ปัจจุบันความคิดเรื่องวางแผนเกษียณไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่คนรุ่นใหม่จำนวนมากต่างหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตหลังเกษียณอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อถึงวันนั้น พวกเขาจะมีอิสระทางการเงิน สามารถใช้ชีวิตได้อย่างที่ต้องการ และไม่ต้อง “กลัวจน” อีกต่อไป ในบทความนี้ KTC จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเส้นทางสู่การเกษียณอย่างมั่นคงในแบบฉบับของคนรุ่นใหม่
ทำไมต้องรีบวางแผน “เกษียณ” ตั้งแต่เนิ่น ๆ
การเริ่มต้นวางแผนเกษียณตั้งแต่อายุน้อย ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของความรอบคอบหรือการเตรียมตัวที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์ทางการเงินที่ชาญฉลาดที่สุดของผู้ที่มองหารากฐานทางการเงินที่มั่นคงในชีวิต
1. อัตราเงินเฟ้อ : เงินเฟ้อทำให้ค่าของเงินลดลง
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ค่าของเงินได้ลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งนั่นหมายความว่าเงิน 100 บาทในวันนี้ มีแนวโน้มที่จะซื้อของได้น้อยลงในอนาคต การเตรียมตัวเริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของการทำงาน หรือตั้งแต่อายุยังน้อย จะช่วยให้เงินลงทุนของคุณเติบโตแซงหน้าภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้คุณยังคงมีกำลังซื้อเมื่อถึงวัยเกษียณ
2. ดอกเบี้ยทบต้น : ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งได้เปรียบ
ประโยชน์ของดอกเบี้ยทบต้นคือหัวใจสำคัญของการสร้างความมั่งคั่งทางการเงินในการวางแผนเกษียณ ยิ่งคุณเริ่มลงทุนเร็วเท่าไหร่ เงินต้นของคุณก็จะยิ่งมีเวลาสะสมดอกเบี้ยและรับผลตอบแทนได้นานขึ้นเท่านั้น และผลลัพธ์ก็คือเงินต้นที่เติบโตแบบก้าวกระโดดเมื่อเวลาผ่านไป
3. คุณภาพชีวิตหลังเกษียณ : กำหนดอนาคตได้ด้วยการวางแผนเกษียณของวันนี้
ชีวิตหลังเกษียณของคุณจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณในวันนี้ หากคุณวางแผนเกษียณและเลือกลงทุนอย่างเหมาะสม ในยามเกษียณคุณก็จะมีอิสระและสามารถใช้ชีวิตได้ตามฝัน ไม่ว่าฝันนั้นจะเป็นการท่องเที่ยวรอบโลก การทำกิจกรรมที่ชอบ หรือการใช้เวลากับคนที่คุณรักก็ตาม
การตั้งเป้าหมาย “เกษียณแบบไหน” ที่คุณอยากได้
ก่อนจะเริ่มวางแผนเกษียณ อันดับแรกจะต้องทำความเข้าใจตนเองก่อนว่าปลายทางที่ต้องการคืออะไร เพราะการมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนเกษียณได้อย่างเหมาะสม และตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเองมากที่สุด
กำหนดอายุเกษียณ : อยากเกษียณตอนอายุเท่าไหร่
การกำหนดอายุเกษียณเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากของการวางแผนเกษียณ เพราะการเกษียณเร็ว หรือเกษียณตามเกณฑ์ปกตินั้น มีความแตกต่างกันในเรื่องของระยะเวลาเก็บออมเงิน กับระยะเวลาการใช้ชีวิตหลังเกษียณที่ยาวนานไม่เท่ากัน
- เกษียณปกติ
หากคุณต้องการเกษียณตามเกณฑ์ทั่วไป หรือที่อายุ 60 ปี นั่นหมายความว่าคุณจะมีเวลาเก็บออมและมีเวลาลงทุนมากขึ้น
- เกษียณเร็ว (Early Retirement)
หากคุณฝันอยากเกษียณเร็วกว่าคนทั่วไป หรือก่อนอายุ 60 ปี คุณอาจจะต้องเพิ่มเงินออมและลงทุนให้มากขึ้น เพื่อให้มีเงินพอใช้จ่ายในช่วงเวลาหลังเกษียณที่ยาวนาน
ประมาณการค่าใช้จ่าย
ลองจินตนาการถึงชีวิตหลังเกษียณของตนเอง ตั้งใจไว้ว่าจะใช้จ่ายเท่าไหร่ต่อเดือน โดยให้ประเมินเป็นภาพรวมตัวเลข รวมตั้งแต่ค่าครองชีพในด้านต่าง ๆ เช่น อาหาร ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล กิจกรรมยามว่าง และการท่องเที่ยว การมองภาพอนาคตให้เสมือนจริงที่สุดจะช่วยให้คุณเห็นจำนวนเงินก้อนที่ต้องมีไว้เพื่อรองรับชีวิตหลังเกษียณได้ชัดเจนขึ้น
คำนวณเงินที่ต้องมี
เมื่อสามารถคาดการณ์ค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณและเกณฑ์อายุเกษียณที่ต้องการได้แล้ว คุณสามารถใช้เครื่องมือคำนวณเงินเกษียณที่ให้บริการฟรีบนเว็บไซต์ออนไลน์ อาทิ SET และ KTAM หรือเลือกปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน เพื่อคำนวณจำนวนเงินที่คุณจะต้องมีทั้งหมดเพื่อใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสุขสบาย
เครื่องมือทางการเงินเพื่อการเกษียณ
การวางแผนเกษียณที่ดีมักจะต้องมาพร้อมกับการใช้เครื่องมือบริหารจัดการเงินที่เหมาะสม KTC ได้รวบรวมหลากหลายช่องทางการลงทุนเพื่อวางแผนเกษียณ สำหรับคนรุ่นใหม่มาให้ ดังนี้
1. การออมพื้นฐาน : รากฐานของความมั่นคง
การออมพื้นฐานคือรากฐานการวางแผนเกษียณที่มั่นคงที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ๆ ก่อนจะก้าวสู่โลกการลงทุนที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
- เงินฝากออมทรัพย์ และเงินฝากประจำ
การลงทุนทางการเงินที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยกันดีที่ที่สุด ข้อดีของการฝากออมทรัพย์หรือฝากประจำก็คือ ความปลอดภัยที่สูง ความเสี่ยงต่ำมาก และมีสภาพคล่อง โดยเฉพาะบัญชีออมทรัพย์ที่ให้คุณสามารถถอนเงินได้ทุกเมื่อตามต้องการ แต่ข้อเสียก็คือ เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนต่ำมาก และดอกเบี้ยที่ได้รับอาจไม่เพียงพอต่อภาวะเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นประเภทเงินฝากเหล่านี้จึงเหมาะแก่การใช้เป็นเงินสำรองฉุกเฉินมากกว่า
- สลากออมสิน และสลาก ธ.ก.ส.
สำหรับคนที่ต้องการให้เงินต้นปลอดภัยและไร้ความเสี่ยง แต่ขณะเดียวกันก็ยังอยากลุ้นโชคเพื่อหวังได้รับเงินก้อนโต การซื้อสลากออมสิน หรือสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะข้อดีของการลงทุนประเภทนี้ก็คือ เงินต้นของคุณจะไม่หายไปไหน ซ้ำยังมีโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ทุกเดือน ซึ่งหากคุณโชคดีถูกรางวัล ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากปกติอย่างมาก เครื่องมือนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยของเงินต้น ชอบลุ้นโชค และต้องการออมเงินระยะยาวโดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงมากนัก
2. กองทุนเพื่อการเกษียณ : สร้างวินัย พร้อมลดหย่อนภาษี
เครื่องมือทางการเงินประเภทกองทุนเพื่อการเกษียณ มีจุดประสงค์ในการช่วยส่งเสริมการออมระยะยาวเพื่อเป้าหมายเกษียณโดยเฉพาะ ขณะเดียวกันก็มาพร้อมสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับภาษีด้วย
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
สำหรับพนักงานบริษัทเอกชน และข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปรียบเสมือนสวัสดิการจากนายจ้างหรือหน่วยงานภาครัฐ ที่จะช่วยสมทบเงินลงทุนให้กับคุณอีกก้อนหนึ่ง ทำให้เงินต้นของคุณเติบโตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเมื่อเบิกถอนเงินตามเงื่อนไข แต่ข้อจำกัดคือสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ ไม่สามารถถอนได้ก่อนเกษียณ และตัวเลือกการลงทุนอาจจำกัดตามนโยบายของกองทุน
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF : Retirement Mutual Fund)
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษี ควบคู่ไปกับการลงทุนระยะยาว เพราะข้อดีคือคุณสามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลาย ตามระดับความเสี่ยงที่แต่ละบุคคลยอมรับได้ ทั้งยังมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยดูแลและให้คำปรึกษา แต่ข้อสำคัญที่พึงระลึกเสมอก็คือ เงื่อนไขการถือครองที่เข้มงวด โดยจะต้องถือครองลงทุนต่อเนื่องจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม
- กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF : Super Saving Fund)
กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) เป็นเครื่องมือทางการเงินสำหรับแผนการเกษียณที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี คล้ายกับ RMF แต่มีเงื่อนไขการถือครองที่ยืดหยุ่นกว่าเล็กน้อย โดยกำหนดให้ต้องถือครองไม่น้อยกว่า 10 ปี นับจากวันที่ซื้อ สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลายเช่นกัน แม้เงื่อนไขระยะเวลาถือครอง 10 ปี อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเมื่อเทียบกับการลงทุนในกองทุนอื่น ๆ แต่ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการออมระยะกลางถึงระยะยาว พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
3. ประกันบำนาญ : ความมั่นคงในรูปแบบเงินรายงวด
ประกันบำนาญ คือการทำประกันชีวิตระยะยาว ที่เน้นการคุ้มครองรายได้หลังเกษียณเป็นหลัก แนวคิดคือการเริ่มสะสมเงินทุนผ่านการจ่ายเบี้ยประกันในขณะที่ยังทำงานอยู่ และเมื่อก้าวเข้าสู่วัยเกษียณตามที่สัญญากำหนด เช่น อายุ 55, 60, หรือ 65 ปี ก็จะเริ่มได้รับเงินคืนในรูปแบบของเงินบำนาญอย่างสม่ำเสมอ เป็นรายเดือนหรือรายปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสัญญา โดยจะได้รับเงินบำนาญต่อเนื่องไปจนถึงอายุที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น 85 หรือ 90 ปี หรือจนกว่าผู้เอาประกันจะถึงแก่กรรม
ข้อดีของการทำประกันบำนาญก็คือ เป็นเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ เนื่องจากจะได้รับกระแสเงินสดที่แน่นอน ทั้งยังสามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย แต่จะต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี โดยเบี้ยประกันภัยของประกันชีวิตแบบบำนาญ (ไม่รวมเบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติม) สามารถหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ตามข้อกำหนดของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 194 และ 261) ภายใต้เงื่อนไขของประกาศกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้อง หากไม่ได้ซื้อประกันชีวิตแบบทั่วไปก็สามารถซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุด 300,000 บาท
4. การลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ : สร้างโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด
สำหรับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้มาก และต้องการโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพื่อให้เงินเกษียณงอกเงยแบบก้าวกระโดด การร่วมลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติมก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย
- หุ้น
การลงทุนในหุ้นคือการร่วมเป็นเจ้าของกิจการ ข้อดีคือมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากและพันธบัตรในระยะยาว ทั้งจากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับ แต่ก็มีความผันผวนสูง และมีความเสี่ยงในการขาดทุนสูงเช่นกัน หากเลือกลงทุนผิดพลาดหรือไม่เข้าใจธุรกิจที่ร่วมลงทุนไป ดังนั้นการลงทุนหุ้นจึงเหมาะกับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูง มีความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์บริษัทและตลาดหุ้น และสามารถลงทุนในระยะยาวได้
- อสังหาริมทรัพย์
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดให้เช่า บ้านเช่า หรือที่ดิน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ข้อดีคือมีโอกาสสร้างรายได้จากค่าเช่า (Passive Income) และยังมีโอกาสที่มูลค่าของสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้อีกด้วย แต่ข้อเสียคือต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ แต่สภาพคล่องต่ำ หรือขายออกยาก มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา และมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
เคล็ดลับการลงทุนระยะยาวสำหรับวัยเกษียณ
การลงทุนเพื่อการเกษียณเปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น เคล็ดลับการลงทุนระยะยาวที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถไปถึงเส้นชัยวัยเกษียณได้อย่างมั่นคง
1. ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ : DCA (Dollar Cost Averaging) (H3)
การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือที่รู้จักกันในชื่อ Dollar Cost Averaging (DCA) คือกลยุทธ์การลงทุนที่เรียบง่ายแต่ให้ผลลัพธ์ที่ดี หลักการคือการลงทุนเป็นงวด ๆ ด้วยจำนวนเงินเท่ากันทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอในระยะเวลาหนึ่งอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สนใจว่าช่วงนั้นราคาของสินทรัพย์จะขึ้นหรือลง ซึ่งวิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณไม่ต้องคอยจับจังหวะตลาดที่ผันผวน แต่ยังช่วยสร้างวินัยในการออมและการลงทุนให้กับตัวคุณเองได้อย่างดีอีกด้วย
2. กระจายความเสี่ยง : ลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์
การกระจายความเสี่ยง หมายถึงการควรลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น หุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ หรือทองคำ เพื่อลดผลกระทบหากสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเกิดความผันผวน
3. ติดตามผลและปรับพอร์ต : ทบทวนพอร์ตการลงทุนเป็นประจำ
ทบทวนพอร์ตการลงทุนของคุณเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อดูว่ายังสอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้หรือไม่ หากมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เป้าหมายเกษียณเปลี่ยน หรือสถานการณ์ตลาดไม่เอื้ออำนวย ก็ควรปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับตลาด
4. เข้าใจความเสี่ยงของตนเอง : เลือกระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม
แต่ละบุคคลก็มีขีดความสามารถในการรับความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน หากไม่ชอบความผันผวน ก็ควรเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่หากรับความเสี่ยงได้สูงและมีระยะเวลาลงทุนนาน ก็อาจพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น
เพิ่มพลังให้แผนเกษียณด้วยบัตรเครดิต KTC คู่มือลงทุนให้คุ้มค่า
บัตรเครดิต KTC สามารถเป็นตัวช่วยสำคัญในการวางแผนเกษียณของคนรุ่นใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ เช่น
การจ่ายเบี้ยประกันชีวิต และประกันบำนาญ
การจ่ายเบี้ยประกันชีวิตหรือประกันบำนาญผ่านบัตรเครดิต KTC ช่วยให้คุณได้รับคะแนนสะสม KTC FOREVER โดยทุกการใช้จ่าย 25 บาท จะได้รับ 1 KTC FOREVER ซึ่งสามารถนำไปแลกส่วนลด เครดิตเงินคืน หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ซื้อกองทุน SSF และ RMF
สำหรับบางธนาคาร บาง บลจ. หรือบางสถาบันการเงิน ที่รับชำระค่าซื้อหน่วยลงทุนกองทุน SSF และ RMF ด้วยบัตรเครดิต ผู้ถือบัตรเครดิตสามารถใช้บัตรเครดิต KTC เพื่อชำระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้
จ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุน
ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการลงทุน ค่าที่ปรึกษาทางการเงิน หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน สมาชิกบัตรเครดิตสามารถใช้บัตรเครดิต KTC ชำระค่าบริการเหล่านี้ได้ ซึ่งนอกจากความสะดวกสบายแล้ว ยังได้รับคะแนนสะสมเพื่อแลกสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกด้วย
จัดการค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
การใช้บัตรเครดิต KTC ในการจัดการค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายทั่วไป จะช่วยให้คุณได้รับสะสมคะแนนหรือรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ทำให้คุณมีเงินเหลือไปลงทุนเพื่อการเกษียณได้มากขึ้น
การวางแผนเกษียณแบบคนรุ่นใหม่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนควรเริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้ ด้วยความรู้ความเข้าใจในเครื่องมือทางการเงิน และการมีวินัยในการลงทุน รวมถึงการใช้ตัวช่วย อย่างบัตรเครดิต KTC ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถสร้างเส้นทางสู่ “เกษียณไม่กลัวจน” และใช้ชีวิตได้อย่างอิสระในแบบที่ต้องการได้อย่างแน่นอน
สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ทั้งยังได้รับความคุ้มค่าทุกการใช้จ่ายกับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC


