ้าเป็นการโอนให้ลูกหรือญาติสนิท บางกรณีมีอัตราพิเศษคือ 0.5%
2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือ อากรแสตมป์
ภาษีธุรกิจเฉพาะกับอากรแสตมป์ต่างกันอย่างไร?
ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนอสังหาริมทรัพย์ แต่โดยทั่วไปจะไม่เสียซ้ำทั้งสองรายการ หากธุรกรรมเข้าเงื่อนไขต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มักได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ แต่ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงอาจต้องเสียอากรแสตมป์แทน
3. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในการขายที่ดินเป็นภาษีฝั่งผู้ขาย โดยวิธีคำนวณจะเกี่ยวข้องกับราคาประเมินทุนทรัพย์ จำนวนปีที่ถือครอง และหลักเกณฑ์ภาษีตามสถานะของผู้ขาย เช่น บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในการขายที่ดินคิดอย่างไร?
โดยทั่วไป ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากการโอนที่ดินของบุคคลธรรมดา จะคำนวณจาก ราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมที่ดิน เป็นหลัก แล้วนำไปคำนวณตามขั้นบันไดภาษีเงินได้ โดยมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาถือครองและลักษณะที่ดินประกอบด้วย
หลักคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายบุคคลธรรมดา
1. เอาราคาประเมินมาเป็นฐานเงินได้
2. หักค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งขึ้นกับลักษณะที่ดินและระยะเวลาถือครอง
3. หารด้วยจำนวนปีที่ถือครอง เพื่อหาเงินได้เฉลี่ยต่อปี
4. คิดภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แล้วคูณกลับด้วยจำนวนปีที่ถือครอง
อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.dol.go.th/
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายนิติบุคคล
หักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ของราคาขายหรือราคาประเมิน แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.rd.go.th/63773.html
4. ค่าจดจำนอง (จ่ายเฉพาะกรณีทีกู้เงินจากธนาคาร)
อัตราปกติ 1% ของมูลค่าที่จดจำนอง (วงเงินที่กู้)มาตรการรัฐปี 2569 (ถึง 30 มิ.ย. 69) ลดเหลือ 0.01% สำหรับวงเงินกู้ ไม่เกิน 7 ล้านบาท
5. ค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ
ค่าคำขอ (5 บาท), ค่าอากร (5 บาท), ค่าพยาน (20 บาท) รวมแล้วประมาณหลักสิบถึงหลักร้อยบาท
สูตรคำนวณค่าโอนที่ดินเบื้องต้นก่อนเดินทางไปสำนักงานที่ดิน
สูตรคำนวณค่าโอนที่ดินเบื้องต้นเริ่มจากหาราคาประเมินรวม โดยนำราคาประเมินต่อตารางวาคูณกับจำนวนตารางวาทั้งหมด จากนั้นคำนวณค่าธรรมเนียมโอน ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ตามเงื่อนไข แล้วรวมเป็นค่าใช้จ่ายประมาณการก่อนวันโอนจริง
สูตรหามูลค่าประเมินที่ดินรวม
สูตรพื้นฐานในการคำนวณมูลค่าประเมินที่ดิน คือ
มูลค่าประเมินที่ดิน = ราคาประเมินต่อตารางวา x จำนวนตารางวาทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น ที่ดินขนาด 1 ไร่ มีราคาประเมิน 20,000 บาทต่อตารางวา
1 ไร่ = 400 ตารางวา
มูลค่าประเมินที่ดิน = 20,000 x 400
มูลค่าประเมินที่ดิน = 8,000,000 บาท
เมื่อได้มูลค่าประเมินที่ดินแล้ว จึงนำไปใช้เป็นฐานในการประเมินค่าธรรมเนียมและภาษีบางรายการต่อไป
ตัวอย่างคำนวณค่าโอนที่ดินแบบง่าย
สมมติซื้อขายที่ดิน 1 ไร่ โดยมีข้อมูลดังนี้
- เนื้อที่ดิน: 1 ไร่ หรือ 400 ตารางวา
- ราคาประเมิน: 20,000 บาทต่อตารางวา
- มูลค่าประเมินรวม: 8,000,000 บาท
- ราคาซื้อขายจริง: 8,500,000 บาท
- ผู้ขายถือครองไม่ถึง 5 ปี
- ตัวอย่างนี้ยังไม่รวมภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เพราะต้องให้สำนักงานที่ดินคำนวณตามข้อมูลจริง
ตัวอย่างค่าใช้จ่ายเบื้องต้น
1. ค่าธรรมเนียมโอน
หากคิด 2% จากราคาประเมิน 8,000,000 บาท
ค่าธรรมเนียมโอน = 160,000 บาท
2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ
หากเข้าเงื่อนไขเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ และใช้ฐานราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาซื้อขาย
ในตัวอย่างนี้ราคาซื้อขาย 8,500,000 บาทสูงกว่า
ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% = 280,500 บาท
3. อากรแสตมป์
หากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว โดยทั่วไปจะไม่เสียอากรแสตมป์ซ้ำ
4. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ต้องคำนวณตามสถานะผู้ขาย ราคาประเมิน และจำนวนปีที่ถือครอง จึงควรให้สำนักงานที่ดินคำนวณยืนยัน
จากตัวอย่างนี้ ค่าใช้จ่ายที่คำนวณได้เบื้องต้นเฉพาะค่าธรรมเนียมโอนและภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ 160,000 + 280,500 = 440,500 บาท โดยยังไม่รวมภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจวิธีคำนวณ ไม่ใช่ยอดที่ใช้ชำระจริงในทุกกรณี
ใครควรเป็นคนจ่ายค่าโอน ผู้ซื้อหรือผู้ขาย?
ค่าโอนที่ดินสามารถตกลงกันได้ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่มีรูปแบบเดียวที่ใช้กับทุกกรณี บางดีลอาจตกลงแบ่งค่าธรรมเนียมโอนคนละครึ่ง บางดีลผู้ขายรับผิดชอบภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจเฉพาะ ส่วนผู้ซื้อรับผิดชอบค่าจดจำนอง หรือบางกรณีอาจตกลงให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบทั้งหมด
สิ่งสำคัญคือควรระบุในสัญญาจะซื้อจะขายให้ชัดเจน เช่น
- ค่าธรรมเนียมโอนใครจ่าย
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายใครรับผิดชอบ
- ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ใครจ่าย
- ค่าจดจำนองเป็นของผู้ซื้อหรือไม่
- ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แบ่งกันอย่างไร
การเขียนข้อตกลงให้ชัดตั้งแต่แรกช่วยลดปัญหาหน้างาน และทำให้ทั้งสองฝ่ายเตรียมเงินได้ถูกต้องก่อนถึงวันโอน
เช็กราคาประเมินที่ดินแล้วต้องเตรียมเอกสารอะไรไปสำนักงานที่ดิน?
หลังเช็กราคาประเมินที่ดินแล้ว ควรเตรียมเอกสารให้ครบก่อนเดินทางไปสำนักงานที่ดิน เช่น โฉนดที่ดินฉบับจริง บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย เอกสารคู่สมรส หนังสือมอบอำนาจถ้ามี และเอกสารสินเชื่อหรือจำนองในกรณีซื้อผ่านธนาคาร เพื่อให้วันโอนดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น
เอกสารฝั่งผู้ขายต้องเตรียมอะไร?
เอกสารฝั่งผู้ขายที่ควรเตรียมก่อนไปสำนักงานที่ดิน ได้แก่
- โฉนดที่ดินฉบับจริง
- บัตรประชาชนตัวจริง
- ทะเบียนบ้าน
- สัญญาจะซื้อจะขาย ถ้ามี
- เอกสารการสมรส หย่า หรือใบมรณบัตร หากเกี่ยวข้อง
- หนังสือยินยอมคู่สมรส กรณีจำเป็น
- หลักฐานเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ถ้ามี
- เลขบัญชีธนาคารสำหรับรับเงิน
- เอกสารมอบอำนาจ หากไม่ได้ไปดำเนินการด้วยตัวเอง
หากที่ดินมีผู้ถือกรรมสิทธิ์หลายคน ควรตรวจสอบให้ครบว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์ทุกคนต้องไปลงนามหรือมอบอำนาจอย่างถูกต้องหรือไม่
เอกสารฝั่งผู้ซื้อต้องเตรียมอะไร?
เอกสารฝั่งผู้ซื้อที่ควรเตรียม ได้แก่
- บัตรประชาชนตัวจริง
- ทะเบียนบ้าน
- สัญญาจะซื้อจะขาย
- เช็กแคชเชียร์หรือหลักฐานการชำระเงิน ตามที่ตกลงกับผู้ขาย
- เอกสารสินเชื่อจากธนาคาร หากซื้อผ่านการกู้
- เอกสารจดจำนอง หากต้องจดจำนองพร้อมวันโอน
- หนังสือมอบอำนาจ หากไม่ได้ไปดำเนินการด้วยตัวเอง
กรณีซื้อผ่านสินเชื่อ ควรประสานธนาคารล่วงหน้า เพราะธนาคารอาจต้องจัดเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการที่สำนักงานที่ดิน และอาจมีเอกสารเฉพาะของธนาคารเพิ่มเติม
ถ้ามอบอำนาจให้คนอื่นไปโอน ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม?
หากผู้ซื้อหรือผู้ขายไม่สามารถไปสำนักงานที่ดินด้วยตัวเองได้ อาจมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน โดยควรเตรียมเอกสารให้ครบและถูกต้องตามแบบที่กำหนด
เอกสารที่มักต้องใช้ ได้แก่
- หนังสือมอบอำนาจตามแบบที่สำนักงานที่ดินกำหนด
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบอำนาจ
- บัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
- เอกสารประกอบอื่น ๆ ตามประเภทนิติกรรม
- ลายเซ็นผู้มอบอำนาจและพยานให้ครบถ้วน
ควรตรวจสอบลายเซ็นให้ตรงกับเอกสารราชการ และไม่ควรเซ็นเอกสารเปล่าโดยไม่กรอกรายละเอียด เพราะการโอนที่ดินเป็นธุรกรรมมูลค่าสูง ควรระมัดระวังเรื่องความถูกต้องของเอกสารเป็นพิเศษ
โอนที่ดินให้ลูกหรือญาติ คิดค่าโอนเหมือนซื้อขายไหม?
การโอนที่ดินให้ลูก ญาติ ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่ควรเหมารวมว่าใช้ค่าใช้จ่ายเหมือนการซื้อขายทั่วไป เพราะการโอนโดยเสน่หา การให้ หรือการโอนระหว่างบุคคลในครอบครัว อาจมีหลักเกณฑ์ค่าธรรมเนียมและภาษีที่แตกต่างกัน เช่น คิดค่าโอน 0.5% ของราคาประเมิน หากเป็นการโอนให้บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
โอนมรดกที่ดินต้องเสียค่าโอนอย่างไร?
กรณีผู้รับมรดกเป็น "ทายาทสายตรง หรือ คู่สมรส"
กลุ่มนี้ได้แก่ พ่อแม่, ปู่ย่าตายาย, ลูกหลาน (ผู้สืบสันดาน) และคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ค่าธรรมเนียมโอนมรดก คิดเพียง 0.5% ของราคาประเมิน
กรณีผู้รับมรดกเป็น "ทายาทคนอื่น ๆ"
กลุ่มนี้ได้แก่ พี่น้อง, ลุงป้าน้าอา, หลานที่เป็นลูกของพี่น้อง, บุตรบุญธรรม หรือผู้รับพินัยกรรมที่ไม่ได้เป็นสายเลือดตรง ค่าธรรมเนียมโอนมรดก ต้องเสียในอัตราปกติคือ 2% ของราคาประเมิน
ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างต้องเช็กอะไรเพิ่ม?
หากซื้อที่ดินพร้อมบ้าน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง ต้องเช็กมากกว่าราคาประเมินที่ดิน เพราะอาจต้องมีราคาประเมินสิ่งปลูกสร้างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยควรตรวจสอบประเภทอาคาร อายุอาคาร ขนาดพื้นที่ใช้สอย เลขที่บ้าน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ควรเช็กเพิ่มเติม ได้แก่
- ราคาประเมินที่ดิน
- ราคาประเมินสิ่งปลูกสร้าง
- อายุและประเภทของอาคาร
- เอกสารบ้านหรือเลขที่บ้าน
- ภาระจำนองหรือภาระผูกพันเดิม
- ผู้ครอบครองหรือผู้พักอาศัยในทรัพย์
- ค่าใช้จ่ายวันโอนบ้านและที่ดินรวมกัน
กรณีบ้านมือสองหรือที่ดินพร้อมอาคาร ควรให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินช่วยประเมินค่าใช้จ่ายอีกครั้ง เพราะฐานคำนวณอาจซับซ้อนกว่าการโอนที่ดินเปล่า
ใช้บัตรเครดิต KTC วางแผนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้านและที่ดินได้อย่างไร?
แม้ค่าใช้จ่ายราชการบางรายการในการโอนที่ดิน เช่น ค่าธรรมเนียม ภาษี หรือค่าจดทะเบียน อาจต้องชำระตามช่องทางที่สำนักงานที่ดินกำหนด แต่หลังจากซื้อขายหรือโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้านและที่ดินอีกหลายส่วนที่ต้องวางแผน เช่น ซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุตกแต่ง ประกันบ้าน ค่าขนย้าย หรือของใช้จำเป็นสำหรับการย้ายเข้า
บัตรเครดิต KTC สามารถเป็นตัวช่วยบริหารค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ โดยใช้จ่ายกับร้านค้าที่ร่วมรายการเพื่อสะสมคะแนน KTC FOREVER ตามเงื่อนไข วางแผนผ่อนชำระสินค้าในหมวดที่จำเป็น และเช็กยอดใช้จ่ายผ่านแอป KTC Mobile เพื่อควบคุมงบหลังโอนที่ดินได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจัดการค่าใช้จ่ายรอบบ้านอย่างเป็นระบบหลังทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์เสร็จเรียบร้อย
สำหรับคนที่กำลังวางแผนซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน หรือย้ายเข้าที่อยู่อาศัยใหม่ การมีบัตรเครดิตที่ช่วยจัดการค่าใช้จ่ายประจำวันและค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่บางรายการได้อย่างยืดหยุ่น อาจช่วยให้บริหารเงินสดหลังวันโอนได้คล่องตัวขึ้น ทั้งนี้ควรใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ชำระยอดตรงเวลา และตรวจสอบเงื่อนไขโปรโมชันก่อนใช้บริการทุกครั้ง
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเช็กราคาประเมินที่ดินและค่าโอน
Q: เช็กราคาประเมินที่ดินจากเลขโฉนดต้องเสียเงินไหม?
A: โดยทั่วไปสามารถเช็กราคาประเมินที่ดินผ่านระบบออนไลน์ของกรมธนารักษ์ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับใช้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อนซื้อขาย โอน หรือจำนองที่ดิน
Q: ไม่มีเลขโฉนด เช็กราคาประเมินที่ดินได้ไหม?
A: หากไม่มีเลขโฉนด สามารถเช็กราคาประเมินที่ดินได้ โดยใช้ข้อมูลอื่นๆ เช่น เลขที่ดิน หน้าสำรวจ ระวาง หรือค้นหาจากแผนที่ในระบบ หากยังไม่พบข้อมูล ควรสอบถามสำนักงานที่ดินในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
Q: ราคาประเมินที่ดินใช้คำนวณราคาขายได้ไหม?
A: ราคาประเมินที่ดินใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้ แต่ไม่ใช่ราคาขายจริงเสมอไป การตั้งราคาขายควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ทำเล ราคาตลาดใกล้เคียง ทางเข้าออก หน้ากว้าง ผังเมือง และความต้องการของผู้ซื้อในพื้นที่
Q: ค่าโอนที่ดินปกติผู้ซื้อหรือผู้ขายจ่าย?
A: ค่าโอนที่ดินสามารถตกลงกันได้ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย บางกรณีแบ่งครึ่งค่าธรรมเนียมโอน บางกรณีผู้ขายรับผิดชอบภาษี ส่วนผู้ซื้อรับผิดชอบค่าจดจำนอง ควรระบุในสัญญาจะซื้อจะขายให้ชัดเจน
Q: ภาษีธุรกิจเฉพาะกับอากรแสตมป์ต้องจ่ายทั้งคู่ไหม?
A: โดยทั่วไป หากเข้าเงื่อนไขต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มักไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ซ้ำ แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงอาจต้องเสียอากรแสตมป์แทน ทั้งนี้ควรให้สำนักงานที่ดินตรวจสอบตามข้อมูลจริงของธุรกรรม
Q: ขายที่ดินถือครองไม่ถึง 5 ปี ต้องเสียอะไรเพิ่มไหม?
A: การขายที่ดินที่ถือครองไม่ถึงระยะเวลาที่กำหนดอาจเข้าเงื่อนไขเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของทรัพย์และผู้ขาย ควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนทำรายการ
Q: ราคาประเมินออนไลน์ไม่ตรงกับที่สำนักงานที่ดินแจ้ง ควรเชื่ออันไหน?
A: ควรยึดยอดที่สำนักงานที่ดินคำนวณและแจ้งในวันทำธุรกรรมจริง เพราะเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลจากเอกสารจริง ประเภทนิติกรรม ราคาซื้อขาย สิ่งปลูกสร้าง และเงื่อนไขภาษีที่เกี่ยวข้อง
Q: คำนวณค่าโอนที่ดินเองแม่นยำแค่ไหน?
A: การคำนวณเองช่วยให้เตรียมงบประมาณเบื้องต้นได้ แต่ไม่สามารถยืนยันยอดจริงได้ 100% เพราะค่าใช้จ่ายวันโอนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ราคาประเมิน ราคาซื้อขาย ระยะเวลาถือครอง สถานะผู้ขาย และประเภทการโอน
Q: ซื้อที่ดินผ่านธนาคารต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม?
A: หากซื้อที่ดินผ่านสินเชื่อ อาจมีค่าจดจำนองและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธนาคารเพิ่มเติม นอกเหนือจากค่าโอนที่ดินทั่วไป ควรสอบถามธนาคารและสำนักงานที่ดินล่วงหน้าเพื่อเตรียมเงินให้ครบ
Q: ก่อนวันโอนที่ดินควรทำอะไรบ้าง?
A: ควรเช็กราคาประเมินที่ดิน คำนวณค่าโอนคร่าว ๆ ตกลงผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ชัด เตรียมเอกสารทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย นัดหมายสำนักงานที่ดินหรือธนาคาร และเผื่อเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มเติมในวันโอนจริง
การเช็กราคาประเมินที่ดินจากเลขโฉนดเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือผู้ที่ต้องการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายก่อนไปสำนักงานที่ดินได้แม่นยำขึ้น ทั้งการดูราคาประเมินที่ดินออนไลน์ การคำนวณค่าโอนที่ดินเบื้องต้น การเตรียมเอกสาร และการตรวจสอบเงื่อนไขภาษีต่าง ๆ แม้ค่าใช้จ่ายราชการบางรายการอาจต้องชำระตามช่องทางที่กำหนด แต่หลังการโอนยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้านและที่อยู่อาศัยอีกหลายส่วน เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ประกันบ้าน หรือของใช้จำเป็น การสมัครบัตรเครดิต KTC จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการบริหารค่าใช้จ่ายรอบบ้านให้คล่องตัว พร้อมสะสมคะแนน KTC FOREVER ทุกการใช้จ่ายตามเงื่อนไข และเช็กยอดผ่านแอป KTC Mobile ได้สะดวก ช่วยให้วางแผนการเงินหลังซื้อขายหรือโอนที่ดินได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ทุกการใช้จ่ายคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC







