Financial Inclusion and Literacy
การเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้และทักษะทางการเงิน เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน บริษัทตระหนักว่าประชาชนแต่ละกลุ่มมีบริบทความต้องการ และข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการเงินที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและกลุ่มที่อาจเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างจำกัด การออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เหมาะสมและหลากหลาย จึงเป็นกลไกสำคัญในการขยายโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินในระดับครัวเรือน
บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิต โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ ความโปร่งใสของเงื่อนไข และการให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเข้าใจง่าย ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในการเข้าถึงบริการ ลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ และยกระดับประสบการณ์การใช้บริการให้ปลอดภัยและเป็นมิตรกับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้และทักษะทางการเงินแก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้ามีความเข้าใจในการบริหารจัดการเงิน สามารถตัดสินใจใช้บริการทางการเงินได้อย่างเหมาะสม และสร้างวินัยทางการเงินในระยะยาว การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้แก่สังคม อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางการเงินของประชาชนอย่างยั่งยืน
จัดหลักสูตรการให้ความรู้ทางการเงินให้กับกลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ จำนวน 150 คน
จัดหลักสูตรการให้ความรู้ทางการเงินให้กับกลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ จำนวน 212 คน
ผลกระทบเชิงบวก: การส่งเสริมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงช่วยขยายฐานลูกค้าและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถทางการเงินของลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ควบคู่กับการยกระดับความรู้ทางการเงิน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านเครดิต เพิ่มคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และเสริมเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทตามกรอบการบริหารความเสี่ยง
ผลกระทบเชิงลบ: หากการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินไม่ได้ควบคู่กับการประเมินความเสี่ยงและการให้ความรู้ที่เพียงพอ อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านหนี้ครัวเรือน คุณภาพสินทรัพย์ และความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการและความยั่งยืนของธุรกิจ
ผลกระทบเชิงบวก: การใช้ช่องทางดิจิทัลในการให้บริการทางการเงินและการให้ความรู้ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการดำเนินงาน สนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่คุณค่า
ผลกระทบเชิงลบ: การขยายตัวของการให้บริการดิจิทัลอาจทำให้การใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูลและระบบไอทีเพิ่มสูงขึ้น หากไม่มีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบเชิงบวก: การส่งเสริมความรู้ทางการเงินช่วยเสริมสร้างศักยภาพของประชาชนในการบริหารจัดการการเงินอย่างรับผิดชอบ ลดความเปราะบางทางการเงิน และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว การเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเป็นธรรมยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของสังคม
ผลกระทบเชิงลบ: หากการสื่อสารข้อมูลทางการเงินไม่ชัดเจนหรือไม่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย อาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อน การตัดสินใจทางการเงินที่ไม่เหมาะสม และกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคมต่อสถาบันการเงิน
ผลกระทบเชิงบวก: การให้บริการทางการเงินอย่างเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองผู้บริโภค ช่วยส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิในการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานทางการเงิน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในระยะยาว
ผลกระทบเชิงลบ: หากกระบวนการเข้าถึงบริการหรือการให้ข้อมูลไม่คำนึงถึงความหลากหลายของผู้ใช้บริการ อาจก่อให้เกิดการกีดกันทางอ้อมหรือการเลือกปฏิบัติ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านกฎหมาย ชื่อเสียง และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทมุ่งมั่นส่งเสริมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง โดยยึดหลักการให้บริการที่เข้าถึงได้อย่างรับผิดชอบ เป็นธรรม และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความมั่นคงทางการเงินให้แก่ลูกค้าในทุกกลุ่ม ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านการพัฒนาโครงการและโซลูชันทางการเงินที่ช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงหรือได้รับบริการทางการเงินอย่างจำกัด
บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการตัดสินใจของลูกค้าบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วนและความรู้ทางการเงินที่เหมาะสม ผ่านการให้ความรู้และการสื่อสารอย่างโปร่งใส ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย และสามารถปรับให้สอดคล้องกับความต้องการและศักยภาพของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีทางการเงินในระยะยาว
บริษัทมุ่งมั่นลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนผ่านการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน โดยสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจในการส่งเสริมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม พร้อมมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทย
ความมุ่งมั่นด้านการเข้าถึงบริการทางการเงินของบริษัทได้รับการขับเคลื่อนผ่านโครงสร้างการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง มาตรฐานการปฏิบัติงานที่ชัดเจน และการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลาย พร้อมทั้งสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินให้คนในสังคมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เป็นทางเลือกให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทได้เหมาะสมตรงกับความต้องการ เพื่อให้การเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินและการส่งเสริมความรู้ทางการเงินครอบคลุมและตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้
บริษัทมีช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ บริการ และข่าวสารที่หลากหลายเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โดยได้รับข้อมูลที่เท่าเทียม ทำให้ลูกค้ามีข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ลดอุปสรรคในการทำความเข้าใจการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน โดยมีช่องทางครอบคลุมทั่วประเทศ ดังนี้
ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของบริษัทสามารถติดต่อ สอบถามข้อมูล หรือขอใช้บริการต่าง ๆ ได้ ดังนี้
ลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูลหรือสมัครใช้ผลิตภัณฑ์และบริการรวมถึงทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Distribution) เพื่อให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของบริษัทได้อย่างราบรื่น ดังนี้
บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าหลากหลายกลุ่มเพื่อสร้างการเข้าถึงทางการเงินอย่างทั่วถึง (Financial Inclusion) ให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเท่าเทียม โปร่งใส และรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ ความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ และการสร้างความรู้ทางการเงินควบคู่กัน การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะการดำรงชีวิตและศักยภาพของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ดังนี้
บริษัทให้บริการสินเชื่อบุคคล ประเภทที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ภายใต้ชื่อ “KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” เพื่อเสริมสร้างโอกาสการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยที่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ยาก ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ลูกค้าทั่วไปและผู้ประกอบอาชีพอิสระ เพื่อให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น โดย KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ให้บริการทางการเงินระดับจุลภาค (Microfinance) สำหรับกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เจ้าของกิจการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่มีรายได้น้อย
วงเงินสินเชื่อที่อนุมัติรวม 2,313 ล้านบาท รวมจำนวนลูกค้าทั้งหมด 10,045 คน
บริษัทให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการรายย่อย (SME และ Small Merchant Business) ในการขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสดและส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่เคยรับบัตรเครดิตมาก่อนให้สามารถเข้าถึงระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างเท่าเทียม ปลอดภัย ได้รับเงินภายในวันช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการได้ดียิ่งขึ้น พร้อมบริการดูแลร้านค้าเคทีซี ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยบริการ KTC Merchant App ให้บริการรองรับการชำระเงินทั้งบัตรเครดิต พร้อมเพย์ Thai QR และ QR Cross Border กับลูกค้าชาวต่างชาติจาก 8 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง ลาว กัมพูชา เวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีน เพิ่มโอกาสให้ร้านค้าเข้าถึงฐานลูกค้าบัตรเครดิตด้วยอัตราค่าธรรมเนียมที่เป็นมิตรเริ่มต้นที่ 1.00% โดยร้านค้าสามารถใช้บริการได้ง่าย เพียงดาวน์โหลด KTC Merchant App ลงบนอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือของผู้ประกอบการที่มีอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ยังใช้บริการอย่างไร้กังวลจากการกำหนดยอดรับบัตรขั้นต่ำ และค่าบริการเครื่องรูดบัตรรายเดือน
ผู้ประกอบการรายย่อย (SME และ Small Merchant) ที่ได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์นี้จำนวน 6,444 ราย
บริษัทมุ่งมั่นในการสนับสนุนการให้ความรู้ทางการเงินในทุกกลุ่ม โดยตระหนักว่าความรู้ด้านการเงินเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่กลุ่มลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน และตระหนักว่าความรู้ทางการเงินและความรู้เชิงลึกด้านเทคนิคมีความสำคัญต่อการพึ่งพาตนเองและการปรับตัวทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง (Resilience) บริษัทจึงได้ส่งต่อความรู้ให้แก่ชุมชนที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงทรัพยากรและการศึกษา และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่กำลังจะเข้าสู่วัยทำงาน เพื่อให้มีการเตรียมความพร้อมและมีความรู้ทางการเงิน โดยมุ่งหวังให้ประชาชนทุกกลุ่มมีทักษะ ความมั่นใจ และข้อมูลที่เพียงพอในการบริหารจัดการการเงินของตนเอง ให้สามารถตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างเหมาะสม และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ในปี 2568 บริษัทดำเนินงานต่อเนื่องครอบคลุมกลุ่มลูกค้าและสังคมในหลากหลายมิติ ดังนี้
บริษัทจัดทำพอดแคสต์ “PROUDcast” เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาด้านการเงินในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้จ่าย การวางแผนทางการเงิน และการสร้างวินัยทางการเงินอย่างยั่งยืน ให้กับลูกค้าและกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านเนื้อหาในรูปแบบเสียงและสื่อออนไลน์ที่ทันสมัย นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินการเผยแพร่ความรู้ทางการเงินผ่านบทความและสื่อคอนเทนต์ออนไลน์ (Content Marketing) บนเว็บไซต์บริษัท โซเชียลมีเดีย ยูทูบ และเว็บไซต์พันธมิตร เพื่อให้ข้อมูลความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า และการลดภาระหนี้อย่างมีวินัย รวมถึงการให้ความรู้ด้านอื่น ๆ อาทิ การวางแผนทางการเงิน และความคุ้มค่าในการใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ เช่น การท่องเที่ยว ร้านอาหาร ประกันภัย เป็นต้น
พอดแคสต์ที่ถ่ายทอดจำนวน 7 ตอน และมีผู้เข้าฟังทั้งหมด 223,725 คน
บริษัทจัดกิจกรรมบรรยายและแลกเปลี่ยนแนวคิดสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตหลังเกษียณ มุ่งสร้างทัศนคติเชิงบวก สนับสนุนให้ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าในตนเอง และใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและมีความหมาย กิจกรรมเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แบ่งปันประสบการณ์ เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และพัฒนาศักยภาพด้านจิตใจอย่างสร้างสรรค์ โดยจัดกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนผู้สูงอายุยานนาวา
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 72 คน
บริษัทจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตอย่างถูกต้องและเหมาะสม มุ่งปลูกฝังวินัยทางการเงิน พร้อมเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงของการใช้บัตรเครดิต เน้นการสร้างพฤติกรรมการชำระหนี้อย่างมีวินัย เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินและส่งเสริมการวางแผนทางการเงินในอนาคต กิจกรรมออกแบบให้เยาวชนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงอย่างรับผิดชอบโดยจัดขึ้นร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 1,753 คน
บริษัทจัดกิจกรรมอบรมพัฒนาทักษะทางการเงินให้แก่นักศึกษาที่ต้องการเสริมสร้างความรู้ด้าน Financial Literacy อย่างรอบด้านโดยให้ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนการเงินส่วนบุคคล การใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างถูกต้อง ทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล กิจกรรมยังมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ ความเสี่ยง และหลักการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างมีวินัยและรับผิดชอบ พร้อมต่อยอดองค์ความรู้สู่โอกาสทางอาชีพ ผ่านการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น ทักษะการสื่อสารและการขาย เพื่อเสริมศักยภาพให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ไปสร้างรายได้และเตรียมพร้อมสู่เส้นทางอาชีพในอนาคตอย่างมั่นใจ
ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 131 คน
บริษัทจัดกิจกรรมเพื่อให้นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้แนวทางการวางแผนการเงิน การออม และการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงวัย พร้อมเสริมความรู้พื้นฐานด้านการบริหารและการลงทุนทางการเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานและการใช้ชีวิตอย่างมั่นคงในอนาคต นอกจากนี้ยังเปิดมุมมองเกี่ยวกับอาชีพในสายการเงิน เพื่อสร้างโอกาสและแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้อง โดยโครงการนี้จัดให้ทางนิสิต คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 63 คน
บริษัทจัดกิจกรรมเรียนรู้การจัดการเงินอย่างมีระบบ การออม การลงทุนเบื้องต้น และการสร้างวินัยทางการเงิน เพื่อให้กลุ่ม Gen Z สามารถควบคุมการใช้เงินและวางแผนชีวิตได้อย่างมั่นคงในอนาคต โดยโครงการนี้จัดให้ทางนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อให้มีความเข้าใจการวางแผนการเงินส่วนบุคคล รู้จักบริหารรายรับรายจ่าย และกำหนดเป้าหมายทางการเงินให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ดีขึ้น
ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 70 คน
บริษัทจัดกิจกรรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประนอมหนี้และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษานิติศาสตร์ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของระบบยุติธรรมในอนาคต กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากกรณีศึกษาจริง เข้าใจบริบทของปัญหาหนี้สินในสังคมไทย และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสายวิชาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมจัดขึ้นภายในงาน “มหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ครั้งที่ 38” โดยมีนักศึกษาหลักสูตรนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วม และดำเนินการร่วมกับบริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด และบริษัท วินเพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด
ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 186 คน
บริษัทจัดอบรมให้ความรู้ด้านวินัยทางการเงินแก่เยาวชนและนักศึกษาที่มีความพิการ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในการบริหารจัดการเงินอย่างเหมาะสม เน้นการวางแผนรายรับ-รายจ่าย การออม เพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว กิจกรรมส่งเสริมทักษะที่เยาวชนสามารถนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน ช่วยเพิ่มความมั่นใจและเสริมศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง การอบรมดำเนินการร่วมกับวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา และมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม เพื่อสนับสนุนโอกาสด้านการเรียนรู้ที่เท่าเทียม ทั้งยังช่วยต่อยอดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เข้าร่วม ให้สามารถเติบโตอย่างมีศักดิ์ศรีและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างยั่งยืน
ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 18 คน
บริษัทจัดอบรมให้ความรู้ด้านการจัดการการเงินส่วนบุคคลสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ครอบคลุมการเก็บออม การใช้เงินอย่างมีวินัย และการลงทุนอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งให้ความรู้ด้านการวางแผนเกษียณและข้อควรระวังเกี่ยวกับภาระหนี้สิน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาว เนื้อหาอบรมได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับรูปแบบรายได้ของแรงงานอิสระ เช่น คนขับแกร็บ ไลน์แมนและวินมอเตอร์ไซค์ ผู้เข้าร่วมได้รับทักษะและแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้จริง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โครงการดำเนินร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อสนับสนุนสุขภาวะทางการเงินของแรงงานอิสระในสังคม
ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 60 คน