หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า นายหน้าอสังหาฯ แต่บางครั้งอาจยังไม่เข้าใจชัดเจนว่ามันคืออะไร และหากอยากเป็น นายหน้าอสังหาฯ จะต้องเตรียมตัวหรือเริ่มยังไงเพื่อให้ประสบความสำเร็จ ครั้งนี้ KTC จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอาชีพนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมคำแนะนำในการเริ่มต้นก้าวสู่สายงานรายได้ดีรวมถึงข้อกฎหมายที่ควรรู้


นายหน้าอสังหาฯ คืออะไร?

นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ คือบุคคลหรือบริษัท ที่เรามักเรียกว่าเอเจนท์ (Agent) ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขาย เช่า หรือจัดหาผู้ซื้อ/ผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโดมิเนียม ที่ดิน อาคารพาณิชย์ หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ นายหน้าจะเป็นคนกลางที่ชี้ช่อง จัดการ เพื่อช่วยให้การซื้อขายหรือการเช่าอสังหาฯ ดำเนินไปได้ราบรื่น เช่น การช่วยเจรจาต่อรองราคา การตรวจสอบเอกสาร และการให้คำแนะนำในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯ


นายหน้าอสังหาฯ รายได้?

นายหน้าอสังหาฯ เป็นอาชีพที่ค่อนข้างอิสระ และสร้างรายได้แบบไม่มีเพดานกั้น สำหรับรายได้ของนายหน้าอสังหาฯ จะมาจากค่าคอมมิชชั่นที่ได้รับจากการทำธุรกรรมซื้อขายหรือเช่าอสังหาฯ ซึ่งโดยปกติแล้วค่าคอมมิชชั่นจะอยู่ที่ 3% ของราคาขายหรือเช่าอสังหาฯ หรืออาจมากกว่าตามตกลง โดยจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น

  • มูลค่าของอสังหาฯ หากขายอสังหาฯ ที่มีมูลค่าสูง เช่น บ้านหรูหรือคอนโดมิเนียมราคาสูง รายได้จากค่าคอมมิชชั่นจะสูงตามไปด้วย
  • จำนวนธุรกรรมที่ทำได้ นายหน้าที่สามารถทำธุรกรรมสำเร็จหลายรายการในแต่ละเดือนจะมีรายได้มากขึ้น
  • ประเภทของอสังหาฯ การขายอสังหาฯ ประเภทที่มีความต้องการสูง เช่น คอนโดมิเนียมหรือบ้านในทำเลดี มักจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำรายได้สูง

ตัวอย่างหากเราเป็นนายหน้าอสังหาฯ ขายบ้านมูลค่า 3,000,000 บาท และค่าคอมมิชชั่นอยู่ที่ 3% คุณจะได้รับค่าคอมมิชชั่น 90,000 บาทจากการขายบ้านหลังนั้น




นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ คือตัวกลาง ในการซื้อขาย เช่า บ้าน คอนโดอาคารพาณิชย์ ที่ดิน เป็นต้น


นายหน้าอสังหาฯ มีกี่ประเภท?

นายหน้าอสังหาฯ ในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงานและความเชี่ยวชาญ โดยแต่ละประเภทมีวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ การเชื่อมต่อผู้ซื้อกับผู้ขายให้สำเร็จตามธุรกรรม ประกอบด้วย

  1. นายหน้าท้องถิ่น เป็นนายหน้าที่เกิดจากการเชื่อมต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่รู้จักกันในพื้นที่ เช่น เพื่อนบ้าน หรือคนในชุมชน นายหน้าท้องถิ่นไม่ทำเป็นอาชีพหลัก แต่มีส่วนช่วยประสานการซื้อขายและได้รับส่วนแบ่งจากการขาย ซึ่งมักพบได้ในชุมชนท้องถิ่นต่างๆ เช่น ผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน
  2. นายหน้าตัวแทน นายหน้าประเภทนี้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ซื้อหรือผู้ขายโดยตรง หากเป็นตัวแทนผู้ขาย จะติดต่อกับผู้ซื้อและนายหน้าคนอื่นๆ เพื่อทำการขาย หากเป็นตัวแทนผู้ซื้อ ก็จะติดต่อกับผู้ขายหรือทางนายหน้าเพื่อหาซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการ
  3. นายหน้าโครงการ เป็นนายหน้าที่ทำงานในบริษัทอสังหาฯ หรือบริษัทที่แยกออกมาจากบริษัทพัฒนาอสังหาฯ โดยรับผิดชอบการขายโครงการต่างๆ เช่น โครงการบ้านจัดสรรหรือตึกแถว โดยมีการทำงานเป็นทีม มีฝ่ายต่างๆ เช่น ฝ่ายการตลาด หรือฝ่ายกฎหมาย
  4. นายหน้าโบรกเกอร์และนายหน้าสมทบ นายหน้าโบรกเกอร์คือบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ พวกเขาจะไม่ติดต่อกับลูกค้าโดยตรง แต่จะบริหารจัดการและส่งพนักงานขาย (นายหน้าสมทบ) ไปหาลูกค้า นายหน้าโบรกเกอร์มักจะได้รับการฝึกอบรมและมีมาตรฐานในการทำงาน รวมถึงให้บริการที่ครบวงจรมากกว่าแบบอื่นๆ


นายหน้าอสังหาฯ มีหน้าที่อะไรบ้าง?

  • หาลูกค้าและผู้ขาย ค้นหาผู้ซื้อและผู้ขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อหาช่องทางเป็นตัวกลาง
  • ประเมินมูลค่า ประเมินราคาทรัพย์สินให้เหมาะสม
  • ให้คำแนะนำ ให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
  • จัดการเอกสาร ดูแลเอกสารและขั้นตอนกฎหมายในการซื้อขายหรือเช่า
  • เจรจาต่อรอง เจรจาราคาและเงื่อนไขระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
  • จัดหาสินเชื่อ ช่วยลูกค้าในการขอสินเชื่อจากธนาคาร
  • การตลาด โปรโมทอสังหาริมทรัพย์ผ่านช่องทางต่างๆ
  • ดูแลลูกค้า คอยติดตามและดูแลลูกค้าในกระบวนการซื้อขาย
  • บริการหลังการขาย ช่วยเหลือหลังการซื้อขาย เช่น การหาผู้เช่าใหม่หรือบริการอื่นๆ




การเป็นนายหน้าอสังหาฯ นอกจากความรู้แล้ว ต้องมีความเชื่อมั่น มั่นใจในตัวเองด้วย


คุณสมบัตินายหน้าอสังหาฯ ที่ดีเป็นอย่างไร?

การเป็นนายหน้าอสังหาฯ ที่ดีไม่เพียงแต่ต้องมีความรู้ทางด้านอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ยังต้องมีทักษะและคุณสมบัติที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ได้ เช่น

  • ทักษะการสื่อสารที่ดี นายหน้าที่ดีต้องสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการฟังและการพูด เนื่องจากการสื่อสารที่ดีช่วยให้สามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
  • มีความรู้และความเชี่ยวชาญในตลาดอสังหาฯ นายหน้าควรมีความรู้ในด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น การประเมินราคาอสังหาฯ วิธีการขายอสังหาฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรู้จักตลาดอสังหาฯ ในแต่ละพื้นที่
  • มีทักษะการเจรจาต่อรอง การเจรจาต่อรองเป็นส่วนสำคัญของงานนายหน้า ต้องสามารถเจรจาและประนีประนอมเพื่อให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายพอใจ ซึ่งจะทำให้ธุรกรรมสำเร็จได้
  • ความซื่อสัตย์และเป็นมืออาชีพ นายหน้าต้องมีความซื่อสัตย์ในทุกการทำงาน การรักษาความลับและข้อมูลของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ และควรทำงานด้วยความโปร่งใส
  • มีความสามารถในการทำงานภายใต้ความกดดัน อาชีพนายหน้าอสังหาฯ อาจมีสถานการณ์ที่ต้องทำงานภายใต้ความกดดัน ทั้งในด้านเวลาและการเจรจาต่อรอง ซึ่งนายหน้าที่ดีต้องสามารถจัดการกับความกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • มีความอดทนและมุ่งมั่น การทำงานในธุรกิจอสังหาฯ อาจต้องใช้เวลาในการปิดการขายหรือหาลูกค้าใหม่ๆ การมีความอดทนและมุ่งมั่นจะช่วยให้นายหน้าประสบความสำเร็จในระยะยาว
  • มีเครือข่ายที่ดี นายหน้าที่ดีต้องสามารถสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับเครือข่ายต่างๆ ได้ เช่น ธนาคาร, นักพัฒนาอสังหาฯ, และทนายความ เพราะเครือข่ายที่ดีสามารถช่วยให้การทำงานราบรื่นและเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย


อยากเป็นนายหน้าอสังหาฯ เริ่มยังไง?

สำหรับคนที่สนใจเป็นนายหน้าอสังหาฯ และอยากเริ่มต้นอาชีพนี้ ลองทำตามคำแนะนำดังนี้

  1. ศึกษาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอสังหาฯ ก่อนที่จะเริ่มทำงานเป็นนายหน้าอสังหาฯ คุณควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น ประเภทของอสังหาฯ ที่คุณต้องการทำงานด้วย (บ้าน, คอนโด, ที่ดิน) และรู้จักตลาดอสังหาฯ ทั้งในพื้นที่ท้องถิ่นและทั่วประเทศ
  2. เรียนคอร์สอบรมหรือหลักสูตรเกี่ยวกับนายหน้าอสังหาฯ หลายสถาบันหรือบริษัทอสังหาฯ มีการเปิดสอนหลักสูตรการเป็นนายหน้าอสังหาฯ ที่ให้ความรู้ทั้งในด้านกฎหมาย, การเจรจาต่อรอง, เทคนิคการขาย และการทำงานในธุรกิจอสังหาฯ
  3. หาประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับบริษัทอสังหาฯ หากเริ่มต้นใหม่ๆ การทำงานในบริษัทอสังหาฯ ที่มีชื่อเสียงสามารถช่วยให้ได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์และมีโอกาสสร้างเครือข่ายกับลูกค้าและเพื่อนร่วมอาชีพ
  4. สร้างเครือข่ายของตัวเอง การทำงานเป็นนายหน้าอสังหาฯ ต้องมีเครือข่ายที่ดี เช่น การติดต่อกับลูกค้า, เจ้าของอสังหาฯ, และนักพัฒนาอสังหาฯ โดยการใช้ช่องทางต่างๆ เช่น การประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย การเข้าร่วมงานสัมมนา และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนในวงการอสังหาฯ
  5. ฝึกฝนทักษะการเจรจาและการปิดการขาย ทักษะการเจรจาและการปิดการขายเป็นสิ่งที่นายหน้าควรฝึกฝน การเรียนรู้วิธีการเจรจาอย่างมืออาชีพและสามารถปิดการขายได้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงาน


เป็นนายหน้าต้องมีใบอนุญาตไหม?

นายหน้าอสังหาฯ เป็นอาชีพอิสระที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นอาชีพที่มีรายได้ดี สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ผู้ที่สนใจประกอบอาชีพนายหน้าอสังหาฯ จำเป็นต้องมีบัตรตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งออกโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย ตามกฎหมายว่าด้วยการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2543 กำหนดให้นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • มีสัญชาติไทย
  • อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  • สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า
  • ผ่านการอบรมหลักสูตรนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่รับรองโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
  • สอบผ่านข้อสอบนายหน้าอสังหาริมทรัพย์


กฎหมายที่นายหน้าอสังหาฯ ควรรู้มีอะไรบ้าง?

นายหน้าอสังหาฯ ควรศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เกี่ยวกับการซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน
  • กฎหมายการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ หลักเกณฑ์การจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์
  • กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เกี่ยวกับการชำระภาษีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
  • กฎหมายพระราชบัญญัติห้องชุด (คอนโดมิเนียม) กฎระเบียบเกี่ยวกับการซื้อขาย-เช่าคอนโดมิเนียมและการจดทะเบียน
  • กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค การปกป้องผู้บริโภคจากการหลอกลวงหรือข้อมูลผิด
  • กฎหมายการโฆษณาอสังหาริมทรัพย์ ห้ามโฆษณาข้อมูลเท็จเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ นายหน้าอสังหาฯ คืออะไร อยากเป็นจะเริ่มยังไง เตรียมตัวอย่างไร ? กันไปแล้ว ใครอยากมีอาชีพเสริมเป็นนายหน้าอสังหาฯ หรือยึดเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้อย่างงดงาม ก็ไปศึกษาวิธีการสอบใบอนุญาต และเรียนรู้กฎหมายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายงานนี้กันได้เลย และทุกการเรียนรู้ย่อมมีการลงทุน

สมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถใช้จ่ายค่าเรียน หรือค่าซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ในอาชีพผ่านบัตรเครดิตได้ มีสิทธิประโยชน์มากมาย ทั้ง ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC ทุก 25 บาท รับ 1 คะแนน KTC FOREVER สามารถนำไปแลกส่วนลด และสิทธิพิเศษอื่นๆ ได้อีก หรือ

เปลี่ยนรายการใช้จ่ายเป็นรายการผ่อนชำระก็ได้ นาน 3 - 10 เดือน ด้วยอัตราดอกเบี้ย พิเศษ 0.74% ต่อเดือน ทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง ผ่านแอป KTC Mobile และ KTC PHONE 02 123 5000 สมัครบัตรเครดิต KTCสมัครบัตรออนไลน์ได้เลย ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC