ตุรกีหรือ Türkiye เป็นประเทศที่เที่ยวได้หลากหลายภายในทริปเดียว ตั้งแต่มัสยิดและพระราชวังใน Istanbul ภูมิประเทศทรงแปลกตาของ Cappadocia เมืองโบราณริมทะเล Aegean ไปจนถึงชายหาดสีฟ้าบนชายฝั่ง Mediterranean บทความนี้รวม 35 ที่เที่ยวตุรกีที่ไม่ควรพลาด พร้อมกิจกรรมแนะนำ วิธีจัดเส้นทาง และข้อมูลสำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
ก่อนเที่ยวตุรกีต้องรู้อะไรบ้าง?
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยธรรมดาสามารถเดินทางไปตุรกีเพื่อท่องเที่ยวโดยไม่ต้องขอวีซ่าไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และอยู่รวมได้ไม่เกิน 90 วันภายในช่วง 180 วัน แต่ควรตรวจเงื่อนไขอีกครั้งก่อนจองตั๋ว โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์อื่นหรือต้องการพำนักเกินกำหนด
35 ที่เที่ยวตุรกีและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด
1.คัปปาโดเกีย (Cappadocia)
คัปปาโดเกีย เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวที่คนมาเยือนตุรกีต้องมีในลิสต์ เพราะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุด จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมโดยยูเนสโก (UNESCO) มีวิวที่โดดเด่นจากภูเขาหินปูนและการปั้นโดมที่เกิดจากธรรมชาติ ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นบอลลูนอากาศร้อนเพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงามจากมุมสูง เป็นประสบการณ์ที่ห้ามพลาด
- ช่วงเวลาที่ควรไป: ตุลาคม-เมษายน (ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาว)
- เวลาทำการ: ตลอดเวลา
- ที่อยู่: คัปปาโดเกีย,นีฟเซห์ร์,ตุรกี
- ค่าเข้าสถานที่: ฟรี
- วิธีเดินทาง: โดยเครื่องบินจากอิสตันบูลไปยังสนามบิน Kayseri หรือ Nevşehir แล้วเดินทางต่อโดยรถยนต์ หรือเช่ารถยนต์ขับจากอังการาหรืออิสตันบูลไปยังคัปปาโดเกีย
2.บลูมอสก์ (Blue Mosque)
ใครมีโอกาสเที่ยวตุรกี ไม่อยากให้พลาดชมสุเหร่าสีน้ำเงิน ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของอิสตันบูล ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่ง หนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองนี้ และเป็นสุเหร่าสีน้ำเงินหนึ่งเดียวของโลก มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สุเหร่าสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan Ahmed Mosque) ใครได้เห็นต้องบอกว่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ เพราะเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมความงามภายในและภายนอกมัสยิดเพื่อเก็บภาพความประทับใจได้
- ช่วงเวลาที่ควรไป: ตลอดทั้งปี
- เวลาทำการ: 09.00-17.00 น.
- ที่อยู่: Sultanahmet, อิสตันบูล, ตุรกี
- ค่าเข้าสถานที่: ฟรี
- วิธีเดินทาง: การเดินจากจัตุรัส Sultanahmet หรือโดยรถไฟใต้ดิน
3.ปามุคคาเล (Pamukkale)
ปามุคคาเล หรือปราสาทปุยฝ้าย ที่เที่ยวตุรกี ในเมืองเดนิซลี ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก เป็นเนินเขาหินปูนสีขาว มีความยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร สูง 160 เมตร ที่นี่แหล่งน้ำพุร้อนสีขาวคล้ายหิมะ ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุที่ตกตะกอนจากน้ำร้อน เราสามารถเดินไปตามระเบียงหินและเพลิดเพลินกับการแช่น้ำร้อนที่เชื่อว่าดีต่อสุขภาพ
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เมษายน-มิถุนายน (ฤดูใบไม้ผลิ)และกันยายน-พฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ร่วง)
- เวลาทำการ: 08.00-19.00 น.
- ที่อยู่: เดนิซลี, ตุรกี
- ค่าเข้าสถานที่: 400 TRY
- วิธีเดินทาง: ขับรถจากเมืองเดนิซลี ไปยังปามุคคาเล หรือเดินทางโดยใช้รถบัส
4.บูโยคาดา (Büyükada)
ใครไปเที่ยวตุรกี แล้วต้องการสัมผัสความเงียบสงบ ชื่นชมธรรมชาติแบบไม่ห่างไกลจากอิสตันบูล อยากให้ไปที่บูโยคาดา เกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะใกล้อิสตันบูล ที่มีทั้งกิจกรรมนั่งรถม้า ขี่จักรยานรอบเกาะ และจุดชมวิว ซึ่งเราสามารถใช้เวลากับที่นี่ได้ทั้งวัน
- ช่วงเวลาที่ควรไป: มิถุนายน-กันยายน (ฤดูร้อน)
- เวลาทำการ: ตลอดเวลา
- ที่อยู่: เกาะ Büyükada, อิสตันบูล, ตุรกี
- ค่าเข้าสถานที่: ฟรี
- วิธีเดินทาง: โดยเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือ Kabataş หรือ Eminönü
5.ทะเลสาบวาน (Lake Van)
ทะเลสาบวาน อีกที่เที่ยวตุรกี ธรรมชาติ เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี ซึ่งได้รับน้ำจากลำธารเล็กๆ ที่ไหลลงมาจากภูเขาโดยรอบ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของประเทศ ที่นี่เราสามารถสัมผัสกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์และเที่ยวชมโบราณสถานในบริเวณรอบๆ ทะเลสาบได้
- ช่วงเวลาที่ควรไป: มิถุนายน-สิงหาคม (ฤดูร้อน)
- เวลาทำการ: ตลอดเวลา
- ที่อยู่: Merkez/İpekyolu, เมืองวาน, ตุรกี
- ค่าเข้าสถานที่: ฟรี
- วิธีเดินทาง: โดยเครื่องบินจากอิสตันบูลไปยังสนามบิน Van แล้วเดินทางต่อด้วยรถยนต์
6.โบราณสถานเอฟฟิซุส(Ephesus)
ที่เที่ยวตุรกี สำหรับคนชอบประวัติศาสตร์ ต้องอยากไปชมร่องรอยของสถาปัตยกรรมโบราณยุคโรมันที่ยังคงมีความสวยงามหลงเหลืออยู่ ตั้งอยู่ที่เมืองอิซเมียร์ ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นเมืองที่รุ่งเรืองและมั่งคั่งที่สุดในเเถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีอายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี มีไฮไลต์คือ วิหารอาร์เทมิส โรงละครโบราณ และหอสมุดเซลซุส ที่ชวนให้เราจินตนการถึงความอลังการในอดีต บอกเลยว่าใครที่ชอบกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ต้องตาลุกวาวอย่างแน่นอน
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เมษายน-มิถุนายน (ฤดูใบไม้ผลิ)และกันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง)
- เวลาทำการ: 08.00-19.00 น.
- ที่อยู่: Selçuk, เมืองอิซเมียร์, ตุรกี
- ค่าเข้าสถานที่: ประมาณ 100-150 TRY
- วิธีเดินทาง: ขับรถจากเมือง Selçuk หรือใช้บริการรถบัสจากอิสตันบูล
7.มาร์มาริส (Marmaris)
ที่เที่ยวตุรกี ขึ้นชื่อในหมู่นักท่องเที่ยวยุโรปยกให้ มาร์มาริส เป็นเมืองชายฝั่งที่มีชื่อเสียงในด้านความสวยงามของทะเลและหาดทรายที่งดงาม ที่นี่มีทั้งกิจกรรมทางน้ำ เช่น การเล่นสกีน้ำ ดำน้ำ และการล่องเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ท้าทายถูกใจบรรดานักเดินทางและคนที่ต้องการพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติ
- ช่วงเวลาที่ควรไป: มิถุนายน-สิงหาคม (ฤดูร้อน)
- เวลาทำการ: ตลอดเวลา
- ที่อยู่: Marmaris, Mugla, ตุรกี
- ค่าเข้าสถานที่: ฟรี
- วิธีเดินทาง: โดยเครื่องบินไปยังสนามบิน Dalaman แล้วต่อรถยนต์
8.ฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia)
เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ปี 2025 ต้องมาชื่นชมมหาวิหารฮาเกียโซเฟีย หรือที่รู้จักอีกชื่อว่า สุเหร่าโซเฟีย หนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในเมืองอิสตันบูล ซึ่งเคยเป็นโบสถ์ คริสตจักร และมัสยิด ก่อนที่จะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์และตอนนี้ได้เปิดให้เข้าชมในฐานะสถานที่ทางประวัติศาสตร์สำคัญของตุรกีเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก
- ช่วงเวลาที่ควรไป: ตลอดทั้งปี
- เวลาทำการ: 09.00-17.00 น.
- ที่อยู่: Sultanahmet, อิสตันบูล, ตุรกี
- ค่าเข้าสถานที่: ฟรี
- วิธีเดินทาง: โดยการเดินทางโดยรถไฟใต้ดินจากสถานี Taksim หรือโดยการเดินจากแหล่งท่องเที่ยวหลักในอิสตันบูล
9.โอลูเดนิซ (Ölüdeniz Beach)
โอลูเดนิซ จุดหมายปลายทางคนรักทะเล เป็นชายฝั่งสีเทอร์ควอยซ์ที่มีชื่อเสียง เหมาะสำหรับการว่ายน้ำ อาบแดด ดำน้ำ โดดร่ม หรือล่องเรือไปตามชายฝั่งที่งดงาม สำหรับชายหาดโอลูเดนิซเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในโลก มีน้ำทะเลสีฟ้าใสและหาดทรายขาวละเอียด ที่เรียกว่าเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว
- ช่วงเวลาที่ควรไป: พฤษภาคม-ตุลาคม
- เวลาทำการ: ตลอดเวลา
- ที่อยู่: Fethiye, Muğla, ตุรกี
- ค่าเข้าสถานที่: ฟรี
- วิธีเดินทาง: ขับรถจากเมือง Fethiye หรือใช้บริการรถบัส
10.บูร์ซา (Bursa)
ที่เที่ยวตุรกียอดฮิตสุด บูร์ซา เป็นเมืองประวัติศาสตร์ในตุรกีที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม โดดเด่นเรื่องการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมสมัยออตโตมัน มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายจุด และเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมขึ้นชื่อ ที่นี่ยังมีตลาดและสวนสวยๆ ที่เราสามารถเดินชมได้อย่างเพลิดเพลิน
- ช่วงเวลาที่ควรไป: ตลอดทั้งปี
- เวลาทำการ: 09.00-17.00 น.
- ที่อยู่: บูร์ซา, ตุรกี
- ค่าเข้าสถานที่: ฟรี
- วิธีเดินทาง: โดยรถไฟหรือรถยนต์จากอิสตันบูลไปยังบูร์ซา
11.หอคอยกาลาตา (Galata Tower)
หอคอยกาลาตา เป็นหอคอยหินสไตล์โรมันที่มีความสูงเด่นเป็นตระหง่าน เป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดในอิสตัลบูล ที่เที่ยวตุรกีด้วยตัวเองได้ง่ายมาก ตั้งอยู่ในย่าน Galata หอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1891 เคยใช้เป็นหอสังเกตการณ์ ปัจจุบันเปิดให้ขึ้นไปชมวิวเมืองและชมทะเลมาร์มาราได้อย่างสวยงาม
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เมษายน-มิถุนายน (ฤดูใบไม้ผลิ) และ กันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง)
- เวลาทำการ: 09.00-1900 น.
- ที่อยู่: Bereketzade, Galata Kulesi, Istanbul, ตุรกี
- ค่าเข้าชม: ประมาณ 100 TRY
- วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงสถานี Karaköy
12.ช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus)
ช่องแคบบอสฟอรัส หรืออีกชื่อหนึ่งว่าช่องแคบอิสตัลบูล เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศตุรกี ที่เที่ยวยอดฮิตของบรรดานักท่องเที่ยว รวมไปถึงคนตุรกีเอง จุดสำคัญของที่เที่ยวตุรกีแห่งนี้ไม่ได้มีแค่วิวที่สวยงาม แต่ยังเป็นช่องแคบที่แบ่งประเทศตุรกีให้อยู่ในสองทวีป ใครมาที่นี่มีกิจกรรมล่องเรือชมความสวยงามของช่องแคบ หรือหากไม่มีเวลามากก็แวะเช็กอินถ่ายรูปสะพานบอสฟอรัส ที่เชื่อมระหว่างอิสตันบูล ทั้งฝั่งยุโรปและเอเชียเข้าด้วยกันก็ได้รูปสวยๆ กลับบ้าน
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เมษายน-มิถุนายน (ฤดูใบไม้ผลิ) และ กันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง)
- เวลาทำการ: ตลอดเวลา
- ที่อยู่: อิสตันบูล, ตุรกี
- ค่าเข้าชม: ฟรี
- วิธีเดินทาง: สามารถเรียกแท็กซี่หรือขับรถไปยังท่าเรือต่างๆ ที่อยู่ใกล้ช่องแคบบอสฟอรัส เช่นท่าเรืออีมิยานูหรือท่าเรือคาราโคย
13.นครใต้ดินเมืองไคมักลี (Kaymakli Underground City)
นครใต้ดินไคมักลี เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจในเมืองเนโกรต้า (Nevşehir) ของตุรกี ซึ่งเป็นนครใต้ดินที่มีการขุดสร้างขึ้นจากหินภูเขาไฟ ลึกไปถึง 8 ชั้น ซึ่งเคยใช้เป็นที่หลบภัยในสมัยโบราณ
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เมษายน-มิถุนายน (ฤดูใบไม้ผลิ) และกันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง)
- เวลาทำการ: ทุกวัน 08.00-19.00 น.
- ที่อยู่: Kaymakli, Nevşehir, ตุรกี
- ค่าเข้าชม: 60-80 TRY
- วิธีเดินทาง: สามารถนั่งรถจากเมืองเนโกรต้า หรือใช้บริการทัวร์ท่องเที่ยวจากเมืองคัปปาโดเกีย
14.หุบเขาพาซาแบค (Pasabag)
มาถึงจุดถ่ายรูปของสายฮิปเตอร์อย่างหุบเขาพาซาแบค หรือที่รู้จักกันในชื่อหุบเขาคนหิน เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นในคัปปาโดเกีย มีภูเขาหินที่มีรูปทรงแปลกตา เช่น หินที่มีรูปร่างคล้ายปล่องภูเขาไฟหรือรูปทรงที่คล้ายกับถุงเท้า จึงทำให้เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการถ่ายรูป โดยเฉพาะกับการถ่ายรูปกับอูฐที่สามารถเช่าได้ในพื้นที่
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เมษายน-มิถุนายน (ฤดูใบไม้ผลิ) และ กันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง)
- เวลาทำการ: ทุกวัน 08.00-19.00 น.
- ที่อยู่: Pasabag Valley, Nevşehir Province, ตุรกี
- ค่าเข้าชม: ประมาณ 30-50 TRY
- วิธีเดินทาง: สามารถเดินทางโดยรถบัสหรือแท็กซี่จากเมืองคัปปาโดเกีย
15.หุบเขาแห่งเทพเจ้า (Mount Nemrut)
หุบเขาแห่งเทพเจ้า หรือเนมรุต เป็นแหล่งมรดกโลกที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ในทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถานที่สำคัญและสุสานของกษัตริย์แอนติโอ รวมถึงรูปปั้นศีรษะของเทพเจ้ากรีกที่มีขนาดใหญ่และมีอายุมากหลายพันปี มีทัศนียภาพที่สวยงามและความลึกลับที่น่าสนใจ ทำให้เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมในตุรกี
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เมษายน-พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และ กันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง)
- เวลาทำการ: ทุกวัน 06.00-19.00 น.
- ที่อยู่: Mount Nemrut, Kahta, Adıyaman Province, ตุรกี
- ค่าเข้าชม: ประมาณ 50-60 TRY
- วิธีเดินทาง: สามารถเดินทางไปจากเมือง Adıyaman โดยรถยนต์หรือรถบัสท้องถิ่น
16.หอสมุดเซลซุส (Library of Celsus)
หอสมุดเซลซุส ที่เที่ยวตุรกีน่าไปปี 2025 ตั้งอยู่ในโบราณสถานเอฟฟิซุส เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สำคัญและงดงามของอาณาจักรกรีกโบราณ โดยเดิมทีเป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลก ภายในมีการจัดเก็บหนังสือมากมายในสมัยนั้น และแม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงผนังด้านหน้าและเสาของอาคาร แต่ความงดงามและประวัติศาสตร์ที่นี่ยังคงสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างยิ่ง
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เมษายน-พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และ กันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง)
- เวลาทำการ: ทุกวัน 08.00-19.00 น.
- ที่อยู่: Ephesus, Selçuk, İzmi, ตุรกี
- ค่าเข้าชม: ประมาณ 60-80 TRY
- วิธีเดินทาง: สามารถเดินทางไปยังหอสมุดเซลซุสจากเมือง Selçuk โดยรถบัสหรือแท็กซี่
17.อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan)
อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตันตั้งอยู่ในกรุงอิสตัลบูล เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมของจักรวรรดิไบเซนไทน์ ที่มีความสำคัญในด้านวิศวกรรมและการเก็บน้ำใต้ดิน ภายในมีเสาหินอ่อนสูง 9 เมตร จำนวนกว่า 336 ต้น โดยมีเสาที่โดดเด่น เช่น เสารูปดวงตา เสาคล้ายเมดูซากลับหัว และเสาหัวเมดูซาตะแคงข้างขวา การออกแบบที่น่าทึ่งนี้ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเยือน
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เมษายน-พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และ กันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง)
- เวลาทำการ: ทุกวัน 09.00-18.00 น.
- ที่อยู่: Sultanahmet, Istanbul, ตุรกี
- ค่าเข้าชม: ประมาณ 30-40 TRY
- วิธีเดินทาง: สามารถเดินทางโดยรถไฟลงสถานี Sultanahmet แล้วเดินประมาณ 10 นาที หรือใช้รถแท็กซี่จากจุดต่างๆ ในเมือง
18.ม้าโทรจัน (Trojan Horse Statue)
มาต่อกันที่ตำนานม้าไม้แห่งกรุงทรอย อย่างม้าโทรจัน แลนด์มาร์กสำคัญของตุรกี เป็นสัญลักษณ์ของตำนานแห่งสงครามกรีกโบราณที่เกี่ยวข้องกับเมืองทรอย โดยในปัจจุบันมีรูปปั้นม้าไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำของเมืองชานัคคาเล่ใกล้ท่าเรือ Canakkale Marina แม้ว่าม้าไม้ที่เห็นในปัจจุบันจะไม่ใช่ของจริง แต่เป็นรูปปั้นที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ใครอยากถ่ายรูปกับที่เที่ยวตุรกีสวยๆ ที่นี่ไม่ควรพลาด
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เมษายน-พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และ กันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง)
- เวลาทำการ: ตลอดเวลา
- ที่อยู่: Canakkale Marina, Canakkale, ตุรกี
- ค่าเข้าชม: ฟรี
- วิธีเดินทาง: สามารถเดินทางไปยังม้าโทรจันจากตัวเมืองชานัคคาเล่โดยแท็กซี่ หรือเดินไปที่ท่าเรือ Canakkale Marina ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ
19.จัตุรัสทักซิม (Taksim Square)
จัตุรัสทักซิมเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของการคมนาคมและกิจกรรมสาธารณะในเมืองอิสตัลบูล ที่เที่ยวตุรกี ซึ่งมีความโดดเด่นจากรถรางสีแดงที่วิ่งไปตามถนนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวา ใกล้กับสถานีทูเนลซึ่งเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก บริเวณนี้ยังมีถนนอิสรภาพที่เต็มไปด้วยร้านค้าและแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียง
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เมษายน-พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และ กันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง)
- เวลาทำการ: ตลอดเวลา
- ที่อยู่: Taksim Square, Beyoğlu, Istanbul, ตุรกี
- ค่าเข้าชม: ฟรี
- วิธีเดินทาง: สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟใต้ดินสาย M2 มาลงที่สถานี Taksim หรือขึ้นแท็กซี่จากที่ไหนในเมืองก็สะดวก
20.ตลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar)
เที่ยวตุรกี เต็มอิ่มแล้วก็พลาดไม่ได้กับการช้อปปิ้งที่ตลาดแกรนด์บาซาร์ ตลาดที่มีความเก่าแก่และใหญ่ที่สุดของประเทศตุรกี ตั้งอยู่ที่บริเวณใจกลางเมืองอิสตัลบูล คนส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาซื้อกันจะเป็นของจำพวกของฝาก จาน โคมไฟ ของตกแต่ง เครื่องประดับ ของที่ระลึก เสื้อผ้า ไปจนถึงเครื่องเทศ ผลไม้แห้ง ใครเดินทางมาท่องเที่ยวแล้ว ไม่ควรพลาดมาช้อปปิ้งที่นี่ก่อนกลับรับรองได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้าน
- ช่วงเวลาที่ควรไป: ตลอดทั้งปี
- เวลาทำการ: 09.00-19.00 น. (ยกเว้นวันอาทิตย์)
- ที่อยู่: Beyazit, Istanbul, ตุรกี
- ค่าเข้าสถานที่: ฟรี
- วิธีเดินทาง: โดยการเดินจากจัตุรัส Sultanahmet หรือโดยรถไฟใต้ดิน
21. Dolmabahçe Palace พระราชวังหรูริมช่องแคบ Bosphorus
ใครอยากสัมผัสความอลังการของราชสำนักออตโตมันในช่วงปลาย ไม่ควรพลาด Dolmabahçe Palace พระราชวังสีขาวริมช่องแคบ Bosphorus ที่โดดเด่นทั้งห้องโถงขนาดใหญ่ โคมไฟระย้า งานตกแต่งหรูหรา และสวนที่มองเห็นวิวทะเล เหมาะสำหรับจัดไว้ในโปรแกรมเที่ยวฝั่ง Beşiktaş แล้วเดินทางต่อไปยัง Ortaköy ได้ในวันเดียวกัน
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนเมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–ตุลาคม แนะนำให้ไปช่วงเช้าหลังเปิดเพื่อหลีกเลี่ยงคิวยาว
- เวลาทำการ: จุดจำหน่ายบัตรเปิดเวลา 09.00–17.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ และอาจปิดในวันหยุดสำคัญบางวัน
- ที่อยู่: Vişnezade Mahallesi, Dolmabahçe Caddesi, Beşiktaş, Istanbul
- ค่าเข้าชม: นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 2,000 ลีราตุรกี สำหรับบัตรรวม Selamlık, Harem และ Painting Museum
- วิธีเดินทาง: นั่งรถรางสาย T1 มาลงสถานี Kabataş จากนั้นเดินประมาณ 10–15 นาที หรือนั่งเรือหรือรถโดยสารมายังย่าน Beşiktaş แล้วเดินต่อไปยังพระราชวัง
22. Ortaköy Mosque มัสยิดริม Bosphorus วิวสะพานสวย
Ortaköy Mosque เป็นหนึ่งในจุดที่ถ่ายภาพแล้วได้บรรยากาศ Istanbul ชัดเจนที่สุด เพราะสามารถเก็บทั้งตัวมัสยิดสีขาว ช่องแคบ Bosphorus และสะพานขนาดใหญ่อยู่ในเฟรมเดียวกัน บริเวณรอบมัสยิดยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่และร้านขาย Kumpir จึงเหมาะกับการมาเดินเล่นช่วงบ่ายและรอชมแสงเย็นริมแม่น้ำ
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนเมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–ตุลาคม โดยช่วงเช้าหรือก่อนพระอาทิตย์ตกเหมาะสำหรับถ่ายภาพ
- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน แต่จำกัดการเข้าชมของนักท่องเที่ยวในช่วงละหมาด ควรตรวจเวลาละหมาดก่อนเดินทาง
- ที่อยู่: Mecidiye Mahallesi, Mecidiye Köprüsü Sokak No.1, Beşiktaş, Istanbul
- ค่าเข้าชม: ฟรี
- วิธีเดินทาง: จากย่าน Kabataş หรือ Beşiktaş นั่งรถโดยสารที่ผ่าน Ortaköy แล้วลงบริเวณ Ortaköy Square จากนั้นเดินไปยังมัสยิด ไม่ควรเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวในวันหยุด เพราะการจราจรค่อนข้างหนาแน่น
23. Spice Bazaar ตลาดเครื่องเทศและของฝากยอดนิยม
Spice Bazaar เป็นพิกัดที่เหมาะกับคนชอบเดินตลาด ชิมของอร่อย และเลือกซื้อของฝาก ภายในเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศ ชาตุรกี ถั่ว ผลไม้แห้งและขนม Turkish Delight สีสันสดใส แม้จะมีขนาดเล็กกว่า Grand Bazaar แต่เดินง่ายกว่าและสามารถเที่ยวต่อกับ New Mosque, Galata Bridge และย่าน Eminönü ได้สะดวก
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เที่ยวได้ตลอดปี แนะนำช่วงเช้าวันธรรมดาเพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
- เวลาทำการ: ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 08.00–19.30 น. เวลาอาจแตกต่างกันในแต่ละร้าน และอาจปิดหรือเปิดสั้นลงในวันหยุดทางศาสนา
- ที่อยู่: Rüstem Paşa Mahallesi, Erzak Ambarı Sokak No.92, Fatih, Istanbul
- ค่าเข้าชม: ฟรี
- วิธีเดินทาง: นั่งรถรางสาย T1 ลงสถานี Eminönü แล้วเดินประมาณ 3–5 นาที ตลาดอยู่ใกล้ New Mosque และสะพาน Galata ทั้งนี้แหล่งข้อมูลปัจจุบันระบุเวลาเปิดไม่ตรงกันเล็กน้อย จึงควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง
24. Kadıköy และ Moda ย่านน่าเที่ยวฝั่งเอเชียของ Istanbul
หากเที่ยวมัสยิดและพระราชวังมาหลายวันแล้ว อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัส Istanbul ในมุมที่สบายขึ้น แนะนำให้ข้ามเรือมาเดิน Kadıköy และ Moda ย่านนี้มีทั้งตลาดอาหาร ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ ร้านเสื้อผ้า และสวนริมทะเล เหมาะกับการมาเดินกินของอร่อย นั่งคาเฟ่ และชมพระอาทิตย์ตกโดยไม่ต้องเร่งรีบ
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนเมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–ตุลาคม เหมาะกับการเดินเที่ยวช่วงบ่ายต่อเนื่องถึงช่วงเย็น
- เวลาทำการ: พื้นที่สาธารณะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนตลาด ร้านอาหารและคาเฟ่มีเวลาทำการแตกต่างกัน
- ที่อยู่: Kadıköy และย่าน Moda ฝั่งเอเชียของ Istanbul
- ค่าเข้าชม: ฟรี ยกเว้นค่าอาหาร เครื่องดื่มและกิจกรรมภายในพื้นที่
- วิธีเดินทาง: นั่งเรือข้ามฟากจาก Eminönü, Karaköy หรือ Beşiktaş มาลงท่าเรือ Kadıköy หรือใช้รถไฟใต้ดินสาย M4 จากนั้นสามารถเดินหรือนั่งรถรางสาย T3 ไปยังย่าน Moda
25. Anıtkabir สุสานแห่งชาติในเมือง Ankara
Anıtkabir เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์ตุรกียุคใหม่ได้ชัดเจนขึ้น พื้นที่มีขนาดกว้างและได้รับการออกแบบอย่างสง่างาม ตั้งแต่ถนนสิงโต ลานพิธีการ ไปจนถึงตัวอาคารสุสานและพิพิธภัณฑ์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มเมือง Ankara เข้าไปในเส้นทาง และอยากเที่ยวสถานที่สำคัญนอกเหนือจากธรรมชาติและเมืองโบราณ
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนเมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–ตุลาคม ควรไปช่วงเช้าเพื่อมีเวลาเข้าชมพิพิธภัณฑ์อย่างเต็มที่
- เวลาทำการ: วันที่ 1 กุมภาพันธ์–14 พฤษภาคม เวลา 09.00–16.30 น., วันที่ 15 พฤษภาคม–31 ตุลาคม เวลา 09.00–17.00 น. และวันที่ 1 พฤศจิกายน–31 มกราคม เวลา 09.00–16.00 น.
- ที่อยู่: Mebusevleri Mahallesi, Akdeniz Caddesi No.31, Çankaya, Ankara
- ค่าเข้าชม: ฟรี
- วิธีเดินทาง: จากย่าน Kızılay นั่งรถไฟ Ankaray มาลงสถานี Anadolu หรือ Anıtkabir จากนั้นเดินประมาณ 10–15 นาที หรือนั่งแท็กซี่จากใจกลางเมือง
26. Safranbolu เมืองเก่าบรรยากาศ Ottoman
Safranbolu เหมาะกับคนที่ชอบเมืองเก่า ถนนหิน และบ้านไม้บรรยากาศอบอุ่น เมื่อเดินเข้าไปในย่าน Çarşı จะได้เห็นบ้านสไตล์ออตโตมันเรียงตามเนินเขา ร้านขนมเล็ก ๆ ตลาด และโรงแรมที่ดัดแปลงจากบ้านเก่า เป็นเมืองที่เดินช้า ๆ ได้ทั้งวันและมีมุมถ่ายภาพแทบทุกตรอก
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนเมษายน–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับผู้ที่ต้องการชมเมืองเก่าท่ามกลางหิมะ
- เวลาทำการ: เขตเมืองเก่าเข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนพิพิธภัณฑ์ บ้านโบราณและสถานที่ภายในมีเวลาเปิด–ปิดแยกกัน
- ที่อยู่: Çarşı Bölgesi, Safranbolu, Karabük
- ค่าเข้าชม: เดินชมเขตเมืองเก่าได้ฟรี แต่บ้านพิพิธภัณฑ์และสถานที่บางแห่งอาจมีค่าเข้าชม
- วิธีเดินทาง: นั่งรถบัสระหว่างเมืองจาก Ankara หรือ Istanbul มายัง Safranbolu หรือ Karabük แล้วต่อรถมินิบัสหรือแท็กซี่ไปยังเขตเมืองเก่า Safranbolu อยู่ห่างจากใจกลาง Karabük ประมาณ 8–10 กิโลเมตร
27. Pergamon เมืองโบราณบนเนินเขาแห่ง Bergama
Pergamon เป็นพิกัดที่เหมาะกับสายประวัติศาสตร์และคนที่ชอบชมโบราณสถานท่ามกลางวิวธรรมชาติ จุดเด่นคือ Acropolis ที่ตั้งอยู่บนเนินสูงและโรงละครโบราณซึ่งสร้างไล่ระดับไปตามความลาดชัน จากด้านบนสามารถมองเห็นเมือง Bergama และพื้นที่รอบข้างได้กว้างไกล
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนเมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–ตุลาคม เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัดในฤดูร้อน
- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30–20.00 น. จุดจำหน่ายบัตรปิดเวลา 19.15 น.
- ที่อยู่: Kurtuluş Mahallesi, Akropol Yolu No.10, Bergama, İzmir
- ค่าเข้าชม: นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 15 ยูโร เฉพาะเขต Acropolis โดย Asklepion และสถานที่อื่นอาจต้องใช้บัตรแยก
- วิธีเดินทาง: จาก İzmir นั่งรถบัสหรือรถโดยสารระหว่างเมืองไปยัง Bergama จากนั้นต่อแท็กซี่หรือรถท้องถิ่นขึ้นไปยังทางเข้า Acropolis
28. Bodrum Castle ปราสาทริมทะเลและพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำ
Bodrum Castle เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุดของเมือง Bodrum ตัวปราสาทตั้งอยู่ระหว่างอ่าวและมองเห็นท่าเรือ เรือยอชต์ และบ้านสีขาวทั่วเมือง ภายในยังมีพิพิธภัณฑ์โบราณคดีใต้น้ำ เหมาะกับทั้งคนที่ชอบถ่ายรูป ชมวิว และสนใจเรื่องราวของเรืออับปางในอดีต
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนพฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม อากาศเหมาะกับการเดินชมพื้นที่กลางแจ้ง
- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30–18.45 น. ช่วงที่มีโครงการ Night Museology เปิดเพิ่มเติมเวลา 19.00–22.00 น. โดยปิดรับเข้าช่วงกลางคืนเวลา 21.30 น.
- ที่อยู่: Çarşı Mahallesi, Kale Caddesi No.36, Bodrum, Muğla
- ค่าเข้าชม: นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 20 ยูโร กิจกรรมหรือพื้นที่พิเศษบางส่วนอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- วิธีเดินทาง: จากสถานีรถบัส Bodrum สามารถเดินประมาณ 15–20 นาที หรือนั่งแท็กซี่ไปยังท่าเรือ ปราสาทตั้งอยู่ใกล้ Marina และใจกลางเมือง
29. Kaleiçi เมืองเก่าใจกลาง Antalya
Kaleiçi เป็นย่านที่รวมเสน่ห์ของ Antalya ไว้ครบ ทั้งตรอกหิน บ้านเก่า ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรมบูติก และท่าเรือที่มองเห็นทะเล Mediterranean สามารถเริ่มต้นเดินเที่ยวจาก Hadrian’s Gate แล้วค่อย ๆ เดินลงตามถนนเล็ก ๆ ไปยังท่าเรือ ระหว่างทางมีมุมถ่ายรูปและร้านน่านั่งอยู่ตลอดเส้นทาง
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนเมษายน–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม ควรเดินเที่ยวช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อลดความร้อน
- เวลาทำการ: เขตเมืองเก่าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ร้านอาหารและท่าเรือมีเวลาทำการแยกกัน
- ที่อยู่: Selçuk Mahallesi และพื้นที่โดยรอบ Kaleiçi, Muratpaşa, Antalya
- ค่าเข้าชม: ฟรี ยกเว้นพิพิธภัณฑ์ การล่องเรือและกิจกรรมภายในพื้นที่
- วิธีเดินทาง: ใช้รถราง Antray ลงบริเวณสถานี İsmetpaşa หรือใช้รถรางสายเก่าลงป้าย Üç Kapılar จากนั้นเดินผ่าน Hadrian’s Gate เข้าสู่เขตเมืองเก่า
30. Düden Waterfalls น้ำตกชื่อดังของ Antalya
Düden Waterfalls เป็นที่เที่ยวธรรมชาติใกล้เมือง Antalya ที่สามารถเลือกชมได้สองบรรยากาศ Upper Düden มีความร่มรื่นเหมาะกับการเดินเล่น ส่วน Lower Düden โดดเด่นด้วยสายน้ำที่ไหลจากหน้าผาลงสู่ทะเลโดยตรง สามารถชมได้ทั้งจากสวนริมหน้าผาและจากเรือ ทำให้เป็นจุดแวะที่เข้ากับทริปเมืองเก่าและชายหาดได้ง่าย
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนเมษายน–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม ช่วงเช้าหรือก่อนพระอาทิตย์ตกเหมาะกับการชมวิวและถ่ายภาพ
- เวลาทำการ: จุดชม Lower Düden ภายในสวนสาธารณะเปิดให้เข้าชมได้ตลอดวัน ส่วน Upper Düden เปิดตามเวลาพื้นที่ท่องเที่ยวของเทศบาล ซึ่งอาจปรับตามฤดูกาล
- ที่อยู่: Lower Düden อยู่บริเวณ Lara Caddesi, Çağlayan Mahallesi, Muratpaşa ส่วน Upper Düden อยู่ในเขต Kepez เมือง Antalya
- ค่าเข้าชม: Lower Düden เข้าชมฟรี ส่วน Upper Düden อาจมีค่าบริการเข้าพื้นที่ตามประกาศของเทศบาล
- วิธีเดินทาง: ไป Lower Düden สามารถนั่งรถโดยสารจากใจกลาง Antalya มายัง Düden Park หรือเขต Lara ส่วน Upper Düden เหมาะกับการเดินทางด้วยรถโดยสาร แท็กซี่หรือรถเช่า น้ำตกทั้งสองแห่งอยู่ห่างกันและไม่ใช่จุดเดียวกัน
31. Sümela Monastery อารามบนหน้าผาแห่ง Trabzon
Sümela Monastery เป็นสถานที่ที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ยังไม่ทันเดินเข้าไป เพราะตัวอารามตั้งอยู่แนบไปกับหน้าผาสูงเหนือหุบเขา ท่ามกลางธรรมชาติของ Altındere Valley การขึ้นไปชมต้องเดินผ่านทางลาดและบันได แต่ระหว่างทางจะได้สัมผัสอากาศเย็น วิวป่า และความยิ่งใหญ่ของอารามที่มองจากระยะไกล
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนพฤษภาคม–กันยายน เพราะสภาพอากาศและเส้นทางเข้าถึงสะดวกกว่าช่วงฤดูหนาว
- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00–19.00 น. ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 18.30 น.
- ที่อยู่: Altındere Mahallesi, Altındere Vadisi, Maçka, Trabzon
- ค่าเข้าชม: นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 20 ยูโร อาจมีค่ารถรับส่ง ค่าจอดรถหรือค่าบริการพื้นที่อุทยานเพิ่มเติม
- วิธีเดินทาง: จาก Trabzon นั่งรถมินิบัสหรือรถโดยสารไปยังอำเภอ Maçka แล้วต่อรถรับส่งหรือแท็กซี่เข้าสู่ Altındere Valley จากจุดจอดรถต้องเดินขึ้นบันไดและทางลาดไปยังอาราม
32. Göbekli Tepe แหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์
Göbekli Tepe เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากเห็นสถานที่แตกต่างจากเมืองโบราณแบบกรีกและโรมันทั่วไป พื้นที่นี้มีเสาหินรูปตัว T ขนาดใหญ่และร่องรอยการรวมตัวของผู้คนเมื่อหลายพันปีก่อน เส้นทางเข้าชมได้รับการจัดให้เดินรอบพื้นที่ขุดค้น จึงสามารถมองเห็นรายละเอียดได้โดยไม่กระทบ
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนมีนาคม–พฤษภาคม และตุลาคม–พฤศจิกายน เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด
- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30–19.00 น. ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 18.30 น.
- ที่อยู่: Göbeklitepe, Dagetegi Mahallesi, Haliliye, sanlıurfa
- ค่าเข้าชม: นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 20 ยูโร
- วิธีเดินทาง: อยู่ห่างจากใจกลาง sanlıurfa ประมาณ 20 กิโลเมตร ควรเดินทางด้วยแท็กซี่ รถเช่า รถรับส่งหรือทัวร์ท้องถิ่น เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะมีรอบจำกัด
33. Mardin เมืองหินเก่าเหนือที่ราบ Mesopotamia
Mardin เป็นเมืองที่มีเสน่ห์จากบ้านหินสีเหลืองเรียงซ้อนกันตามเนินเขา ถนนเล็ก ๆ และวิวกว้างเหนือที่ราบ Mesopotamia เหมาะกับคนที่ชอบเดินเมืองเก่า ชมสถาปัตยกรรม และสัมผัสวัฒนธรรมที่ผสมผสานทั้งมัสยิด โบสถ์และโรงเรียนศาสนา ช่วงเย็นแสงแดดจะทำให้อาคารทั้งเมืองดูเป็นสีทองสวยเป็นพิเศษ
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนมีนาคม–พฤษภาคม และตุลาคม–พฤศจิกายน เนื่องจากฤดูร้อนอาจมีอากาศร้อนจัด
- เวลาทำการ: เขตเมืองเก่าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนมัสยิด โบสถ์ พิพิธภัณฑ์และโรงเรียนศาสนามีเวลาทำการแยกกัน
- ที่อยู่: Şar Mahallesi และถนน 1. Cadde, Artuklu, Mardin
- ค่าเข้าชม: เดินชมเมืองเก่าได้ฟรี แต่สถานที่บางแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ อารามหรืออาคารประวัติศาสตร์อาจมีค่าเข้าชม
- วิธีเดินทาง: จากสนามบิน Mardin ใช้รถรับส่งหรือแท็กซี่เข้าสู่ตัวเมือง จากย่านเมืองใหม่สามารถต่อรถมินิบัสหรือแท็กซี่ขึ้นไปยัง Old Mardin เนื่องจากถนนภายในเมืองเก่าหลายช่วงแคบและลาดชัน
34. Ani Archaeological Site เมืองโบราณริมพรมแดน Armenia
Ani ตั้งอยู่บนที่ราบสูงใกล้เมือง Kars และพรมแดน Armenia เมืองรุ่งเรืองในคริสต์ศตวรรษที่ 10–11 ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักร Armenian Bagratid และได้รับประโยชน์จากการอยู่บนแขนงหนึ่งของเส้นทางสายไหม ภายในมีทั้งโบสถ์ มัสยิด กำแพงเมืองและสิ่งก่อสร้างทางศาสนากับการทหารจากหลายยุค
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนมิถุนายน–กันยายน เพราะฤดูหนาวมีหิมะ อากาศหนาวจัดและลมแรง
- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00–19.00 น. ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 18.30 น.
- ที่อยู่: Ani Köyü, Merkez, Kars
- ค่าเข้าชม: นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 8 ยูโร
- วิธีเดินทาง: Ani อยู่ห่างจากเมือง Kars ประมาณ 44 กิโลเมตร สามารถใช้แท็กซี่ รถเช่า รถรับส่งตามฤดูกาลหรือทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับจาก Kars ควรตกลงเวลาเดินทางกลับก่อนเข้าชม
35. Lake Salda ทะเลสาบสีฟ้าแห่งจังหวัด Burdur
Lake Salda ตั้งอยู่ในจังหวัด Burdur มีชื่อเสียงจากน้ำสีฟ้าอมเขียวและตะกอนสีขาวบริเวณริมทะเลสาบ เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง เพราะสภาพแวดล้อมและพื้นผิวบริเวณชายฝั่งอาจได้รับความเสียหายจากกิจกรรมของนักท่องเที่ยว
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนพฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม หากต้องการถ่ายภาพควรไปช่วงเช้าหรือก่อนพระอาทิตย์ตก
- เวลาทำการ: พื้นที่ธรรมชาติเปิดให้เข้าชมในช่วงกลางวัน แต่บางโซนชายฝั่งอาจมีเวลาเปิด–ปิดหรือข้อจำกัดเฉพาะเพื่อการอนุรักษ์
- ที่อยู่: Lake Salda, Yeşilova, Burdur
- ค่าเข้าชม: พื้นที่ทั่วไปเข้าชมฟรี แต่อาจมีค่าจอดรถ รถรับส่ง พื้นที่พักผ่อนหรือบริการของผู้ประกอบการ
- วิธีเดินทาง: ทะเลสาบอยู่ห่างจากตัวอำเภอ Yeşilova ประมาณ 4 กิโลเมตร การเช่ารถจาก Burdur, Denizli หรือ Pamukkale เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด หรือเดินทางด้วยรถโดยสารไป Yeşilova แล้วต่อแท็กซี่หรือรถท้องถิ่น ควรปฏิบัติตามแนวกั้นและข้อจำกัดของพื้นที่อนุรักษ์อย่างเคร่งครัด
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวตุรกี
Q: คนไทยเที่ยวตุรกีต้องขอวีซ่าไหม?
A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยธรรมดาที่เดินทางเพื่อท่องเที่ยวไม่เกิน 30 วันต่อครั้งได้รับยกเว้นวีซ่า โดยอยู่รวมได้ไม่เกิน 90 วันภายใน 180 วัน ผู้ที่ต้องการอยู่นานกว่านั้นหรือเดินทางด้วยวัตถุประสงค์อื่นต้องตรวจประเภทวีซ่าจากหน่วยงานทางการ
Q: เที่ยวตุรกีควรมีเวลากี่วัน?
A: ควรมีอย่างน้อย 7–8 วันสำหรับ Istanbul และ Cappadocia
Q: ไป Cappadocia แล้วได้ขึ้นบอลลูนแน่นอนหรือไม่?
A: ไม่แน่นอน เที่ยวบินอาจถูกเลื่อนหรือยกเลิกตามสภาพอากาศและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย จึงควรพักอย่างน้อยสองคืนและวางวันขึ้นบอลลูนไว้ช่วงต้นของการเข้าพัก
Q: ใช้บัตรเครดิตในตุรกีได้ไหม?
A: ร้านค้า โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่มักรับบัตร แต่ควรมีเงินสดลีราตุรกีสำหรับร้านเล็กหรือค่าเดินทางบางประเภท เมื่อชำระด้วยบัตรควรตรวจสกุลเงิน อัตราแลกเปลี่ยน และค่าธรรมเนียมก่อนยืนยันรายการ
วางแผนเที่ยวตุรกีให้คล่องตัว พร้อมรับคะแนนจากทุกการใช้จ่าย
การเดินทางไปตุรกีมีทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทางระหว่างเมือง และค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ การวางงบประมาณล่วงหน้าและเลือกช่องทางชำระเงินให้เหมาะกับแต่ละรายการจะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น
สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC ที่ถือบัตรและทำรายการตามเงื่อนไข ทุกยอดใช้จ่าย 25 บาท รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อนำไปแลกสิทธิพิเศษ ส่วนลด หรือสิทธิประโยชน์ที่ร่วมรายการได้ ก่อนใช้บัตรต่างประเทศควรตรวจอัตราแลกเปลี่ยน ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน และโปรโมชั่นล่าสุดจาก KTC ทุกครั้ง หากยังไม่มีบัตรเครดิต KTC สามารถสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง
ทุกทริปเที่ยวคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC













