ไม่ว่าจะเป็นช่วงชมซากุระ ทะเลสวย ๆ ช่วงหน้าร้อน ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลน ญี่ปุ่นก็ยังเป็นประเทศที่คนไทยอยากไปเที่ยวในทุก ๆ ฤดูกาล แต่การมีทริปที่ราบรื่นไม่ได้เริ่มต้นแค่การจองตั๋วเครื่องบินหรือที่พักเท่านั้น เพราะยังมีทั้งเรื่องเอกสาร งบประมาณในการเที่ยว กิน ช้อป ที่ควรวางแผนล่วงหน้า บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนเที่ยวญี่ปุ่นไว้ครบ ทั้งสรุปเรื่องงบ ราคาที่พัก ของกิน ค่าเข้าชมสถานที่ วิธีจ่ายเงิน รวมไปถึงขั้นตอนเตรียมตัว เตรียมเอกสาร เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้คุ้มค่าและราบรื่นตลอดทริป

ไปญี่ปุ่นใช้เงินเท่าไหร่ในปี 2026?

เที่ยวญี่ปุ่นปี 2026 ควรเตรียมงบประมาณประมาณ 30,000 ถึง 70,000 บาทต่อคนสำหรับทริป 5 ถึง 7 วัน โดยรวมค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร เดินทาง ช้อปปิ้ง และค่าเข้าชมสถานที่ หากเที่ยวเมืองใหญ่ช่วงไฮซีซั่น หรือพักโรงแรมดี งบอาจสูงกว่านี้ ควรแยกงบจำเป็นและงบช้อปปิ้งออกจากกัน แต่ทั้งนี้ ตัวเลขนี้เป็นเพียงกรอบกว้าง ๆ เพราะงบทริปญี่ปุ่นแตกต่างกันมากตามปัจจัยหลายอย่าง ก่อนวางแผนงบจึงควรกำหนดสไตล์การเที่ยวของตัวเองให้ชัดก่อน แล้วค่อยกระจายงบไปตามหมวดต่าง ๆ

ค่าใช้จ่ายหลักของทริปญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง?

1.ค่าตั๋วเครื่องบิน

ราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับญี่ปุ่น ชั้นประหยัด ปี 2026 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ประเทศญี่ปุ่น ราคาเริ่มต้น 8,000 - 9,000 บาท ขึ้นอยู่สายการบิน ช่วงเวลาในการจองและช่วงที่เดินทาง แนะนำว่าให้จองล่วงหน้าจะได้ราคาถูกกว่า

2.ค่าที่พัก

ที่พักสำหรับเที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด มีตั้งแต่โฮสเทล โรงแรม 2-3 ดาว ไปจนถึงรีสอร์ทหรู หรือที่พักดั้งเดิมแบบเรียวกัง ซึ่งราคาแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง รวมถึงทำเลและความสะดวกสบายด้วย เช่น

  • ที่พักโอซาก้า ถ้าเลือกอยู่ในนัมบะ ชินไซบาชิ ราคาเริ่มต้น 1,500 บาท/ห้อง/คืน
  • ที่พักฟุกุโอะกะ ถ้าเลือกอยู่ติดอ่าวฮากาตะ เห็นวิวทะเล ราคาเริ่มต้น 4,000 บาท/ห้อง/คืน
  • ที่พักโตเกียว ถ้าเลือกอยู่ในชิบูย่า ชินจูกถ ราคาเริ่มต้น 2,000 บาท/ห้อง/คืน
  • ที่พักโอกินาว่า ถ้าเลือกพักที่ติดหาดอนนะ ราคาเริ่มต้น 10,000 บาท/ห้อง/คืน

3.ค่าเดินทางในประเทศ

สามารถเดินทางทั่วญี่ปุ่นอย่างสะดวกสบาย ด้วยตั๋วรถไฟ JR PASS เริ่มต้น 700 - 800 บาท/คน

4.ค่าอาหาร

อาหารในญี่ปุ่นถือว่ามีราคาไม่แพงมากนัก โดยเฉพาะอาหารท้องถิ่น เช่น ราเมน ข้าวหน้า ซูชิ เฉลี่ยมื้อละ 100-600 บาท/คน


5.ค่าบัตรเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในแต่ละเมือง

เมืองโอซาก้า

  • ค่าตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ปราสาทโอซาก้า ราคา 600 เยน หรือประมาณ เริ่มต้น 130 บาท
  • ค่าบัตรเข้าชมหอดูดาวโอซาก้าอาเบะโนะ ฮารูคัส 300 ราคา 2,000 เยน หรือประมาณ 400 บาท
  • ยูนิเวอร์แซล โอซาก้า ทัวร์แบบกลุ่มกับไกด์ พร้อมบัตร Express Pass, 42,000 เยน หรือประมาณ 8,700 บาท

เมืองฟุกุโอะกะ

  • บัตรเข้าชมฟุกุโอกะทาวเวอร์ ราคา1,000 เยน หรือประมาณ 200 บาท

เมืองโตเกียว

  • บัตรขึ้นจุดชมวิวโตเกียวสกายทรี ราคา 3,000 เยน หรือประมาณ 620 บาท
  • Sanrio Puroland ตั๋ว Day Passport ราคา 3,900 เยน หรือประมาณ 810 บาท

เมืองโอกินาว่า

  • บัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ  ราคา 2,180 เยน หรือประมาณ 450 บาท

6.ค่าของฝาก

ของฝากญี่ปุ่น มีเยอะมาก ทั้งของกิน เครื่องสำอาง ของเล่น ฯลฯ หิ้วติดไม้ติดมื้อกลับบ้านเฉลี่ย 2,000 บาท

 

*อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ราคาในสกุลเงินบาทที่แสดงข้างต้นเป็นเพียงการคำนวณโดยประมาณเพื่อความสะดวกในการวางแผนเท่านั้น โปรดตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นปัจจุบันอีกครั้งก่อนเดินทาง

 

ไปญี่ปุ่นควรพกเงินสดกี่เยน?

ไปญี่ปุ่นควรพกเงินสดอย่างน้อยประมาณ 10,000 ถึง 30,000 เยนต่อคนสำหรับค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ เช่น ร้านอาหารท้องถิ่น ตู้กดบัตรโดยสาร ศาลเจ้า ตลาด ร้านเล็ก หรือกรณีฉุกเฉิน ส่วนการช้อปปิ้งที่ห้าง ร้านสะดวกซื้อ และร้านใหญ่ หรือทานอาหารในตัวเมือง สามารถใช้บัตรเครดิตได้

จ่ายเงินที่ญี่ปุ่นปี 2026 ใช้อะไรได้บ้าง?

เงินสด ยังจำเป็นสำหรับร้านเล็ก ตลาดท้องถิ่น ศาลเจ้า และพื้นที่ชนบทที่ระบบไร้เงินสดยังเข้าไม่ถึง

  • บัตรเครดิต ใช้ได้กว้างขวางในร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารเครือใหญ่ และโรงแรม  โดยเฉพาะบัตรเครดิต JCB ที่ซึ่งหากเลือกใช้ให้ถูกก็จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย อย่างบัตรเครดิต JCB ของ KTC ที่รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 ช่วยให้การช้อปปิ้งที่ประเทศญี่ปุ่นคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
  • IC Card เช่น Suica หรือ Pasmo เป็นบัตรเติมเงินที่ใช้แตะขึ้นรถไฟ รถบัส แท็กซี่ ไปจนถึงจ่ายค่าสินค้าที่ร้านสะดวกซื้อและตู้กดน้ำอัตโนมัติ
  • Mobile Wallet อย่าง Apple Pay หรือ Google Pay ก็เชื่อมกับบัตร IC หรือบัตรเครดิตได้โดยตรง สะดวกสำหรับคนที่ไม่อยากพกบัตรจริงหลายใบ
  • QR Payment เช่น PayPay กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในร้านค้าญี่ปุ่น ข้อดีคือแอปธนาคารไทยบางเจ้าสามารถสแกนจ่ายของญี่ปุ่นได้โดยตรงผ่านมาตรฐาน QR ข้ามประเทศ แต่ต้องมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตตลอดเวลาจึงจะใช้งานได้


ใช้บัตรเครดิตที่ญี่ปุ่นยังไงให้คุ้มและไม่เสียเงินเกินจำเป็น?

  • เลือกจ่ายเป็นสกุลเงินเยนเสมอ เวลารูดบัตรที่เครื่อง POS หรือกดเงินจากตู้ ATM บางเครื่องจะขึ้นตัวเลือกให้เลือกจ่ายเป็นสกุลเงินไทยแทน ซึ่งดูเหมือนสะดวกเพราะเห็นยอดเป็นบาททันที แต่จริง ๆ แล้วร้านค้าหรือตู้ ATM มักใช้อัตราแลกเปลี่ยนของตัวเองซึ่งแพงกว่าอัตราของธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตร ควรเลือกจ่ายเป็นสกุลเงินเยนแล้วให้ธนาคารต้นทางแปลงสกุลเงินให้แทน
  • เช็กค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน บัตรเครดิตแต่ละใบมีอัตราค่าธรรมเนียมนี้ไม่เท่ากัน โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 2.5 เปอร์เซ็นต์ของยอดใช้จ่าย

  • เก็บสลิปและเปิดแจ้งเตือน ช่วยให้ตรวจสอบยอดใช้จ่ายย้อนหลังได้ง่าย ป้องกันการถูกเรียกเก็บเงินผิดพลาดหรือถูกรูดซ้ำโดยไม่รู้ตัว
  • ลงทะเบียนโปรโมชั่นก่อนเดินทาง บัตรเครดิตมักมีโปรพิเศษสำหรับใช้จ่ายที่ญี่ปุ่นโดยเฉพาะ เช่น บัตรเครดิต KTC JCB  ที่ปกติจะได้รับ KTC FOREVER 1 คะแนนจากทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 25 บาท และพิเศษ รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ
    ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 แต่ก็มีโปรโมชั่นรับคะแนน KTC FOREVER เพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขที่กำหนด เมื่อลงทะเบียนโปรโมชั่น แนะนำว่าควรเช็กและลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนบินเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์

สมัครบัตรเครดิต KTC ก่อนไปญี่ปุ่นช่วยให้ทริปคุ้มขึ้นอย่างไร?

สำหรับคนที่เที่ยวญี่ปุ่นบ่อยหรือกำลังวางแผนทริปใหญ่ การมีบัตรเครดิตที่ออกแบบมาสำหรับใช้จ่ายต่างประเทศโดยเฉพาะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าได้ไม่น้อย บัตรเครดิต KTC สายเที่ยวญี่ปุ่นอย่าง KTC JCB PLATINUM และ KTC JCB ULTIMATE มีจุดเด่นที่คล้ายกันคือให้คะแนนสะสม KTC FOREVER เพิ่มขึ้นแบบไม่จำกัดยอดเมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่ญี่ปุ่น พร้อมสิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรองสนามบินในญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศผ่านเครือข่าย JCB

นอกจากนี้ยังมีส่วนลดและโปรโมชั่น พิเศษกับร้านอาหารและร้านค้าพันธมิตรในญี่ปุ่นที่อัพเดทตามฤดูกาล รวมถึงประกันอุบัติเหตุการเดินทางและประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง เงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงระหว่างทริปได้อีกชั้นหนึ่ง ที่สำคัญคือบัตรเครดิต KTC สามารถสมัครได้ด้วยตัวเองผ่านแอป KTC Mobile ซึ่งถือว่าสะดวกสบาย ไม่ต้องไปที่สาขาเหมือนสมัยก่อน

แนะนำบัตรเครดิต KTC JCB

 


บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM

ช้อปปิ้งอย่างคุ้มค่าด้วยบัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM ที่ไม่ใช่แค่ผ่อนชำระสินค้าและบริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ตามโปรโมชั่น เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ แต่ยังได้รับคะแนน KTC FOREVER 1 คะแนนจากการใช้จ่ายผ่านบัตรฯทุก 25 บาท และพิเศษยิ่งขึ้นเมื่อช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่น เพราะจะได้รับคะแนน KTC FOREVER x2 แบบไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด สำหรับทุกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นยอดการใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินไทย) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 และยังได้รับสิทธิ์เข้าใช้ Airport Lounge บริการห้องรับรองในสนามบินญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี  สิงคโปร์  มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฮาวาย และ JCB Plaza Lounge บริการห้องรับรอง ผ่าน JCB Plaza ทั่วโลก เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ
(ยกเว้นการใช้บริการห้องรับรอง JCB Plaza Lounge Bangkok)

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง เงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุ 20 – 80 ปี
  • กรณีผู้สมัครเป็นผู้มีรายได้ประจำ รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน และต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่า 4 เดือน
  • กรณีผู้สมัครเป็นเจ้าของกิจการ รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน และต้องประกอบกิจการโดยจัดตั้งและจดทะเบียนในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • กรณีผู้สมัครเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ รายได้รวมขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือน และต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น
  • กรณีผู้สมัครเป็นผู้มีเงินออม มีเงินฝาก / เงินลงทุนย้อนหลัง 6 เดือน อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกัน ได้แก่

o  มีเงินฝากประจําในธนาคาร ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท หรือ

o  มีเงินฝากประจําในสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ

o  มีเงินฝากออมทรัพย์ หรือเงินฝากประจํา หรือสลากออมสิน หรือสลาก ธ.ก.ส. หรือพันธบัตรรัฐบาล* หรือหุ้นกู้** หรือกองทุนรวม อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันแล้ว มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ

o  มีเงินลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล ย้อนหลังเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท

  • กรณีผู้สมัครเป็นผู้มีสัญญาโอนสิทธิ ต้องมีสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝากตั้งแต่ 20,000 บาท สูงสุด 1,000,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด ขึ้นอยู่กับประเภทบัตรเครดิตที่สมัคร และต้องทำสัญญาที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้น)

 


บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE

บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE เหมาะมากกับคนที่ต้องความพิเศษที่เหนือกว่า เพราะนอกจากสิทธิประโยชน์ของบัตรฯ อย่าง ผ่อนชำระสินค้าและบริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ตามโปรโมชั่น เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือ รับคะแนน KTC FOREVER 1 คะแนนจากการใช้จ่ายผ่านบัตรฯทุก 25 บาท และ คะแนน KTCFOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 และรับสิทธิ์เข้าใช้ Airport Lounge กับ JCB Plaza Lounge  ยังได้สิทธิในการใช้ห้องรับรองพิเศษ MIRACLE LOUNGE 2 ครั้ง/ปี เพียงแสดงบัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE พร้อมบัตรโดยสารระหว่างประเทศของสายการบินไทย ที่ ห้องรับรองพิเศษ MIRACLE LOUNGE ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุ 20 – 80 ปี
  • กรณีผู้สมัครเป็นผู้มีรายได้ประจำ รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน และต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่า 4 เดือน
  • กรณีผู้สมัครเจ้าของกิจการ รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน และต้องประกอบกิจการโดยจัดตั้งและจดทะเบียนในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • กรณีผู้สมัครเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000  บาท/เดือนและต้องเป็น บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย เท่านั้น
  • กรณีผู้สมัครเป็นผู้มีเงินออม มีเงินฝาก / เงินลงทุนย้อนหลัง 6 เดือน อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกัน ได้แก่

o  มีเงินฝากประจําในธนาคาร ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ

o  มีเงินฝากประจําในสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ

o  มีเงินฝากออมทรัพย์ หรือเงินฝากประจํา หรือสลากออมสิน หรือสลาก ธ.ก.ส. หรือพันธบัตรรัฐบาล* หรือหุ้นกู้** หรือกองทุนรวม อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันแล้ว มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ

o  มีเงินลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล ย้อนหลังเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท

  • กรณีผู้สมัครเป็นผู้มีสัญญาโอนสิทธิ ต้องมีสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝากตั้งแต่ 100,000 บาท สูงสุด 1,000,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด ขึ้นอยู่กับประเภทบัตรเครดิตที่สมัคร และต้องทำสัญญาที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้น)

ไปญี่ปุ่นปี 2026 ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนเดินทาง?

เพื่อไม่ให้ตกหล่นเรื่องไหน ลองแบ่งเช็กลิสต์ออกเป็น 4 หมวดหลักดังนี้

  • เอกสาร ที่ต้องเตรียมมีดังนี้

- พาสปอร์ตตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ และควรมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง

- ตั๋วเครื่องบินไปกลับ พร้อมหมายเลขเที่ยวบินที่ชัดเจน

- ที่อยู่ที่พักคืนแรกในญี่ปุ่น ทั้งชื่อโรงแรมและเบอร์ติดต่อ

- แผนการเดินทางคร่าว ๆ เผื่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสอบถาม

- อีเมลที่ใช้งานได้จริง สำหรับลงทะเบียน Visit Japan Web และรับเอกสารยืนยันต่าง ๆ

  • เงิน เงินเยนสดสำรอง บัตรเครดิตที่ใช้ต่างประเทศได้ และแอปธนาคารที่รองรับการสแกนจ่าย
  • การสื่อสาร eSIM หรือซิมท้องถิ่น แอปแปลภาษา และแอปแผนที่ที่โหลดออฟไลน์ไว้บางส่วน
  • การเดินทางและของใช้จำเป็น ปลั๊กแปลงไฟ ยาประจำตัว เสื้อผ้าตามฤดูกาล และร่มพับหรือเสื้อกันฝนถ้าไปช่วงหน้าฝน

Visit Japan Web ต้องกรอกไหม และควรทำตอนไหน?

Visit Japan Web คือระบบออนไลน์ของรัฐบาลญี่ปุ่นที่รวมขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง แจ้งศุลกากร และลงทะเบียนซื้อสินค้าปลอดภาษีไว้ในที่เดียว เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จจะได้ QR Code ไว้ใช้แสดงตอนถึงสนามบิน แทนการนั่งกรอกใบตม.กระดาษบนเครื่องบิน แม้จะไม่บังคับแต่ก็ถ้ากรอกไว้ก็ช่วยในเรื่องของความรวดเร็ว  

ข้อมูลที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนเริ่มกรอก Visit Japan Web

  • หนังสือเดินทาง (Passport): ต้องเตรียมเล่มจริงเพื่อใช้สแกนหรือกรอกข้อมูล
  • รายละเอียดเที่ยวบิน: ชื่อสายการบิน และเลขเที่ยวบิน (ทั้งขาเข้าและขาออก)
  • ข้อมูลที่พักในญี่ปุ่น: รหัสไปรษณีย์, ที่อยู่, ชื่อโรงแรม และเบอร์โทรศัพท์

แนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมในการลงทะเบียน Visit Japan Web

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการลงทะเบียน Visit Japan Web คือทันทีที่มีข้อมูลเที่ยวบินและที่พักคืนแรกครบถ้วน โดยทั่วไปแนะนำให้ทำล่วงหน้าประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ก่อนบิน ไม่จำเป็นต้องรีบทำตั้งแต่หลายเดือนก่อน เพราะข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง  


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเตรียมตัวไปญี่ปุ่นปี 2026 จ่ายเงินยังไง ใช้เงินเท่าไหร่?

Q: คนไทยไปญี่ปุ่นต้องขอวีซ่าไหม?

ไม่ต้องขอวีซ่า  สำหรับคนที่ต้องการไปเที่ยวไม่เกิน 15 วัน ตามข้อมูลล่าสุดปี 2026 รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงต่ออายุ "มาตรการยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทย (Visa-Free)" ออกไปจนถึง 30 มิถุนายน 2027

Q: Visit Japan Web กับ QR Code ที่ได้ใช้แทนพาสปอร์ตได้เลยไหม?

ไม่ได้ QR Code เป็นเพียงตัวช่วยลดเวลากรอกเอกสาร เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังคงต้องตรวจสอบและประทับตราพาสปอร์ตตามปกติ

Q: เด็กและผู้สูงอายุต้องลงทะเบียน Visit Japan Web แยกบัญชีไหม?

 ไม่จำเป็น สามารถลงทะเบียนสมาชิกในครอบครัวหรือกลุ่มเดินทางเดียวกันไว้ในบัญชีเดียวได้ โดยแต่ละคนจะได้รับ QR Code เฉพาะของตัวเองสำหรับแสดงที่จุดตรวจ

Q: ควรแลกเงินเยนจากไทยหรือไปแลกที่ญี่ปุ่นดีกว่ากัน?

แนะนำให้แลกบางส่วนจากไทยก่อนเดินทางเพื่อความสะดวกช่วงแรกที่ถึงสนามบิน ส่วนที่เหลือค่อยหาจุดแลกเงินหรือกดตู้ ATM ในญี่ปุ่นเพิ่มเติม ควรเทียบอัตราแลกเปลี่ยนจากหลายแหล่งก่อนตัดสินใจ เพราะแต่ละที่ให้เรทและค่าธรรมเนียมไม่เท่ากัน

Q: ไปญี่ปุ่นต้องทำประกันเดินทางไหม?

แนะนำให้มีติดตัวไว้เสมอ ทั้งนี้บัตรเครดิตบางใบก็มีประกันอุบัติเหตุการเดินทางแถมมาให้ในตัว อย่างบัตรเครดิต KTC ที่มีสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกใหม่บัตรเครดิต KTC รับความคุ้มครองอุบัติเหตุวงเงิน สูงสุด 300,000 บาท นาน 90 วันนับจากวันที่เปิดใช้บริการบัตรฯ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เมื่อสมัครบัตรเครดิต KTC ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569 โดยหลังจากที่สมาชิกทำรายการตามเงื่อนไข จะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกัน เพื่อยืนยันความคุ้มครองอุบัติเหตุที่ได้รับ แนะนำว่าควรเช็กสิทธิ์นี้ก่อนตัดสินใจซื้อประกันเพิ่ม

Q: บัตรเครดิต KTC JCB นอกจากใช้จ่ายที่ญี่ปุ่นแล้วสามารถใช้ที่ไทยได้ไหม

JCB เป็นเครือข่ายการชำระเงินสากลที่สามารถรูดชำระค่าสินค้าและบริการในไทย รวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลกได้ตามปกติกับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ JCB ซึ่งนอกจากจะใช้ได้แล้ว บัตรเครดิต KTC JCB ยังมีโปรโมชั่นร่วมกับร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม แอปเดลิเวอร์รี่ และอื่น ๆ อีกมากมาย

Q: นำบัตรเครดิต KTC ไปใช้งานที่ต่างประเทศต้องทำยังไง?

กรณีนำบัตร KTC ใช้บริการที่ต่างประเทศเพื่อความปลอดภัยในข้อมูล แนะนำติดต่อแจ้งผ่านศูนย์บริการ KTC PHONE 02 123 5000 ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย เพราะอาจมีกรณีที่บัตรถูกขโมย ทำให้ต้องระงับการใช้งานชั่วคราวเมื่อพบรายการในลักษณะที่ผิดปกติไปจากเดิมอย่างการใช้จ่ายในต่างประเทศ

หากอยากให้ทุกการใช้จ่ายในญี่ปุ่นคุ้มค่ายิ่งขึ้น การพกบัตรเครดิต KTC ติดกระเป๋าไปด้วยถือเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ด้วยสิทธิประโยชน์มากมายตอบโจทย์ทั้งการช้อปปิ้งและความสะดวกสะสบายในการใช้ห้องรับรองสนามบิน แถมยังสมัครง่ายผ่านแอป KTC Mobile พร้อมใช้งานทันตั้งแต่ทริปหน้า ใครสนใจ สมัครบัตรเครดิต KTCได้ทุกที่ทุกเวลา  ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า

 

ทุกทริปคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC