Sustainable Consumer Finance
ในปี 2568 พนักงาน ร้อยละ 100 ได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงาน
บริษัทตระหนักดีว่าพนักงานคือรากฐานแห่งความสำเร็จและเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ในบริบทของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างรอบด้าน ครอบคลุมการปฏิบัติด้านแรงงาน (Labor Practices) ที่เป็นธรรมและโปร่งใส การเคารพสิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานไทย รวมถึงหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (The UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs)
บริษัทมุ่งส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Well-being) ในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน เพื่อยกระดับความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงาน (Employee Satisfaction and Engagement)
ในด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล (Human Capital Development) บริษัทให้ความสำคัญกับการดึงดูด พัฒนา และรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ ผ่านการพัฒนาทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานสามารถปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งยกระดับระบบบริหารทรัพยากรบุคคลให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของบุคลากรในแต่ละช่วงวัย
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion: DEI) โดยเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เปิดโอกาสที่เท่าเทียม และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยอมรับความแตกต่าง เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าในระยะยาว เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนขององค์กรและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
*ผู้บริหารระดับสูง หมายถึง ผู้บริหารระดับสูง หมายถึง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารทุกรายที่มีสายการบังคับบัญชาตรงต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารตามโครงสร้างของบริษัท
ผลกระทบเชิงบวก: การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพช่วยเสริมสร้างศักยภาพและประสิทธิผลขององค์กร ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และขีดความสามารถของพนักงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางธุรกิจ ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนจากการลาออก และเพิ่มความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
ผลกระทบเชิงลบ: การลงทุนด้านการพัฒนาบุคลากร ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล และสวัสดิการต่าง ๆ อาจก่อให้เกิดต้นทุนเพิ่มขึ้นในระยะสั้น ขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนนโยบายหรือโครงสร้างการบริหารทรัพยากรบุคคลอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องในการทำงานและต้องใช้เวลาในการปรับตัวของพนักงานบางส่วน
ผลกระทบเชิงบวก: การบริหารทรัพยากรบุคคลที่บูรณาการแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการใช้กระดาษ เป็นต้น
ผลกระทบเชิงลบ: กิจกรรมด้านทรัพยากรบุคคลบางประเภท อาทิ การฝึกอบรมแบบรวมศูนย์หรือการจัดกิจกรรมองค์กร อาจก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรและพลังงานเพิ่มขึ้น หากไม่มีการออกแบบและการบริหารจัดการที่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม
ผลกระทบเชิงบวก: การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างรับผิดชอบช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงาน ความเป็นอยู่ที่ดี และสุขภาวะของพนักงาน สนับสนุนความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการไม่เลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและพัฒนาองค์กร ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและเอื้อต่อการทำงานอย่างยั่งยืน
ผลกระทบเชิงลบ: หากการสื่อสารนโยบายหรือการบังคับใช้มาตรการด้านทรัพยากรบุคคลไม่ทั่วถึง อาจก่อให้เกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรมความไม่พึงพอใจ หรือความเครียดของพนักงานในบางกลุ่ม
ผลกระทบเชิงบวก: การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่ยึดหลักสิทธิมนุษยชนช่วยคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของพนักงาน เช่น สิทธิในการได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม สภาพการทำงานที่ปลอดภัย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นต้น
ผลกระทบเชิงลบ: ในกรณีที่ขาดการกำกับดูแลหรือการติดตามอย่างเพียงพอ อาจเกิดความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิแรงงาน การเลือกปฏิบัติ หรือการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อพนักงาน
บริษัทได้จัดทำนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคล อาทิ คู่มือจรรยาบรรณธุรกิจ และระเบียบการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติของพนักงาน ครอบคลุมตั้งแต่การจ้างงาน สิทธิ หน้าที่ และสวัสดิการต่าง ๆ ไปจนถึงจรรยาบรรณธุรกิจ โดยเน้นการปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนและแรงงาน การไม่เลือกปฏิบัติ และข้อปฏิบัติต่อพนักงาน รวมถึงแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารและพัฒนาบุคลากรเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนด นอกจากนี้ บริษัทมีการวางแผนกำลังคนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ พร้อมกำหนดกลยุทธ์ในการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ และมีการทบทวนโครงสร้างค่าตอบแทนและสวัสดิการเป็นประจำ ภายใต้การกำกับดูแลของสายงานทรัพยากรบุคคล เพื่อให้เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงาน โดยมีแนวปฏิบัติดังต่อไปนี้
บริษัทมุ่งมั่นส่งเสริมการจ้างงานอย่างเป็นธรรม โดยยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค และการไม่เลือกปฏิบัติในทุกขั้นตอนของกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล ตั้งแต่การวางแผนอัตรากำลังคน การสรรหา คัดเลือก ไปจนถึงการว่าจ้างบุคลากร โดยพิจารณาผู้สมัครจากคุณสมบัติ ประสบการณ์ ความรู้ และความสามารถที่สอดคล้องกับความต้องการของตำแหน่งงานเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทไม่พิจารณาปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน อาทิ เชื้อชาติ ศาสนา เพศ เพศสภาพ อายุ ความคิดเห็นทางการเมือง ฐานะชาติตระกูล วิถีทางเพศ ความพิการ ถิ่นกำเนิด และสถานะทางสังคม รวมถึงไม่ยอมรับการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และแรงงานที่ผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ นอกจากนี้บริษัทยังสนับสนุนการจ้างงานในพื้นที่ที่บริษัทดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนโดยรอบ อันเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารค่าตอบแทนและผลประโยชน์ตามหลักความเป็นธรรม ความเสมอภาค และความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงาน โดยกำหนดค่าตอบแทนบนพื้นฐานของปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับงาน เช่น ลักษณะงาน ความรับผิดชอบ ความเชี่ยวชาญ และผลการปฏิบัติงาน เป็นต้น ภายใต้แนวคิด “Equal Pay for Equal Work” เพื่อให้พนักงานที่ปฏิบัติงานในระดับความรับผิดชอบเดียวกันได้รับค่าตอบแทนอย่างเท่าเทียม และมีการติดตามวิเคราะห์ความแตกต่างของค่าตอบแทนระหว่างเพศ บริษัทมีการทบทวนโครงสร้างค่าตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพตลาดแรงงานและกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดสวัสดิการที่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในการทำงานของพนักงาน
ทั้งนี้ บริษัทแสดงเจตจำนงในการนำความมุ่งมั่นด้านการจ้างงานอย่างเป็นธรรมไปใช้ในการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท และสนับสนุนให้คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจมีความตระหนักและนำไปปฏิบัติ โดยจัดทำจรรยาบรรณคู่ค้าและการรักษาข้อมูลความลับ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งคู่ค้ามีหน้าที่ต้องรับทราบและปฏิบัติตามขอบเขตและแนวทางประเด็นต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องการจ้างงานอย่างเป็นธรรม อาทิ สิทธิมนุษยชนและแรงงาน จริยธรรมทางธุรกิจและการปฏิบัติตามกฎหมาย ความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน สิ่งแวดล้อม และการรักษาความลับ
บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion: DEI) โดยปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเป็นธรรม เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนในทุกมิติ บริษัทไม่ยอมรับการเลือกปฏิบัติการคุกคาม หรือการล่วงละเมิดในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะมีนัยทางเพศ หรือไม่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ถิ่นกำเนิด เพศ เพศสภาพ เชื้อชาติ สัญชาติ สิทธิ ศาสนา ความเชื่อ ความคิดเห็นทางการเมือง ฐานะชาติตระกูล วิถีทางเพศ อายุ ความพิการ สถานะทางสังคม หรือคุณลักษณะส่วนบุคคลอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน รวมทั้งการให้โอกาสในการทำงานและความก้าวหน้าอย่างเสมอภาค การเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การสื่อสาร และการปรึกษาหารือระหว่างพนักงานและองค์กร เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และเอื้อต่อการทำงานร่วมกันของบุคลากรที่มีความหลากหลาย
บริษัทได้จัดให้มีสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมพนักงานทุกกลุ่ม รวมถึงพนักงาน LGBTQIAN+ ผ่าน “สวัสดิการคู่ชีวิต” ซึ่งให้สิทธิแบบเดียวกับสวัสดิการคู่สมรส อาทิ เงินสวัสดิการแต่งงาน สำหรับคู่ชีวิตเพศเดียวกัน ให้เทียบเท่ากับคู่สมรสตามกฎหมาย ประกันสุขภาพสำหรับคู่ชีวิต ครอบคลุมการรักษาพยาบาลและกรณีเสียชีวิต เช่นเดียวกับคู่สมรส
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการ เพื่อเป็นตัวแทนพนักงานในการหารือ เสนอแนะ และร่วมพิจารณาแนวทางการจัดสวัสดิการกับนายจ้าง และสภาพการทำงาน อันจะช่วยให้พนักงานได้รับสิทธิอย่างเป็นธรรม เสริมสร้างความผูกพัน และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างต่อเนื่อง
บริษัทดำเนินการออกแบบกระบวนการสรรหาและคัดเลือกอย่างเป็นระบบและโปร่งใส เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และทัศนคติที่สอดคล้องกับค่านิยมและเป้าหมายขององค์กร ควบคู่กับการจัดให้มีระบบการพัฒนาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการยกระดับศักยภาพของพนักงานในทุกช่วงของการทำงาน ตั้งแต่การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ การฝึกอบรมตามสายงาน ไปจนถึงการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโตในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างแรงจูงใจและการรักษาบุคลากรผ่านการจัดสวัสดิการและผลตอบแทนที่เหมาะสม การกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพที่ชัดเจน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การทำงานร่วมกัน และความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว อันจะช่วยเสริมสร้างความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงานในการทำงานกับองค์กรในระยะยาว
บริษัทมุ่งมั่นปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ (Trusted Organization) โดยขับเคลื่อนผ่านค่านิยมหลักขององค์กร ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของพนักงานทุกคน วัฒนธรรมดังกล่าวสะท้อนผ่านการบริหารงานอย่างโปร่งใส การสื่อสารอย่างเปิดกว้าง การให้เกียรติซึ่งกันและกัน และการเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและการตัดสินใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่น ความผูกพัน และความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร อันนำไปสู่การรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชนในฐานะกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและสังคมในอนาคต จึงมุ่งสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการสหกิจศึกษา (KTC COOP) ซึ่งต่อยอดจากโครงการ KTC Learn & Earn โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้าฝึกงานภายในองค์กร เพื่อเรียนรู้การทำงานจริง พัฒนาทักษะ และเตรียมความพร้อมสู่โลกอาชีพ นักศึกษาจะได้รับการดูแลโดยพี่เลี้ยง (Mentor) ที่ให้คำแนะนำ ถ่ายทอดความรู้ และติดตามผลการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาฝึกงาน พร้อมเข้าร่วมหลักสูตรการเรียนรู้ของบริษัท เช่น ความรู้ด้านธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน เป็นต้น รวมถึงหลักสูตรพัฒนาตนเอง อาทิ Growth Mindset และความรู้ด้านการเงิน โดยตลอดระยะเวลาโครงการ มีนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 4,048 คน และมีผู้ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำจำนวน 324 คน
บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาทักษะและความรู้ของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่และการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการเงิน โดยจัดทำแผนการเรียนรู้และพัฒนาประจำปีที่เน้นการยกระดับทักษะใหม่ (Reskill & Upskill) ครอบคลุมทักษะสำคัญ ทั้งทักษะเชิงเทคนิค และทักษะทางสังคม/อารมณ์ (Hard Skills & Soft Skills) เช่น ทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล การบริการลูกค้า การคิดเชิงกลยุทธ์ การสื่อสาร และการบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นต้น พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างเข้มแข็งทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้พนักงานพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง สร้างความคล่องตัว และรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
บริษัทได้เปิดให้บริการ KTC e-Library ห้องสมุดออนไลน์ฟรี พร้อมบริการยืมหนังสือที่ได้รับการแนะนำจากผู้บริหาร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง บริษัทส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายและเหมาะสมกับความต้องการส่วนบุคคล โดยนำแนวทางการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ตามหลัก 70:20:10 มาใช้ ได้แก่
ในปี 2568 บริษัทได้จัดอบรมให้แก่พนักงานทุกคน ทั้งพนักงานประจำและพนักงานสัญญาชั่วคราว ในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ การเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาภาวะผู้นำและวัฒนธรรมการโค้ชชิ่ง การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในองค์กร การยกระดับความเข้าใจด้าน ESG และการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่มีความสามารถสูง เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนกลยุทธ์และรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในระยะยาว
บริษัทจัดอบรมหลักสูตร Power BI และ Power Automate อย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกในรูปแบบ Workshop และการบรรยาย เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการทำงานอัตโนมัติของพนักงานให้สอดคล้องกับการทำงานในยุคดิจิทัล ภายใต้การสนับสนุนจากสายงานควบคุมงานปฏิบัติการและปฏิบัติการร้านค้า โดยในปี 2568 บริษัทได้ขยายขอบเขตการอบรมเพิ่มเติมในด้าน Power Automate Desktop และ Power Apps ครอบคลุมการจัดการฐานข้อมูล การพัฒนากระบวนการทำงานอัตโนมัติ และการออกแบบแอปพลิเคชันแบบ Low-code / No-code เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดข้อผิดพลาดจากการทำงานซ้ำ ๆ และพัฒนาทักษะเชิงลึกผ่านการสร้างรายงานแบบไดนามิกและการประยุกต์ใช้จริงในงาน
ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 185 คน โดยการอบรมได้รับคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ย 9.4 จาก 10 คะแนน
บริษัทจัดทำหลักสูตร ESG DNA ในรูปแบบการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) ให้แก่พนักงานทุกระดับ พร้อมปลูกฝังการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน หลักสูตรครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับหลักด้านการนำแนวคิด ESG ไปปฏิบัติจริง เศรษฐกิจหมุนเวียน การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า และการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG ซึ่งช่วยให้พนักงานสามารถประยุกต์ใช้หลักการ ESG ในการทำงานประจำวัน เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียและการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท
ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 20 คน
บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่องด้วยการจัดอบรมหลักสูตร Six Sigma Green Belt ซึ่งจัดเป็นรุ่นที่ 3 เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในแนวทางการปรับปรุงกระบวนการทำงานตามมาตรฐานสากลของ Six Sigma ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดข้อบกพร่อง และยกระดับคุณภาพการดำเนินงาน ผู้เข้าร่วมต้องพัฒนาและนำเสนอโครงการปรับปรุงที่สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร พร้อมได้รับใบรับรองเมื่อจบหลักสูตร สะท้อนถึงความสำเร็จและความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
โดยหลักสูตรมีประโยชน์ของการฝึกอบรม ดังนี้
ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 6 คน โดยได้รับคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ย 9.6 จาก 10 คะแนน
บริษัทได้จัดทำโครงการพัฒนาผู้นำเพื่อสร้างความต่อเนื่องในการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร โดยมุ่งเน้นการต่อยอดทักษะการบริหารจัดการและการเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้นำในยุคใหม่สามารถรับมือกับความท้าทาย สร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
บริษัทส่งเสริมการพัฒนา KTC Coaching Culture เพื่อยกระดับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน โดยนำแนวคิดการโค้ชชิ่ง (Coaching) มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานทุกระดับ มุ่งเน้นการค้นพบศักยภาพจากภายใน (Self-Discovery) การสร้างความเป็นเจ้าของเป้าหมายในการทำงาน (Accountability) และการปลูกฝังวัฒนธรรมการเติบโตร่วมกับองค์กร การโค้ชถูกออกแบบให้เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้คิด วิเคราะห์ และลงมือทำด้วยตนเอง เพื่อพัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้านและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ และเสริมสร้างความพร้อมของบุคลากรในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 34 คน
บริษัทจัดทำโครงการ Multiplier Leadership Program เพื่อพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหาร หัวหน้างาน และบุคลากรที่มีบทบาทในการชี้นำทีม โดยมุ่งเสริมสร้างทักษะการบริหารจัดการและการเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ หลักสูตรดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมสามารถเป็น “ผู้นำที่ส่งเสริมศักยภาพของผู้อื่น (Multiplier)” และตระหนักถึงการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมของ “ผู้นำที่ลดทอนความสามารถของทีม (Diminisher)” ผ่านการเรียนรู้แนวคิดสำคัญ การฝึกปฏิบัติจริง และการนำเครื่องมือไปประยุกต์ใช้ในการบริหารทีมอย่างเป็นรูปธรรม โครงการนี้ช่วยให้ผู้นำสามารถปรับบทบาทและพฤติกรรมในการทำงาน เพื่อเปิดโอกาส สนับสนุนการเติบโตของทีม และสร้างแรงจูงใจในการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาผู้นำที่เข้มแข็ง สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การเติบโต และความยั่งยืนในระยะยาว
ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 25 คน
บริษัทดำเนินโครงการ Talent Program ตั้งแต่ปี 2567 เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานที่มีความสามารถจากทุกสายงาน โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปปรับใช้ ต่อยอด และประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ผ่านการเรียนรู้ร่วมกันภายในทีมและเครือข่ายขององค์กร ทั้งนี้โครงการได้เชิญผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาร่วมถ่ายทอดความรู้เพิ่มเติม พร้อมจัดกิจกรรมแบบแบ่งกลุ่มเพื่อร่วมทำงานและพัฒนาโปรเจคร่วมกัน โดยแต่ละกลุ่มประกอบด้วยพนักงานจากหลากหลายสายงาน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2568 บริษัทได้ต่อยอดโครงการผ่านการจัดทำ Special Project ภายใต้แนวคิด “Avengers: Power of Communication” ซึ่งเป็นกิจกรรมการนำเสนอ Pitching Business Project ต่อคณะอนุกรรมการ Management & Sustainability Committee เพื่อพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการคิดเชิงกลยุทธ์ โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้พนักงานทำงานร่วมกันในรูปแบบข้ามสายงาน แบ่งออกเป็น 10 กลุ่ม เพื่อผสานความเชี่ยวชาญและศักยภาพเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลในการนำเสนอ New Initiative ที่สามารถต่อยอดการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับความคล่องตัวของกระบวนการทำงาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ สร้างนวัตกรรมภายในองค์กร และเสริมความแข็งแกร่งของทุนมนุษย์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 97 คน
จำนวนชั่วโมงที่อบรมทั้งสิ้น 157,624 ชั่วโมง
ค่าเฉลี่ยชั่วโมงการฝึกอบรมของพนักงานทั้งหมด 86.37 ชั่วโมง/คน/ปี
บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเติบโตและการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งงานให้สอดคล้องกับความถนัด ความสามารถ และเส้นทางอาชีพของตนเอง ภายใต้ระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) ที่มีโครงสร้างชัดเจน โปร่งใส และดำเนินการอย่างเป็นระบบตลอดทั้งปี เพื่อให้ผลการดำเนินงานของพนักงานสอดคล้องกับเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กร โดยมีเกณฑ์การประเมินผลปฏิบัติงาน ดังนี้
บริษัทมีการติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องตลอดปี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานอย่างสม่ำเสมอ ผลการประเมินจะถูกนำมาจัดลำดับตามหลัก Bell Curve และใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการปรับเงินเดือน โบนัส และการเลื่อนตำแหน่ง เพื่อสร้างแรงจูงใจ เสริมสร้างความเป็นธรรม และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บริษัทมุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและสนับสนุนความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพของพนักงาน โดยจัดให้มีสวัสดิการหลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งเสริมความมั่นคง ความปลอดภัย และความสุขในการทำงาน พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจและความผูกพันกับองค์กร โดยสวัสดิการครอบคลุมในด้านต่าง ๆ ดังนี้
การจัดเวลาทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Working Hours) เพื่อให้พนักงานสามารถบริหารเวลาในการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งช่วยลดความแออัดจากการจราจร โดยเปิดโอกาสให้ปรับเวลาเข้า - ออกงานตามลักษณะงานและภารกิจส่วนตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยสามารถเลือกเวลาเข้างานได้ 3 ช่วง คือ 08.00 น. 08.30 น. และ 09.00 น
การจัดพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัยและมีพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบให้พนักงานสามารถพักผ่อนและปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงานได้อย่างอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องนั่งประจำที่โต๊ะ ช่วยให้พนักงานลดความเครียดในที่ทำงานได้
ทั้งนี้ บริษัทขยายขอบเขตสวัสดิการที่นอกเหนือจากสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้แก่พนักงานทุกคน อาทิ
บริษัทจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) โดยจัดให้มีผู้จัดการกองทุนที่ยึดหลักธรรมาภิบาลการลงทุน (I-Code) เพื่อเน้นการลงทุนอย่างรับผิดชอบและโปร่งใส ตลอดจนจัดให้มีเงินช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน และสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงาน อาทิ ประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน
บริษัทสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและใจ พร้อมสร้างความสามัคคีภายในองค์กร ผ่านกิจกรรมกีฬา เช่น KTC Badminton Championship 2025 และ KTC Soccer Cup 2025 เป็นต้น
นอกจากนี้ บริษัทยังจัดให้มีกิจกรรมการนวดผ่อนคลาย เพื่อช่วยบรรเทาความเมื่อยล้าและลดอาการออฟฟิศซินโดรม โดยให้บริการจากผู้พิการทางสายตาจากศูนย์บริการคนตาบอดแห่งชาติ ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้มุ่งช่วยให้พนักงานลดความเครียดในที่ทำงานตลอดจนมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
บริษัทสนับสนุนการออมเพื่อการเกษียณอายุของพนักงานโดยมีแผนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ยืดหยุ่นและหลากหลายเพื่อเป็นทางเลือก พร้อมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ วางแผนภาษี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ สิทธิประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับเมื่อเกษียณ อาทิ เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมถึงของรางวัลเมื่อเกษียณอายุ
บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างและรักษาความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) ในฐานะปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร โดยได้จัดทำแบบสำรวจความผูกพันของพนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อประเมินระดับความพึงพอใจ ทัศนคติ และความมุ่งมั่นของพนักงานที่มีต่อองค์กรอย่างเป็นระบบ แบบสำรวจครอบคลุม 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ภาวะผู้นำ (Leadership) การให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีศักยภาพ (Focus on Talents) ความคล่องตัวในการทำงานและการปรับตัวขององค์กร (Agility) ปัจจัยพื้นฐานในการทำงาน (Fundamentals) และลักษณะงาน (Work) ควบคู่กับการประเมินความผูกพันใน 3 มิติสำคัญ
นอกจากนี้ แบบสำรวจยังประกอบด้วยคำถามปลายเปิด เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานสะท้อนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และประเด็นที่ต้องการให้องค์กรพัฒนาเพิ่มเติมอย่างตรงไปตรงมา บริษัทนำผลการสำรวจมาวิเคราะห์และสื่อสารให้พนักงานรับทราบอย่างโปร่งใสในทุกปี พร้อมใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดแผนพัฒนาการบริหารทรัพยากรบุคคล การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน และการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วม ความผูกพัน และการเติบโตของพนักงานอย่างยั่งยืน