ขับรถในวันที่กัญชาเสรีต้องปฏิบัติตัวอย่างไร?
กัญชาเคยเป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 มาก่อนมีการปลดล็อคให้กัญชาเสรีอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ทำให้การซื้อขายกัญชาสามารถทำได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีการนำใบกัญชามาประกอบอาหารด้วย กัญชาหากใช้ให้เป็นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อย แต่ถ้าใช้ในทางที่ผิดก็ย่อมเกิดโทษได้เช่นกัน ฉะนั้นผู้ที่ใช้กัญชาควรศึกษามาตรการและดูข้อกฎหมายประกอบว่าสิ่งใดทำได้และสิ่งใดทำไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องของการขับขี่ว่าสูบกัญชาแล้วขับรถผิดกฎหมายไหม จะได้ไม่เสี่ยงถูกจับปรับหรือจำคุกจากกัญชา
ผลกระทบจากการสูบกัญชากัญชงแล้วขับรถ
การสูบกัญชาและกัญชงส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งทางดีและไม่ดี โดยผลกระทบเหล่านี้อาจไม่เหมาะกับการขับรถ คุณสมบัติของสารในกัญชากัญชงออกฤทธิ์ มีดังนี้
- สาร THC
Tetrahydrocannabinol หรือสาร THC เป็นสารที่พบมากบริเวณช่อดอกของกัญชา มีฤทธิ์ช่วยลดอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ ลดอาการคลื่นไส้ แต่หากได้รับในปริมาณที่เกิน 0.2% จะถือว่าเป็นสิ่งเสพติด เพราะทำให้เกิดอาการมึนเมา อาการเคลิ้ม ใจสั่น หน้ามืด และเห็นภาพหลอน
อาการเมากัญชาจนเกิดอาการเคลิ้ม เห็นภาพหลอน และมีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ เป็นภาวะที่อันตรายต่อการขับรถเป็นอย่างยิ่ง อาจเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย
- สาร CBD
Cannabidiol หรือสาร CBD เป็นสารที่พบมากบริเวณใบของกัญชา มีประสิทธิภาพในการลดอาการชักและอาการปวด ปกติแล้วสาร CBD จะสกัดได้ในปริมาณที่น้อย โอกาสเมาจากการรับสาร CBD จึงไม่มาก
สาร CBD นิยมใช้เป็นยาเพื่อลดความเครียดของผู้ป่วยกลุ่มอาการชัก มีความเครียดสะสม และวิตกกังวล ซึ่งยาชนิดนี้จะออกฤทธิ์ผ่อนคลายและทำให้ผู้ป่วย “ง่วง” จึงไม่ควรใช้ก่อนการขับรถ
สาร THC และ CBD นี้ พบได้ทั้งในกัญชงและกัญชา เป็นสารที่ไม่เหมาะกับการรับเข้าสู่ร่างกายก่อนการขับรถ ถึงแม้กัญชาจะเปิดเสรีแล้วแต่ความรับผิดชอบต่อสังคมก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง หากต้องขับรถควรงดการใช้กัญชาและกัญชงก่อนอย่างน้อย 2-5 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
กฎหมายว่าด้วยการสูบกัญชากัญชงแล้วขับรถ
เครื่องดื่มและอาหารที่มีใบกัญชาควรงดก่อนขับขี่ยานพาหนะ
เนื่องจากกัญชาเพิ่งได้รับการปลดล็อคได้ไม่นาน กฎหมายจึงไม่ครอบคลุม แต่การขับขี่โดยใช้กัญชาถือเป็นเรื่องที่อันตราย จึงต้องมีกฎหมายที่รัดกุมและสามารถควบคุมการกระทำผิดได้
การเปิดเสรีกัญชาทำให้มีการซื้อขายและใช้งานกัญชาอย่างเปิดเผยมากขึ้น จนมีหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงในบางประเด็นที่ยังไม่มีมาตรการและข้อกฎหมายรองรับ ในตอนนี้โทษทางกฎหมายของกัญชาที่มีการระบุชัดเจน มีดังนี้
- การสูบกัญชา
พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ว่าด้วยเรื่องฝุ่นควัน รวมไปถึงควันจากการสูบกัญชาที่ก่อให้เกิดความรำคาญในที่สาธารณะได้ โทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
- การใช้ประโยชน์และครอบครอง
พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 กล่าวว่าพืชในสกุล Cannabis เป็นพืชควบคุม ผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้นจึงสามารถครอบครองและใช้ประโยชน์ได้ โดยต้องไม่ใช้สูบในที่สาธารณะ ไม่ใช้รักษาผู้ป่วยตั้งครรภ์ และไม่หยิบยื่นให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในส่วนของการขับขี่ยังคงไม่มีข้อกฎหมายรองรับชัดเจน แต่กรมการขนส่งทางบกมีนโยบายผลักดันการออกกฎห้ามไม่ให้ผู้ที่ขับรถขนส่งสาธารณะใช้กัญชาโดยเด็ดขาด ส่วนบุคคลทั่วไปมีแนวโน้มจะใช้โทษเดียวกับกรณีเมาแล้วขับ คือ โทษปรับ 5,000-20,000 บาท หรือจำคุก 2-5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ก็มีข้อสังเกตที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนการออกบทลงโทษเรื่องการใช้กัญชาขณะขับขี่ ดังนี้
- การตรวจหาสาร THC และ CBD ในร่างกาย จะใช้เกณฑ์ใดในการกำหนดโทษ
- หากใช้กฎหมายเดียวกับเมาแล้วขับ ในกรณีที่มีผู้ใช้กัญชาร่วมกับแอลกอฮอล์จะมีบทลงโทษอย่างไร
อุบัติเหตุบนท้องถนนบางครั้งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวผู้ขับขี่เพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลถึงผู้ที่ใช้ถนนร่วมกันด้วย ความไม่ประมาทจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด นอกจากจะลดอุบัติเหตุแล้วยังเป็นการถนอมรถยนต์คู่กายให้อยู่ในสภาพดี ไม่เสื่อมสภาพจากการเฉี่ยวชน เมื่อต้องการเงินด่วนจะได้มีรถสภาพดีไปขอกู้สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงินสินเชื่อที่ให้วงเงินใหญ่ สูงสุดถึง 1 ล้านบาท อนุมัติไวใน 2 ชั่วโมง แล้วรับเงินโอนเข้าบัญชีทันที เห็นประโยชน์ของการรักษารถ ลดอุบัติเหตุแบบนี้แล้ว ต้องคิดอีกครั้งถ้าจะใช้กัญชาขณะขับรถ
อ้างอิงข้อมูล: พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535, พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542, ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (CDC)
งดกัญชาขณะขับ ลดอุบัติเหตุ มีรถสวยรอกู้สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน

