ปัญหาที่เหล่านักอ่านหนังสือทั้งหลายมักพบเจออยู่เสมอคือการอ่านเท่าไหร่ก็มักรู้สึกว่าจำไม่ได้ หรือยังไม่มั่นใจในเนื้อหาของหนังสือที่อ่านไป ซึ่งไม่ว่าวัยไหนต่างก็ต้องเคยเจอกับปัญหาการอ่านหนังสือเหล่านี้ทั้งนั้น ดังนั้นหากตอนนี้ใครที่กำลังหนักใจและกำลังมองหาทางออกที่จะทำให้อ่านหนังสือให้เข้าใจและจำได้แม่นยำขึ้น เรามีเคล็ดลับมากฝากกัน



การอ่านหนังสือช่วยให้สมองเกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์ ช่วยฝึกสมาธิ ส่งผลให้สมองมีความจำที่ดียิ่งขึ้น


อ่านหนังสือให้ประโยชน์อะไรบ้าง?

การอ่านหนังสือไม่เพียงแค่เป็นการเสริมสร้างความรู้ให้กับคนเราเท่านั้น แต่ยังช่วยฝึกสมาธิ รวมไปถึงช่วยในกระบวนการคิด วิเคราะห์ ให้สมองเกิดการใช้งาน ซึ่งส่งผลให้สมองมีความจำที่ดียิ่งขึ้น และยังช่วยลดความเครียด พัฒนาทักษะการเขียน และการอ่านของเราให้ดีขึ้นอีกด้วย



เลือกช่วงเวลาในการอ่านหนังสือตามความสะดวกของตัวเอง เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด เช่น ตอนกลางคืนที่มีบรรยากาศเงียบสงบ


อ่านหนังสือตอนไหนดีที่สุด?

เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยว่าเวลาใดคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการอ่านหนังสือ ซึ่งต้องบอกว่าแล้วแต่ความถนัดของผู้อ่าน หลายคนนิยมอ่านหนังสือตอนเช้าเพราะรู้สึกว่าช่วงเช้าเป็นช่วงที่สมองจดจำได้ดี จากการที่ได้พักผ่อนมาตลอดทั้งคืน รวมไปถึงแสงแดดยามเช้ายังสดใส และมีความสว่างที่พอเหมาะกับการอ่านหนังสือ แต่สำหรับบางคนอาจจะชื่นชอบการอ่านหนังสือตอนกลางคืนมากกว่า เพราะรู้สึกผ่อนคลายกว่าช่วงกลางวัน รวมไปถึงยามค่ำคืน บรรยากาศก็เงียบสงบกว่า จึงทำให้รู้สึกมีสมาธิในการอ่านหนังสือมากกว่า



การอ่านหนังสือให้เกิดความเข้าใจต้องอาศัยสมาธิ รวมไปถึงสภาพร่างกายที่พร้อมกับการอ่านหนังสือด้วย


อ่านหนังสือยังไงให้เข้าใจ?

การอ่านหนังสือให้เกิดความเข้าใจและสามารถจดจำเนื้อหาได้อย่างแม่นยำต้องอาศัยสมาธิ รวมไปถึงสุขภาพกายที่พร้อมกับการอ่านหนังสือ หากกายพร้อม ใจพร้อม เราก็จะสามารถอ่านหนังสือให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น และสามารถจดจำข้อมูลในหนังสือได้อย่างแม่นยำ และที่สำคัญต้องไม่พลาดนำเคล็ดลับการอ่านหนังสือที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถบรรลุเป้าหมายการอ่านหนังสือได้ง่ายดายยิ่งขึ้นไปลองปฏิบัติตาม



เคล็ดลับอ่านหนังสือยังไงให้เข้าใจ จําได้เร็ว จดจำได้แม่น และไม่ลืมง่ายๆ


เคล็ดลับการอ่านหนังสือ


1. จัดลำดับความสำคัญ สร้างเช็กลิสต์หัวข้อที่ต้องอ่าน

ด้วยเพราะจำนวนเนื้อหาที่ต้องอ่านอาจจะทำให้หลงลืมได้ ดังนั้นก่อนอ่านหนังสือควรจัดลำดับเนื้อหาเพื่อลำดับความสำคัญในการอ่าน โดยสามารถสร้างเป็นหัวข้อเช็กลิสต์ก่อนอ่าน นอกจากจะช่วยในการเช็กอีกครั้งว่าได้อ่านหนังสืออย่างครบถ้วนหรือไม่ การจัดลำดับความสำคัญยังเป็นการช่วยจัดระบบให้กับสมองของเราอีกด้วย


2. อ่านบทสรุปและหัวข้อก่อนอ่านเนื้อหา

ก่อนเริ่มต้นอ่านหนังสือให้เริ่มที่การอ่านบทสรุปและหัวข้อก่อนอ่าน เพราะจะช่วยให้สามารถมองเห็นเนื้อหาเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อการจดจำและการทำความเข้าใจในเนื้อหาของหนังสือ และสามารถโฟกัสได้ว่าควรเลือกอ่านจุดสำคัญตรงไหน รวมไปถึงช่วยให้อ่านหนังสือได้เร็วยิ่งขึ้น


3. ไฮไลต์เนื้อหา เมื่อเจอใจความสำคัญ

เมื่อใดที่พบกับเนื้อหาใจความสำคัญในการอ่านหนังสือ อย่าลืมรีบไฮไลต์เอาไว้ โดยสามารถแยกตามสีเพื่อช่วยให้เกิดการจดจำที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งการไฮไลต์เนื้อหาสำคัญก็เพื่อช่วยให้สามารถกลับมาอ่านทบทวนเนื้อหาได้อย่างรวดเร็วในภายหลัง


4. เขียนสรุปเนื้อหาหลังการอ่าน

หลังจากการอ่านหนังสือจบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเล่มหรือหนังสือออนไลน์ก็ควรเขียนสรุปเนื้อหาหลังการอ่านทุกครั้ง เพราะเป็นการช่วยทบทวนเนื้อหาของหนังสือที่เพิ่งได้อ่านไป เน้นเป็นการสรุปสั้นๆ ตามหัวข้อใจความสำคัญ แน่นอนว่าการสรุปเนื้อหา จะเป็นอีกตัวช่วยในการกลับมาทบทวนเนื้อหาอีกครั้งได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย


5. พยายามไม่อ่านทุกคำ

การอ่านหนังสือทุกคำเป็นอีกความเข้าใจผิดที่หลายคนเชื่อว่าจะทำให้จดจำเนื้อหาให้แม่นยิ่งขึ้น ในทางกลับกันการอ่านหนังสือทุกคำจะทำให้สมองได้รับข้อมูลที่มากเกินไป ทำให้สมองเกิดอาการล้าจนทำให้เบื่อและถอดใจจากการอ่านหนังสือไปในที่สุด


6. แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน

การพูดคุยกับเพื่อนหลังจากอ่านหนังสือจบ นอกจากจะช่วยกันทบทวนเนื้อหาและตรวจสอบว่ามีเนื้อหาส่วนไหนที่อาจข้ามไปแล้ว ยังช่วยให้จดจำเนื้อหาต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ในบางครั้งอาจจะเป็นช่วงบทสนทนาที่สนุกสนานจนทำให้สามารถจดจำได้อย่างขึ้นใจ ซึ่งเป็นการใช้หลักการเชื่อมโยงข้อมูลในสมอง จึงทำให้สามารถจดจำเนื้อหาต่างๆ ได้ดีกว่าเดิม


7. หากเกิดคำถาม ข้อสงสัยระหว่างอ่าน ให้รีบจดไว้

เมื่อเกิดข้อสงสัย หรือคำถามขณะอ่าน ให้รีบจดโน้ตเอาไว้ หลังจากที่อ่านหนังสือจบแล้ว ค่อยกลับมาหาคำตอบ หรือบางครั้งอาจจะได้คำตอบระหว่างการอ่านหนังสือ เพราะถ้าหากรีบหาคำตอบตอนกำลังอ่านหนังสืออยู่ก็อาจจะทำให้การอ่านหนังสือไม่ต่อเนื่อง และจดจำได้ไม่ดีนั่นเอง


8. สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการอ่าน

สภาพแวดล้อมในการอ่านหนังสือถือเป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญ ดังนั้นอย่าลืมสร้างบรรยากาศการอ่านหนังสือให้มีคุณภาพ หรืออาจจะหาพิกัดห้องสมุด ร้านคาเฟ่ หรือ Co-Working Space ที่เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือ ก็จะช่วยให้มีสมาธิในการอ่าน ส่งผลให้จำเนื้อหาได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น


สาเหตุของอาการง่วงขณะอ่านหนังสือ

ก่อนที่เราจะเรียนรู้วิธีแก้ปัญหา เรามาทำความเข้าใจสาเหตุของอาการง่วงขณะอ่านหนังสือกันก่อน

  • ความเหนื่อยล้าทางร่างกายและจิตใจ 
  • สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น แสงสว่างไม่เพียงพอ 
  • การขาดสมาธิและความสนใจในเนื้อหา 
  • ช่วงเวลาในการอ่านไม่เหมาะสม 
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ


เทคนิคแก้ปัญหาอ่านหนังสือแล้วง่วง


1. ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม

การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการอ่านหนังสือเป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกสถานที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ อากาศถ่ายเทสะดวก และปราศจากเสียงรบกวน นอกจากนี้ การนั่งในท่าที่ถูกต้องก็ช่วยลดอาการง่วงได้เช่นกัน


2. แบ่งเวลาอ่านเป็นช่วงสั้นๆ

การอ่านหนังสือเป็นเวลานานติดต่อกันอาจทำให้เกิดความเบื่อหน่ายและง่วงนอนได้ ลองแบ่งเวลาอ่านเป็นช่วงสั้นๆ ประมาณ 25-30 นาที แล้วพัก 5-10 นาที จะช่วยให้สมองได้พักและกลับมามีสมาธิในการอ่านมากขึ้น


3. ใช้เทคนิคการอ่านแบบ Active Reading

การอ่านแบบ Active Reading คือการอ่านอย่างมีส่วนร่วม เช่น การจดบันทึก การทำ Mind Map หรือการตั้งคำถามระหว่างอ่าน วิธีนี้จะช่วยให้คุณมีส่วนร่วมกับเนื้อหามากขึ้น และลดโอกาสที่จะเกิดอาการง่วงนอน


4. ดื่มน้ำและรับประทานอาหารว่างที่มีประโยชน์

การดื่มน้ำระหว่างอ่านหนังสือช่วยให้ร่างกายสดชื่นและตื่นตัว นอกจากนี้ การรับประทานอาหารว่างที่มีประโยชน์ เช่น ผลไม้ หรือถั่ว ก็ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับสมองได้


5. ออกกำลังกายเบาๆ ระหว่างพัก

การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การยืดเส้นยืดสาย หรือเดินรอบๆ ห้อง จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและทำให้ร่างกายตื่นตัวมากขึ้น


6. เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการอ่าน

แต่ละคนมีช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพในการเรียนรู้แตกต่างกัน บางคนอาจมีสมาธิดีในตอนเช้า ในขณะที่บางคนอาจทำงานได้ดีในตอนกลางคืน ลองสังเกตและเลือกช่วงเวลาที่คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าที่สุดสำหรับการอ่านหนังสือ


7. ใช้เทคโนโลยีช่วยในการอ่าน

การใช้แอปพลิเคชันหรือเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ เช่น แอปอ่านหนังสือเสียง (Audiobook) หรือแอปช่วยจัดการเวลา อาจช่วยเพิ่มความน่าสนใจและลดความเบื่อหน่ายในการอ่านได้



หากใครกำลังมองหาของขวัญที่มีประโยชน์ให้กับคนที่คุณรัก ขอแนะนำการมอบหนังสือเป็นของขวัญในโอกาสต่างๆ “หนังสือ” ถือเป็นของขวัญที่มีประโยชน์และเหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย และเพื่อการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTCโปรโมชั่นพิเศษร่วมกับร้านหนังสือชั้นนำทั้งรับส่วนลดสูงสุด 20% หรือ สูงสุด 450 บาท และยังสามารถแลกรับเครดิตเงินคืน 18% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ทุก 500 บาท และใช้คะแนน KTC FOREVER ทุก 500 คะแนน เริ่ม 1 ก.ย. 67 – 31 ธ.ค. 67

สำหรับใครที่ยังไม่มีบัตรเครดิต KTCสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ได้เลย สมัครง่าย เอกสารไม่ยุ่งยาก


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC