หลายคนมีความจำเป็นที่ต้องเช็กภาษีย้อนหลังว่าเคยยื่นภาษีปีไหนไปแล้วบ้าง ยื่นครบถ้วนหรือเปล่า หรือเงินคืนภาษีที่รออยู่หายไปไหน ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องเดินไปต่อคิวที่สรรพากรเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไป เพราะกรมสรรพากรเปิดช่องทางออนไลน์ให้ตรวจสอบข้อมูลภาษีย้อนหลังได้ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้นตอน ตั้งแต่เช็คภาษีย้อนหลังผ่านช่องทางไหนได้บ้าง เช็คแล้วได้ข้อมูลอะไร ไปจนถึงต้องทำอย่างไรถ้าเจอความผิดพลาด
ทำไมต้องเช็คภาษีย้อนหลัง?
- ขอสินเชื่อหรือวีซ่า ธนาคารและสถานทูตหลายแห่งขอใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองการยื่นภาษีย้อนหลัง 2-3 ปี เพื่อประกอบการพิจารณารายได้
- ติดตามเงินคืนภาษี ยื่นขอคืนไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับ อยากรู้สถานะว่าอยู่ขั้นตอนไหน
- ตรวจสอบตัวเอง กลัวว่าปีก่อน ๆ ยื่นแบบไม่ครบ มีรายได้ตกหล่น หรือลืมยื่นทั้งปี อยากเช็คก่อนที่สรรพากรจะเรียกตรวจ
- ทำธุรกิจ ต้องใช้แบบภาษีเก่าไปยื่นต่อหน่วยงานอื่น เช่น ขอใบอนุญาต หรือประกวดราคา
วิธีเช็คภาษีย้อนหลัง มีขั้นตอนยังไงบ้าง?
1. เช็คผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร
ช่องทางหลักที่กรมสรรพากรแนะนำตอนนี้คือระบบ D-MyTax (Digital MyTax) ซึ่งเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ต้นปี 2568 รวมบริการด้านภาษีไว้ในพอร์ทัลเดียว ไม่ต้องสลับไปมาหลายระบบเหมือนก่อนหน้านี้
ขั้นตอนเช็คผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร
- เข้าเว็บไซต์ www.rd.go.th
- เลือกเมนู Digital My Tax รวมบริการทางภาษี (One Portal)
- ล็อกอินด้วย Digital ID ผ่านแอป ThaID, NDID, แอปเป๋าตังหรือใช้ RD ID ที่เคยลงทะเบียนไว้กับกรมสรรพากร
- เข้าสู่หน้า My Tax Account ระบบจะแสดงข้อมูลย้อนหลังของบัญชีคุณ ทั้งรายได้ที่นายจ้างนำส่งผ่านระบบ e-Withholding Tax และค่าลดหย่อนต่าง ๆ เช่น เบี้ยประกัน กองทุน SSF/RMF เงินบริจาคผ่าน e-Donation
ส่วนการดูแบบแสดงรายการที่เคยยื่นไปแล้ว ให้เข้าไปที่ระบบ e-Filing ในพอร์ทัลเดียวกัน จะเห็นประวัติการยื่นแบบทุกปีที่ยื่นผ่านระบบออนไลน์ พร้อมกดพิมพ์ ใบรับแบบ หรือ ใบเสร็จรับเงิน ย้อนหลังได้ทันที ไม่ต้องรอเอกสารกระดาษ
2. ใช้แอปพลิเคชัน RD Smart Tax
สำหรับคนที่สะดวกเช็คผ่านมือถือมากกว่า ดาวน์โหลดแอป RD Smart Tax ได้ทั้ง App Store และ Google Play ฟีเจอร์ที่ใช้เช็คข้อมูลย้อนหลังได้มีดังนี้
- ตรวจสอบสถานะการขอคืนภาษี ว่าอยู่ระหว่างพิจารณา อนุมัติแล้ว หรือโอนเงินแล้ว
- ดูปฏิทินภาษีและประวัติการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90, 91, 94 และ 95
- คำนวณภาษีเบื้องต้นก่อนตัดสินใจยื่นแก้ไข
- รับแจ้งเตือนกำหนดเวลายื่นแบบ กันพลาดในปีถัดไป
แอปนี้เหมาะกับการเช็คด่วน ๆ ระหว่างวัน แต่ถ้าต้องการเอกสารทางการ เช่น ใบรับแบบเพื่อยื่นธนาคาร ยังต้องไปดึงจากเว็บไซต์ e-Filing
3. ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ (กรณีขอคัดแบบเก่า)
ถ้าเป็นแบบภาษีที่ยื่นด้วยกระดาษในสมัยก่อนมีระบบออนไลน์ หรือปีที่เก่ามากจนระบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีข้อมูล ต้องเดินทางไปติดต่อ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ที่ยื่นแบบไว้ในปีนั้น ๆ โดยเตรียมเอกสารดังนี้
- บัตรประชาชนตัวจริง
- หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้คนอื่นไปคัดแบบแทน พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบ
- ระบุปีภาษีและเลขที่แบบที่ต้องการ (ถ้าจำได้) จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ค้นเร็วขึ้น
เช็คอะไรได้บ้างจากภาษีย้อนหลัง?
- สถานะเงินคืนภาษี สามารถเห็นว่ายื่นขอคืนไปวันไหน อยู่ขั้นตอนตรวจสอบ อนุมัติ หรือโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว บางปีมีการสุ่มตรวจเพิ่มเติมทำให้ใช้เวลานานกว่าปกติ เช็คสถานะนี้ช่วยให้รู้ว่าควรรอต่อหรือควรติดต่อสอบถาม
- ข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อน จะได้เห็นยอดเงินได้ที่นายจ้างหรือผู้จ่ายเงินนำส่งผ่านระบบ e-Withholding Tax ในแต่ละปี รวมถึงค่าลดหย่อนที่เคยใช้ เช่น เบี้ยประกันชีวิต กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินบริจาค ใช้เทียบกับแบบที่เคยยื่นได้ว่าตรงกันหรือไม่
ข้อควรระวังเมื่อตรวจสอบภาษีย้อนหลัง
- ระบบดึงข้อมูลอาจมาไม่ครบ 100% โดยเฉพาะรายได้เสริมนอกระบบ เช่น ค่าคอมมิชชั่น รายได้ฟรีแลนซ์ที่ไม่ได้หัก ณ ที่จ่าย หรือรายได้จากขายของออนไลน์ ต้องตรวจทานเองอีกรอบ อย่าเชื่อตัวเลขในระบบทั้งหมด
- บัญชีล็อกอินต้องเป็นชื่อตัวเอง ห้ามให้คนอื่นสวมสิทธิ์เข้าดูข้อมูลส่วนตัวแทน เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีมาตรการคุ้มครองตามกฎหมาย
- แบบเก่าเกิน 2 ปี อาจไม่มีในระบบออนไลน์แล้ว ต้องไปคัดที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่โดยตรง
- ระวังเว็บไซต์ปลอม ยืนยันว่ากำลังใช้ www.rd.go.th เท่านั้น ไม่กดลิงก์จาก SMS หรืออีเมลที่อ้างว่าเป็นกรมสรรพากรแล้วขอให้กรอกรหัสผ่านหรือ OTP
ตรวจภาษีย้อนหลังแล้วพบข้อผิดพลาด ต้องทำอย่างไร?
ถ้าเช็คแล้วพบว่ายื่นแบบผิด คำนวณเงินได้คลาดเคลื่อน หรือลืมใส่รายได้บางส่วน ทางแก้ที่ตรงจุดที่สุดคือ ยื่นแบบเพิ่มเติม (ภ.ง.ด. เพิ่มเติม) สำหรับปีภาษีนั้น ทำได้ผ่านระบบ e-Filing เช่นเดียวกับการยื่นปกติ โดยเลือกปีภาษีที่ต้องการแก้ไข ระบบจะคำนวณส่วนต่างภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม พร้อมเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
การรีบแก้ไขเองก่อนถูกเรียกตรวจ มักได้ค่าปรับที่เบากว่าเมื่อเทียบกับกรณีถูกสรรพากรตรวจพบก่อน เพราะเบี้ยปรับกรณีสมัครใจแก้ไขเองมักคำนวณในอัตราที่ต่ำกว่ากรณีถูกออกหมายเรียก
กรณียื่นภาษีขาด มีรายได้ตกหล่น หรือข้อมูลหาย
ถ้าพบว่าลืมยื่นทั้งปี หรือยื่นแล้วแต่รายได้บางส่วนหายไปจากระบบ เช่น รายได้จากงานฟรีแลนซ์ที่ไม่มีการหัก ณ ที่จ่าย ให้รวบรวมหลักฐานประกอบเอง เช่น สลิปเงินโอน ใบแจ้งหนี้ หรือสัญญาจ้าง แล้วนำไปยื่นแบบเพิ่มเติมหรือยื่นย้อนหลังที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ กรณีไม่เคยยื่นแบบเลยในปีนั้น จะต้องยื่นแบบฉบับเต็มพร้อมชี้แจงเหตุผล ไม่ใช่แค่แบบเพิ่มเติม
หากไม่แน่ใจว่าต้องคำนวณเงินเพิ่มและเบี้ยปรับเท่าไร ปรึกษาเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่โดยตรงจะช่วยให้ได้ตัวเลขที่แม่นยำ ก่อนตัดสินใจยื่นจริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเช็กภาษีย้อนหลัง (FAQ)
Q: สรรพากรตรวจภาษีย้อนหลังได้กี่ปี? (อายุความภาษี)
กรณีทั่วไปที่ยื่นแบบถูกต้องตามกำหนด สรรพากรมีอำนาจออกหมายเรียกตรวจสอบได้ภายใน 2 ปีนับจากวันที่ยื่นแบบ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19 หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าจงใจหลีกเลี่ยงภาษี ขยายเป็น 5 ปีได้ ส่วนกรณีไม่เคยยื่นแบบเลยและถูกตรวจพบภายหลัง จะยึดอายุความทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/31 ซึ่งกำหนดไว้ที่ 10 ปี
Q: e-Filing ขอคัดแบบย้อนหลังได้กี่ปี? ถ้าขอแบบเก่ากว่า 2 ปีทำไง?
ระบบ e-Filing ส่วนใหญ่เก็บประวัติการยื่นแบบออนไลน์ไว้ให้ดาวน์โหลดเองย้อนหลังได้หลายปี แต่ถ้าเป็นแบบกระดาษที่ยื่นก่อนมีระบบออนไลน์ หรือข้อมูลเก่ามากจนไม่ปรากฏในระบบ ต้องติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่เคยยื่นแบบไว้ เพื่อขอคัดสำเนาโดยตรง พร้อมบัตรประชาชนและระบุปีภาษีที่ต้องการ
Q: คืนภาษีอนุมัติแล้วแต่เงินไม่เข้าบัญชี ต้องเช็กอะไร?
อันดับแรกตรวจสอบว่าบัญชีธนาคารที่ผูกกับพร้อมเพย์ตรงกับเลขบัตรประชาชนที่ใช้ยื่นภาษีหรือไม่ เพราะกรมสรรพากรโอนเงินคืนผ่านพร้อมเพย์เป็นหลัก ถ้าบัญชีถูกต้องแต่ผ่านไปนานแล้วยังไม่ได้รับ ให้ตรวจสถานะผ่าน My Tax Account หรือแอป RD Smart Tax อีกครั้ง หากสถานะขึ้นว่าโอนแล้วแต่ยังไม่เข้าบัญชีจริง ให้ติดต่อสายด่วนกรมสรรพากร 1161 หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่โดยตรง
Q: ลืมรหัสผ่าน e-Filing กู้คืนอย่างไร?
เข้าหน้าเว็บไซต์กรมสรรพากร กดปุ่ม "ลืมรหัสผ่าน" กรอกเลขบัตรประชาชนและข้อมูลยืนยันตัวตนตามที่ระบบกำหนด เช่น เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่เคยลงทะเบียนไว้ ระบบจะส่งรหัส OTP หรือลิงก์ตั้งรหัสผ่านใหม่ให้ทันที หากเปลี่ยนเบอร์โทรหรืออีเมลไปแล้วจนกู้คืนเองไม่ได้ ต้องพกบัตรประชาชนไปติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่เพื่อยืนยันตัวตนและรีเซ็ตบัญชีใหม่
เช็กข้อมูลภาษีย้อนหลังเสร็จแล้ว อีกเรื่องที่ควรรู้คือกรมสรรพากรเปิดให้ชำระภาษีผ่านบัตรเครดิตได้ ทั้งยอดภาษีปัจจุบันและยอดที่ต้องจ่ายเพิ่มจากการยื่นแบบเพิ่มเติม โดยเลือกชำระผ่านบัตรได้ทั้ง e-Filing และ D-MyTax ซึ่งช่วยบริหารสภาพคล่อง ไม่ต้องดึงเงินสดก้อนใหญ่ออกมาจ่ายทันที และวางแผนค่าใช้จ่ายผ่านรอบบิลได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ หากเลือกใช้บัตรที่มีสิทธิประโยชน์มากมายอย่างบัตรเครดิต KTC ก็จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการรูดซื้อของเข้าบ้าน, หรือช้อปปิ้งให้รางวัลตัวเอง เพราะทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 25 บาท จะได้รับคะแนน KTC FOREVER 1 คะแนน อีกทั้งยังผ่อนชำระสินค้าและบริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ตามโปรโมชั่น เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ ที่สำคัญคือไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ใครยังไม่มีสามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ด้วยตัวเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง
บริหารเงินอย่างชาญฉลาดกับบัตรเครดิต KTC



