Safari Series : Komodo National Park, Indonesia
มังกรโคโมโด อินโดนีเซีย
เกาะโคโมโดพร้อมด้วยเกาะรินกา เกาะฟลอเรส และเกาะกิลล์โมตังในภาคตะวันออกของอินโดนีเซียเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์เลื้อยคลานประเภทกิ้งก่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกถูกเรียกว่า “มังกรโคโมโด” (Komodo Dragon) มีจำนวนราว 3,000 ตัว เป็นสัตว์ถิ่นเดียวของอินโดนีเซียซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียได้ประกาศให้เกาะเหล่านั้นเป็นอุทยานแห่งชาติในปี ค.ศ. 1980 เพื่อคุ้มครองและอนุรักษ์มังกรโคโมโด ต่อมาในปี ค.ศ. 1991 องค์การยูเนสโกได้เห็นว่าอุทยานแห่งชาติโคโมโดมีคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลตามหลักเกณฑ์ที่ 7 และที่ 10 ของการพิจารณาเป็นมรดกโลกและเป็นถิ่นอาศัยแห่งเดียวในโลกของมังกรโคโมโดจึงประกาศให้อุทยานแห่งชาติโคโมโดเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของอินโดนีเซีย ทำให้มังกรโคโมโดเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
เมื่อผมได้มาเป็นผู้ผลิตรายการสารคดีโทรทัศน์เกี่ยวกับมรดกโลกจึงนำทีมงานเดินทางไปยังเกาะฟลอเรสของอินโดนีเซีย เช่าเรือยนต์จากเกาะฟลอเรสเดินทางข้ามทะเลฟลอเรสไปยังเกาะโคโมโดซึ่งเป็นเกาะหลักของอุทยานแห่งชาติโคโมโดโดยใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง
เมื่อเรือเข้าสู่บริเวณเกาะโคโมโดมองเห็นภูมิประเทศบนฝั่งเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนด้วยภูเขาหญ้าอันกว้างใหญ่เหนือหาดทรายขาวหลายหาดดูสวยงามไม่เป็นป่าดงดิบให้สมกับเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่านักล่าซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นกิ้งก่าขนาดใหญ่ที่ดุร้ายที่สุด น่าจะเป็นที่ตั้งของรีสอร์ตหรูริมทะเลมากกว่า
แต่เมื่อเรือแล่นเข้าไปในอ่าวของเกาะโคโมโด ภูมิประเทศเริ่มเปลี่ยนไปเป็นป่าปกคลุมพื้นที่บางส่วน ภูเขาหญ้าหลายลูกยังมีให้เห็น แต่ด้านหน้าติดทะเลกลายเป็นหน้าผาหินสูงยาวขนานไปกับอ่าวเริ่มให้บรรยากาศของการผจญภัยในดินแดนไกลโพ้นโดยเฉพาะเมื่อเรือไปจอดเที่ยบท่าเรือหลักของเกาะและมองไปยังภูเขาสูงใหญ่บนเทือกเขาด้านหลังจะเห็นป่าเขียวขจีขึ้นเต็มพื้นที่ให้ความตื่นเต้นขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเมื่อไกด์ท้องถิ่นที่มากับเราจากฟลอเรสบอกว่าเดี๋ยวเราจะไปท่องป่าที่เห็นเพื่อตามหามังกรโคโมโด
เมื่อขึ้นจากเรือผมกับทีมงานเดินไปยังที่ทำการของอุทยานแห่งชาติโคโมโด ใช้เวลาราว 10 นาที ระหว่างทางสายตาก็สอดส่ายมองหามังกรโคโมโด แต่ไม่พบ ไกด์ของเราเดินเข้าไปในที่ทำการอุทยานฯ สักครู่ก็เดินออกมาพร้อมกับชายคนหนึ่งถือไม้ยาว 3 เมตรปลายข้างหนึ่งเป็น 2 ง่าม ไกด์แนะนำว่าเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานฯจะนำเราเดินตามหามังกรโคโมโด เจ้าหน้าที่บอกว่าก่อนออกเดินควรรู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับมังกรโคโมโด ซึ่งเป็นสัตว์ป่าอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ (endangered species) ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย ลำตัวยาว 2.59 เมตร มีน้ำหนัก 79-91 กก. ส่วนตัวเมียมีลำตัวยาว 2.29 เมตร หนัก 68-73 กก. มังกรโคโมโดทั้งที่โตเต็มวัยและวัยอ่อนเป็นสัตว์นักล่าทั้งคู่ ที่โตเต็มวัยล่าสัตว์ใหญ่ได้แก่กวางตีมอร์ หมูป่า และกินซากสัตว์ป่า บางครั้งก็ล่ามนุษย์และกินมังกรโตโมโดวัยอ่อนด้วย ส่วนมังกรโคโมโดวัยอ่อนล่าสัตว์ขนาดเล็กได้แก่สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเช่นหนอนและแมลง ใช้เวลา 8-11 ปีกว่าจะโตเต็มวัย มังกรโคโมโดมีอายุขัยในธรรมชาติ 30 ปี
เมื่อเจ้าหน้าที่พูดจบก็บอกว่าเราไปกันได้แล้ว ผมถามว่าไม่มีอาวุธไปด้วยหรือ ได้ยินมาว่ามังกรโคโมโดดุร้ายและล่ามนุษย์ด้วย เจ้าหน้าที่ยกไม้สองง่ามในมือให้ดูแล้วบอกว่านี่คืออาวุธที่ป้องกันมังกรโคโมโด ผมกับทีมงานหันมามองหน้ากัน ถามกันด้วยสายตาว่าควรจะเชื่อไหม เจ้าหน้าที่เห็นเช่นนั้นก็บอกว่าตามปกติมังกรโคโมโดจะไม่เข้าใกล้มนุษย์ ถ้าบังเอิญเดินเข้ามาหาเราก็ใช้ไม้ปลายสองง่ามจ่อไปที่ดวงตาของมังกร มันจะถอยหนีไปเอง เป็นอาวุธที่ได้ผล ผมบอกเขาว่าหวังว่าวันนี้คงไม่ต้องใช้ไม้สองง่าม แล้วเราก็เดินตามเจ้าหน้าที่ออกไปจากที่ทำการฯ แล้วเราก็ได้พบมังกรโคโมโดตัวแรกของเรายืนอยู่หน้าที่ทำการฯ ตัวโตเต็มที่ ไม่แสดงท่าทางดุร้าย แล้วเดินห่างออกไปเมื่อเห็นพวกเรา เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นตัวเมีย มันหันมามองเราแล้วแลบลิ้นยาวปลายมีสองแฉกออกมา เจ้าหน้าที่บอกว่ามังกรโคโมโดใช้ลิ้นบอกความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบตัว ใช้บอกรสอาหาร และบอกกลิ่นโดยไม่ใช้จมูก มังกรเดินห่างออกไปทำให้ผมได้ภาพถ่ายด้านหลังเกือบเต็มตัว เป็นมังกรตัวเมียที่ตัวใหญ่มาก มีป้ายสีเหลืองติดอยู่ที่โคนหางข้างซ้ายบ่งบอกว่าเป็นมังกรที่เจ้าหน้าที่กำลังศึกษาพฤติกรรมอยู่ มันมักป้วนเปี้ยนอยู่แถวที่ทำการฯ
เมื่อเราถ่ายภาพมังกรโคโมโดตัวแรกที่พบพอแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เดินนำเราไปตามถนน มือขวาถือไม้สองง่ามซึ่งเราหวังว่าวันนี้คงไม่ต้องใช้
เราเดินต่อไปสักครู่ เจ้าหน้าที่ก็ชี้ให้ดูมังกรโคโมโดตัวใหญ่ตัวหนึ่งนอนคว่ำเหยียดยาวอยู่บนพื้นดิน แล้วบอกว่าเป็นตัวเมียอีกตัวหนึ่งกำลังนอนหลับ เจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูหางของมังกรแล้วบอกว่าหางของมังกรยาวเท่ากับลำตัว
ห่างจากที่มังกรตัวนี้นอนอยู่สัก 20 ก้าวมีอัฒจันทร์สร้างด้วยไม้สูง 3 ชั้นไม่ไกลจากลำธารสายหนึ่ง อัฒจันทร์นี้ตั้งไว้สำให้นักท่องเที่ยวนั่งดูมังกรที่ออกจากป่ามากินน้ำ เจ้าหน้าที่นำเราไปนั่งที่อัฒจันทร์และบอกว่าเรามีเวลามาก นั่งดูมังกรตัวที่นอนอยู่ เมื่อตื่นขึ้นมาอาจลุกขึ้นเดินไปกินน้ำ เราก็ทำตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ นั่งอยู่ 10 นาที มังกรก็ยังไม่ตื่น ผมนำภาพถ่าย 2 ภาพของหมู่บ้านขนาดใหญ่แห่งหนึ่งบนเกาะโคโมโดขณะที่เรือเข้าไปใกล้เกาะให้เจ้าหน้าที่ดูและถามว่าบนเกาะนี้มีกี่หมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ตอบว่ามีอยู่หมู่บ้านเดียวทอดยาวไปตามชายฝั่งทะเล มีประชากรราว 1,700 คนอาศัยอยู่ ส่วนใหญ่เป็นชาวประมงอยู่มาดั้งเดิม ตัวเขาเองก็มาจากหมู่บ้านนี้ คำถามต่อไปคือแล้วมังกรเคยเข้ามาล่าคนในหมู่บ้านบ้างไหม คำตอบคือไม่เข้าไปในหมู่บ้าน แต่เมื่อชาวบ้านเดินออกไปนอกหมู่บ้านเข้าไปในป่าต้องระวังตัวเพราะในช่วง 40 ปีที่ผ่านมามีชาวบ้านถูกมังกรล่าไป 24 ครั้งและถูกกินไป 5 คน ตามปกติมังกรจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมนุษย์นอกจากอดอยากจริง
ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่หยุดพูด จ้องเขม็งไปยังชายป่าแล้วบอกว่ามังกรตัวหนึ่งกำลังออกมา เรามองตามไปก็เห็นมังกรโคโมโดตัวใหญ่มากกำลังเดินออกมาจากป่ามุ่งหน้ามายังลำธาร เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นตัวผู้โตเต็มวัย ผมมองไปยังมังกรตัวผู้ตัวแรกที่พบ ซึ่งมีท่าทางน่าเกรงขามและน่ากลัวมากกว่าตัวเมีย ผมใช้ซูมถ่ายภาพมังกรตัวนี้ให้เห็นภาพชัดๆ บอกตรงๆว่าไม่ไว้ใจไม้สองง่ามว่าจะหยุดมังกรตัวนี้ได้หรือไม่ ชำเลืองมองดูเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่มีท่าทางตื่นเต้นเหมือนเราจึงรู้สึกเบาใจขึ้น
มังกรโคโมโดตัวผู้เดินแลบลิ้นปลาย 2 แฉกเพื่อสำรวจบริเวณรอบๆขณะเดินมุ่งหน้าไปยังลำธาร ผมกับทีมงานต่างถ่ายภาพมังกรตัวนี้แทบทุกย่างก้าวจนมาถึงลำธารแต่ยังไม่ก้มลงกินน้ำ ถึงแม้จะเป็นสัตว์นักล่าในระดับสูงสุดบนเกาะแห่งนี้ แต่ด้วยสัญชาตญาณระวังภัยตามธรรมชาติ ได้เหลียวคอไปมาสำรวจดูบริเวณรอบๆว่ามีความปลอดภัยจริงๆจึงจะก้มลงใช้ปลายลิ้นสัมผัสน้ำแล้วจุ่มปลายจมูกลงไปในน้ำและกินน้ำโดยอ้าปากให้น้ำเข้าไปในปากแล้วยกหัวให้สูงขึ้นเพื่อให้น้ำไหลลงสู่ลำคอ
นั่นคือวิธีการกินน้ำของมังกรโคโมโดซึ่งแตกต่างจากการกินน้ำด้วยลิ้นของสุนัข แมว และกิ้งก่าชนิดอื่นๆ ประโยชน์จริงๆของลิ้นของมังกรโคโมโดคือใช้ในการรับกลิ่นจากระยะไกล มังกรโคโมโดสามารถรับกลิ่นของซากสัตว์ในระยะ 4-9.5 กม.ห่างออกไป
เมื่อมังกรโคโมโดกินน้ำเสร็จและเดินจากไปได้ครู่หนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงนำเราเดินต่อไปจนขึ้นไปบนยอดเขาแห่งหนึ่ง ยืนมองทิวทัศน์อันสวยงามของอ่าวโคโมโด เจ้าหน้าที่กับไกด์ของเราขอถ่ายภาพกับผมเป็นที่ระลึกด้วยเนื่องจากเป็นคนไทยคณะแรกที่ได้ไปเยือนเกาะโคโมโด
เจ้าหน้าที่นำเราเดินลงจากภูเขาไปยังกลุ่มบังกะโลสำหรับให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืน ก่อนถึงเจ้าหน้าที่เตือนให้เราเดินอย่างระวังไม่ให้ไปเหยียบหรือเตะมังกรโคโมโดที่หลบแสงแดดจ้ามานอนใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุมบริเวณบังกะโล โดยนอนนิ่งมากทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นก้อนหิน เราพบมังกรโคโมโดโตเต็มวัยตัวหนึ่งนอนนิ่งอยู่หน้าบังกะโลหลังหนึ่ง นับเป็นมังกรโคโมโดตัวที่ 5 ที่เราพบ ระหว่างเดินจากบริเวณบังกะโลกลับไปที่ทำการอุทยานฯผ่านป่าละเมาะ เห็นกวางมีเขาสวยงามตัวหนึ่งกินหญ้าอยู่ เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นกวางตีมอร์ที่ทางอุทยานฯนำมาปล่อยเป็นจำนวนมากเพื่อขยายพันธุ์บนเกาะเป็นเหยื่อให้มังกรโคโมโดล่าเป็นอาหาร
ก่อนถึงที่ทำการฯ พบมังกรโคโมโดตัวหนึ่งอยู่ไกลๆ ผมใช้ซูมดึงภาพเข้ามาใกล้และถ่ายภาพมังกรตัวที่ 6 ก่อนเดินทางกลับ ไว้ได้
เราทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารของอุทยานฯก่อนเดินทางกลับฟลอเรส ได้ถ่ายภาพนกชนิดหนึ่งบนต้นไม้ใกล้ร้านอาหาร เป็นนกลุมพูเขียว (Green Imperial Pigeon) พบตามเกาะแต่พบยากบนแผ่นดินใหญ่
ขณะที่เรือของเราถอยออกจากท่าเรือเกาะโคโมโด ผมยังสะพายกล้องติดซูมยาวอยู่ มองไปบนฝั่งเห็นมังกรโคโมโดตัวหนึ่งเดินอยู่บนหาดใกล้ท่าเรือ คงล่าเหยื่อได้และกินมาจนอิ่มเห็นท้องกางจนเกือบแตะทราย จึงถ่ายมังกรโคโมโดตัวที่ 7 เป็นที่ระลึกกลับมาด้วย
นับว่าเป็นการไปเยือนอุทยานแห่งชาติโคโมโดที่ประสบความสำเร็จ ได้พบมังกรโคโมโดและถ่ายภาพมาได้ 7 ตัว













