การใช้เงินเกินตัว เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน ด้วยพฤติกรรมการใช้เงินฟุ่มเฟือย ผ่านการช็อปปิงออนไลน์แบบไม่ยั้ง หรือการกดซื้อสินค้าด้วยระบบผ่อนชำระง่าย ๆ ทำให้หลายคนตกอยู่ในวังวนของปัญหาเงินไม่พอใช้ก่อนสิ้นเดือน สังเกตได้จากภาพคุ้นตาของคนรุ่นใหม่ที่เงินเดือนออกมาแค่ไม่กี่วันก็หมดเกลี้ยง เพราะความฟุ่มเฟือย ในการใช้ชีวิตที่เกินความจำเป็น สถานการณ์มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย นี้ไม่เพียงทำให้เงินออมเป็นศูนย์ แต่ยังจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนต้องพึ่งพาบัตรเครดิตและสินเชื่อ จนเกิดเป็นภูเขาหนี้ที่ยากจะปลดเปลื้อง

สาเหตุของการใช้เงินเกินตัวเกิดจากอะไร?


สาเหตุของการใช้เงินฟุ่มเปือย หรือใช้เงินเกินตัวมีหลากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่เรื่องนิสัยส่วนตัวเท่านั้น แต่บางครั้งอาจเกี่ยวกับปัจจัยทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน โดยพฤติกรรมใช้เงินฟุ่มเฟือยจนเงินหมดก่อนสิ้นเดือน อาจเป็นอาการของ “Oniomania) หรือโรคจิตเภทที่เกี่ยวกับพฤติกรรมเสพติดการซื้อของ ผู้มีอาการนี้จะรู้สึกมีความสุขอย่างล้นเหลือเวลาช็อปปิง และขาดความยับยั้งชั่งใจ

หรือเป็นกรณีของ “Shopaholic” ที่เป็นอาการเสมือนเสพติดการช็อปปิง แม้รู้ว่าตัวเองมีปัญหาด้านการเงิน แต่ก็ไม่สามารถเลิกซื้อของฟุ่มเฟือยได้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสังคมโซเซียลมีเดียเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดค่านิยมผิด ๆ เช่น การอวดรวยหรือมีไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา ทำให้เกิดการพยายามสร้างตัวตนตามกระแส จนส่งผลให้เงินไม่พอใช้และมีหนี้สินตามมาอีกมากมาย หรือคนบางส่วนก็พยายามใช้การช็อปปิง เพื่อบำบัดความเครียดและหาความสุขให้ตัวเองโดยไม่ได้คำนึงถึงเงินในกระเป๋าที่แทบไม่เหลือแล้ว

สัญญาณบ่งบอกถึงพฤติกรรมใช้เงินเกินตัว

พฤติกรรมการใช้เงินเกินตัว มักมีสัญญาณเตือนที่สังเกตได้เห็นได้ชัด ก่อนจะลุกลามกลายเป็น Financial Problem ที่แก้ไขได้ยาก โดยสัญญาณที่บ่งบอกถึงพฤติกรรมใช้เงินเกินตัว มีดังนี้

  • ใช้เงินเปลืองไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็นหรือเกินความต้องการจริง เช่น เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ซื้อแล้วไม่ได้ใช้ หรือซื้อกาแฟราคาแพงทุกเช้า
  • ใช้เงินฉุกเฉินจนหมดหรือไม่มีการสะสมเงินออมเผื่อยามจำเป็น ถึงแม้จะมีรายได้ประจำ
  • รู้สึกหวั่นไหวและไม่สามารถควบคุมตัวเองเมื่อเห็นโปรโมชั่นหรือสินค้าลดราคา และจะตัดสินใจซื้อทันทีโดยไม่คำนึงถึงความจำเป็น
  • ใช้บัตรเครดิตเต็มวงเงินหรือมีการเบิกเงินสดล่วงหน้าจากบัตรเครดิตบ่อยครั้ง
  • มีการขอเงินกู้จากสถาบันการเงินหรือคนรอบข้างเพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อชำระหนี้ก้อนเก่า
  • โกหกหรือปิดบังคนในครอบครัวเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย หรือจำนวนหนี้สินที่มีอยู่
  • รู้สึกผิด เสียใจ และวิตกกังวลหลังจากช็อปปิง แต่ไม่สามารถหยุดพฤติกรรมดังกล่าวได้
  • ชอบเข้าแอปพลิเคชันช็อปปิงออนไลน์หรือเว็บไซต์ขายสินค้าเป็นประจำทุกวัน และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเลือกซื้อสินค้า
  • ใช้เงินเกินตัวจนต้องนำสิ่งของมีค่าไปจำนำหรือขาย เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
  • มีความกังวลเกี่ยวกับการเงินอยู่ตลอดเวลา แต่ยังคงมีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสม

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี

วิธีแก้ปัญหาใช้เงินเกินตัวควรทำอย่างไร?

วิธีแก้ปัญหาการใช้เงินฟุ่มเฟือยทำตามได้ ไม่ยากเกินความพยายามแค่ตั้งใจ และมีสิ่งสำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ เพื่อให้หลุดพ้นจากวงจรหนี้สินที่รุมเร้า และกลับมามีอิสรภาพทางการเงินอีกครั้ง ยกตัวอย่างวิธีแก้ปัญหาใช้เงินเกินตัว ดังนี้

เลือกซื้อของต้องมีเหตุผลรองรับ

ซื้อของทุกครั้งควรมาจากความจำเป็น ไม่ใช่ความอยากได้เพียงชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจซื้อให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าฉันจำเป็นต้องมีสิ่งนี้จริงไหมหรือถ้าไม่ซื้อตอนนี้จะเกิดผลเสียรึเปล่า การไตร่ตรองอย่างรอบคอบจะช่วยให้คุณไม่หลงไปกับกับดักการตลาด และประหยัดเงินได้มากขึ้น

ลองทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือน

เริ่มต้นจดบันทึกทุกบาททุกสตางค์ที่ไหลเข้าและออกจากกระเป๋า จะช่วยให้เห็นภาพรวมการใช้จ่ายและรู้ว่าเงินหายไปกับอะไรบ้าง คุณอาจแบ่งหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ว่าจำเป็นและไม่จำเป็น เพื่อตัดทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป แทนที่จะพยายามใช้เงินแก้ปัญหาด้วยการหารายได้เพิ่มเพียงอย่างเดียว

หยุดการใช้บัตรเครดิตแบบฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น

บัตรเครดิตเป็นต้นเหตุสำคัญของการใช้เงินเกินตัว เพราะทำให้รู้สึกเหมือนมีเงินใช้ไม่จำกัด ควรลดจำนวนบัตรเครดิตให้เหลือเพียง 1-2 ใบ และตั้งวงเงินให้เหมาะสมกับรายได้ หลีกเลี่ยงการใช้บัตรเครดิต เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะดอกเบี้ยสูงและอาจนำไปสู่วงจรหนี้ที่ไม่สิ้นสุด

เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเอง

ปรับไลฟ์สไตล์ให้เรียบง่าย เช่น ทำอาหารกินเองแทนการสั่งเดลิเวอรี่ วางแผนการช็อปปิงล่วงหน้าและทำรายการสิ่งที่ต้องซื้อเพื่อไม่ให้ซื้อเกินความจำเป็น อย่าหลงกับคำว่าลดราคาหรือโปรโมชั่น เพราะบ่อยครั้งที่เราซื้อของเพียงเพราะมันถูก ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องใช้

ไม่เลือกซื้อของราคาถูกหรือตามโปรโมชันเสมอไป

สินค้าราคาถูกไม่ได้หมายความว่าคุ้มค่าเสมอไป บางครั้งการลงทุนซื้อของคุณภาพดีในราคาที่สูงกว่าอาจประหยัดเงินในระยะยาว เพราะใช้งานได้นานกว่าและไม่ต้องซื้อใหม่บ่อย ๆ อย่าตัดสินใจซื้อเพียงเพราะเห็นป้ายลดราคาหรือซื้อ 1 แถม 1 เท่านั้น

ไตร่ตรองถึงความจำเป็นของสินค้าก่อนซื้อ

ใช้หลักการรอ 24 ชั่วโมง กับการซื้อสินค้าที่มีราคาสูง ให้เวลาตัวเองได้คิดไตร่ตรองอย่างน้อย 1 วันก่อนตัดสินใจซื้อ เนื่องจากบ่อยครั้งที่ความต้องการซื้อจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป และคุณอาจตัดสินใจไม่ซื้อในที่สุด

งดการเข้าไปไถแอปช็อปปิ้งเวลาว่าง

หลีกเลี่ยงการเปิดแอปพลิเคชันช็อปปิงเพื่อฆ่าเวลา เพราะอาจนำไปสู่การซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็นโดยไม่รู้ตัว ลบแอปช็อปปิงออกจากหน้าจอหลักของสมาร์ทโฟน และเลิกบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตไว้ในแอปเพื่อเพิ่มขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ 

ลองหากิจกรรมอื่นทำ นอกจากการไปช็อปที่ห้าง

แทนที่จะใช้เวลาว่างไปกับการเดินห้างหรือเปิดแอปช็อปปิง ลองหากิจกรรมอื่นที่ไม่ต้องเสียเงินมาก เช่น อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ทำงานอดิเรก หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ที่อาจนำไปต่อยอดสร้างรายได้เสริมในอนาคต

ใช้เงินเกินตัว แก้พฤติกรรมนี้ด่วน เพื่อป้องกันปัญหาขาดสภาพคล่อง

ถึงแม้ว่าการใช้เงินเกินตัว ส่วนหนึ่งมาจากภาวะทางจิตและพฤติกรรมการใช้เงินฟุ่มเฟือย แต่ข้อเสียของการใช้เงินฟุ่มเฟือยนั้นคือมีภาระหนี้สินที่พอกพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนเลือกที่จะกู้เงินปิดหนี้ซึ่งอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหากไม่ปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่าย ดังนั้น การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาสมดุลทางการเงินในระยะยาว 

บัตรกดเงินสด KTC PROUD พกไว้ไม่สะดุด ทุกการใช้จ่ายที่จำเป็น

  • สมัครง่าย เงินเดือน 12,000 บาท ก็สมัครได้
  • อนุมัติไว เลือกรับเงินโอนเข้าบัญชีได้ทันที เมื่ออนุมัติ
  • เบิกเงินได้ 24 ชั่วโมง ผ่านแอป KTC Mobile และ ATM ทั่วประเทศ
  • ผ่อนสินค้า 0% นานสูงสุด 24 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ
  • รูดซื้อสินค้า และช้อปออนไลน์ พร้อมรับสิทธิพิเศษทั้งปี

ทุกการใช้จ่ายที่จำเป็น ให้บัตรกดเงินสด KTC PROUD เป็นตัวช่วย




*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี