หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเข้าสู่วัย 60 แล้วต้องเผชิญกับอาการผิวแห้งคันยุบยิบตามตัวโดยเฉพาะในตอนกลางคืน จนเป็นเหตุให้นอนไม่หลับหรือต้องลุกมาเกาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขอทุกคนอย่าได้กังวล เพราะสำหรับผู้ที่มีอายุเข้าวัย 60 ปีนั้น ปัญหาผิวเช่นนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้และก็สามารถหายได้เช่นกัน แต่ที่น่าเสียดายคือผู้สูงอายุหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ หรือแก้ไขผิดวิธีมาตลอดหลายปีโดยไม่รู้ตัว และในบทความนี้ KTC จึงอยากพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาผิวแห้งคัน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และต้องดูแลด้วยสกินแคร์อย่างไรให้กลับมานุ่มชุ่มชื้นดังเดิม
ทำไมพอเข้าวัย 60 ผิวถึงแห้งคันจนนอนไม่ได้?
ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า อาการนี้ไม่ได้เกิดจากความสกปรกหรือการดูแลผิวไม่ดีพอ แต่เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกาย หากจะให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น อาจลองเปรียบเทียบผิวของเรากับกำแพงอิฐ ที่มีสิ่งที่เรียกว่า “Ceramides” ทำหน้าที่เป็นปูนเชื่อมอิฐแต่ละก้อนให้ยึดกันแน่น เมื่ออายุมากขึ้น ปูนพวกนั้นจะเสื่อมสลายลดลงเรื่อย ๆ จนกำแพงก็เริ่มมีรอยแตกร้าว น้ำในผิวไม่สามารถกักเก็บไว้ได้ดีดังเดิม และสิ่งระคายเคืองจากภายนอกก็สามารถฝ่าเข้ามาได้มากขึ้น และผลที่ตามมาก็คือเส้นประสาทใต้ผิวหนังมีอาการไวต่อการกระตุ้นมากขึ้นผิดปกติ กลายเป็นความรู้สึกคันเหมือนเข็มแทงที่เกิดขึ้นและไม่สามารถหายไปได้ง่าย ๆ ดังนั้นการทาโลชั่นทั่ว ๆ ไปเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นเพียงชั่วคราว จึงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เพราะนั่นไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุใด ๆ เลย
5 วิธีแก้ผิวแห้งคันที่ต้นเหตุ ด้วย Active Ingredients ที่วัย 60+ ไม่ควรพลาด
สำหรับ 5 วิธีแก้ผิวแห้งคันของคนวัย 60+ มีดังนี้
1. เติมน้ำและล็อกความชุ่มชื้นด้วย Hyaluronic Acid และ Squalane
Hyaluronic Acid เป็นสารที่ช่วยดึงความชื้นจากอากาศมากักเก็บไว้ในผิว ทำให้ผิวมีความอิ่มน้ำตั้งแต่ผิวชั้นลึก แต่เพียง Hyaluronic Acid อย่างเดียวยังไม่พอ เพราะน้ำที่ดึงเข้ามากักเก็บในผิวอาจระเหยออกไปได้ง่าย จึงต้องใช้ Squalane เสริมอีกชั้นเพื่อทำหน้าที่เหมือนฝาปิดไม่ให้ความชุ่มชื้นระเหยหายไป และด้วยความที่ Squalane เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่มีโครงสร้างคล้ายน้ำมันตามธรรมชาติ จึงทำให้ผิวเบาสบาย ไม่อุดตัน และไม่รู้สึกเหนอะหนะ
2. เสริมปราการผิวให้แข็งแรงด้วย Ceramides และ Niacinamide
Ceramides คือสารสำคัญที่จำเป็นที่สุดสำหรับผิววัย 60+ เพราะเป็นสิ่งที่ร่างกายผลิตเองได้น้อยลงตามอายุ และการบำรุงผิวด้วย Ceramides ที่ผสมรวมอยู่ในสกินแคร์เปรียบเหมือนการอุดรอยแตกในกำแพงผิว ทำให้ผิวกักเก็บน้ำได้ดีขึ้นและอาการคันก็จะค่อย ๆ ลดลง
ในส่วนของ Niacinamide หรือ Vitamin B3 เป็นสารตัวช่วยที่ดีมาก เพราะนอกจากจะช่วยเสริม Barrier หรือเกราะป้องกันผิวแล้ว ยังช่วยลดจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และมีคุณสมบัติอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย
3. ฟื้นฟูริ้วรอยและความหย่อนคล้อยด้วย Retinol หรือ Bakuchiol
สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลเรื่องริ้วรอยควบคู่ไปกับการรักษาผิวแห้งคัน Retinol ถือเป็นตัวเลือกที่ดีและได้ผลจริง แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับผิววัย 60+ คือ ควรเริ่มต้นจากความเข้มข้นต่ำมาก และทาทิ้งไว้เพียง 20 - 30 นาที จากนั้นจึงล้างออก และค่อย ๆ ปรับเวลาให้นานขึ้นตามความคุ้นชินของผิว โดยสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือการทากันแดดทุกเช้า เพราะ Retinol จะทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น
สำหรับใครที่ผิวแพ้ง่ายมาก Bakuchiol ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกจากธรรมชาติที่ให้ผลใกล้เคียงกัน แต่จะอ่อนโยนกว่ามาก และสามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแสงแดด
4. กระตุ้นความยืดหยุ่นของผิวด้วย Peptides
Peptides เป็นสารที่ทำงานในรูปแบบช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนได้ดีขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ผิวจะดูแน่น อิ่มฟู และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เหมาะมากสำหรับใช้ทาบำรุงในช่วงกลางคืนเพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่ในระหว่างนอนหลับ
5. ลดจุดด่างดำและปรับผิวให้กระจ่างใสด้วย Vitamin C
สำหรับจุดด่างดำและผิวหมองคล้ำที่สะสมมาตลอดหลายสิบปีนั้น สารสกัดจำพวก Vitamin C สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริง แต่สำหรับผิววัย 60+ แนะนำให้เลือก Vitamin C สูตรที่มีความเข้มข้นไม่เกิน 10% เพราะเป็นความเข้มข้นพอที่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีแต่ก็ไม่รุนแรงต่อผิวจนทำให้เกิดการระคายเคือง
สิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อผิวสุขภาพดีในวัย 60+
เนื่องจากผิววัย 60+ มีความอ่อนแอและเปราะบางกว่าผิวในวัยหนุ่มสาว ดังนั้นจึงต้องบำรุงดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ
สิ่งที่ควรทำ
- ให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวก่อนเสมอ โดยการบำรุงด้วย Active Ingredient ที่มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวแข็งแรง
- อาบน้ำด้วยน้ำอุ่น ไม่ใช่น้ำร้อน และหมั่นทาครีมทันทีที่ผิวยังคงเปียกชื้นอยู่เพื่อล็อกความชุ่มชื้น
- ใช้งานเครื่องเพิ่มความชื้น (Humidifier) ในห้องนอนเพื่อลดการสูญเสียน้ำในผิวในช่วงเวลากลางคืน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- หลีกเลี่ยงสกินแคร์ที่มีส่วนประกอบของ AHA/BHA ความเข้มข้นสูง และไม่สครับผิวแรง ๆ เนื่องจากผิววัย 60+ จะมีความบางและฟื้นตัวช้า
- ไม่จำเป็นต้องบำรุงสกินแคร์หลายขั้นตอน แต่ควรให้เลือกใช้ให้ตรงปัญหาผิวจะดีที่สุด
- หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีส่วนผสมของ Sulfate สูง เพราะเป็นการทำลายเกราะป้องกันผิวโดยตรง
เทคนิคเลือกส่วนผสมสกินแคร์ให้ตรงปัญหาผิว
ช้อปสกินแคร์ดูแลผิววัย 60+ ให้คุ้มค่ากว่าเดิมด้วยโปรโมชั่นบัตรเครดิต KTC
การลงทุนกับสกินแคร์ที่มีส่วนผสมตอบโจทย์ปัญหาผิวแห้งคันในวัย 60+ ไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป และการเลือกซื้อสกินแคร์ดูแลผิวก็จะคุ้มค่ายิ่งขึ้นอีก หากเลือกใช้ตัวช่วยชำระเงินอย่าง “บัตรเครดิต KTC” ที่มีโปรโมชั่นร่วมกับห้างสรรพสินค้าและร้านเครื่องสำอางชั้นนำที่ได้รวบรวมแบรนด์ดังไว้มากมาย อาทิ Estée Lauder, Clinique, M.A.C, Bobbi Brown, La Mer, Tom Ford Beauty, Jo Malone London และ Dr. Jart+
FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผิวแห้งคันในวัย 60+
Q : ผิวแห้งคันมากในตอนกลางคืนทำอย่างไรดี?
A : ลองเริ่มจากการใช้ Humidifier ในห้องนอนเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศ และก่อนนอนให้ทาครีมที่มีส่วนผสมของ Petrolatum หรือ Shea Butter ทับอีกชั้นบนมอยส์เจอไรเซอร์ที่ทาเป็นประจำทุกคืน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำจากผิวตลอดคืนได้ดีมาก
Q : อายุ 60 แล้วยังต้องทากันแดดไหมถ้าไม่ออกแดด?
A : ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ครีมกันแดดก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญแม้จะออกแดดหรือไม่ก็ตาม เพราะรังสี UVA สามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาทำลายคอลลาเจนและทำให้ผิวบางลงได้ ดังนั้นแล้ว ถึงจะนั่งอยู่ในบ้านก็ควรทากันแดด SPF30 ขึ้นไป เป็นประจำทุกเช้า
Q : ใช้อะไรแทน Retinol ได้บ้างถ้าผิวแพ้ง่ายมาก?
A : Bakuchiol คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะเป็นสารสกัดจากพืชที่ให้ผลลัพธ์ในการลดริ้วรอยใกล้เคียงกับ Retinol แต่มีความอ่อนโยนกว่ามาก ทั้งยังใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแสงแดด
อย่าปล่อยให้ผิวแห้งคันรบกวนการพักผ่อนของคุณหรือคนที่คุณรักต่อไปนานกว่านี้ เพราะการดูแลผิวให้กลับมาแข็งแรงดังเดิม ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาผิวที่เกิดขึ้นในวัย 60+ เท่านั้น แต่ยังช่วยให้สุขภาพโดยรวมของคุณและคนที่คุณรักดีขึ้นได้อีกด้วย เริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ และ สมัครบัตรเครดิต KTC ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า เพื่อรับความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายเพื่อผิวสวย กับโปรโมชั่นและคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC


