ผิวในอุดมคติของทุกคนคือ ผิวใสที่แข็งแรง สุขภาพดี และไร้สิวกวนใจ ฉะนั้น สำหรับผู้ที่เป็นสิวและผิวแพ้ง่ายนั้น ย่อมต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเลือกผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการดูแลผิว วันนี้ เราจึงขอมาบอกต่อวิธีเลือกสกินแคร์รักษาสิว สำหรับผิวแพ้ง่าย รวมไปถึงรูทีนดูแลตัวเองในการใช้สกินแคร์หน้าใส และผลิตภัณฑ์ดีๆ จาก Sephora ร้านรวบรวมเมคอัพ สกินแคร์ ไอเทมความงาม แบรนด์ดังจากทั่วโลกมาฝากกัน
วิธีเลือกสกินแคร์รักษาสิว สำหรับผิวแพ้ง่าย
ผิวแพ้ง่ายเป็นสภาพผิวบอบบาง ที่เกิดจากหลายปัจจัยทั้งภายนอกและภายใน ทั้งกรรมพันธุ์ โรคผิวหนัง พฤติกรรมในการใช้ชีวิต รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้บนใบหน้า ยิ่งหากมีการระคายเคืองและเป็นสิวร่วมด้วยแล้ว การเลือกใช้สกินแคร์ที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งเรามีวิธีเลือกสกินแคร์รักษาสิว สำหรับผิวแพ้ง่าย ดังต่อไปนี้
- เลือกสกินแคร์ที่มีความอ่อนโยน และหากเป็นไปได้ควรเลือกสกินแคร์ที่ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว เช่น สาร SLS, น้ำหอม, สีสังเคราะห์ เป็นต้น
- เลือกสกินแคร์เนื้อเจลหรือเนื้อที่มีความบางเบา ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน เพราะสกินแคร์เนื้อเหล่านี้ มีลักษณะที่ซึมเข้าสู่ผิวได้ไว ทำให้ไม่ได้ไปรบกวนผิวมาก แถมไม่ดักจับฝุ่นละอองและมลภาวะต่างๆ ไว้บนผิว
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง และควรเลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับคนผิวแพ้ง่าย ที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับผิว
- พยายามอย่าใช้ผลิตภัณฑ์หลายตัวในคราวเดียว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาผิวพร้อมกันหลายตัวในคราวเดียวกันนั้น อาจก่อให้เกิดการแพ้ การระคายเคืองผิว และเสี่ยงเกิดการอุดตันได้ ซึ่งการดูแลผิวแพ้ง่ายที่เป็นสิว ควรจะทำรูทีนในการดูแลผิวให้เรียบง่ายที่สุด
รูทีนการใช้สกินแคร์หน้าใสและผลิตภัณฑ์แนะนำ
Step 1: ทำความสะอาดผิว
นอกจากตอนเช้าที่คุณต้องล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ Cleanser หรือเจลล้างหน้าตามปกติแล้ว หากเป็นตอนเย็น เราแนะนำว่าควรใช้ Cleansing สำหรับการล้างครีมกันแดดและเครื่องสำอางก่อน เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งขั้นตอน
1.Sephora Collection Triple Action Cleansing Micellar Water
Cleansing สำหรับการทำความสะอาดในขั้นตอนแรก เพื่อทำความสะอาดครีมกันแดด เครื่องสำอาง ฝุ่นและมลภาวะที่สะสมอยู่บนผิวหน้า Sephora Collection Triple Action Cleansing Micellar Water เป็น Cleansing แบบ Micellar Water จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว ตั้งแต่ผิวแพ้ง่าย ผิวมัน ผิวแห้ง และผิวผสม ใช้ง่ายเพียงหยดใส่สำลีให้ชุ่มและเช็ดลงบนผิวหน้า ก่อนทำความสะอาดในสเต็ปถัดไป
จุดเด่น
- มี AHAs และ Glycolic Acid ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว
- เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หมวด Clean at Sephora ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ไม่มีน้ำมัน ไม่มีพาราเบน ไม่มีซัลเฟต
2.KraveBeauty Matcha Heartleaf Hydrating Cleanser
สกินแคร์เพื่อดูแลผิวเป็นสิว และผิวแพ้ง่ายอีกหนึ่งตัวที่น่าใช้มากๆ KraveBeauty เป็นแบรนด์สกินแคร์จากผู้ก่อตั้ง Liah Yoo ยูทูปเบอร์และบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ชาวเกาหลีที่คลุกคลีอยู่ในวงการความงามมานาน โดยเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับส่วนผสม รวมถึงใส่ใจกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติมากกว่าจะเน้นที่ส่วนผสมแรงๆ โดย Matcha Heartleaf Hydrating Cleanser Cleanser เป็นโฟมล้างหน้าเนื้อเจล สูตรอ่อนโยน ที่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ทั้งยังอุดมไปด้วยส่วนผสมจากมัทฉะและสารสกัดจากใบพลูคาว ที่ช่วยฟื้นบำรุงความชุ่มชื้นให้ผิวอีกด้วย
จุดเด่น
- เนื้อสัมผัสเป็นเจล แต่ทำฟองได้ดี ให้ความรู้สึกนุ่มผิวเวลาถู
- มีสารสกัดที่ช่วยปลอบประโลมผิว อาทิ Panthenol และส่วนผสมจากมัทฉะ ที่เป็นสาร Antioxidant
Step 2 : เตรียมผิวด้วยโทนเนอร์
ก่อนจะเข้าสู่การบำรุง การใช้โทนเนอร์ในการทำความสะอาดผิวอีกขั้นตอน ก็จะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกตกค้างบนผิวหลังการล้างหน้า และทำให้ผิวหน้าของเราพร้อมที่จะบำรุงด้วยสกินแคร์ตัวอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น
3.Kiehl's Calendula Herbal-Extract Toner Alcohol-Free
Kiehl's เป็นแบรนด์สกินแคร์และความงามที่แพทย์ผิวหนังแนะนำในการแก้ไขปัญหาสภาพผิวแบบต่างๆ โดยมี Calendula Herbal-Extract Toner เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ตัวดังของทางแบรนด์ ที่ผลิตจากสูตรที่มีส่วนผสมจากดอกดาวเรือง ช่วยลดเลือนรอยแดงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังช่วยลดความมันและปรับสัมผัสผิวใน 3 วัน เหมาะสำหรับช่วยปรับสมดุลผิวธรรมดาไปจนถึงผิวมัน รวมไปถึงผิวแพ้ง่ายและผิวมันที่มีแนวโน้มเป็นสิว เพื่อผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้นและได้รับการปลอบประโลมในทุกครั้งที่ใช้
จุดเด่น
- ปราศจากพาราเบน น้ำหอม ซิลิโคน แอลกอฮอล์ มิเนอรัลออยล์ และย้อมสี ไม่ก่อให้เกิดสิวและไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
- มีผลการทดสอบว่า หลังใช้ 3 วัน พบการเปลี่ยนแปลง ช่วยลดทั้งรอยแดง ความมัน รูขุมขน จำนวนสิว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Step 3 : ลงเอสเซนส์หรือเซรั่ม เพื่อดูแลผิวอย่างตรงจุด
ถัดมาคือการบำรุงผิวหน้า ซึ่งคุณสามารถเน้นการบำรุงที่ล้ำลึกเข้าไปถึงชั้นผิว เพื่อฟื้นฟูผิวให้ดูสุขภาพดี แก้ปัญหาผิวได้ตรงจุด หากคุณมีปัญหาผิวเป็นสิว ก็อาจจะเลือกเอสเซนส์ที่มีเนื้อสัมผัสเป็นน้ำ คล้ายเจล มีความเบาบาง ซึมซาบเร็ว หรือหากไม่มีปัญหาสิว ก็อาจจะเลือกเซรั่มที่มีเนื้อเข้มข้นขึ้น เพื่อเสริมเกราะความแข็งแรงของผิว ไม่ให้กลับมาเป็นสิว ทั้งนี้ คุณอาจจะพิจารณาตามสภาพผิวในช่วงนั้นๆ ร่วมด้วย
4.Origins Mega-Mushroom Soothing Treatment Lotion
เรียกได้ว่าเป็นน้ำตบในตำนาน ที่ผู้ที่เป็นสิวง่ายต่างบอกต่อๆ กันว่านี่คือสกินแคร์รักษาสิวที่ต้องลอง Origins Mega-Mushroom Soothing Treatment Lotion หรือ น้ำตบเห็ด เป็นทรีตเมนต์โลชั่นเนื้อบางเบา ลักษณะเป็นเอสเซนส์น้ำเหลวๆ ที่ซึมซาบเร็ว ช่วยคืนความนุ่มชุ่มชื้นปลอบประโลมผิว และบำรุงผิวให้แลดูสุขภาพดีได้ในขวดเดียว จึงเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว และแก้ไขปัญหารูขุมขนและเนื้อผิวไม่เรียบเนียนได้เป็นอย่างดี ด้วยส่วนผสมจากเห็ดหลินจือ ที่ได้รับสมญานามว่า "เห็ดแห่งความงามอมตะ" มากกว่าสูตรเดิมถึง 10 เท่า
จุดเด่น
- น้ำตบเห็ดกระชับรูขุมขนเป็นผลิตภัณฑ์วีแกน 100% ปราศจากแอลกอฮอล์ เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบาง หรือผิวที่เป็นสิวได้ง่าย
- มีผลการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวพรรณแล้วว่าสามารถมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ทันทีที่ใช้ และลดการอุดตันของรูขุมขนได้ 22% ใน 8 สัปดาห์
5.Dr.Jart+ Cicapair™ Intensive Soothing Repair Serum
Dr.Jart+ เป็นแบรนด์สกินแคร์จากประเทศเกาหลีใต้ที่โดดเด่นในเรื่องของส่วนผสม ช่วยกู้ผิวเป็นสิวให้กลับมาเรียบเนียน และเปล่งปลั่งอีกครั้ง โดยมีเซรั่มสกินแคร์รักษาสิวอย่าง Cicapair™ Intensive Soothing Repair Serum ที่เป็นเซรั่มเนื้อเจลใส สามารถซึมซาบลงสู่ผิวและซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวด้วยอัลลันโทอิน Cica Complex และส่วนผสมใหม่ล่าสุด R-Protector ที่ช่วยปลอบประโลมผิวอย่างมีประสิทธิภาพ และลดรอยแดงทันทีที่ใช้ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผิวที่ได้รับการปลอบประโลม ชุ่มชื้น และสุขภาพดี
จุดเด่น
- กอบกู้ปราการผิวให้แข็งแรงขึ้นได้ถึง 126% หลังการใช้เพียง 1 ชั่วโมง
- กักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างยาวนาน
Step 4 : เติมความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์
มอยเจอร์ไรเซอร์ นับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าคุณจะมีสภาพผิวแบบไหน เพราะปัจจัยที่ทำให้ผิวสุขภาพดีและแข็งแรง คือการบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น นอกจากนี้ การปล่อยให้สภาพผิวแห้งกร้าน ก็อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ง่ายอีกด้วย
6.Drunk Elephant Protini™ Polypeptide Cream
Drunk Elephant เป็นแบรนด์สกินแคร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ถือเป็นแบรนด์คลีนสกินแคร์ เพราะเป็นแบรนด์ที่โฟกัสกับระดับ pH ที่สมดุล สูตรผลิตภัณฑ์ที่ผิวรู้สึกคุ้นเคยและให้ผิวดูดซึมได้ง่าย ใช้ส่วนผสมที่ทำงานได้จริง แต่ปราศจาก Suspicious 6™ ได้แก่ น้ำมันหอมระเหยแอลกอฮอล์ ซิลิโคน สารกันแดดเคมี น้ำหอม สีย้อม และซัลเฟต ซึ่ง Drunk Elephant Protini™ Polypeptide Cream จึงเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์โปรตีนที่เหมาะกับทุกสภาพผิว ช่วยฟื้นฟูความเรียบเนียน เฟิร์มกระชับ และทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ สุขภาพดี
จุดเด่น
- มีเปปไทด์ (Polypeptide) เข้มข้นที่สนับสนุนการทำงานของ Amino acids และ Pygmy waterlily เพื่อมอบความอ่อนเยาว์สุขภาพดีให้กับผิว
- มีผลการทดสอบจากว่าช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส และแข็งแรงยิ่งขึ้น
Step 5 : ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดทุกวัน
ครีมกันแดดถือเป็นไอเทมที่ทุกคนควรใช้ เนื่องจากปัจจุบันเราต้องเจอทั้งรังสียูวีจากแสงแดดและแสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ที่ทำร้ายผิวเรา และนำไปสู่ริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนไวอันควร ฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะมีผิวแบบไหน บำรุงผิวแบบใด ขั้นตอนก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง คือการทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสมนั่นเอง
7.Fyne Barrier Protecting Chemical Sunscreen Board Spectrum SPF50+ PA++++
Fyne แบรนด์สกินแคร์สัญชาติไทย ที่ได้เข้าจำหน่ายในร้าน Sephora และความโดดเด่นของแบรนด์นี้มาจากปรัชญา 'More Gentle More Care' เน้นความอ่อนโยน และโฟกัสเพื่อผิวเป็นสิว และผิวแพ้ง่าย ฉะนั้น Barrier Protecting Chemical Sunscreen Board Spectrum SPF50+ PA++++ ครีมกันแดดตัวใหม่ล่าสุดของทางแบรนด์จึงน่าลองมากๆ ด้วยเป็นสูตรที่มอบการปกป้องผิว Broad-spectrum ด้วย SPF 50+ PA++++ ต่อต้านรังสี UVAI, UVAII, UVB และแสง HEV ทั้งยังมีส่วนประกอบจาก Ceramide, Hyaluron และ Glycerin จึงมอบความชุ่มชื้นและเสริมสร้างให้เกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงได้
จุดเด่น
- มีเกราะไบโอฟิล์ม (Biofilm shields) ช่วยปกป้องผิวจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM) ได้
- มีส่วนผสมจากสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด ประกอบด้วยกรดเฟรูลิก วิตามินอี สารสกัดจากใบโรสแมร์รี่ สารสกัดจากว่านหางจระเข้ สารสกัดจากชาเขียวและน้ำมันเมล็ดทานตะวัน
การดูแลผิวที่เป็นสิวและแพ้ง่ายอาจดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่หากคุณมีความเข้าใจและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม แน่นอนย่อมส่งผลให้ผิวทมีสุขภาพดีและแข็งแรงมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าความต่อเนื่องและระยะเวลาคือกุญแจสำคัญ เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน ฉะนั้น อย่าลืมว่าควรให้เวลากับผิวของคุณในการปรับตัวและตอบสนองต่อการดูแลด้วยเช่นกัน
มาถึงตรงนี้สมาชิกบัตรเครดิต KTC อยากจะช้อปผลิตภัณฑ์สกินแคร์รักษาสิว หน้าใส สำหรับผิวแพ้ง่าย หรือเครื่องสำอางที่ร้าน Sephora ก็เตรียมพบกับสิทธิประโยชน์สุดคุ้มได้เลย
แลกคะแนนรับส่วนลดหรือเครดิตเงินคืนสูงสุด 600 บาท ที่ SEPHORA
สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC ที่ร้าน SEPHORA ทุกสาขา และ SEPHORA Online Thailand (www.sephora.co.th และแอปพลิเคชัน SEPHORA)
สำหรับช้อปหน้าร้าน SEPHORA
- แลกคะแนนรับส่วนลดทันที 120 บาทที่หน้าร้าน เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบ 999 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป และใช้ 999 คะแนน KTC FOREVER แลกรับ
หรือ - แลกคะแนนรับส่วนลดทันที 600 บาทที่หน้าร้าน เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบ 3,999 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป และใช้ 3,999 คะแนน KTC FOREVER แลกรับ
- ระยะเวลาโปรโมชั่น: 1 ส.ค. 67 – 31 ม.ค. 68
สำหรับช้อป SEPHORA Online Thailand (www.sephora.co.th และแอปพลิเคชัน SEPHORA)
- แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน 120 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบ 999 บาทขึ้นไปต่อรายการ ลงทะเบียนใช้คะแนน KTC FOREVER 999 คะแนน
- แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน 600 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบ 3,999 บาทขึ้นไปต่อรายการ ลงทะเบียนใช้คะแนน KTC FOREVER 3,999 คะแนน
- ระยะเวลาโปรโมชั่น : 1 ส.ค. 67 – 31 ม.ค. 68
ดูรายละเอียดโปรโมชั่น SEPHORA กับบัตรเครดิต KTC เพิ่มเติมที่นี่
สนใจโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษดีๆ สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC แบบนี้ สามารถกดสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. สมัครง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก รู้ผลอนุมัติไว ได้บัตรไว้ช้อปทันใจ พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกมากมาย ทั้งคะแนนสะสมไว้แลกรับเป็นส่วนลด หรือเครดิตเงินคืนได้ โปรแกรมผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ทั้งไม่มีค่าแรกเข้าและธรรมเนียมรายปี
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC








