ข้าราชการหลายคนอยู่ในสถานการณ์ที่เงินเดือนออกมาแล้วถูกหักไปกับหนี้สหกรณ์จนแทบไม่เหลือเก็บ หรือข้าราชการบางคนอาจมีเงินเดือนเหลือไม่ถึง 30% ของรายได้ทั้งหมดเสียด้วยซ้ำในแต่ละเดือน จนนำไปสู่ปัญหาขาดสภาพคล่องในการรับมือกับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินต่าง ๆ และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อปัญหาขาดสภาพคล่องบานปลายไปมากเท่าใดก็จะยิ่งเสียโอกาสในการบริหารจัดการเงินให้ดีขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ไปมากเท่านั้น

 

ติดหนี้สหกรณ์นานเกิน “อันตราย” กว่าที่คิด

หลาย ๆ คนอาจมีความเชื่อความเข้าใจที่ว่า “หนี้สหกรณ์” เป็นหนี้ที่ปลอดภัย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและมีการหักยอดชำระอัตโนมัติจากเงินเดือน แต่ขณะเดียวกันนั้น ความปลอดภัยและสะดวกสบายในการชำระคืนนี้เอง ที่เปรียบเสมือนกับดักที่ทำให้หลาย ๆ คนอาจไม่รู้ตัวว่า ตนเองติดหล่มอยู่ในวงจรทางการเงินนี้มานานเกินไปเสียแล้ว

เหตุเพราะ “ระบบหักเงินเดือนโดยตรง” จากต้นสังกัด (Payroll Deduct) ทำให้รายรับที่เหลือในมือแต่ละเดือนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น อย่างในกรณีที่ข้าราชการจำนวนมากมีเงินเดือนเหลือจริง ๆ ไม่ถึง 30% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งจากสถานการณ์เช่นนี้ทำให้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจึงไม่มีเงินสดสำรองเพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาได้ และยิ่งเมื่อต้องการเงินก้อนเพื่อเริ่มต้นโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน ซื้อประกัน หรือแม้แต่จ่ายค่าเล่าเรียนบุตร ก็ขยับขยายได้ยาก เพราะเงินถูกผูกไว้กับสัญญาสหกรณ์และภาระหนี้ที่ยังพัวพันอยู่

 

3 ขั้นตอนเปลี่ยนหนี้สหกรณ์เป็นคะแนนสะสม เริ่มต้นที่การใช้บัตรเครดิต

เริ่มต้นที่การทำความเข้าใจใน “Credit Rotation” ซึ่งเป็นกลยุทธ์การบริหารจัดการหนี้และกระแสเงินสดโดยการหมุนเวียนการใช้เครดิตจากหลายแหล่งอย่างมีระบบ เพื่อให้เงินในมือเพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับภาระดอกเบี้ยโดยรวมลดลง แนวคิดหลักของกลยุทธ์นี้คือการไม่ปล่อยให้หนี้ทั้งหมดถูกจำกัดอยู่ในแหล่งเดียวที่ไม่สามารถบริหารจัดการไม่ได้ และแนวทางก็คือการเลือกย้ายภาระหนี้สินบางส่วนจากแหล่งที่บริหารจัดการได้ยาก ไปในรูปแบบที่สามารถบริหารจัดการได้ง่ายกว่า เพื่อให้เงินสดไหลกลับเข้ามือได้เร็วมากขึ้น

เช่นเดียวกับในสถานการณ์ของข้าราชการที่มีหนี้สหกรณ์ แทนที่จะปล่อยให้เงินเดือนถูกหักไปอัตโนมัติทุกเดือนโดยไม่ได้อะไรกลับคืนมา การเปลี่ยนมาใช้  “บัตรเครดิต” ในการชำระค่าใช้จ่ายประจำในแต่ละเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าเดินทาง หรือค่าอาหาร ทดแทนการใช้เงินสดนั้น จะช่วยให้กระแสเงินสดมีความคล่องตัวมากขึ้น สามารถนำไปจัดแบ่งเพื่อเก็บออมหรือเก็บเข้ากองทุนสำรองฉุกเฉินของตนเอง และสามารถนำไปปิดหนี้สหกรณ์ในแต่ละเดือนเพื่อให้ยอดหนี้หมดเร็วขึ้นได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น การใช้ผ่านจ่ายบัตรเครดิตจะช่วยให้ได้รับคะแนนสะสม หรือรับเครดิตเงินคืน อันจะทำให้ทุกการใช้จ่ายได้รับความคุ้มค่ากลับคืนมามากที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว ยอดหนี้สหกรณ์ก็จะหมดเร็วยิ่งขึ้น ดอกเบี้ยรวมที่ต้องจ่ายตลอดสัญญาก็จะลดลง และในขณะเดียวกันก็ยังได้รับสิทธิประโยชน์จากการใช้บัตรเครดิตร่วมด้วย กลยุทธ์ Credit Rotation จึงเปรียบเสมือนการเพิ่มโอกาสให้เงินเพียงก้อนเดียวสามารถสร้างประโยชน์ได้หลากหลายทางพร้อมกัน

 


“Credit Rotation” กลยุทธ์เปลี่ยนหนี้เป็นโอกาส

กลยุทธ์ Credit Rotation ไม่ใช่การก่อหนี้เพิ่ม แต่คือการเปลี่ยนรูปแบบของหนี้สินที่มีอยู่ให้สามารถบริหารจัดการได้ดีขึ้น โดยขั้นตอนมีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 : เช็กยอดหนี้และอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน

เริ่มจากการทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า หนี้สหกรณ์ที่มีอยู่นั้นคิดอัตราดอกเบี้ยต่อปีเท่าไหร่ และยังเหลืออีกกี่งวดจนกว่าจะครบยอดหนี้ จากนั้นก็นำมาเปรียบเทียบกับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่การใช้จ่าย ซึ่งการทำความเข้าใจในอัตราดอกเบี้ยระยะยาวและโปรโมชั่นความคุ้มค่าที่จะได้รับจะช่วยให้เห็นความแตกต่างของการใช้จ่ายโดยมีและไม่มีสิทธิประโยชน์ใด ๆ

ขั้นตอนที่ 2 : เลือกบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้จ่าย

สำหรับข้าราชการที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาท ต่อเดือนขึ้นไป ควรเลือกสมัครใช้งานบัตรเครดิตที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และมีโปรโมชั่นมากมายในหมวดหมู่ที่ใช้จ่ายเป็นประจำ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “บัตรเครดิต KTC” ที่มีโปรโมชั่นร่วมกับร้านอาหาร โรงแรม ปั๊มน้ำมัน ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า รวมถึงโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำ เพราะหากเราเลือกชำระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันผ่านบัตรเครดิต KTC ทุก 25 บาท ที่จ่ายไปนั้นจะเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสม KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและคะแนนไม่มีวันหมดอายุ ซึ่งสามารถนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ได้อีกมากมาย 

ขั้นตอนที่ 3 : ใช้บัตรเครดิตแทนเงินสด และนำเงินสดไปปิดหนี้

เมื่อใช้บัตรเครดิตชำระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแทนการใช้จ่ายด้วยเงินสดแล้ว คุณก็สามารถนำเงินสดที่เหลือเก็บไว้ในมือมากขึ้น แยกออกเป็นสัดส่วนสำหรับเก็บเป็นกองทุนฉุกเฉิน และจัดสรรนำไปจ่ายยอดหนี้สหกรณ์เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน ซึ่งทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปนั้นจะช่วยลดดอกเบี้ยในงวดถัดไปตามรูปแบบการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก

 

เปรียบเทียบความต่างของการจ่ายหนี้สหกรณ์แบบเดิม vs การใช้บัตรเครดิต

การจ่ายหนี้สหกรณ์แบบเดิม

บริหารด้วยบัตรเครดิตร่วมด้วย

การควบคุมกระแสเงินสด

เงินเดือนถูกหักอัตโนมัติ บริหารจัดการไม่ได้

กระแสเงินสดมีความยืดหยุ่น สามารถกำหนดยอดชำระได้เอง

สิทธิประโยชน์จากการใช้จ่าย

ไม่มี

ได้รับคะแนนสะสมหรือรับเครดิตเงินคืนตามโปรโมชั่น

ความเร็วในการปิดหนี้

ตามสัญญาที่กำหนดไว้

สามารถเร็วขึ้นได้ หากจ่ายเกินยอดหนี้รายเดือน

สภาพคล่องทางการเงิน

มีโอกาสขาดสภาพคล่องสูงกว่า เพราะรายได้ถูกหัก

มีโอกาสเพิ่มสภาพคล่องได้มากกว่า ทั้งยังมีวงเงินสำรองฉุกเฉิน

ความยืดหยุ่นในการชำระคืน

การชำระคืนเป็นไปตามสัญญากำหนด

มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเพิ่มลดจำนวนที่ต้องการชำระได้ตามสถานการณ์

 

 

FAQ : ตอบข้อสงสัยการปิดหนี้สหกรณ์

Q : รายได้ 15,000 บาท สมัครบัตรเครดิตใบไหนดีที่สุด?

A : แนะนำให้เลือกบัตรเครดิตที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพเป็นอันดับแรก เพื่อที่จะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องใด ๆ จากนั้นก็อาจพิจารณาตามไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นสำคัญ อาทิ ใช้จ่ายที่ร้านค้า ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้าเป็นประจำ แนะนำให้เลือกบัตรเครดิต VISA และบัตรเครดิต MASTERCARD เพื่อให้ทุกการใช้จ่ายได้สิทธิประโยชน์กลับคืนมาสูงสุด

 

Q : ทำงาน 4 เดือน ทำบัตรเครดิตได้ไหม?

A : สำหรับบัตรเครดิต KTC ได้มีการกำหนดอายุงานขั้นต่ำไว้ที่ 4 เดือน ดังนั้นหากมีอายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป ประกอบกับมีคุณสมบัติตรงตามกำหนดและมีเอกสารการเงินครบถ้วน ก็สามารถสมัครบัตรเครดิตได้

 

Q : ปิดหนี้สหกรณ์ก่อนกำหนดเสียค่าปรับหรือไม่?

A : โดยส่วนใหญ่สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการไม่มีค่าปรับการปิดหนี้ก่อนกำหนด แต่อาจมีค่าธรรมเนียมการจัดการเล็กน้อยในบางแห่ง แนะนำให้ตรวจสอบระเบียบของสหกรณ์ที่ตนเองเป็นสมาชิกโดยตรงก่อนตัดสินใจ เพราะเงื่อนไขอาจต่างกันในแต่ละหน่วยงาน

 

ความมุ่งมั่นที่จะปิดหนี้สหกรณ์ภายใน 12 เดือนนั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ต้องอาศัยการวางแผนที่ดีและใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม และสิ่งสำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนมุมมองจากการมองหนี้เป็นภาระที่รอวันหมด มาเป็นการมองให้เป็นตัวแปรทางการเงินที่สามารถจัดการและบริหารจัดการให้จบเร็วขึ้นได้ และบัตรเครดิต คือเครื่องมือที่จะช่วยบริหารกระแสเงินสดและมอบสิทธิประโยชน์กลับคืนมาในทุกการใช้จ่าย สำหรับข้าราชการและพนักงานบริษัทที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน ขึ้นไป เริ่มต้น สมัครบัตรเครดิต KTC ได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อเริ่มต้นวางแผนการเงินใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม ยื่นเอกสารออนไลน์ได้ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า พร้อมรับความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายกับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC