Occupational Health and Safety
ในปี 2568 ผลการประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
บริษัทให้ความสำคัญต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในฐานะปัจจัยพื้นฐานของคุณภาพชีวิตพนักงาน ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม บริษัทจึงกำหนดกรอบการกำกับดูแลและระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัท พนักงาน บุคคลภายใต้การกำกับดูแล รวมถึงคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อกำหนด และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
บริษัทมุ่งเน้นการป้องกันและลดความเสี่ยงจากการดำเนินงาน ผ่านกระบวนการระบุอันตราย การประเมินและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง และการบูรณาการผลการประเมินเข้าสู่แผนปฏิบัติการ พร้อมกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณเพื่อใช้ในการติดตาม ประเมินผล และยกระดับผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและผู้แทนพนักงานในการสื่อสารและพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมการทำงานที่ปลอดภัย มีสุขภาวะที่ดี และยั่งยืนในระยะยาว
ผลกระทบเชิงบวก: การบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเจ็บป่วยจากการทำงาน ส่งผลให้ต้นทุนด้านการรักษาพยาบาล การหยุดงาน และการชดเชยลดลง รวมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ผลกระทบเชิงลบ: การลงทุนเพื่อพัฒนาระบบความปลอดภัย อุปกรณ์ป้องกัน เทคโนโลยี และการฝึกอบรมพนักงาน อาจส่งผลให้เกิดต้นทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การปรับปรุงหรือยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยอาจส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวในการดำเนินงานในบางช่วงเวลา
ผลกระทบเชิงบวก: การจัดการสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างเหมาะสมช่วยลดการใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ลดปริมาณของเสียจากกระบวนการดำเนินงาน และลดโอกาสการรั่วไหลหรือการปนเปื้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบเชิงลบ: การใช้อุปกรณ์หรือวัสดุด้านความปลอดภัยบางประเภทอาจก่อให้เกิดของเสียเพิ่มขึ้น หากไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสม รวมถึงการปรับปรุงหรือซ่อมแซมสถานที่ทำงานอาจทำให้มีการใช้ทรัพยากรและพลังงานเพิ่มขึ้นในช่วงดำเนินการ
ผลกระทบเชิงบวก: การสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและสุขภาวะที่ดี ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานและครอบครัว ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ ส่งผลให้บริษัทได้รับการยอมรับในฐานะองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม
ผลกระทบเชิงลบ: หากองค์กรขาดการส่งเสริมวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยและการดูแลสุขภาวะของพนักงานอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อระดับความผูกพันและแรงจูงใจในการทำงาน และลดความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย
ผลกระทบเชิงบวก: การดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของพนักงาน ลดความเสี่ยงของการเลือกปฏิบัติด้านสุขภาพและความปลอดภัย นอกจากนี้ การขยายมาตรฐานด้านความปลอดภัยไปยังคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทานยังช่วยยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในวงกว้าง
ผลกระทบเชิงลบ: ในกรณีที่การกำกับดูแลหรือการติดตามผลยังไม่ทั่วถึง อาจเกิดความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิด้านความปลอดภัยของพนักงานหรือแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการกำหนดมาตรการที่ไม่สอดคล้องกับบริบทของพนักงานบางกลุ่ม อาจส่งผต่อความเท่าเทียมในการเข้าถึงสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย
บริษัทปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 โดยกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของผู้บริหารและพนักงาน ส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัย ดูแลให้สถานประกอบการมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยจากการทำงาน ตลอดจนยกระดับประสิทธิผลของระบบการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง
บริษัทได้จัดทำนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงาน โดยกำหนดแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องไว้ในคู่มือจรรยาบรรณธุรกิจ โดยมีการปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับการสอบทานและรับรองโดยคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี รวมทั้งกำหนดไว้ในนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่บังคับใช้กับพนักงานทุกคน ซึ่งรวมถึงพนักงานสัญญาจ้างและบุคคลที่ปฏิบัติงานภายใต้การกำกับดูแลของบริษัท โดยมีแนวปฏิบัติสำคัญดังนี้
บริษัทมีโครงสร้างในการบริหารจัดการในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมอบหมายให้คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน คณะบริหารจัดการภาวะวิกฤต และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหารเพื่อเข้ามาทำหน้าที่กำกับดูแล และส่งเสริมการดำเนินงานด้านความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทมีความมุ่งมั่นในการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีมาตรการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานแบบองค์รวมโดยบูรณาการการบริหารความเสี่ยง การป้องกันอันตราย การเตรียมความพร้อมและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการดูแลสุขภาพและอาชีวอนามัยของพนักงาน ตลอดจนการเสริมสร้างความรู้และวัฒนธรรมความปลอดภัยในทุกกระบวนการดำเนินงาน ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบและก่อสร้าง การควบคุมและตรวจรับงาน ไปจนถึงการจัดและดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ปลอดภัยและเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีช่องทางและกระบวนการสำหรับการรายงาน ติดตาม ตรวจสอบ และวิเคราะห์สาเหตุของเหตุการณ์ พร้อมนำผลการวิเคราะห์ไปใช้ในการกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
บริษัทได้นำหลักเกณฑ์และข้อกำหนดด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยมาบูรณาการใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการทำสัญญาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าและผู้รับเหมาทุกราย มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่บริษัทกำหนด โดยในสัญญาที่จัดทำขึ้นระหว่างบริษัทและคู่ค้าหรือผู้รับเหมา จะมีการระบุข้อกำหนดให้คู่ค้าและผู้รับเหมารับทราบ ยอมรับ และปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) อย่างเคร่งครัด ซึ่งจรรยาบรรณดังกล่าวได้กำหนดหลักเกณฑ์ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยไว้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบและประเมินคุณสมบัติของคู่ค้าและผู้รับเหมา โดยครอบคลุมถึงการตรวจสอบใบอนุญาต ใบรับรอง และเอกสารที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนด เพื่อยืนยันความพร้อมและความสามารถในการดำเนินงานอย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อพนักงาน ทรัพย์สิน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
บริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบ ประเมินความเสี่ยง และระบุอันตรายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยครอบคลุมสถานที่ทำงาน โดยได้รับการประเมินและจัดลำดับความสำคัญโดยบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สายงานทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบริการงานทั่วไป และพยาบาล และนำมาตรการการจัดการที่เหมาะสมมาใช้ตามลำดับชั้นการควบคุม (Hierarchy of Controls) ผ่านการบูรณาการแผนปฏิบัติการที่มีเป้าหมายเชิงปริมาณเพื่อจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยเริ่มจากการขจัดความเสี่ยง การทดแทน การควบคุมทางวิศวกรรม การบริหารจัดการเชิงปฏิบัติการ และการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เพื่อลดความเสี่ยงและอันตรายจากการทำงานทั้งของพนักงานและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานในอาคารสำนักงาน ทั้งนี้พนักงานมีสิทธิที่จะปฏิเสธและถอนตัวออกจากสถานการณ์การทำงานที่ตนเองเชื่อว่าอาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ และจะได้รับการคุ้มครองจากการถูกลงโทษในกรณีที่ใช้สิทธิดังกล่าว
กระบวนการระบุอันตรายและการประเมินความเสี่ยง
นอกจากนี้บริษัทร่วมกับหน่วยงานภายนอกในการตรวจสอบพื้นที่สำนักงาน อาคาร และระบบที่สำคัญ อาทิ โครงสร้างอาคาร ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ระบบไฟฟ้า และระบบลิฟต์ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อกำหนด และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน บริษัทดำเนินการตรวจสอบภายในด้านปัจจัยสภาพแวดล้อมในการทำงาน อาทิ คุณภาพอากาศ แสงสว่าง อุณหภูมิ และความชื้นอย่างต่อเนื่อง
โดยบริษัทนำผลการประเมินมาใช้ในการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงมาบูรณาการเข้าสู่แผนปฏิบัติการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยกำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันที่เหมาะสม พร้อมตั้งเป้าหมายเชิงปริมาณเพื่อใช้ในการติดตามผลและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินโครงการ Clean & Care อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนและยกระดับความปลอดภัยในสถานที่ปฏิบัติงานให้มีความสะอาด เป็นระเบียบ น่าใช้งาน รวมทั้งมีความปลอดภัยด้านการเก็บรักษาข้อมูล โดยมีคณะกรรมการ KTC Clean & Care ลงพื้นที่ตรวจประเมินเป็นประจำทุกเดือน
บริษัทได้พัฒนาระบบและกลไกสำหรับการรายงานอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ การเจ็บป่วยจากการทำงาน รวมถึงเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถระบุ ตรวจสอบ และจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลที่ได้รับจากการรายงานจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง การสืบสวนและวิเคราะห์หาสาเหตุ พร้อมกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานอย่างต่อเนื่อง
โดยสามารถแจ้งผ่านช่องทางดังนี้
สายงานทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบริการงานทั่วไป และพยาบาล ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อวิเคราะห์สาเหตุ และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ รวมถึงแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าโดยทันที ภายใน 2 ชั่วโมง
ผลการสอบสวนอุบัติเหตุและเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัยทุกกรณีจะถูกตรวจสอบภายในและรายงานต่อคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) เพื่อพิจารณา กำกับติดตาม และทบทวนมาตรการป้องกันในระยะยาว เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดเหตุซ้ำได้อย่างมีประสิทธิผล ทั้งนี้ ข้อมูลสรุปเหตุการณ์และผลการดำเนินงานจะถูกบันทึกและเสนอในรายงานประชุมประจำเดือน
บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองพนักงานเมื่อรายงานอันตรายหรือสถานการณ์เสี่ยง โดยกำหนดให้ทุกข้อมูลที่ได้รับเป็นความลับ และรับรองว่าพนักงานจะไม่ถูกลงโทษ ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ หรือไม่ได้รับผลกระทบด้านลบจากการแจ้งเหตุ
นอกจากนี้ บริษัทมีการประเมินความคืบหน้าในการลด ป้องกันปัญหา และความเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ในปี 2568 บริษัทเกิดอุบัติเหตุในที่ทำงานจำนวน 1 กรณี โดยพนักงานได้รับบาดเจ็บจากน้ำร้อนลวก ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการปฐมพยาบาลและส่งต่อเพื่อรับการรักษาทันที พร้อมดูแลค่ารักษาพยาบาลและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงานและนโยบายภายใน รวมถึงติดตามอาการจนหายดี หลังจากนั้นได้ทำการตรวจสอบสาเหตุเชิงลึก (Root Cause Analysis) และปรับปรุงมาตรการป้องกัน อาทิ การปรับอุปกรณ์ เพิ่มป้ายเตือน และจัดอบรมความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยทั้งหมดนี้ดำเนินการตามหลักความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อพนักงานอย่างโปร่งใส
บริษัทบูรณาการการดำเนินการเพื่อเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยกำหนดแผนและมาตรการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพนักงานและการดำเนินงานขององค์กร ครอบคลุมกรณีต่าง ๆ อาทิ อัคคีภัย เหตุอพยพฉุกเฉิน และเหตุการณ์อื่นที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยจัดให้มีการฝึกอบรม การซักซ้อม และการสื่อสารแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของพนักงานในการรับมือเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที
โดยในปี 2568 บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมและซ้อมแผนอพยพหนีไฟร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อสารแนวทางการปฏิบัติตนกรณีเกิดแผ่นดินไหวแก่พนักงาน พร้อมนำผลการซ้อมแผนมาทบทวนและปรับปรุงมาตรการและการสื่อสารด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมและซ้อมแผนหนีไฟเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยและเพิ่มทักษะในการรับมือเหตุฉุกเฉินให้แก่พนักงาน อีกทั้งยังจัดทำวิดีโอ “การหนีไฟแบบไหนรอด” เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับข้อควรรู้และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้
บริษัทจัดให้มีการทำวิดิโอสื่อสารแนวทางการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เพื่อให้พนักงานสามารถเรียนรู้และปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยได้อย่างถูกต้อง
บริษัทให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน โดยตระหนักว่าความเสี่ยงจากโรคที่เกิดจากการทำงานอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพการทำงาน และความยั่งยืนขององค์กร โดยลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นงานสำนักงาน ซึ่งมีความเสี่ยงหลักที่เกี่ยวข้องกับการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อาการออฟฟิศซินโดรม ความเครียดจากการทำงาน และความเหนื่อยล้าทางสายตา
บริษัทจัดให้มีสวัสดิการด้านสุขภาพขั้นพื้นฐานแก่พนักงาน เพื่อดูแลความปลอดภัย สุขภาพ และคุณภาพชีวิตในการทำงานอย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นการป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพ การดูแลสุขภาพเบื้องต้น และการรองรับเหตุฉุกเฉินระหว่างเวลาทำงาน ผ่านการจัดสวัสดิการและมาตรการที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง โดยในปี 2568 บริษัทดำเนินโครงการดูแลสุขภาพพนักงานอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
จัดให้มีห้องพยาบาลภายในสถานที่ทำงาน จำนวน 2 แห่ง ในสำนักงานหลักที่อาคารสมัชชาวาณิช 2 (UBC2) และอาคารไทยซัมมิท พร้อมพยาบาลประจำและเวชภัณฑ์พื้นฐาน
จัดสิทธิฉีดวัคซีนป้องกันโรคในราคาพิเศษให้พนักงานทุกคน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์และ 3 สายพันธุ์ เป็นต้น ซึ่งมีพนักงานเข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวน 714 ราย และวัคซีนทางเลือกอื่น จำนวน 81 ราย
จัดระบบดูแล เฝ้าระวัง และติดตามพนักงานที่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ พร้อมให้คำแนะนำและประสานการรักษา
จัดสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลแก่พนักงานทุกคน และครอบคลุมไปถึงครอบครัวพนักงานซึ่งกำหนดเป็นภาคสมัครใจ โดยบริษัทสนับสนุนค่าเบี้ยประกันสุขภาพบางส่วน
บริษัทดำเนินการจัดกิจกรรมและโครงการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในการปฏิบัติงาน ควบคู่กับการสื่อสารข้อมูลและแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ผ่านอีเมลและช่องทางภายในองค์กร (KTC UNITE) อย่างต่อเนื่อง
ในปี 2568 บริษัทได้จัดกิจกรรมและหลักสูตรฝึกอบรมสำหรับพนักงานอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิต การจัดการความเครียดและอารมณ์ รวมถึงการเสริมสร้างทักษะด้านความปลอดภัยและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยมีรายละเอียดกิจกรรม ดังนี้
ส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการที่เหมาะสม เพื่อให้พนักงานเข้าใจหลักการเลือกบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและสุขภาพโดยรวม ภายในกิจกรรมมีการให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ พร้อมเทคนิคการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน พนักงานได้มีโอกาสทดลองปฏิบัติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการปรับพฤติกรรมสุขภาพ กิจกรรมมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีและสนับสนุนให้พนักงานพร้อมสู้งานตลอดปีอย่างยั่งยืน
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 281 คน
ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคมะเร็งพร้อมข้อควรระวังด้านสุขภาพ ภายในกิจกรรมมีการแนะนำวิธีดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง ทั้งสำหรับตนเองและผู้ใกล้ชิด เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันโรค ผู้เข้าร่วมยังได้ตรวจวัดองค์ประกอบร่างกายด้วยเครื่อง Body Composition เพื่อประเมินสภาวะสุขภาพเบื้องต้น พร้อมชมการสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เหมาะสม กิจกรรมมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจด้านสุขภาวะและส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืน
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 34 คน
ส่งเสริมทักษะการสร้างความสุขด้วยตนเอง เพื่อช่วยให้พนักงานพัฒนาความสามารถในการดูแลจิตใจอย่างยั่งยืน กิจกรรมมุ่งเน้นการเรียนรู้วิธีจัดการความคิดและอารมณ์ เพื่อสร้างความมั่นคงทางใจและเพิ่มพลังบวกในชีวิตประจำวัน ผู้เข้าร่วมได้รับแนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้สามารถรับมือกับความเครียดและรักษาสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว รวมถึงการฝึกทักษะการโฟกัสกับสิ่งสำคัญเพื่อสนับสนุนประสิทธิผลในการทำงาน กิจกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะทางใจของพนักงานและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 144 คน
สำรวจความหมายของคำว่า “Toxic” ผ่านมุมมองของตัวเอง พร้อมทำความเข้าใจผลกระทบที่มีต่อสุขภาพจิต ผ่านกิจกรรมที่ช่วยให้ตระหนักถึงโลกภายในและมุมมองของคนรอบข้าง ผู้เข้าร่วมอบรมยังได้เรียนรู้สาเหตุที่ทำให้พฤติกรรมหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ส่งผลต่อจิตใจ พร้อมทั้งแนวทางดูแลตัวเอง
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 244 คน
ส่งเสริมความตระหนักและรับมือกับอุบัติเหตุได้อย่างถูกต้อง ผ่านการเรียนรู้การทำ CPR อย่างถูกวิธี การใช้เครื่อง AED อย่างมั่นใจ รวมถึงทักษะสำคัญ อาทิ การห้ามเลือด การพันแผล และการช่วยเหลือผู้หมดสติอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังครอบคลุมวิธีเตรียมชุดปฐมพยาบาล การจัดการเหตุฉุกเฉินในสถานการณ์ต่าง ๆ และช่องทางการแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้พร้อมรับมือเหตุไม่คาดคิดในชีวิตประจำวันและในที่ทำงาน
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 86 คน
ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจภาวะออฟฟิศซินโดรมอย่างรอบด้าน ทั้งอาการ สาเหตุ ผลกระทบ และโรคที่อาจตามมา พร้อมเรียนรู้พฤติกรรมเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงและวิธีป้องกันอย่างเหมาะสม ปิดท้ายด้วยการฝึกยืดเหยียดกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย เพื่อปรับสมดุลร่างกายและลดอาการปวดเมื่อยจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 32 คน
เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ทบทวนคุณค่า ความหมายของชีวิต และเป้าหมายการทำงาน เพื่อออกแบบ “ช่วงท้ายของชีวิต” อย่างมีสติและตามแบบที่ตนต้องการ เนื้อหาครอบคลุมเหตุผลของการวางแผนการตายดี การวางแผนดูแลสุขภาพล่วงหน้า การดูแลแบบประคับประคอง การออกแบบชีวิตและความตายของตัวเอง ตลอดจนทำความเข้าใจสิทธิการตายดีในประเทศไทย
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 187 คน
ส่งเสริมความเข้าใจด้านจิตวิทยาเชิงบวกผ่านโมเดล PERMA ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้สำรวจคุณค่าของตัวเองและช่วงเวลาดี ๆ ที่อาจหล่นหายไป พร้อมทั้งเชื่อมโยงประสบการณ์เหล่านั้นเข้ากับความสัมพันธ์ที่มีความหมาย เวิร์กชอปยังเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ “ขอบคุณ” ตัวเองและคนรอบข้างอย่างจริงใจ และปิดท้ายด้วยแนวทางดูแลใจเมื่อต้องเผชิญความเหนื่อยล้าในอนาคต
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 25 คน