หากถามถึงจังหวัดในประเทศญี่ปุ่นที่รวมความงดงามของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์อันมีมนต์ขลัง และบรรยากาศที่เงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนเอาไว้ได้อย่างลงตัว “ฟุกุชิมะ” (Fukushima) คือจุดหมายปลายทางที่คนหลังรักญี่ปุ่นไม่ควรพลาด
ฟุกุชิมะ (Fukushima) อยู่ใน ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น รองจากฮอกไกโด (Hokkaido) และอิวาเตะ (Iwate) เปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดงามแห่งภูมิภาคโทโฮคุที่พร้อมจะทำให้คุณตกหลุมรักได้ในทุกย่างก้าว
“ฟุกุชิมะ” เปรียบเสมือนดินแดนแห่งความหลากหลายทางธรรมชาติ ตั้งแต่แนวเทือกเขาสูง ทะเลสาบสีมรกต ไปจนถึงหมู่บ้านออนเซ็นที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมเก่าแก่จากสมัยเอโดะไว้อย่างงดงาม โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่บริเวณตลอดแนวถนนจะถูกย้อมด้วยสีชมพูอ่อนของดอกซากุระที่บานสะพรั่ง ท่ามกลางฉากหลังของยอดเขาที่มีหิมะปกคลุม เป็นภาพสวยงามราวกับภาพวาดที่หาดูได้ยาก
ซากุระที่ฟุกุชิมะจะบานช่วงเดือนไหน?
- ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม จะเป็นช่วงที่ซากุระบานสะพรั่งทั่วทั้งจังหวัด โดยฟุกุชิมะมีจุดชมซากุระที่สวยติดอันดับประเทศอยู่หลายแห่ง
- สำหรับในปี 2026 คาดการณ์ว่าซากุระใน Hanamiyama Park ที่เป็นจุดไฮไลท์ในการชมดอกซากุระบานจะเริ่มแย้มกลีบ (First Bloom) ในวันที่ 31 มีนาคม 2026 และจะบานเต็มที่ (Full Bloom) ในช่วงวันที่ 7 เมษายน 2026 ส่วนพื้นที่ Kaiseizan Park สวนสาธารณะชื่อดัง จะบานเต็มที่ช้ากว่าเล็กน้อย โดยจะเป็นในช่วงวันที่ 13 เมษายน 2026 เป็นต้นไป
เปิด 5 จุดเช็กอินชมซากุระบานในฟุกุชิมะ ที่ต้องไปให้ได้
5 จุดเช็กอินสำคัญสำหรับสายท่องเที่ยวชมความงดงามของซากุระในฟุกุชิมะ มีดังนี้
1. Hanamiyama Park (花見山公園)
Hanamiyama Park (สวนฮานะมิยามะ) สวรรค์แห่งดอกไม้บนเนินเขา เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงที่สุดในฟุกุชิมะ และถือเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันมาเยือนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งความพิเศษก็คือ สถานที่แห่งนี้เป็นสวนดอกไม้ส่วนตัวของครอบครัวชาวสวนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี โดยบนเนินเขาอุดมสมบูรณ์นี้มีดอกไม้อยู่นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นซากุระหลากหลายสายพันธุ์ ดอกพีช ดอกบ๊วย และดอกไม้สายพันธุ์อื่น ๆ ที่พากันเบ่งบาน จนกลายเป็นภาพทิวทัศน์ที่มีสีสันสดใสราวกับภาพวาด และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวชมภูเขาดอกไม้แห่งนี้คือช่วงเวลาเช้าตรู่ เพราะจะมอบทั้งบรรยากาศอบอุ่นและความโรแมนติก
การเดินทาง
สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยชินคันเซ็น สถานีที่ใกล้ที่สุดก็คือ สถานีฟุกุชิมะ (Fukushima) จากนั้นสามารถนั่งรถบัสพิเศษในช่วงฤดูซากุระบาน (Hanamiyama Shuttle Bus) เดินทางต่อไปยัง Hanamiyama Park ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
2. Fujita-gawa Fureaisakura (藤田川ふれあい桜)
Fujita-gawa Fureaisakura (เส้นทางซากุระฟุจิตะกาวะ ฟุเระไอซากุระ) ทางเดินริมแม่น้ำสายซากุระ เป็นทางเดินริมแม่น้ำฟุจิตะที่ปลูกต้นซากุระไว้เป็นแนวยาวกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งจุดชมซากุระที่ได้รับความนิยมอย่างมากของเมืองโครียาม่า และเป็นสถานที่ที่คนท้องถิ่นชื่นชอบมาพักผ่อนและเดินเล่น ซึ่งในช่วงที่ซากุระบานเต็มที่ แนวต้นซากุระทั้งสองฝั่งแม่น้ำจะโอบรับกันคล้ายกับเป็นอุโมงค์สีชมพู และเมื่อเดินตามทางเดินริมแม่น้ำ ก็จะได้สัมผัสกับความงดงามของซากุระที่อยู่เหนือศีรษะและเงาสะท้อนของดอกไม้บนผิวน้ำ รวมไปถึงกลีบซากุระที่ร่วงหล่นลงมาลอยไปตามสายน้ำ
การเดินทาง
จากสถานี JR Koriyama ให้นั่งรถไฟ JR Ban-etsusai Line ไปลงที่สถานี JR จากนั้นเดินต่อไปยังจุดชมซากุระริมน้ำอีกราว ๆ 400 เมตร
3. Tsuruga-jo Park (鶴ヶ城公園)
Tsuruga-jo Park (สวนปราสาทสึรุงะ) Tsuruga Castle ปราสาทไร้พ่ายแลนด์มาร์คแห่งไอสึ ซึ่งเป็นปราสาทที่เปรียบดั่งหัวใจของเมืองไอสึวากามัตสึ (Aizuwakamatsu) จุดเด่นอยู่ที่หลังคากระเบื้องสีแดง ซึ่งเป็นปราสาทเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ยังคงรูปแบบดั้งเดิมเช่นนี้ไว้ ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้ได้รับการบูรณะและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ภายในสวนสาธารณะรอบปราสาทมีต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้น เมื่อซากุระบานเต็มที่ จะเผยให้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามอันน่าประทับใจของปราสาทสีขาวที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางทะเลซากุระสีชมพู และสำหรับทัศนียภาพ ณ ยอดปราสาทสึรุงะ จะมองเห็นเป็นมุมกว้าง 360 องศา มองเห็นทั้งเมืองและทิวเขารอบ ๆ มอบความงดงามแบบสุดลูกหูลูกตา
การเดินทาง
จากสถานี JR ไอสึ วากามัตสึ ให้นั่งรถบัส Haikara-san มาประมาณ 20 นาที จากนั้นลงที่ป้ายรถบัส Tsuruga-jou Iriguchi และสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยชินคันเซ็นสถานีที่ใกล้ที่สุดก็คือ สถานีโคริยามะ
4. Kamega-jo Park (亀ヶ城公園)
Kamega-jo Park (สวนคาเมะกะโจ) อัญมณีที่ซ่อนอยู่แห่งเมืองไอซุ เป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นบนซากปราสาทโบราณในเมืองไอซุวากามัตสึ แม้จะไม่มีชื่อเสียงเท่ากับ Tsuruga-jo แต่ที่นี่ก็เปรียบเสมือนอัญมณีที่ซ่อนอยู่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความงดงามท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ภายในสวนแห่งนี้มีต้นซากุระกว่า 500 ต้นที่ปลูกอยู่ล้อมรอบทั่วบริเวณปราสาทและริมคูน้ำ และนอกจากซากุระแล้วก็ยังมีทางเดินที่ตัดผ่านซากปราสาทและเหล่าต้นไม้นานาพรรณโดยรอบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินเล่นและเที่ยวชมธรรมชาติ
การเดินทาง
จากสถานี JR อิวากิทานะคุระ (JR Iwaki Tanakura Station) สายซุยกุน (Suigun Line) เดินต่อประมาณ 10 นาที
5. Kasumiga-jo Park (霞ヶ城公園)
Kasumiga-jo Park (สวนปราสาทคาสุมิกะโจ) หรือ “ปราสาทหมอก” ซึ่งเดิมทีเป็นที่ตั้งของปราสาทโบราณ Nihommatsu เป็นหนึ่งในสถานที่ชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยต้นซากุระกว่า 2,500 ต้นที่ปลูกอยู่ทั่วสวน เมื่อซากุระบานเต็มที่ จะทำให้บริเวณปราสาทและบริเวณโดยรอบดูราวกับถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกสีชมพู ความโดดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นโบราณกับความงดงามของดอกซากุระ
การเดินทาง
จากสถานี JR นิฮนมัตสึ (JR Nihonmatsu Station) สายโทโฮคุ (Tohoku Line) จากนั้นเดินต่อประมาณ 20 นาที
6. Nicchu Kitakata Weeping Cherry Tree (日中線記念自転車歩行者道)
Nicchu Kitakata Weeping Cherry Tree (เส้นทางนิจจู) เป็นทางเดินและทางปั่นจักรยานที่สร้างขึ้นบนเส้นทางรถไฟสายเก่าที่เลิกใช้งานแล้ว สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือต้นซากุระสายพันธุ์ Weeping Cherry หรือ Shidare-zakura กว่า 1,000 ต้นที่ปลูกเรียงรายไปตามทางเดินยาวกว่า 3 กิโลเมตร ทำให้เป็นอุโมงค์ซากุระสายพันธุ์ Weeping Cherry ที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งซากุระสายพันธุ์ Weeping Cherry มีลักษณะพิเศษคือกิ่งก้านที่ห้อยย้อยลงมาราวกับน้ำตา ทำให้ดูอ่อนช้อยและสวยงามยิ่งกว่าซากุระพันธุ์อื่น ๆ และเมื่อซากุระบานเต็มที่และเมื่อมีสายลมพัดผ่าน กิ่งก้านที่ห้อยย้อยจะพริ้วไหวไปมา เป็นภาพที่งดงามหาชมได้ยาก
การเดินทาง
จากสถานี Aizu-Wakamatsu ให้นั่งรถไฟสาย Ban-Etsusai Line ลงที่สถานี Kitakata จากนั้นเดินต่อไปยังเส้น Nicchu Line ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
7. Yunokami Onsen Station (湯野上温泉駅)
Yunokami Onsen Station (สถานีรถไฟยุโนะคามิออนเซ็น) สถานีรถไฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะเป็นสถานีรถไฟเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่มีอาคารสถานีหลังคามุงฟางแบบดั้งเดิม (Thatched Roof) และเป็นจุดหมายปลายทางของสาย Aizu Railway ที่วิ่งผ่านทิวทัศน์ชนบทที่สวยงามของภูมิภาคไอซุ และจุดเด่นที่ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมก็คือ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ของสถานีที่มุงหลังคาฟางโบราณ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางเหล่าซากุระสีชมพูอ่อน ให้ความรู้สึกสวยงามราวกับย้อนกลับไปในอดีต
การเดินทาง
เดินทางจากสถานี AIZU-WAKAMATSU โดย Aizu Railway for AIZU TAJIMA เพื่อมายังสถานี Yunokami Onsen ใช้เวลาประมาณ 30 – 35 นาที
8. Natsui Senbonsakura (夏井千本桜)
Natsui Senbonsakura (เส้นทางซากุระนัตสึอิเซ็นบงซากุระ) เป็นทางเดินริมแม่น้ำนัตสึอิ (Natsui River) ที่มีต้นซากุระกว่า 1,000 ต้น ปลูกเรียงรายไปตามสองฝั่งแม่น้ำยาวประมาณ 5 กิโลเมตร จนกลายเป็นอุโมงค์ซากุระที่ยาวและสวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งในฟุกุชิมะ โดยในช่วงที่ซากุระบานเต็มที่ แนวต้นซากุระทั้งสองฝั่งทางจะเรียงรายทอดยาวไปตลอดแม่น้ำ เผยให้เห็นภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของซากุระที่ไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากนี้ ในช่วงที่ซากุระบานจะมีการจัดเทศกาลนัตสึอิเซ็นบงซากุระ และจัดแสดงไฟในยามค่ำคืนด้วย
การเดินทาง
จากสถานี JR นัตสึอิ (JR Natsui Station) สายบันเอทสึโท (Ban-etsu East Line) สามารถเดินเท้ามายัง Natsui Senbonsakura โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที
9. Miyagawa Senbonsakura (宮川千本桜)
Miyagawa Senbonsakura (เส้นทางซากุระแม่น้ำมิยากาวะ เซ็นบงซากุระ) หรือ “ซากุระพันต้นแห่งมิยางะวะ” เป็นทางเดินริมแม่น้ำมิยางะวะที่มีต้นซากุระกว่า 1,000 ต้นปลูกเรียงรายไปตามสองฝั่งแม่น้ำยาวหลายกิโลเมตร จนกลายเป็นอุโมงค์ซากุระที่งดงามและได้รับการขนานนามให้เป็นจุดชมซากุระที่ได้รับความนิยม ซึ่งในช่วงซากุระบานเต็มที่ แนวต้นซากุระทั้งสองฝั่งจะทิ้งห้อยย้อยลงมาที่ทางเดินและทางปั่นจักรยาน ให้ความรู้สึกโรแมนติก ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อกลีบซากุระร่วงหล่นลง ดอกสีชมพูจะปกคลุมพื้นทางเดินและลอยไปตามสายน้ำ ทวีคูณความโรแมนติกมากขึ้นอีก
การเดินทาง
จากสถานี JR ไอสึทาคาดะ (JR Aizu Takada Station) สายทาดามิ (Tadami Line) สามารถเดินเท้าต่อมาได้ โดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที
10. Dake Onsen (岳温泉)
Dake Onsen (ดาเคะออนเซ็น) หมู่บ้านน้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่บนเนินเขาของภูเขาอะดะทะระ (Mt. Adatara) ในเมืองนิฮอนมัตสึ หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านน้ำพุร้อนและมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี ในช่วงฤดูซากุระบาน บริเวณหมู่บ้านและเส้นทางไปจนถึงภูเขาจะมีต้นซากุระบานสะพรั่งเรียงรายตลอดแนว เผยให้เห็นภาพความสวยงามของหมู่บ้านน้ำพุร้อนท่ามกลางซากุระและทิวเขาที่อยู่เบื้องหลัง
การเดินทาง
สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยชินคันเซ็นสามารถเดินทางมาลงที่สถานีโคริยามะ (Koriyama) จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสาย tohoku line ลงสถานีนิฮนมัตสึ และจะต้องต่อรถยนต์โดยสารอีกประมาณ 20 นาที
11. Kannonji-gawa Sakura (観音寺川の桜)
Kannonji-gawa Sakura (ซากุระแม่น้ำคันนงจิ) เป็นทางเดินริมลำธาร Kannonji River ที่มีต้นซากุระกว่า 200 ต้นปลูกเรียงรายไปตามสองฝั่งแม่น้ำยาวประมาณ 1 กิโลเมตร จนกลายเป็นอุโมงค์ซากุระที่สวยงาม และเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยที่สุดในภูมิภาคไอซุ โดยสิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้พิเศษก็คือ การเป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จักมากนัก และส่วนใหญ่จะมีเพียงชาวญี่ปุ่นที่มาเยือน ทำให้สถานที่นี้ยังคงความเป็นธรรมชาติและความสงบ เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การชมซากุระไปพร้อม ๆ กับการใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างสงบ
การเดินทาง
เดินเท้าเพียง 2 นาที จากสถานี JR Kawageta
12. Miharu no Takizakura (三春の滝桜)
Miharu no Takizakura (ต้นซากุระมิฮารุทาคิซากุระ) หรือ “ซากุระน้ำตกแห่งมิฮารุ” สถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยซากุระโบราณสายพันธุ์ชิดาเระซากุระ ที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี และมีความสูงประมาณ 13.5 เมตร ซึ่งคำว่า “Takizakura” ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง “ซากุระน้ำตก” (Waterfall Cherry Tree) โดยเมื่อซากุระบานเต็มที่ กิ่งก้านที่ห้อยย้อยลงมาจะเต็มไปด้วยดอกไม้สีชมพูราวกับน้ำตกสีชมพูที่ไหลลงมาจากต้นไม้ ความงดงามนี้เองทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วญี่ปุ่นและทั่วโลกต่างเดินทางมาชื่นชมความงามของต้นซากุระโบราณต้นนี้กันเป็นประจำทุกปี
การเดินทาง
จากสถานี Koriayama สามารถนั่งรถไฟมาที่สถานี Miharu จากนั้นสามารถเรียกรถโดยสารมาได้ โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที
13. Enzou-ji Temple (圓藏寺)
Enzou-ji Temple (วัดเอ็นโซจิ) เป็นวัดพุทธโบราณที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบอินาวาชิโระ (Lake Inawashiro) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น วัดแห่งนี้มีความสำคัญทางศาสนาและเป็นสถานที่ที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยศรัทธาอย่างแท้จริง โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บริเวณรอบวัดจะรายล้อมไปด้วยต้นซากุระบานสะพรั่ง เผยให้เห็นความงดงามของวัดโบราณท่ามกลางซากุระสีชมพูและทะเลสาบน้ำใส และนอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดยังมีต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่อีกหลายต้น และมีมุมถ่ายรูปที่สวยงามอีกมากมาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ
การเดินทาง
จากสถานี Aizu-Wakamatsu สามารถนั่งรถไฟ JR Tadami Line ไปยังสถานี JR Aizu-Yanaizu จากนั้นเดินเท้าต่ออีกประมาณ 10 นาที
ภาพจาก : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2157101481044253&set=pcb.2157107304377004
14. Komachi Sakura Kairo (こまち桜回廊)
Komachi Sakura Kairo หรือ “เส้นทางซากุระแห่งโคมาชิ” เป็นเส้นทางชมซากุระที่ตัดผ่านชนบทและทุ่งนาในพื้นที่ มีต้นซากุระปลูกเรียงรายไปตามเส้นทาง ให้บรรยากาศที่งดงามและเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบเรียบง่ายและต้องการสัมผัสกับวิถีชีวิตชนบทของญี่ปุ่น และนอกจากความเงียบสงบแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ยังเป็นจุดเช็กอินที่ถ่ายรูปสวยอย่างมาก โดยเฉพาะมุมที่สามารถถ่ายรูปซากุระกับทุ่งนาและภูเขาในเฟรมเดียวกัน
การเดินทาง
จากสถานี JR Koriyama สามารถนั่งรถไฟ Banetsu-East Line มายังสถานี JR Ononiimachi และจากนั้นเดินเท้าต่ออีกประมาณ 3 นาที
15 . Kaiseizan Park (開成山公園)
Kaiseizan Park (สวนสาธารณะไคเซซังโคเอ็น) โอเอซิสสีชมพูในใจเมืองโครียาม่า เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองโครียาม่า (Koriyama) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่และเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของจังหวัดฟุกุชิมะ สวนแห่งนี้มีต้นซากุระมากกว่า 1,300 ต้น ทำให้เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่สำคัญที่สุดในโครียาม่า โดยภายในสวนมีสระน้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยต้นซากุระ เมื่อซากุระบานเต็มที่ กลีบดอกไม้จะร่วงลงมาลอยบนผิวน้ำ ให้บรรยากาศที่สวยงามและโรแมนติก นอกจากนี้ยังมีทางเดินที่ตัดผ่านแนวต้นซากุระ มอบความรู้สึกคล้ายกับการเดินผ่านอุโมงค์ซากุระ
การเดินทาง
จากสถานี JR โคริยามะ (JR Koriyama Station) สายโทโฮคุ (Tohoku Line) หรือ โทโฮคุ ชินคันเซ็น (Tohoku Shinkansen) จากนั้นต่อแท็กซี่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที
การเดินทางไปฟุกุชิมะ
“ฟุกุชิมะ” เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใกล้โตเกียว หากนั่งรถไฟชินคันเซนจากสถานี Tokyo ถึงสถานี Fukushima จะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น และเมื่อเดินทางมาถึงฟุกุชิมะแล้ว นักท่องเที่ยวทั้งหลายก็สามารถเดินทางเที่ยวชมตามจุดชมซากุระที่กระจายอยู่ตามเมืองต่าง ๆ ได้โดยการนั่งรถบัส หรือการเช่ารถขับไปยังสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ต่าง ๆ
สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC เที่ยวญี่ปุ่นสุดคุ้มยิ่งขึ้น
ยกระดับทริปฟุกุชิมะของคุณให้คุ้มค่ากว่าเดิม ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษจากบัตรเครดิต KTC ที่จะช่วยให้การวางแผนท่องเที่ยวเป็นเรื่องง่ายและประหยัดยิ่งขึ้น
“ฟุกุชิมะ” พิกัดลับแห่งโทโฮคุ กำลังรอให้คุณมาสัมผัสความงามด้วยตัวเอง ในปี 2026 นี้ เตรียมกล้อง เตรียมชุดให้พร้อม แล้วไปพบกับช่วงเวลาที่สวยที่สุดของปีที่ฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความคุ้มค่าในทุกการเดินทาง บัตรเครดิต KTC เป็นตัวช่วยทางการเงินที่ดี ที่จะช่วยให้ทริปการเที่ยวชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีของคุณคุ้มค่าและประหยัดมากยิ่งขึ้น สนใจ สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า มอบความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่าย ด้วยการรับคะแนน KTC FOREVER สะสมได้ไม่จำกัด และไม่มีวันหมดอายุ
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC















