แหวนแต่งงาน สัญลักษณ์แห่งรัก แทนใจชั่วนิรันดร์

หลังจากที่คุณและคู่รักผ่านช่วงเวลาหวานชื่นของการเซอร์ไพรส์แต่งงานกันไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันเริ่มต้นชีวิตคู่มาถึงสิ่งที่คู่รักหลายคู่มักให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการจัดงานแต่ง นั่นคือการเลือกแหวนแต่งงาน ที่เป็นสัญลักษณ์แทนความหมายของการเริ่มต้นชีวิตคู่ หากคุณไม่มีประสบการณ์การเลือกซื้อแหวนเพชรแต่งงานมาก่อน คงรู้สึกกังวลใจไม่น้อย เมื่อไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเลือกแหวนอย่างไร วันนี้ KTC ขอแนะนำวิธีเลือกแหวนแต่งงานแบบมืออาชีพ สำหรับบ่าวสาวมือใหม่ แต่ก่อนอื่นไปดูความหมายแหวนแต่งงานรูปแบบต่าง ๆ กันสักนิด เพื่อให้คุณและคนรักเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการเลือกแหวนแต่งงานมากยิ่งขึ้น


ทำความรู้จักความหมายแหวนแต่งงานรูปแบบต่าง ๆ




การเลือกซื้อแหวนแต่งงาน

  • แหวนเกลี้ยง (Classic) หมายถึง คำสัญญาว่าจะมั่นคงตลอดไป
  • แหวนเพชรเม็ดเดี่ยว (Solitaire) หมายถึง ความรักเดียวใจเดียว ความซื่อสัตย์ ซื่อตรง
  • แหวนเพชรรอบแหวน (Eternity) หมายถึง ความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด
  • แหวนเพชรสามเม็ด (3 Stone Ring) หมายถึง ความรักเหนือกาลเวลา ซึ่งเพชรแต่ละเม็ดจะแทน อดีต ปัจจุบัน อนาคต
  • แหวนซ้อนสามวง (Trinity Ring) หมายถึง ความสามัคคีและความหนักแน่นของคู่รัก
  • แหวนทรงดอกไม้ (Flower) หมายถึง ความรัก ความอ่อนโยน การให้เกียรติกันและกัน
  • แหวนทรงบ่าข้าง (Supporter) หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง มีบริวารเกื้อหนุน
  • แหวนรูปหัวใจ (Heart) หมายถึง ความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข


วิธีเลือกซื้อแหวนแต่งงาน สำหรับบ่าวสาวมือใหม่


1. กำหนดงบประมาณ

การกำหนดงบประมาณของแหวนสำคัญมาก เพื่อควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลาย และยังง่ายต่อการเลือกซื้อแหวนต่าง ๆ อาทิ ซื้อแหวนทอง ซื้อแหวนเงิน และ ซื้อแหวนเพชร ยกตัวอย่างเมื่อคุณได้งบในใจแล้วสามารถแจ้งกับพนักงานขาย เพื่อให้พนักงานแนะนำแหวนแต่งงานที่อยู่ในงบมาให้เลือก สำหรับราคาแหวนเพชรเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของเพชร น้ำเพชร ดีไซน์และตัวเรือน แนะนำควรเลือกตามงบที่ตั้งไว้จะดีที่สุด


2. เลือกกะรัต

กะรัตคือหน่วยที่ใช้ชั่งน้ำหนักของเพชร หากคุณกำหนดงบประมาณในใจมาแล้วจะสามารถเลือกกะรัตได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับผู้ที่ไม่จำกัดงบสามารถเลือกกะรัตได้ตามความเหมาะสม โดยการเลือกขนาดของเม็ดเพชรจะส่งผลต่อราคามากที่สุด ยิ่งเพชรเม็ดใหญ่ขึ้นมากแค่ไหน ราคาจะสูงขึ้นตามไปด้วย


3. เลือกรูปทรงของเพชร

คุณสามารถเลือกทรงเพชรได้ตามความชอบ ส่วนเพชรทรงยอดนิยมที่ทางร้านเพชรแนะนำคือ เพชรทรงกลม เนื่องจากเพชรทรงกลมเวลาอยู่บนตัวเรือนจะสวยสง่ากว่าใคร เป็นทรงที่เจียระไนออกมาแล้ววิบวับแวววาวเล่นแสงมากที่สุด อีกทั้งยังมีความหมายดีหมายถึงรักแบบไม่สิ้นสุด แนะนำให้เลือกร้านเพชรที่สามารถส่องกล้องเพื่อดูการเจียระไนของเพชรได้ เพราะเพชรที่เจียระไนได้สวยงามจะยิ่งเปล่งประกายได้ดี แต่ก็มีราคาสูงตามไปด้วย


4. สีของเพชร




แหวนเพชรแต่งงานสีขาวประกายแวววาว

เพชรสีขาวสะอาดที่สุดคือเพชรน้ำ 100 หรือ D Color เป็นเพชรไร้สีสามารถเปรียบเทียบกับเพชรเม็ดสีอื่นได้ด้วยตาเปล่า จะมองเห็นสีของเพชรที่แตกต่างกัน หากไม่ใช่เพชรน้ำ 100 จะมีโทนสีอมเหลืองหรือน้ำตาลปะปนอยู่ ทำให้เม็ดเพชรมีความแวววาวสดใสน้อยกว่า และมีมูลค่าต่ำกว่าเพชรน้ำ 100 ดังนั้นหากต้องการเพชรที่ดีที่สุดให้เลือกสี D Color หรือลดลงตามลำดับดังนี้

  • D Color น้ำ 100
  • E Color น้ำ 99
  • F Color น้ำ 98
  • G Color น้ำ 97
  • H Color น้ำ 96 ไล่ จนถึง Z ซึ่งสีจะออกเหลืองตามลำดับที่ลดลง

โดยน้ำเพชรนี้จะมีระบุอยู่ในใบ Certificate ที่ได้มาตรฐาน อย่าง Certificate GIA แต่ไม่มีระบุอยู่ใน Certificate ของร้านเพชร แนะนำให้เลือกซื้อเพชรกับร้านเพชรที่น่าเชื่อถือ และมีใบรับรองที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าได้เพชรน้ำดีจริง ๆ


5. เลือกความสะอาด

เพชรที่สะอาดคือเพชรที่มีตำหนิน้อย ซึ่งตำหนิของเพชรนั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่สามารถลบออกได้ ดังนั้นเพชรยิ่งมีตำหนิน้อยมากเท่าไหร่ มูลค่าก็จะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น วิธีสังเกตทำได้โดยการส่องกล้องเพื่อตรวจสอบความสะอาด หากมองเห็นจุดหรือขีดนั่นหมายถึงตำหนิของเพชร เพชรที่สะอาดจะต้องมีตำหนิน้อยที่สุด


6. ตรวจสอบ Certificate ของเพชร

เพชรแต่ละเม็ดจะมีการยิงเลเซอร์หมายเลขของเพชรสลักอยู่ เพื่อใช้ตรวจสอบว่าเป็นเพชรเม็ดเดียวกับที่ออกใบรับรอง (Certificate) วิธีการตรวจสอบคือการใช้กล้องส่องเข้าไปในเม็ดเพชร เพื่อตรวจสอบว่าหมายเลขที่เพชรนั้นคือเลขอะไร เพื่อนำมาเทียบกับใบรับรองว่าใช่หมายเลขเดียวกันหรือไม่ แนะนำตรวจสอบทั้งตอนเลือกและตอนมารับแหวนเพชร เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้เพชรเม็ดที่เลือกไว้ และตรงตามใบรับรองจริง ๆ


7. เลือกวัสดุที่ใช้ทำตัวแหวน

วัสดุที่ใช้ทำตัวเรือนของแหวนจะมีทั้งหมด 3 ประเภท ทองขาว ทอง และพิงก์โกลด์ โดยตัวเรือนที่นิยมใช้ในการทำแหวนเพชรมากที่สุดก็คือทองขาว เพราะทองขาวจะยิ่งขับเพชรให้ดูเด่นสง่า สะท้อนแสงได้แวววาว ไม่สะท้อนออกมาเป็นสีเหลือง รองมาก็เป็นสีทองและสีพิงก์โกลด์ แต่อย่างไรก็ตามคุณสามารถเลือกตัวเรือนได้ตามความชอบ


8. เลือกแบบของแหวน

ดีไซน์ตัวเรือนของแหวนเพชรมีให้เลือกหลายแบบ แต่ละแบบสามารถทำให้แหวนเพชรมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ดังนี้

ตัวเรือนชูไม่มีเพชร - เป็นแหวนเพชรสุดคลาสสิก เรียบหรู สามารถเก็บไว้ให้ลูกให้หลานสืบต่อไปได้ เป็นทรงที่ใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ดีไซน์มีเพชรที่ก้าน - เพิ่มความอลังการให้แหวนเพชรได้มากขึ้น เมื่อสวมใส่ก็จะเพิ่มความระยิบระยับแวววาวเป็นทวีคูณ

ดีไซน์เพชรล้อมเม็ดกลาง - ช่วยทำให้เพชรเม็ดกลางดูใหญ่ขึ้น ดูเหมือนได้แหวนเพชรเม็ดโต ในราคาที่เบาลงด้วยดีไซน์แบบเพชรล้อม


9. ร้านที่มีบริการหลังการขาย

ข้อนี้สำคัญไม่แพ้กับการเลือกซื้อแหวนเพชร ยิ่งซื้อแหวนที่มีมูลค่าสูงย่อมต้องการการดูแลรักษาที่ดี โดยให้พิจารณาดังนี้

  • พนักงานขายมีความรู้แบบมืออาชีพในเรื่องแหวนเพชร แหวนแต่งงาน
  • มีใบรับรองแหวนเพชร (Certificate) จากทางร้าน
  • บริการล้างทำความสะอาดแหวนเพชร
  • บริการปรับขนาดแหวนให้พอดีกับนิ้ว เมื่อขนาดนิ้วมือเปลี่ยน
  • บริการขัดเคลือบ แนะนำควรนำแหวนไปขัดเคลือบปีละ 1 ครั้ง ช่วยคืนความสดใสกลับคืนมา โดยทางร้านจะต้องส่งแหวนไปขัดเคลือบถึงที่โรงงาน ถือเป็นการทำความสะอาดใหญ่เลยทีเดียว
  • บริการซ่อมแซม กรณีหนามเตยผิดรูปทรงหรือเพชรหลุด ควรเลือกร้านที่ให้การดูแลเรื่องการซ่อมแซมแหวนเพชรด้วย


วิธีล้างแหวนเพชรด้วยตัวเองง่าย ๆ แวววาวเหมือนใหม่

  1. แช่น้ำอุ่น ๆ เพื่อให้คราบไคลหลุดออกมา
  2. ล้างแหวนเพชรในน้ำที่ผสมน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ หรือล้างแหวนเพชรกับสบู่เหลว
  3. หลังจากล้างทำความสะอาดแล้ว ใช้ไดร์ลมเย็นเป่าให้แห้ง ทำให้แหวนเพชรที่สวมใส่ทุกวันไม่ต้อง ยังคงแวววาวเหมือนใหม่อยู่เสมอ

วิธีเลือกแหวนแต่งงานตามที่กล่าวไปข้างต้น ล้วนเป็นวิธีการเลือกแหวนแต่งงานที่ช่วยให้บ่าวสาวได้แหวนแต่งงานที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด หากคุณกำลังวิตกกังวลใจในเรื่องการเลือกแหวนแต่งงาน สามารถนำวิธีดังกล่าวไปปรับประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทของคุณได้ รับรองว่าแหวนแต่งงานของคุณจะกลายเป็นแหวนแห่งความทรงจำที่ดีที่สุด


โปรโมชั่นแหวนแต่งงานราคาพิเศษ กับบัตรเครดิต KTC


ช้อปเครื่องประดับ Jubilee ผ่อน 0%




โปรโมชั่นเครื่องประดับ ที่ Jubilee

ผ่อนชำระ 0% นาน 6 ถึง 10 เดือน + รับเครดิตเงินคืนไม่จำกัดยอดสูงสุดตลอดรายการ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 6,450 บาท เมื่อมียอดผ่อนชำระ 150,000 บาทขึ้นไป / เซลส์สลิป

ระยะเวลาโปรโมชั่น : 1 ม.ค. 66 – 30 เม.ย. 66

คลิกดูโปรโมชั่นแหวนแต่งงาน Jubilee..ที่นี่


ช้อปเครื่องประดับ Regent Diamond ผ่อน 0%




โปรโมชั่นเครื่องประดับ ที่ Regent Diamond

ผ่อนชำระ 0% นาน 6 ถึง 10 เดือน + รับเครดิตเงินคืนไม่จำกัดยอดสูงสุดตลอดรายการ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 4,800 บาท เมื่อมียอดผ่อนชำระ 120,000 บาทขึ้นไป / เซลส์สลิป

ระยะเวลาโปรโมชั่น : 1 ม.ค. 66 – 30 เม.ย. 66

คลิกดูโปรโมชั่นแหวนแต่งงาน Regent Diamond..ที่นี่


ช้อปเครื่องประดับ Dilavie ผ่อน 0%




โปรโมชั่นเครื่องประดับ ที่ Dilavie

ผ่อนชำระ 0% นาน 6 ถึง 10 เดือน + รับเครดิตเงินคืนไม่จำกัดยอดสูงสุดตลอดรายการ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 4,800 บาท เมื่อมียอดผ่อนชำระ 120,000 บาทขึ้นไป / เซลส์สลิป

ระยะเวลาโปรโมชั่น : 1 ม.ค. 66 – 30 เม.ย. 66

คลิกดูโปรโมชั่นแหวนแต่งงาน Dilavie..ที่นี่

เพื่อความคุ้มค่าในการเลือกซื้อแหวนแต่งงาน KTC แนะนำโปรโมชั่นสินค้าเครื่องประดับเพชร จากแบรนด์ชั้นนำ เฉพาะสมาชิกบัตรเครดิต KTC เพียงคุณใช้จ่ายและชำระค่าบริการต่าง ๆ ผ่านบัตรเครดิต เพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมาย พร้อมโปรโมชั่นผ่อนชำระ 0% และรับเครดิตเงินคืน ทุกการใช้จ่าย สามารถใช้บัตรเครดิตเคทีซีรูดซื้อแหวนแต่งงานกับร้านค้าที่ร่วมรายการ ช่วยให้คุณได้แหวนที่ตรงใจในราคาสุดคุ้ม

คลิกดูโปรโมชั่นแหวนแต่งงาน ที่ร่วมรายการบัตรเครดิต KTC..ที่นี่