การเที่ยวลาวในปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางชาวไทยที่อยากไปเปิดประสบการณ์ใหม่ในต่างประเทศแบบใกล้ ๆ ราคาย่อมเยา แต่คำถามที่คนจำนวนมากสงสัยคือ เที่ยวลาวใช้เงินเท่าไหร่? คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับแผนการเดินทาง ระยะเวลา และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

บทความนี้จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเที่ยวลาวอย่างครบถ้วน ทั้งไปประเทศลาวใช้เงินเท่าไหร่? ที่เที่ยวที่ไหนที่ห้ามพลาด? และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ช่วยให้คุณวางแผนเที่ยวลาวได้คุ้มค่าแน่นอน


ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับประเทศลาว




ประเทศลาว หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับไทย กัมพูชา เวียดนาม จีน และเมียนมา เมืองหลวงของลาวคือเวียงจันทน์ ลาวเป็นประเทศที่ยังคงเสน่ห์แบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี โดยเฉพาะธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งยังมีการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศสำหรับผู้ที่สนใจ

ลาวเป็นประเทศในเขตร้อน ทำให้มีแดดออกตลอดปี ภูมิอากาศไม่ต่างจากประเทศไทยมาก โดยคนลาวพูดภาษาลาว ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับภาษาไทย แม้ไม่รู้ภาษาลาวแต่หากเป็นนักท่องเที่ยวไทยก็สามารถเที่ยวเองได้ไม่ยาก สกุลเงินใช้เป็นเงินกีบลาว แต่ก็สามารถใช้เงินบาทไทยได้ทั่วประเทศหากต้องการ ถึงไม่แลกเงินก็สามารถไปเที่ยวลาวได้ การเที่ยวลาวด้วยตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องยาก


วิธีการเดินทางไปเที่ยวลาว ไปได้ด้วยวิธีไหนบ้าง

การเดินทางไปเที่ยวลาวมีหลากหลายวิธี เหมาะกับทั้งสายประหยัดและสายสะดวกสบาย ถ้าอยากรู้ว่าเที่ยวลาวใช้เงินเท่าไหร่ต้องอย่าลืมบวกค่าเดินทางเข้าไปด้วย

  • เครื่องบิน มีสายการบินบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปที่ลาวโดยตรง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยหากต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่ม สามารถนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่สนามบินอุดรและต่อรถตู้เข้าลาวได้
    • สนามบินนานาชาติวัตไต สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวเมืองอย่างยังเวียงจันทน์
    • สนามบินนานาชาติหลวงพระบาง สำหรับผู้ที่ต้องการไปเที่ยวหลวงพระบางหรือเที่ยวลาวเหนือ
    • สนามบินนานาชาติปากเซ ถ้าอยากเที่ยววัดหลวงปากเซ ปราสาทหินวัดพู หรือสถานที่อื่นๆในลาวใต้ แนะนำให้ลงสนามบินนี้
    • สนามบินอื่น ๆ ตามความใกล้ไกลของสถานที่ที่ต้องการเที่ยว
  • รถทัวร์ รถโดยสารระหว่างประเทศจากขนส่งหมอชิต กรุงเทพฯ ไปยังเวียงจันทน์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง
  • รถส่วนตัว ขับรถข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว โดยต้องมีเอกสารข้ามแดนและใบอนุญาตขับรถสากล
  • รถไฟ สถานีปลายทางหนองคายมีรถไฟไปต่อถึงเวียงจันทน์ได้สะดวก หรือใช้บริการรถไฟขบวน ไทย - สปป. ลาว จากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปถึงเวียงจันทร์


เที่ยวลาวใช้เงินเท่าไหร่ ถึงจะพอตลอดการเดินทาง

ค่าใช้จ่ายในการเที่ยวลาวจะแตกต่างกันไปตามแผนการเดินทาง และไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ เช่น นักท่องเที่ยวบางคนเน้นเที่ยวกิน ก็อาจจะต้องประเมินค่าอาหารไว้มากเมื่อคำนวณว่าเที่ยวลาวใช้เงินเท่าไหร่ ถ้าอยากเที่ยวลาวแบบประหยัดก็ลองประหยัดค่าเดินทางหรือค่าอาหารได้


เที่ยวลาว 2 วัน 1 คืน งบเท่าไหร่

  • ค่ารถทัวร์ไป-กลับ: 1,000 บาท แต่ถ้าเดินทางด้วยเครื่องบินไป-กลับราคาจะอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 บาท
  • ที่พัก 1 คืน: 1,000 บาท
  • ค่าอาหาร: 500-600 บาท ต่อวัน แต่ถ้าเน้นกินประหยัดอาจใช้เพียงแค่ 200-300 บาท ต่อวัน
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว: 300 บาท
  • ค่าเดินทางในลาว: ถ้าเหมารถใช้ประมาณ 1,000 บาท แต่ถ้าเช่ารถขับเองหรือใช้ขนส่งสาธารณะราคาจะลดลง
  • รวมค่าใช้จ่ายเที่ยวลาวโดยประมาณ 3,700 - 9,100 บาท


เที่ยวลาว 3 วัน 2 คืน งบเท่าไหร่

  • ค่ารถทัวร์ไป-กลับ: 1,000 บาท แต่ถ้าเดินทางด้วยเครื่องบินไป-กลับราคาจะอยู่ที่ประมาณ 4,000 - 5,000 บาท
  • ที่พัก 2 คืน: 1,000 บาท ต่อคืน รวมเป็น 2,000 บาท
  • ค่าอาหาร: 500-600 บาท ต่อวัน แต่ถ้าเน้นกินประหยัดอาจใช้เพียงแค่ 200 - 300 บาท ต่อวัน
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว: 400 บาท
  • ค่าเดินทางในลาว: ถ้าเหมารถใช้ประมาณ 1,000 บาท แต่ถ้าเช่ารถขับเองหรือใช้ขนส่งสาธารณะราคาจะลดลง
  • รวมค่าใช้จ่ายเที่ยวลาวโดยประมาณ 5,000 - 10,200 บาท

ถ้าคุณสงสัยว่าไปเที่ยวลาวใช้เงินเท่าไหร่ ก็สามารถคำนวณจากรายการเหล่านี้ได้ และปรับตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง


เที่ยวลาวช่วงไหนดี แต่ละฤดูมีบรรยากาศแบบไหน




เที่ยวลาวเดือนไหนดี? สภาพอากาศของลาวไม่ต่างจากไทยมาก ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวหรือเตรียมเสื้อผ้าเป็นพิเศษ

  • ฤดูหนาว (พ.ย.-ก.พ) อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิอาจลดลงถึง 15 องศาเซลเซียส เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุด
  • ฤดูร้อน (มี.ค.-พ.ค.) อากาศร้อนจัดและเป็นอากาศร้อนแบบร้อนแห้ง ไม่เหมาะกับคนไม่ชอบแดดแรง แต่จะอยู่ในช่วงปีใหม่ลาวซึ่งคล้ายคลึงกับสงกรานต์ของไทย
  • ฤดูฝน (มิ.ย.-ต.ค.) ธรรมชาติสวยงาม ชุ่มฉ่ำด้วยฝน เหมาะกับการไปเที่ยวชมน้ำตก แต่อาจเดินทางลำบาก หรืออาจเลือกไปทางตอนใต้ที่ฝนตกน้อย

หากยังสงสัยว่าเที่ยวลาวช่วงไหนดี อาจลองเลือกจากสถานที่ที่อยากไปหรือกิจกรรมที่อยากทำแล้วค่อยดูว่าควรไปในฤดูกาลใด


จะเที่ยวลาว ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ไปเที่ยวลาวต้องอะไรบ้าง? ไปลาวต้องใช้พาสปอร์ตไหม? การเที่ยวลาวใช้เพียงแค่เอกสารตามนี้

  • พาสปอร์ต
  • อยากเที่ยวลาวไม่มีพาสปอร์ต ต้องใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวแทน แต่จะอยู่ที่ลาวได้เพียง 3 วัน ถ้าต้องการทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวต้องเตรียมเอกสารดังนี้
    • สำเนาบัตรประชาชน
    • รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 ใบ
    • ค่าธรรมเนียม 50 บาท
  • หากต้องการอยู่เกิน 30 วัน ต้องใช้พาสปอร์ตและวีซ่า


แนะนำที่เที่ยวลาวน่าสนใจ 10 แห่ง มีครบทุกสายให้เลือก

ที่เที่ยวลาวมีสถานที่มากมายที่น่าสนใจ จึงกลายเป็นจุดหมายลาพักร้อนสำหรับใครหลายคน มีทั้งสถาปัตยกรรมสวยงาม ธรรมชาติเขียวขจี และอื่น ๆ อีกมากมาย สถานที่ยอดนิยมสำหรับการเที่ยวประเทศลาวมีดังนี้


1. หลวงพระบาง เมืองมรดกโลก อบอวลด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรม




หากกำลังวางแผนว่าพฤศจิกายน เที่ยวไหนดี? อย่าพลาดมาเยี่ยมชมเมืองวัฒนธรรมอย่างหลวงพระบาง หลวงพระบางเป็นเมืองที่มีเสน่ห์เกินคำบรรยาย โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างศิลปะล้านช้างและฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว ตรอกซอกซอยเต็มไปด้วยบ้านไม้โบราณ วัดเก่าแก่ และคาเฟ่เล็ก ๆ ที่มีกลิ่นกาแฟหอมกรุ่น หากคุณต้องการซึมซับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม นี่คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด

สิ่งที่ทำให้หลวงพระบางน่าหลงใหลคือความสงบเรียบง่ายของผู้คนและบรรยากาศร่มรื่น โดยเฉพาะช่วงเช้า ที่ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวจะร่วมใจกันใส่บาตรข้าวเหนียวอย่างเงียบสงบริมถนนสายเก่า วิวแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านตัวเมืองยิ่งเติมเต็มเสน่ห์ของเมืองให้สมบูรณ์แบบ

จุดเด่น: เมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO

กิจกรรมแนะนำ: ใส่บาตรข้าวเหนียว เที่ยวพระธาตุพูสี ตลาดกลางคืน

ควรเที่ยวช่วง: พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์


2. เวียงจันทน์ เมืองหลวงที่รวมศิลปะลาวกับกลิ่นอายฝรั่งเศส

เวียงจันทน์อาจไม่ใช่เมืองหลวงที่วุ่นวายเหมือนกรุงเทพฯ แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศสบาย ๆ เที่ยวเวียงจันทน์ด้วยตัวเองทำได้ไม่ยาก ทั้งยังมีอาคารแบบโคโลเนียลที่งดงาม ไม่ว่าจะเป็นประตูชัยที่ได้สร้างขึ้นเพื่อประกาศเอกราชจากฝรั่งเศส หรือวัดเก่าอย่างวัดสีสะเกดที่เต็มไปด้วยพระพุทธรูปนับพันองค์ ใกล้ ๆ วัดสีสะเกดก็มีหอพระแก้วอันโด่งดัง ทั้งหมดนี้ล้วนเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานของลาวได้อย่างลึกซึ้ง

เวียงจันทน์ยังเหมาะกับการเดินเล่นริมโขงตอนเย็น มีถนนคนเดิน จับจ่ายใช้สอยของพื้นเมือง หรือจะไปพักผ่อนที่สวนเจ้าอนุวงศ์ก็ได้ เป็นเมืองที่เหมาะทั้งสำหรับนักเดินทางสายวัฒนธรรมและสายถ่ายภาพแนวอาร์ต ถ้าอยากเที่ยวเมืองลาว แนะนำที่เวียงจันทร์ ตอบโจทย์แน่นอน

จุดเด่น: สถาปัตยกรรมผสมผสานยุคอาณานิคมฝรั่งเศส

กิจกรรมแนะนำ: เยี่ยมชมพระธาตุหลวง ประตูชัย หอพระแก้ว

ควรเที่ยวช่วง: พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์


3. คอนพะเพ็ง น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คอนพะเพ็งคือความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่แท้จริง น้ำตกขนาดมหึมาที่มีพลังน้ำไหลเชี่ยวแรงอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้ชื่อว่าเป็นไนแองการ่าแห่งเอเชีย การชมความยิ่งใหญ่ของกระแสน้ำแบบใกล้ชิดถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ

ธรรมชาติของคอนพะเพ็ง หรือแก่งจันทร์เพ็ญ มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก มีสัตว์น้ำหายากหลากหลายชนิด เช่น โลมาหัวบาตร ปลาค้อคอนพะเพ็ง และยังมีพิพิธภัณฑ์ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มะนีโคด ถ้าอยากเที่ยวลาวแบบเน้นธรรมชาติ คอนพะเพ็งเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

จุดเด่น: น้ำตกขนาดยักษ์ ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

กิจกรรมแนะนำ: ชมวิว ถ่ายภาพ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต้นไม้มะนีโคด

ควรเที่ยวช่วง: มกราคม-มีนาคม


4. จำปาสัก เมืองเก่าแก่ของลาวใต้

อยากเที่ยวลาวชมเมืองเก่าต้องไม่พลาดที่นี่ จำปาสักเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะกับผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์โบราณและธรรมชาติบริสุทธิ์ ไฮไลต์ของที่นี่คือวัดพู มรดกโลกที่เก่าแก่และสำคัญไม่แพ้เมืองพระนครในกัมพูชา นอกจากนี้ยังมีธรรมชาติและน้ำตกอีกมากมายให้เที่ยวชม

จุดเด่น: วัดพู มรดกโลกเก่าแก่ยุคศตวรรษที่ 11

กิจกรรมแนะนำ: เที่ยววัดพู

ควรเที่ยวช่วง: พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ หรือ มิถุนายน-ตุลาคม สำหรับเที่ยวชมธรรมชาติ


5. ปากเซ เมืองศูนย์กลางของภาคใต้ลาว

ปากเซเป็นเมืองเอกของจำปาศักดิ์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์จากธรรมชาติและวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นทิวเขาเขียวชอุ่มของที่ราบสูงโบละเวน หรือไร่กาแฟที่เรียงรายกันเป็นแนวยาว ทริปในปากเซมักจะพาเราไปพบกับน้ำตกตาดฟานและตาดเยือง ซึ่งมีความสวยงามราวกับภาพวาด

สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าช่วงเดือนธันวาคม เที่ยวไหนดี? ถ้าชอบที่เที่ยวอากาศดี ๆ สบาย ๆ จิบกาแฟชมบรรยากาศ แนะนำที่เมืองปากเซ เพราะความสงบของปากเซทำให้คุณสามารถดื่มด่ำธรรมชาติอย่างแท้จริง อีกทั้งการได้ลิ้มลองกาแฟลาวรสเข้มแท้จากแหล่งปลูกถือเป็นไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ เหมาะทั้งสำหรับสายถ่ายรูปและคนที่ต้องการชาร์จพลังชีวิตอย่างแท้จริง

จุดเด่น: เมืองริมโขงที่มีทั้งธรรมชาติและสถาปัตยกรรมน่าท่องเที่ยว เช่น วัดหลวงปากเซ

กิจกรรมแนะนำ: เที่ยวน้ำตกผาส้วม น้ำตกตาดฟาน ลิ้มรสกาแฟลาว

ควรเที่ยวช่วง: พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์


6. วังเวียง เมืองท่องเที่ยวสายลุย แหล่งธรรมชาติ




วังเวียงเปรียบเสมือนสวรรค์ของนักผจญภัยที่รักธรรมชาติ รายล้อมด้วยภูเขาหินปูนสูงตระหง่านและแม่น้ำซองที่ไหลผ่านเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย ทั้งบอลลูนลมร้อน, พายเรือคายัค, ทัวร์ถ้ำน้ำ, ปีนผา และซิปไลน์สุดตื่นตา

แม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่บรรยากาศของวังเวียงกลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีคาเฟ่ริมแม่น้ำ และแสงไฟยามค่ำที่อบอุ่น บรรยากาศผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยความสนุกเหมาะสำหรับการเที่ยวลาวแบบเอาใจสายลุย

จุดเด่น: ธรรมชาติสวยงาม มีภูเขา ถ้ำ แม่น้ำล้อมรอบ มีกิจกรรมให้ทำมากมาย

กิจกรรมแนะนำ: บอลลูนลมร้อน สำรวจถ้ำ เล่นซิปไลน์

ควรเที่ยวช่วง: พฤศจิกายน-มกราคม


7. สี่พันดอน หมู่เกาะกลางลำน้ำโขง

สี่พันดอนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นด้วยความตระการตาของธรรมชาติ แม่น้ำขนาดใหญ่ถึง 15 กิโลเมตรไหลผ่านโขดหินต่าง ๆ ที่นี่เป็นหมู่เกาะนับพันที่กระจายตัวกลางแม่น้ำใหญ่ ดอนโขง ดอนเดตและดอนคอนเป็นเกาะยอดนิยมที่เต็มไปด้วยที่พักยอดนิยม คาเฟ่น่ารัก และธรรมชาติบริสุทธิ์

การเที่ยวลาวที่สี่พันดอนมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ล่องเรือดูโลมาอิรวดี พายคายัค หรือปั่นจักรยานรอบเกาะ ช่วยให้คุณสัมผัสธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ ใช้ชีวิตบนเกาะกลางแม่น้ำ

จุดเด่น: เกาะกลางแม่น้ำโขงที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์

กิจกรรมแนะนำ: ปั่นจักรยานรอบเกาะดอนคอน ล่องเรือดูโลมาน้ำจืด

ควรเที่ยวช่วง: พฤศจิกายน-เมษายน


8. ทุ่งไหหิน ที่เที่ยวลึกลับและโบราณของลาว

ทุ่งไหหินเป็นสถานที่ลึกลับและน่าค้นหาที่สุดแห่งหนึ่งในลาว ถูกค้นพบเมื่อประมาณ ค.ศ. 1930 ด้วยไหหินขนาดมหึมากว่า 440 ใบที่ตั้งกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุ่ง แบ่งเป็น 3 แหล่งด้วยกัน ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าไหเหล่านี้มีจุดประสงค์อะไรแม้จะมีทฤษฎีว่าเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมบางอย่างที่เกี่ยวโยงกับความตาย เนื่องจากค้นพบวัตถุอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความตายโดยรอบ ทุกคนล้วนต้องมนต์เสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้

พื้นที่รอบทุ่งไหหินเงียบสงบและเต็มไปด้วยเสน่ห์ของภูเขาสูงและทุ่งหญ้าเขียวขจี แฝงบรรยากาศลึกลับ หากคุณเป็นคนชอบเรื่องราวลึกลับและโบราณคดี ที่นี่จะมอบประสบการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม

จุดเด่น: ไหหินโบราณลึกลับกระจายทั่วที่ราบสูงเชียงขวาง

กิจกรรมแนะนำ: เดินชมแหล่งไหหิน

ควรเที่ยวช่วง: พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์


9. ถ้ำกองลอ ผจญภัยพายเรือลอดถ้ำ

ถ้ำกองลอ อยู่ที่แขวนคำม่วนบนแม่น้ำหินบูน เป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศลาว ความยาวมากถึง 7.5 กิโลเมตรและกว้างประมาณ 30 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือหางยาวล่องลำน้ำภายในถ้ำเปี่ยมด้วยความลึกลับ และตื่นตาตื่นใจกับไฮไลต์อย่างถ้ำหินงอกหินย้อยประดับแสงนีออน เป็นประสบการณ์ที่ทั้งแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง

จะวางแผนว่าเที่ยวลาวใช้เงินเท่าไหร่ดีก็ต้องเผื่อค่าเข้าชมสถานที่เอาไว้ด้วย ค่าเข้าถ้ำจะอยู่ที่ประมาณ 8 บาท ส่วนค่าล่องเรือผ่านถ้ำจะอยู่ที่ประมาณ 166 บาท สามารถเดินชมถ้ำด้วยตนเองโดยไม่นั่งเรือได้

จุดเด่น: ชมหินงอกหินย้อยในถ้ำที่ใหญ่ที่สุดของลาว

กิจกรรมแนะนำ: ล่องเรือผ่านถ้ำ ใช้เวลาไปกลับประมาณ 3 ชั่วโมง

ควรเที่ยวช่วง: พฤศจิกายน-พฤษภาคม


10. บลูลากูน สระน้ำจืดสีฟ้าใสกลางหุบเขา




บลูลากูนเป็นสระน้ำจืดในวังเวียงที่มีสีฟ้าใส เอกลักษณ์จากน้ำบาดาลที่มาจากภูเขาหินปูน บลูลากูนมีทั้งหมด 3 แห่งด้วยกัน

  • แห่งแรกอยู่ใกล้ถ้ำภูคำ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเที่ยวทั้งสระน้ำจืดและสำรวจถ้ำ ทั้งยังใกล้กับตัวเมืองวังเวียง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  • แห่งที่สองจะห่างจากแห่งแรกไปประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นจุดที่เหมาะแก่การชมวิวทิวทัศน์มากที่สุด สายถ่ายรูปลงโซเชียลต้องไม่พลาด บลูลากูนแห่งที่สองเป็นที่กลางแจ้ง ไกลออกไปจะล้อมรอบไปด้วยภูเขาหินปูน อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้ทำมากมายนอกจากเล่นน้ำ
  • แห่งที่สามจะเหมาะกับสายธรรมชาติ ล้อมรอบไปด้วยป่าไม้และภูเขาอย่างใกล้ชิด มีกิจกรรมให้ทำ เช่น ชิงช้า แพไม้ไผ่ โหนสลิง แม้จะห่างไกลจากตัวเมืองแต่ก็ยังมีร้านค้าคอยให้บริการ

จุดเด่น: สระน้ำจืดสีฟ้าใสตามธรรมชาติ

กิจกรรมแนะนำ: ถ่ายภาพ ซิปไลน์ ชิงช้า กระโดดน้ำ

ควรเที่ยวช่วง: ตุลาคม-มีนาคม


ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว

สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเที่ยวลาว มีข้อควรรู้ที่ช่วยให้การท่องเที่ยวของคุณสะดวกสบายมากขึ้นดังนี้

  • สามารถทักทายคนลาวได้ด้วยคำว่า “สะบายดี” และยกมือไหว้
  • สามารถใช้เงินบาทได้ทั้งประเทศ แต่จะแลกเป็นเงินกีบก็ทำได้ ขึ้นอยู่กับค่าเงินในขณะนั้น 1 บาทอยู่ที่ประมาณ 600 กีบ
  • ค่าครองชีพในลาวแพงกว่าในไทย
  • เวลาในลาวเท่ากับเวลาในไทย
  • การแต่งตัวเที่ยวลาวไม่ต่างจากการเที่ยวไทยเพราะสภาพอากาศคล้ายกัน ไม่ต้องเตรียมเสื้อผ้าที่หนาหรือบางเป็นพิเศษ
  • ขับรถข้ามชายแดนเพื่อเที่ยวในลาวได้ โดยต้องทำพาสปอร์ตรถที่กรมขนส่ง
  • ที่ลาวขับรถชิดขวา เนื่องจากเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ต่างกับประเทศไทยที่ชิดซ้าย
  • หากไม่พักในโรงแรมอาจผิดกฎหมาย ที่ลาวจะไม่สามารถพักบ้านเพื่อนหรือคนรู้จักได้หากไม่มีใบอนุญาตพักเช่าจากตำรวจ
  • เที่ยวลาวใต้ ช่วงไหนดี? แนะนำช่วงที่อากาศเย็นสบายช่วง พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์


เที่ยวลาวใช้เงินเท่าไหร่ วางแผนให้รอบคอบ เที่ยวให้คุ้มค่า

การวางแผนเที่ยวลาวไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าคุณมีข้อมูลครบ ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย การเดินทาง เอกสาร และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม คำถามอย่างเที่ยวลาวใช้เงินเท่าไหร่ จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป นอกจากนี้ ประเทศลาวยังเป็นประเทศที่น่าสนใจในการออกไปท่องโลก เพราะมีบรรยากาศคล้ายกับไทยมาก ๆ และยังสามารถใช้เงินบาทในการใช้จ่ายได้อีกด้วย

หากคุณต้องการวางแผนการเงินให้รอบคอบและมีตัวช่วยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ขอแนะนำบัตรกดเงินสดKTC PROUD ทำรายการได้ทุกที่ ใช้จ่ายที่ลาวได้อย่างอุ่นใจ และรับเงินโอนเข้าบัญชีได้ทันที่ถึง 15 ธนาคาร ผ่านแอปพลิเคชัน KTC Mobile

  • สมัครง่าย เงินเดือน 12,000 บาท ก็สมัครได้
  • อนุมัติไว เลือกรับเงินโอนเข้าบัญชีได้ทันที เมื่ออนุมัติ
  • เบิกเงินได้ 24 ชั่วโมง ผ่านแอป KTC Mobile และ ATM ทั่วประเทศ
  • ผ่อนสินค้า 0% นานสูงสุด 24 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ
  • รูดซื้อสินค้า และช้อปออนไลน์ พร้อมรับสิทธิพิเศษทั้งปี

มีเงินสำรองอุ่นใจ ไปเที่ยวที่ไหนก็ไม่มีสะดุด ด้วยบัตรกดเงินสด KTC PROUD




*กู้เท่าที่จําเป็นและชําระคืนได้ตามกําหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 25% ต่อปี