หากใครมีแพลนที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศหรืออยากย้ายถิ่นฐานไปยังต่างประเทศ น่าจะเคยได้ยินเรื่องราวของใบอนุญาตทำงาน หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Work Permit ซึ่งถือเป็นใบเบิกทางสำคัญในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างประเทศก็ว่าได้ ดังนั้นหากใครมีแพลนในการย้ายถิ่นฐาน หรือมองหาแนวทางในการทำงานต่างประเทศ KTC ได้สรุปข้อมูลเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงาน พร้อมทั้งวิธีการเตรียมตัวในการทำงานต่างประเทศมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมกันเลย


ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) คืออะไร?

ใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit เป็นเอกสารที่แต่ละประเทศจะออกให้กับชาวต่างชาติ ที่เข้ามาทำงาน ประกอบวิชาชีพ หรือทำธุรกิจในประเทศนั้นๆ ซึ่งออกโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านแรงงาน กระทรวงต่างประเทศ หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยแต่ละประเทศ จะกำหนดเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป และหากมีการหมดอายุ จะต้องต่ออายุใหม่ทันที หากยังคงทำงานโดยไม่ได้ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน สามารถโดนจับและส่งตัวกลับประเทศได้


คนไทยอยากเริ่มต้นทำงานต่างประเทศต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

ส่วนคนไทยที่สนใจอยากทำงานต่างประเทศ KTC มีคำแนะนำในการเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนเริ่มต้นทำงานที่ต่างประเทศ จะได้หางานที่ถูกใจ พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

  • ศึกษาหาข้อมูลในตำแหน่งที่สนใจ

เริ่มต้นศึกษาในสายอาชีพ หรือตำแหน่งที่สนใจในต่างประเทศ ว่าเป็นสายงานที่กำลังเป็นที่ต้องการหรือไม่? มีรายละเอียดการทำงานอย่างไร? หรือว่ามีทักษะใดที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อใช้ในการสมัครงาน โดยสามารถดูตำแหน่งงานได้จาก LinkedIn, Glassdoor หรือ Jobs Abroad ซึ่งเป็นเว็บไซต์หางานที่มีความเป็นสากล สามารถปักหมุดประเทศที่ต้องการได้

  • มองหางานที่ต้องการ

หลังจากศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่สนใจแล้ว หากมีความต้องการอยากจะทำงานนั้นอย่างแท้จริง ก็สามารถเริ่มต้นหางานได้เลย อาจเริ่มจากบริษัทที่เปิดรับสมัครพนักงานต่างชาติก่อน เพราะบริษัทเหล่านี้มักจะมีวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างในการรับพนักงาน ทำให้มีโอกาสได้งานในต่างประเทศง่ายกว่า

  • เรียนรู้ชีวิต รายละเอียดความเป็นอยู่ในประเทศนั้นๆ

การไปทำงานที่ต่างประเทศเสมือนเป็นการย้ายถิ่นฐานที่อยู่ชั่วคราว ซึ่งย่อมส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของเราอย่างแน่นอน ดังนั้นควรศึกษารูปแบบการใช้ชีวิตของประเทศที่สนใจจะไปทำงาน ว่าเป็นแบบใด ต้องอาศัยอยู่บริเวณไหน? รวมไปถึงค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายต่างๆ

  • ฝึกภาษาอังกฤษให้ชำนาญ

ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาสากล แม้จะไปในประเทศที่ไม่ได้มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก แต่ในองค์กรที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ก็นิยมใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นหลัก ดังนั้นจึงควรมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดี สามารถสื่อสารได้เป็นอย่างดีทั้งฟังพูดอ่านเขียน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านการสื่อสารในการทำงาน

  • เตรียมตัวรับความแตกต่าง

การใช้ชีวิตในต่างประเทศย่อมต้องเจอกับวัฒนธรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่าง ดังนั้นจึงควรเตรียมใจยอมรับความแตกต่างที่จะเกิดขึ้น และพยายามเรียนรู้ปรับตัวให้เร็วที่สุด ซึ่งจะช่วยให้สามารถทำงาน และใช้ชีวิตในต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น

  • วางแผนการใช้เงิน

เรื่องการเงินถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมตัว แม้การทำงานในต่างประเทศจะมีรายได้มากกว่าก็จริง แต่ก็ต้องคำนวณอัตราค่าครองชีพให้แม่นยำ เพราะในต่างประเทศส่วนใหญ่ มักมีค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าที่พัก ซึ่งต้องวางแผน และคำนวณอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศ




หากไม่มี Work Permit จะไม่สามารถทำงานได้ หากฝ่าฝืนจะถูกส่งกลับประเทศต้นทางทันที


คนไทยไม่มี Work Permit ทํางานต่างประเทศได้ไหม?

การไปทำงานที่ต่างประเทศ ถ้าไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit จะ “ไม่สามารถทำงานได้” ถือว่าฝ่าฝืนทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 - 50,000 บาท และจะถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศต้นทาง รวมถึงยกเลิกการขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษ สำหรับคนไทยที่อยากจะไปทำงานต่างประเทศ ในบางประเทศอาจมีโครงการ Work & Holiday ซึ่งจะออกวีซ่าให้สามารถทำงานตามสายอาชีพที่ได้กำหนดไว้ในวีซ่าของประเทศนั้นๆ หรือสำหรับวีซ่านักเรียนในบางประเทศ ก็อาจจะมีเงื่อนไขอนุญาตให้สามารถทำงานได้เช่นกัน แต่จะต้องอยู่ในจำนวนชั่วโมง และตำแหน่งงานที่กำหนดเท่านั้น

คนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ นอกจากต้องมี Work Permit แล้ว อีกสิ่งที่สำคัญคือ Work Visa หรือ วีซ่าทำงาน ซึ่งต้องมีทั้ง 2 สิ่งนี้สำหรับการทำงานต่างประเทศ โดย เอกสารทั้ง 2 อย่างนี้ มีข้อแตกต่างกันดังนี้

ประเภท

วัตถุประสงค์

หน่วยงานในการขอ

วีซ่าทำงาน (Work Visa)

สิทธิในการเข้าประเทศนั้นๆ เพื่อเข้าทำงาน

สถานทูตหรือหน่วยตรวจคนเข้าเมือง

ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)

สิทธิในการทำงาน เพื่อขออนุญาตในการประกอบอาชีพ, ทำงาน หรือทำธุรกิจในต่างประเทศ

หน่วยงานแรงงาน




การขอ Work Permit กับการขอ Visa นั้นมีความแตกต่างกัน


ประเภทของ Work Permit กับ Visa ในประเทศไทยมีความต่างกันอย่างไร?

ถือได้ว่าเป็นคำถามยอดฮิตสำหรับความแตกต่างของใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และวีซ่าธุรกิจ (Non-B Visa) เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันในบางส่วน ที่อาจทำให้เกิดความสับสนได้ โดย Work Permit กับ Non-B Visa ที่มีการใช้งานในประเทศไทย มีความแตกต่างกัน ดังนี้

ประเภท

วัตถุประสงค์

หน่วยงานในการขอ

วีซ่าธุรกิจ (Non-B Visa)

ขออนุญาตในการเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อทำงาน โดยผู้ที่ขออนุญาตจะต้องเป็นชาวต่างชาติเท่านั้น

สถานกงสุลไทย กระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)

สำหรับชาวต่างชาติ ที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย เพื่อขออนุญาตในการประกอบอาชีพ, ทำงาน หรือทำธุรกิจในประเทศไทย

กรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน

ชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานในประเทศไทย จะต้องทำการขอเอกสารทั้ง 2 ประเภท ก็คือวีซ่าธุรกิจ (Non-B Visa) เมื่อได้รับวีซ่าแล้ว จึงยื่นขอใบอนุญาตทำงาน วีซ่าธุรกิจ (Non-B Visa) มิเช่นนั้นจะไม่สามารถทำงานในประเทศไทยได้


Work Permit สำหรับชาวต่างชาติในประเทศไทยมีกี่ประเภท?

ในประเทศไทย ทางกรมแรงงานได้มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ทั้งหมด 3 ประเภทดังนี้

  • ประเภท ตท.๑๑ หรือ WP. 11 เล่มสีน้ำเงิน

มีลักษณะเล่มคล้ายสำเนาทะเบียนบ้าน โดย Work Permit ประเภทนี้ จะอนุญาตใช้กับกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน, แรงงานฝีมือ, แรงงานนำเข้าตาม MOU, แรงงานที่ผ่านการตรวจสัญชาติ และแรงงานในกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ

  • ตท.๑๕ หรือ WP. 15 แผ่นสีเหลือง

มีลักษณะเป็นกระดาษ A4 สีเหลือง ซึ่ง Work Permit ประเภทนี้ จะถูกใช้ในกลุ่มแรงงานที่เดินทางไป - กลับ หรือตามฤดูกาล

  • ตท.๑๑ หรือ WP. 11 เล่มสีส้ม

ประเภทสุดท้าย มีลักษณะเป็นเล่มเหมือนกับประเภท ตท.๑๑ หรือ WP. 11 แต่เป็นสีส้ม ซึ่งเป็น Work Permit ที่อนุญาตใช้ในกลุ่มชาวต่างชาติที่มาทำงานในกิจการประมง และทะเล

การทำงานในต่างประเทศ ถือเป็นความฝันของหลายๆ คน เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มประสบการณ์ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่ยังรวมถึงการใช้ชีวิต จนทำให้ปัจจุบันกลายเป็นกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มอยากจะไปทำงานต่างประเทศกันมากขึ้น และอย่าลืมดูแลเรื่องการใช้จ่าย แม้จะอยู่ต่างแดน แต่ก็สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ โดยเฉพาะบัตรเครดิต KTC ที่ตอบโจทย์ในการใช้จ่ายในต่างประเทศโดยเฉพาะ ด้วยคะแนนสะสม x2 เมื่อใช้จ่ายที่ต่างประเทศ และรับเรทถูกกว่า เมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ กับการคิดค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินตราต่างประเทศ ที่ถูกกว่าเพียง 2% (จากปกติอัตราตลาด 2.5%) ให้ทุกการใช้จ่ายสะดวกสบาย พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย สมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ง่ายๆสมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์

อ้างอิงค่าความเสี่ยงการแปลงสกุลเงินจาก:

https://www.ktc.co.th/promotion/overseas-privilege/asia/overseas


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC