Human Rights
ในปี 2568 ไม่มีข้อร้องเรียนหรือการแจ้งเบาะแส เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยยึดหลักการตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนต่อพนักงาน ผู้มีส่วนได้เสีย และชุมชนที่เกี่ยวข้อง การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเด็นด้านแรงงานหรือความเป็นธรรมทางสังคมเท่านั้นแต่ยังครอบคลุมถึงผลกระทบจากการพัฒนาเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถทางธุรกิจ แต่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน อาทิ การละเมิดความเป็นส่วนตัวจากการเก็บรวบรวม การใช้ หรือการเปิดเผยข้อมูลโดยปราศจากความยินยอม หากไม่มีกระบวนการกำกับดูแลการดำเนินงานที่ดี ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนที่ชัดเจน พร้อมดำเนินการทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางสังคม เทคโนโลยี และกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป
จำนวนกรณีการแจ้งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็น 0 กรณี
จำนวนกรณีการแจ้งเกี่ยวกับการละเมิด 0 กรณี
ผลกระทบเชิงบวก: การเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้า นักลงทุน และคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงินและความยั่งยืนขององค์กร การบูรณาการประเด็นสิทธิมนุษยชนในกระบวนการกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยงช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย ข้อพิพาท และความเสียหายต่อชื่อเสียง ส่งผลเชิงบวกต่อมูลค่าองค์กรในระยะยาว
ผลกระทบเชิงลบ: การละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งทางตรงหรือทางอ้อมอาจนำไปสู่คดีความ การถูกลงโทษทางกฎหมาย และการสูญเสียความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและตลาดทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการและความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
ผลกระทบเชิงบวก: การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนช่วยให้บริษัทตระหนักถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชน ส่งเสริมการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทางอ้อมในห่วงโซ่คุณค่า
ผลกระทบเชิงลบ: การดำเนินโครงการที่ไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน อาจก่อให้เกิดประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชุมชน อาทิ การกำจัดเอกสารหรือบัตรเครดิตหมดอายุที่ไม่ถูกต้องตามหลักสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มปริมาณขยะพลาสติกหรือของเสียอันตราย และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม
ผลกระทบเชิงบวก: การเคารพสิทธิมนุษยชนช่วยส่งเสริมความเป็นธรรม ความเท่าเทียม และการไม่เลือกปฏิบัติต่อลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งช่วยสร้างความไว้วางใจ ลดความขัดแย้งทางสังคม และสนับสนุนความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
ผลกระทบเชิงลบ: การขาดกลไกป้องกัน ตรวจสอบ และเยียวยาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพอาจนำไปสู่ข้อร้องเรียน ความขัดแย้ง และความไม่พอใจของสังคม ซึ่งอาจกระทบต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย
ผลกระทบเชิงบวก: การดำเนินธุรกิจตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล อาทิ หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (The UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) ช่วยให้บริษัทมีกรอบในการป้องกัน ตรวจสอบ และเยียวยาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสม ครอบคลุมทั้งการดำเนินงานภายในองค์กรและห่วงโซ่คุณค่า
ผลกระทบเชิงลบ: หากการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence) ไม่ครอบคลุมหรือขาดการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้บริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว
บริษัทมีโครงสร้างการกำกับดูแลด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การดูแลของคณะกรรมการบริษัท โดยมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบ บรรษัทภิบาลและความยั่งยืน คณะอนุกรรมการ Management & Sustainability Committee คณะอนุกรรมการ Risk Management Committee สายงานกำกับกฎระเบียบและข้อบังคับ และหน่วยงานเจ้าของความเสี่ยง รับผิดชอบในการกำกับดูแล ติดตาม และประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล ลดความเสี่ยงต่อผู้มีส่วนได้เสีย และสร้างความเชื่อมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร
บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและเคารพสิทธิมนุษยชน โดยกำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนหนึ่งของคู่มือจรรยาบรรณธุรกิจ ครอบคลุมการป้องกันการละเมิดสิทธิ อาทิ การใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ เสรีภาพในการสมาคม สิทธิในการเจรจาต่อรองร่วม ค่าตอบแทนที่เท่าเทียม การคุกคาม และการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ รวมถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และเผยแพร่คู่มือจรรณยาบรรณธุรกิจทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บริษัทได้นำหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (The UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) มาปรับใช้ โดยยึดแนวทาง Protect, Respect, Remedy พร้อมสื่อสารนโยบายและความคาดหวังไปยังผู้มีส่วนได้เสีย ครอบคลุมทั้งพนักงาน คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านการจัดอบรมพนักงานเป็นประจำและกำหนดจรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อให้คู่ค้ารับทราบและถือปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนตลอดกระบวนการดำเนินงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียม ปราศจากการเลือกปฏิบัติหรือการกีดกัน พร้อมเคารพความหลากหลายทุกรูปแบบ ทั้งการศึกษา สัญชาติ เชื้อชาติ สีผิว ศาสนา เพศ หรือเพศสภาพ หรือความบกพร่องทางร่างกาย ตั้งแต่กระบวนการสรรหา คัดเลือก การกำหนดค่าตอบแทนหรือสวัสดิการ การเลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น ตลอดจนการจัดสวัสดิการที่ครอบคลุมถึงพนักงาน LGBTQIAN+ และคู่ชีวิตที่ไม่ได้จดทะเบียน อาทิ สวัสดิการคู่ชีวิต ประกันสุขภาพ และเงินช่วยเหลือในโอกาสสำคัญ โดยบริษัทสนับสนุนวัฒนธรรมการเคารพความคิดเห็น เปิดโอกาสให้ทุกคนพัฒนาตนเอง และสร้างช่องทางสื่อสารอย่างทั่วถึง
บริษัทจัดให้มีมาตรการป้องกันและคุ้มครองพนักงานทุกระดับไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการคุกคามทางเพศ การคุกคามในรูปแบบอื่น ๆ การถูกเลือกปฏิบัติ และการล่วงละเมิดทางเพศระหว่างพนักงาน ไม่ว่าในระดับเดียวกันหรือแตกต่างกันซึ่งถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง หากฝ่าฝืนระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน บริษัทจะพิจารณาบทลงโทษตามความร้ายแรงของความผิด อาทิ ว่ากล่าวตักเตือนด้วยวาจา ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร พักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้าง เลิกจ้างพร้อมค่าชดเชย หรือเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย
นอกจากนี้ บริษัทมีการจัดตั้งช่องทาง HR Clinic เพื่อรับฟังความคิดเห็น ให้คำปรึกษา และปรับปรุงสวัสดิการให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานที่เปลี่ยนแปลง พร้อมมุ่งมั่นการปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฏิบัติ
บริษัทปฏิบัติตามกรอบการบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) และการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ครอบคลุมกระบวนการต่าง ๆ ตั้งแต่ ก่อนการขาย ระหว่างการขาย การบริการหลังการขาย ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหาในการชำระหนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินครบถ้วน ถูกต้อง และได้รับการเสนอขายหรือให้บริการอย่างถูกต้องเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ รับฟังและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการใช้บริการ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการเยียวยาที่เหมาะสม รวมถึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ ส่งเสริมการให้ข้อมูลเงื่อนไขและคำเตือนที่ลูกค้าควรรู้เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมและสนับสนุนให้ลูกค้ามีวินัยทางการเงิน สามารถบริหารจัดการหนี้ให้เป็นประโยชน์กับตนเอง เพื่อสร้างความมั่นใจ ปลอดภัย และความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าในการใช้บริการอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีการสื่อสารเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินเพิ่มเติมอีกด้วย
บริษัทดำเนินการคัดเลือกคู่ค้าอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบตามนโยบายการใช้บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจ และระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง กำหนดให้คู่ค้าประเมินตนเอง พร้อมสุ่มตรวจเพื่อให้มั่นใจว่าปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้า ซึ่งครอบคลุมเรื่องสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และอาชีวอนามัย โดยบริษัทคำนึงและเคารพสิทธิมนุษยชนของคู่ค้า ตลอดจนปฏิบัติตามสัญญาอย่างเป็นธรรม และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าผ่านการอบรมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืน
บริษัทดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านเพื่อประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัทตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเริ่มจากการพัฒนาแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร พร้อมระบุและประเมินความเสี่ยงตามแนวทาง Human Rights Due Diligence (HRDD) มีการทบทวนและปรับปรุงแผนผังความเสี่ยงของประเด็นสำคัญอย่างเป็นระบบเป็นประจำ โดยพิจารณาจากเกณฑ์สำคัญ อาทิ ระดับความรุนแรงของผลกระทบและโอกาสเกิดขึ้นต่อผู้ถือสิทธิ ครอบคลุมกลุ่มต่าง ๆ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้แนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ ชุมชนท้องถิ่น และกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้หญิง เด็ก ชนพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ และผู้พิการ เป็นต้น
กระบวนการนี้ช่วยให้บริษัทสามารถจัดมาตรการป้องกัน เยียวยา และบรรเทาผลกระทบได้อย่างเหมาะสม รวมถึงป้องกันการละเมิดซ้ำในอนาคต โดยบริษัทดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จัดให้มีการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสม และสื่อสารข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนไปยังพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล
กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
บริษัทดำเนินการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนทุก 2 ปี โดยบูรณาการกระบวนการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินธุรกิจหลักขององค์กร การประเมินครอบคลุมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท ซึ่งครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เช่น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า เป็นต้น
ในปี 2567 - 2568 มีประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการประเมิน ดังนี้
บทบาทของบริษัทในฐานะของผู้ให้บริการทางการเงินมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ ข้อมูล หรือข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น การละเมิดข้อมูลที่เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์หรือการขาดมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งด้านเทคโนโลยีสารเทศหรือกระบวนการทำงานที่ไม่รัดกุมเพียงพอ รวมถึงการนำข้อมูลลูกค้า คู่ค้า หรือพนักงานไปใช้ในเชิงพาณิชย์เพื่อประโยชน์ขององค์กร อาจส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้
ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ผู้หญิงและบุคคลที่เป็น LGBTQIAN+
บริษัทปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 ระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล และมาตรฐาน ISO/IEC 27701:2019 ระบบการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล มาตรฐาน PCI DSS รวมถึงมีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานและเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อป้องกันข้อมูลของลูกค้า อาทิ นโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งถูกผนวกอยู่ในการบริหารจัดการความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร การจัดให้มีช่องทางการรับแจ้งกรณีเกิดเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ ได้จัดให้มีคณะอนุกรรมการ Information Security Committee เพื่อกำกับดูแลและจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และข้อมูลส่วนบุคคล
สามารถพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หัวข้อ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ อาทิ ข้อมูลอัตราดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม รวมถึงการเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่นเพิ่มเติมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้าอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายได้เนื่องจากอาจเป็นการส่งเสริมให้เกิดการก่อหนี้ที่เกินควร หรือการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการสมัครใช้ผลิตภัณฑ์
ลูกค้า ซึ่งหมายรวมถึง ผู้ติดต่อสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ผู้ถูกชักชวน หรือผู้รับทราบข้อมูลผลิตภัณฑ์ ผู้หญิง เด็กและบุคคลที่เป็น LGBTQIAN+
บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการเสนอขายหรือให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ครบถ้วน ถูกต้อง รวมถึงการดำเนินการแก้ไข หากมีข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นจากการเสนอขายผลิตภัณฑ์ ผ่านการกำกับดูแลของคณะอนุกรรมการ Market Conduct Committee และรายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบ บรรษัทภิบาลและความยั่งยืน และคณะกรรมการบริษัททราบ ตามลำดับ นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับผู้แนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระตั้งแต่กระบวนการคัดเลือก การฝึกอบรมก่อนการอนุมัติให้เป็นพนักงานขาย อีกทั้งจัดให้มีการจัดการฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ให้กับพนักงานและผู้แนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระเพื่อให้มั่นใจว่ามีการเปิดเผยการให้ข้อมูลแก่ลูกค้าหรือผู้สนใจได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ในทุกช่องทางการเสนอขาย นอกจากนี้ ยังมีการสุ่มสอบทานการให้บริการและการตรวจสอบสื่อโฆษณาต่าง ๆ เป็นประจำอีกด้วย
สามารถพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หัวข้อ แบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อถือและไว้วางใจ
หมายเหตุ: คู่ค้าทั้งหมด 71% ได้ลงนามรับทราบจรรณยาบรรณคู่ค้าและการรักษาข้อมูลความลับ ซึ่งครอบคลุมแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการเคารพสิทธิมนุษยชน
บริษัทจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing Channel) ที่ปลอดภัย เป็นความลับ และเข้าถึงได้สำหรับผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อใช้รายงานกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน การเลือกปฏิบัติ การล่วงละเมิด หรือการกระทำที่ไม่เหมาะสมอื่น ๆ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสอย่างเคร่งครัด และไม่เปิดเผยตัวตนของผู้แจ้งข้อมูล พร้อมกำหนดกระบวนการตรวจสอบ การบังคับใช้มาตรการทางวินัยที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความรุนแรงของการกระทำ โดยมีการลงโทษตามระเบียบวินัยของบริษัท ตั้งแต่การตักเตือน พักงาน เลิกจ้าง หรือดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ รวมถึงมีแนวการบรรเทาผลกระทบและการเยียวยา ตลอดจนมีการรายงานให้ผู้บริหารหรือคณะกรรมการทราบหากเกิดเหตุการณ์ตามแนวทางที่ระบุในคู่มือจรรยาบรรณธุรกิจและระเบียบทรัพยากรบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกกรณีจะได้รับการจัดการอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม นอกจากนี้ บริษัทมุ่งมั่นสื่อสารและสร้างความเข้าใจในประเด็นสิทธิมนุษยชนกับพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมการเคารพสิทธิและป้องกันการละเมิดในทุกระดับขององค์กร
บริษัทมุ่งมั่นดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม ควบคู่กับการกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ พร้อมติดตามและรายงานผลอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทจะดำเนินการแก้ไขและเยียวยาอย่างเหมาะสมตามหลักความเป็นธรรม อีกทั้งมีการทบทวนและปรับปรุงแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า
บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์คู่มือจรรยาบรรณธุรกิจให้แก่พนักงานทุกคน ผ่านการเรียนรู้แบบ e-learning โดยมีเนื้อหารวมถึงเรื่องแนวทางการดำเนินการของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเคารพสิทธิมนุษยชน ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติและการไม่คุกคามในที่ทำงาน เพื่อให้พนักงานสามารถระบุรูปแบบต่าง ๆ ของพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเลือกปฏิบัติและการคุกคาม และสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างเหมาะสม
ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 1,821 คน คิดเป็นร้อยละ 100
บริษัทจัดกิจกรรมแบ่งปันความรู้ภายใต้หลักสูตร Non-Discrimination & Anti-Harassment ให้แก่พนักงานระดับหัวหน้างานเพื่อส่งเสริมความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม และการปฏิบัติอย่างเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในองค์กร โดยได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล เนื้อหาภายในหลักสูตรครอบคลุมความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนตามปฏิญญาสากล (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) การป้องกันการเลือกปฏิบัติและการคุกคามในทุกรูแบบ รวมถึงแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม (Do & Don’t) สอดคล้องตามแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท ทั้งยังมีการสื่อสารช่องทางการแจ้งเหตุและมาตรการรักษาความลับ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และเป็นมิตรต่อทุกคน การอบรมในลักษณะเชิงปฏิบัติช่วยให้พนักงานสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง ลดความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความขัดแย้งในที่ทำงาน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพความหลากหลาย ส่งเสริมความเท่าเทียม และสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 73 คน
บริษัทดำเนินโครงการ “Beyond Rainbow - DEI” เพื่อส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมทั้งภายในองค์กรและสังคม โดยจัดเวทีเสวนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนเพื่อส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด DEI และสนับสนุนเศรษฐกิจสีชมพู (Pink Economy) นอกจากนี้ บริษัทยังนำผลการศึกษาที่เกี่ยวกับปัจจัยท้าทายของกลุ่มหลากหลายทางสังคมมาประยุกต์ใช้ในการสรรหาบุคลากรอย่างเป็นกลาง เพื่อลดอคติและเพิ่มโอกาสที่เท่าเทียมภายในองค์กร บริษัทได้พัฒนาสวัสดิการที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม รวมถึงพนักงาน LGBTQIAN+ ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก ส่งเสริมวัฒนธรรมการแสดงความคิดเห็น และสนับสนุนผู้หญิงสู่ตำแหน่งผู้นำ โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเคารพสิทธิมนุษยชนและสร้างองค์กรที่ยั่งยืนด้วยพลังจากความหลากหลายและการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 13 คน
บริษัทจัดโครงการที่เปิดโอกาสให้พนักงานและนักศึกษาฝึกงานเข้าร่วมกิจกรรมอาสา โดยให้ทุกคนได้ใช้เวลาและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กกลุ่มเปราะบาง กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างอาสาสมัครและเด็ก ๆ พร้อมทั้งช่วยสร้างความตระหนักให้ผู้เข้าร่วมเห็นถึงปัญหาทางสังคมที่เด็กกลุ่มนี้เผชิญ ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำ การเข้าถึงการศึกษา หรือการมีส่วนร่วมในสังคม
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 120 คน
บริษัทจัดโครงการเพื่อให้พนักงานจิตอาสาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่กลุ่มเปราะบาง (ทุพพลภาพ) ในด้านต่าง ๆ อาทิ ความรู้ทางการเงิน การเตรียมความพร้อมในการสมัครงาน และทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต โดยใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของพนักงานในการส่งต่อความรู้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำทักษะต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
กลุ่มเปราะบาง (ทุพพลภาพ) เข้าร่วมกิจกรรม 120 คน
บริษัทจัดโครงการเพื่อให้พนักงานจิตอาสาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่กลุ่มเปราะบาง (ทุพพลภาพ) ในด้านต่าง ๆ อาทิ ความรู้ทางการเงิน การเตรียมความพร้อมในการสมัครงาน และทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต โดยใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของพนักงานในการส่งต่อความรู้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำทักษะต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
ผู้เข้าร่วมบริจาคโลหิตทั้งหมด 300 คน และสามารถรวบรวมโลหิตทั้งสิ้น 264 ยูนิต หรือ 118,800 ซีซี
บริษัทร่วม SABINA เปิดโอกาสให้พนักงานร่วมทำกิจกรรมเย็บเต้านมเทียม เพื่อนำส่งมอบให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในสถานพยาบาลต่าง ๆ โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูร่างกายและสภาพจิตใจของผู้ป่วยหลังการผ่าตัด ตลอดจนส่งเสริมให้พนักงานเกิดจิตสาธารณะและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมผ่านกิจกรรมอาสาที่สร้างคุณค่าอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 40 คน รวมผลิตเต้านมเทียมทั้งหมด 100 ชิ้น
ในปี 2568 บริษัทได้บริจาคเงินเพื่อการกุศลเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 912,089 บาท โดยการบริจาคดังกล่าวมอบให้แก่โรงพยาบาล สถานศึกษา มูลนิธิ และวัด
นอกจากนี้ บริษัทจัดทำโครงการบริจาคอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โครงการดังกล่าวส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการบริจาคอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว อาทิ โทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แป้นพิมพ์ สายไฟฟ้า และห่วงฝากระป๋อง ให้แก่สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล อุปกรณ์ที่ได้รับบริจาคจะถูกคัดแยก ซ่อมแซม และนำไปรีไซเคิลตามกระบวนการที่เหมาะสม ก่อนนำไปจำหน่ายเพื่อนำรายได้ไปจัดหาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จำเป็น เช่น รถเข็นวีลแชร์ และรถสามล้อโยก โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการทั่วประเทศ