เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง เตรียมพร้อมศึกษาเส้นทาง JR Kyushu Pass
ดินแดนแห่งไฟอย่าง “เกาะคิวชู” จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยม เพราะด้วยสภาพอากาศที่อบอุ่นและภูมิประเทศสูงต่ำสลับกัน จึงทำให้เกาะแห่งนี้มีทะเลและภูเขาอันสมบูรณ์รอต้อนรับการมาเยือนของผู้คน ที่สำคัญยังมีชื่อเสียงในเรื่องของแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่เกิดจากภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่น ทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ มากมายรอให้คุณไปสัมผัสด้วยตัวเอง ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเกาะคิวชู ถึงกลายเป็นหนึ่งตัวเลือกแรก ๆ ของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก และหากพูดถึงการเดินทางสำรวจที่เที่ยวรอบเกาะที่ดีที่สุด สะดวกสบาย และรวดเร็ว JR Kyushu Pass ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการ บทความนี้ KTC แจกคู่มือเที่ยวคิวชูด้วย JR Kyushu Pass พร้อมแนะนำพิกัดไฮไลต์ที่ห้ามพลาด
ความพิเศษของรถไฟคิวชู ดีไซน์สวยโดดเด่น เติมเต็มความสุขให้การเดินทาง
ภูมิภาคคิวชู (Kyushu) เป็น 1 ใน 4 เกาะหลักของประเทศญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโตะ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า โดยที่เกาะคิวชู อากาศมีความอบอุ่น ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ธรรมชาติสวยงาม ทั้งยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งการเดินทางจากประเทศไทยไปคิวชู สามารถเลือกใช้บริการบินตรงได้จากหลายสายการบิน เพื่อไปลงที่ฟุกุโอกะ (เมืองหลวงของคิวชู)
สำหรับการเดินทางต่อไปยังเมืองอื่น ๆ ในคิวชูุที่ได้รับความนิยม คือการเลือกใช้บริการรถไฟ JR Kyushu Rail Pass เป็นบัตรเดินทาง JR Pass ที่จำหน่ายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น โดยบัตรโดยสารดังกล่าวใช้สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟ JR บนเกาะคิวชูได้ทั้งหมด (ยกเว้น Sanyo Shinkansen) ใช้ได้ไม่จำกัดครั้ง เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 3 วัน, 5 วัน และ 7 วัน มีให้เลือกใช้บริการทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ JR ALL Kyushu Pass, JR Northern Kyushu Area Pass และ JR Southern Kyushu Area Pass โดย JR Kyushu Pass ถือเป็นขบวนรถไฟที่สวยโดดเด่นกว่าภูมิภาคอื่น ดังนั้นกิจกรรมยอดฮิตที่ห้ามพลาดเมื่อไปเยือนคิวชู คือการลองใช้บริการรถไฟแบบต่าง ๆ ที่เป็นขบวน Limited Express ที่มีความน่าสนใจ และมีให้เลือกใช้บริการหลายขบวน ไม่ว่าจะเป็น
- Yufuin no Mori ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ทั้งยังเป็นรถไฟที่นักท่องเที่ยวอยากนั่งมากที่สุดและแน่นอนว่าจองยากมากที่สุดเช่นกัน ซึ่งรถไฟแต่ละขบวนให้บริการเพียง 4 ตู้เท่านั้น ภายในตกแต่งด้วยไม้ แต่งเติมบรรยากาศด้วยโทนสีเขียวสบายตา มาพร้อมกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวได้ชัด โดยนักท่องเที่ยวมักใช้บริการรถไฟขบวนนี้เพื่อเดินทางไปยัง Yufuin และ Beppu
- Limited Express A-TRAIN เปิดให้บริการแบบจองที่นั่งเท่านั้น โดยวิ่งในเส้นทาง Kumamoto – Misumi (วิ่งเฉพาะวันเสาร์, วันอาทิตย์, วันหยุด และหยุดให้บริการในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคม - ปลายเดือนกุมภาพันธ์) รถไฟออกแบบในโทนสีเข้ม มาในธีม The Southern European มีความสวยงาม คลาสสิก
- Limited Express Aso Boy! เปิดวิ่งในเส้นทาง Kumamoto – Aso – Miyaji และ Aso – Oita/Beppu ความโดดเด่นคือมีสุนัขสีดำที่ชื่อว่า Kuro เป็นตัวการ์ตูนประจำรถไฟ ถูกออกแบบเพื่อเอาใจเด็ก ๆ โดยเฉพาะ ทั้งยังมีบ่อลูกบอลและพื้นที่นั่งสำหรับเด็ก นอกจากนี้ยังมี KURO Cafe ที่จำหน่ายเครื่องดื่มและขนมบนรถไฟ
- Limited Express Kamome รถไฟนกนางนวลที่ออกแบบด้วยโทนสีขาวทั้งขบวน เพิ่มความน่านั่งด้วยเบาะหนังสีน้ำตาล กว้าง นั่งสบาย เปิดวิ่งในเส้นทาง Hakata – Nagasaki ให้บริการหลายรอบต่อวัน จองไม่ยาก และยังมีตู้นั่งแบบไม่ต้องจองอีกด้วย
- Limited Express Sonic ตัวรถไฟสีน้ำเงิน ตกแต่งภายในด้วยดีไซน์เรียบหรู เบาะนั่งทำมาจากหนังแท้ มีพนักพิงศีรษะที่มีลักษณะหูยื่น 2 ข้างคล้ายหูมิกกี้เม้าส์ เปิดให้บริการในเส้นทาง Hakata – Beppu – Saiki
- Limited Express Huis Ten Bosch เป็นขบบวนที่เปิดวิ่งวันละหลายรอบ มีให้เลือกทั้งแบบจองที่นั่งและไม่ต้องจองที่นั่งล่วงหน้า สำหรับเส้นทางที่ให้บริการ คือ Hakata – สวนสนุก Huis Ten Bosch ใน Nagasaki
JR Kyushu Pass ไปไหนได้บ้าง? พร้อมแนะนำพิกัดเที่ยวยอดฮิต
อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า JR Kyushu Pass มีให้เลือกใช้บริการทั้งหมด 3 แบบ คือ JR ALL Kyushu Pass, JR Northern Kyushu Area Pass และ JR Southern Kyushu Area Pass โดยตั๋วแต่ละแบบมีเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างกัน รายละเอียดพร้อมสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ ดังนี้
เส้นทาง JR ALL Kyushu Pass / ภาพจาก : www.jrkyushu.co.jp
JR ALL Kyushu Pass
- พื้นที่ที่ให้บริการ : สามารถได้ทั่วทั้งภูมิภาคเกาะคิวชู
- รถไฟที่ใช้บริการได้ : สามารถใช้บริการรถชินคันเซ็น (มิสุโฮะ, ซากุระ, สึบาเมะ, คาโมเมะ) ภายในพื้นที่ที่ใช้บริการทั้งที่นั่งแบบจองและที่นั่งอิสระ (แต่ไม่สามารถขึ้นชินคันเซ็นระหว่างฮาคาตะ - โคคุระ) รถด่วนภายในพื้นที่ที่ใช้บริการทั้งแบบจองและที่นั่งอิสระ และรถธรรมดา/รถเร็วแบบไม่จำกัดตลอดอายุการใช้งาน
- ระยะเวลาใช้งาน : ระยะเวลาในการใช้งานมีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ 3 วัน, 5 วัน และ 7 วันต่อเนื่องกันนับจากวันที่แลกตั๋ว
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
Jigoku Meguri Beppu (บ่อนรกแห่งเบปปุ)
Jigoku Meguri Beppu บ่อนำพุร้อนเมืองเบปปุ
บ่อนรกหรือจิโกกุ (Jigoku) เป็นบ่อน้ำร้อนในเมืองเบปปุ (Beppu) จังหวัดโออิตะ โดยบ่อแห่งนี้ถือเป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลังจากการระเบิดของภูเขาไฟ เมื่อประมาณ 1,200 ปีที่แล้ว ประกอบกับแร่ธาตุที่มีความเข้มข้น จึงทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นบ่อน้ำพุร้อนสีสวยจำนวน 8 บ่อ แต่ละบ่อมีชื่อเรียกที่ต่างกัน เช่น บ่อทะเลเดือด บ่อโคลนเลือด หุบเขานรก ฯลฯ ที่แม้ชื่ออาจดูโหดร้ายไปสักนิด แต่เรื่องความสวยงามต้องยกนิ้วให้ ถึงอย่างไรบ่อน้ำพุเหล่านี้ถือเป็นสถานที่สำหรับการเยี่ยมชมและถ่ายภาพเท่านั้น เนื่องจากความร้อนที่มีมากเกินไปจึงไม่สามารถลงอาบหรือแช่ได้
สวนสันติภาพนางาซากิ
สวนสันติภาพนางาซากิ
สวนสันติภาพนางาซากิ (Nagasaki Peace Park) เป็นสวนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณู เมื่อปี ค.ศ. 1945 ที่ทำลายเมืองและพรากสิ่งมีชีวิตจากเมืองนี้ไป ภายในสวนมีรูปปั้นที่เกี่ยวข้องกับสันติภาพมากมาย หนึ่งในนั้นคือรูปปั้นผู้ชายชี้มือข้างขวาขึ้นไปบนฟ้า ที่สื่อถึงการแจ้งเตือนให้เห็นถึงภัยคุมคามจากระเบิดปรมาณู ส่วนแขนซ้ายขนานราบเป็นแนวนอน สื่อความหมายถึงการปรารถนาสันติภาพ นอกจากนี้ด้านหลังของสวนยังมีเสาสีดำที่เป็นตัวชี้ตำแหน่งจุดศูนย์กลางของระเบิดปรมาณู รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ให้ชมอีกด้วย
น้ำตกโองาวะ
น้ำตกโองาวะ ที่เที่ยวยอดฮิตของเกาะคิวชู
มาเยือนตอนใต้ของเกาะคิวชูกันบ้างที่เมือง Minamiosumi ที่ยื่นออกไปทางทิศใต้ของ จังหวัดคาโกชิม่า อย่างน้ำตกโองาวะ (Ogawa Falls) ที่มีความสูงถึง 48 เมตร กว้าง 60 เมตร ซึ่งจุดเด่นของน้ำตกแห่งนี้อยู่ที่โขดหินที่โดนลมกัดเซาะจนกลายเป็นแนวลดหลั่นกันอย่างสวยงาม ทั้งยังมีผนังหินที่ถูกประดับด้วยมอสสีเขียวสด ตัดกับสีน้ำตกใสแจ๋วได้อย่างลงตัว ใครชื่นชอบที่เที่ยวเชิงธรรมชาติ พร้อมเต็มอิ่มกับบรรยากาศป่าดิบชื้นต้องไม่ผิดหวังที่นี่แน่นอน
เส้นทาง JR Northern Kyushu Area Pass / ภาพจาก : www.jrkyushu.co.jp
JR Northern Kyushu Area Pass
- พื้นที่ที่ให้บริการ : สามารถใช้ได้บริเวณตอนเหนือของเกาะคิวชู ได้แก่ Nagasaki, Sasebo, Saga, Hakata, Mojiko, Kokura, Beppu, Oita และ Kumamoto
- รถไฟที่ใช้บริการได้ : สามารถใช้บริการรถชินคันเซ็น (มิสุโฮะ, ซากุระ, สึบาเมะ, คาโมเมะ) ภายในพื้นที่ที่ใช้บริการที่นั่งอิสระ (แต่ไม่สามารถขึ้นชินคันเซ็นระหว่างฮาคาตะ - โคคุระ) รถด่วนภายในพื้นที่ที่ใช้บริการที่นั่งอิสระ และรถธรรมดา/รถเร็วแบบไม่จำกัดตลอดอายุการใช้งาน แต่หากต้องการใช้บริการที่นั่งแบบจอง สามารถใช้ได้ 6 ครั้ง (สามารถชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมได้หากต้องการใช้งานเกิน 6 ครั้ง)
- ระยะเวลาใช้งาน : ระยะเวลาในการใช้งานมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ 3 วัน และ 5 วันต่อเนื่องกัน นับจากวันที่แลกตั๋ว
- หมายเหตุ : หากเปลี่ยนขบวนจาก “รถไฟด่วนพิเศษ” กับ “นิชิคิวชูชินคันเซ็น” ที่สถานีทาเคโอะออนเซ็น ขณะเดินทางระหว่างสถานีฮากาตะและสถานีนางาซากิ หากไม่ได้ออกไปนอกประตูตรวจตั๋ว การจองที่นั่งแบบระบุที่นั่งจะถูกนับเป็น 1 ครั้งเท่านั้น
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
วัดนันโซอิน
วัดนันโซอิน ที่เที่ยวยอดนิยมของเกาะคิวชู
วัดนันโซอิน (Nanzoin Temple) ตั้งอยู่ในจังหวัดฟูกุโอกะ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ เป็นสถาปัตยกรรมแบบเดียวกับรูปปั้นพระใหญ่ที่เมืองนาระ และคามาคูระ ที่สำคัญวัดแห่งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางแสวงบุญที่มีชื่อเสียงของเกาะคิวชูอีกด้วย หากใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ ต้องห้ามพลาด
สวนคาวาจิ ฟูจิ
สวนคาวาจิ ฟูจิ
สวนคาวาจิ ฟูจิ (Kawachi Fuji Garden) เป็นที่เที่ยวฤดูใบไม้ผลิที่ห้ามพลาด โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนเมษายนจนถึงปลายพฤษภาคม ที่เป็นช่วงเวลาของดอกวิสทีเรียบาน ดอกไม้สีม่วงที่มีลักษณะเป็นพวงห้อยลงมาเป็นช่อ ๆ มีกลิ่นหอมชวนหลงใหล ทั้งยังสวยงามเหมาะกับการถ่ายรูป โดยหนึ่งพิกัดชมดอกวิสทีเรียที่ห้ามพลาด คือที่ Kawachi Fuji Garden จัดเต็มความสวยงามอลังการด้วยอุโมงค์วิสทีเรีย แน่นอนว่าความสวยงามอลังการเช่นนี้ จึงทำให้ที่นี่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 34 สถานที่ที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่นโดย CNN
หมู่บ้านยูฟุอิน
หมู่บ้านยูฟุอิน แลนด์มาร์กของเกาะคิวชู
หมู่บ้านยูฟุอิน (Yufuin Floral Village) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น และกลายเป็นหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญ ที่ไม่ว่าใครมาเยือนเกาะคิวชูจำต้องแวะมาเช็กอินที่นี่ให้ได้ ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้เป็นการจำลองหมู่บ้านสไตล์ยุโรปโบราณ เป็นบ้านอิฐแสนเรียบง่ายที่วางเรียงรายบนถนนสายเล็ก ๆ ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้นานาชนิด แต่ความพิเศษคือยังคงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นไว้ได้เป็นอย่างดี ทั้งวิวภูเขา ต้นไม้ และแสงแดด สายถ่ายรูปถูกใจสิ่งนี้แน่นอน
เส้นทาง JR Southern Kyushu Area Pass / ภาพจาก : www.jrkyushu.co.jp
JR Southern Kyushu Area Pass
- พื้นที่ที่ให้บริการ : สามารถใช้ได้บริเวณตอนใต้ของเกาะคิวชู ได้แก่ Kagoshima-Chuo, Kumamoto, Oita, Miyazaki และ Miyazaki Airport
- รถไฟที่ใช้บริการได้ : สามารถใช้บริการรถชินคันเซ็น (มิสุโฮะ, ซากุระ, สึบาเมะ, คาโมเมะ) ภายในพื้นที่ที่ใช้บริการที่นั่งอิสระ (แต่ไม่สามารถขึ้นชินคันเซ็นระหว่างฮาคาตะ - โคคุระ) รถด่วนภายในพื้นที่ที่ใช้บริการที่นั่งอิสระ และรถธรรมดา/รถเร็วแบบไม่จำกัดตลอดอายุการใช้งาน แต่หากต้องการใช้บริการที่นั่งแบบจอง สามารถใช้ได้ 6 ครั้ง (สามารถชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมได้หากต้องการใช้งานเกิน 6 ครั้ง)
- ระยะเวลาใช้งาน : ระยะเวลาในการใช้งานมีให้เลือก 1 แบบ คือตั๋วเดินทางแบบ 3 วันต่อเนื่องกัน นับจากวันที่แลกตั๋ว
- หมายเหตุ : หากเปลี่ยนขบวนจาก “รถไฟด่วนพิเศษ” กับ “นิชิคิวชูชินคันเซ็น” ที่สถานีทาเคโอะออนเซ็น ขณะเดินทางระหว่างสถานีฮากาตะและสถานีนางาซากิ หากไม่ได้ออกไปนอกประตูตรวจตั๋ว การจองที่นั่งแบบระบุที่นั่งจะถูกนับเป็น 1 ครั้งเท่านั้น
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
โจไซเอ็น (Josaien)
โจไซเอ็นแหล่งรวมสินค้าขึ้นชื่อของเกาะคิวชู
ใครกำลังมองหาที่เที่ยวและที่ถ่ายรูปสไตล์ย้อนยุค ต้องไม่พลาดเช็กอินที่ โจไซเอ็น (Josaien) แหล่งรวมสินค้าแผงลอยหลากหลายสไตล์ ทั้งสินค้าท้องถิ่น สินค้าขึ้นชื่อ และของที่ระลึกต่าง ๆ โดยที่นี่ได้มีการออกแบบภูมิทัศน์ให้อยู่ในสไตล์ญี่ปุ่นย้อนยุค ที่แขกไปใครมาเป็นต้องหลงใหลในความสวยงามของที่แห่งนี้ ได้ทั้งซื้อของกิน ของฝาก แถมยังได้รูปถ่ายสวย ๆ กลับไปอีกด้วย
ภูเขาไฟอะโซะ
ภูเขาไฟอะโซะ ภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ยังไม่ดับ
ภูเขาไฟอะโซะ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในคิวชู เป็นภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ยังไม่ดับตั้งอยู่ใจกลางจังหวัด Kumamoto แต่ความพิเศษคือแม้ภูเขาไฟยังคงมีกลุ่มควันลอยออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าบริเวณใกล้เคียงยังคงมีเมืองชนบทเล็ก ๆ และนาข้าวของชาวบ้าน กระจายตัวอยู่บริเวณใกล้ ๆ อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ใครอยากสัมผัสภูเขาไฟของจริงด้วยตาตัวเองสักครั้งต้องไม่พลาด
ศาลเจ้าคิริชิมะจิงงู
ศาลเจ้าคิริชิมะจิงงู
ศาลเจ้าคิริชิมะจิงงู (Kirishima Shrine) เป็นศาสเจ้าของศาสนาชินโต มีขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะคิวชู ที่นี่ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้ที่ให้ความร่มรื่น โดยศาลเจ้าคิริชิมะจิงงูถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1715 เพื่อบูชาเทพนินิกิ ส่งผลให้ที่นี่มีความเก่าแก่และได้รับการเคารพบูชาจากผู้คนแถบนี้เป็นอย่างมาก ที่สำคัญยังเป็นสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วย
JR Kyushu Pass ซื้อได้ที่ไหน? ขั้นตอนแลกตั๋วทำอย่างไร
สำหรับการซื้อตั๋ว JR Kyushu Pass สามารถซื้อได้จากหลายช่องทาง อาทิ ตัวแทนจำหน่าย เว็บไซต์ Official และซื้อภายในสถานีรถไฟในประเทศญี่ปุ่น สำหรับราคาตั๋วแต่ละแบบแตกต่างกัน ซึ่งเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปีใช้บริการฟรี และเด็กอายุ 6 – 11 ปี จ่ายครึ่งราคาของตั๋วผู้ใหญ่ โดยราคาจำหน่าย มีดังนี้
1.All Kyushu Pass (7 วัน)
- ผู้ใหญ่ (Ages 12 and up): 17,000 เยน
- เด็ก (Ages 6-11): 8,500 เยน
2.Northern Kyushu Pass (3 วัน)
- ผู้ใหญ่: 8,500 เยน
- เด็ก: 4,250 เยน
3.Southern Kyushu Pass (3 วัน)
- ผู้ใหญ่: 7,000 เยน
- เด็ก: 3,500 เยน
4.Kyushu Shinkansen Pass (3 วัน)
- ผู้ใหญ่: 6,000 เยน
- เด็ก: 3,000 เยน
หมายเหตุ : ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำเช็กราคาก่อนจองตั๋วโดยสาร
หากใครสั่งซื้อตั๋วเดินทาง JR Kyushu Pass ผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือเว็บไซต์ Official สามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ ดังนี้
- เตรียม Passport และ Exchange Order เพื่อทำการเปลี่ยนเป็นบัตรโดยสารเป็น JR Pass ของจริง บริเวณจุดรับแลกเปลี่ยนพาสใน JR Ticket Office
- สังเกตสัญลักษณ์ Midori no Madoguchi และทำการติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับ ตั๋ว JR Pass ตัวจริง
- หลังได้รับ JR Pass ตัวจริงแล้ว สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที โดยระยะเวลาของ Pass ขึ้นอยู่กับประเภทที่เลือกซื้อ
ทั้งหมดนี้เป็นรายละเอียด JR Kyushu Pass ที่ใช้สำหรับการเดินทางในคิวชูเท่านั้น หากคุณต้องการเดินทางที่ภูมิภาคอื่น ๆ สามารถเลือกซื้อ JR PASS ให้เหมาะสมกับการเดินทางได้
สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษดี ๆ ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งกิน ช้อป เที่ยว และอีกมากมาย สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่าย ๆ พร้อมรับคะแนน KTC FOREVER ทุกครั้งที่ใช้จ่ายในหมวดที่ร่วมรายการ สะสมคะแนนได้ไม่จำกัด ไม่มีวันหมดอายุ สามารถนำคะแนนไปแลกรับส่วนลดหรือเครดิตเงินคืนได้ตามต้องการ สมัครบัตรเครดิต KTC สะดวก รวดเร็ว สมัครได้ตลอด 24 ชั่วโมง
