การตั้งครรภ์และการคลอดบุตรเป็นช่วงเวลาพิเศษและสำคัญที่สุดสำหรับทุกครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ที่กำลังจะมีบุตรหรือคู่สมรสที่วางแผนมีบุตรในอนาคต แน่นอนว่าการตัดสินใจมีบุตรมักมาพร้อมค่าใช้จ่ายที่สูง ด้วยเหตุนี้ สำนักงานประกันสังคมจึงจัดสรรสิทธิประโยชน์ค่าคลอดบุตรเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้กับผู้ประกันตน
แม้จะมีสิทธิประโยชน์นี้ แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าจะได้รับค่าคลอดบุตรเป็นจำนวนเท่าไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง รวมถึงวิธีเช็กผลอนุมัติเงินค่าคลอดบุตร ไปจนถึงระยะเวลาในการรับเงินมีขั้นตอนอย่างไร บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงินค่าคลอดบุตรจากประกันสังคมในปี 2568 อย่างครอบคลุม เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวและวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจ เมื่อถึงเวลาต้อนรับสมาชิกใหม่ในครอบครัว
ค่าคลอดบุตรประกันสังคม คืออะไร?
ค่าคลอดบุตรประกันสังคม คือสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนสามารถเบิกได้เมื่อคลอดบุตร โดยสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตรและดูแลทารกแรกเกิด
ค่าคลอดบุตรประกันสังคมได้เท่าไร?
ประกันสังคมมอบสิทธิประโยชน์ค่าคลอดบุตรแก่ผู้ประกันตนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน โดยแบ่งสิทธิประโยชน์ได้ ดังนี้
- ค่าบริการทางการแพทย์
ผู้ประกันตนจะได้รับเงินเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง โดยไม่จำกัดจำนวนบุตร - เงินสงเคราะห์การหยุดงาน
ผู้ประกันตนหญิงมีสิทธิ์รับเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นระยะเวลา 90 วัน สำหรับการคลอดบุตรคนที่ 1 และ 2 เท่านั้น
ทั้งนี้ ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร จึงจะมีสิทธิ์รับประโยชน์ทดแทนนี้ สำหรับคู่สมรสที่เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ สามารถเลือกใช้สิทธิ์ได้เพียงฝ่ายเดียว
เอกสารสำหรับการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ทดแทนประกันสังคมกรณีคลอดบุตร
ผู้ประกันตนที่ต้องการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ทดแทนประกันสังคมกรณีคลอดบุตร จำเป็นต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส. 2-01 ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนและลงลายมือชื่อ
- สำเนาสูติบัตรบุตร 1 ชุด (กรณีคลอดบุตรแฝดให้แนบสำเนาสูติบัตรของคู่แฝดด้วย)
- ทะเบียนสมรสหรือหนังสือรับรอง (กรณีคุณพ่อเป็นผู้ยื่นขอ)
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก พร้อมรับรองสำเนา โดยธนาคารที่สามารถใช้ได้ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาติ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารซีไอเอ็มบีไทย
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยให้กระบวนการยื่นขอและพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเอกสารทั้งหมดสามารถยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ยกเว้นสำนักงานใหญ่ที่กระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ : หากมีกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณา สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
การตรวจสอบสิทธิ์ สถานะ และผลอนุมัติค่าคลอดบุตรประกันสังคม สามารถทำได้สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน
เช็กสิทธิ์รับเงิน สถานะ และผลอนุมัติค่าคลอดบุตรประกันสังคมอย่างไร?
ในปัจจุบัน การตรวจสอบสิทธิ์ สถานะ และผลอนุมัติค่าคลอดบุตรประกันสังคม สามารถทำได้สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน โดยใช้เพียงเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงานประกันสังคมหรือโทรศัพท์สอบถาม มีวิธีดังนี้
วิธีเช็กค่าคลอดบุตรออนไลน์
1.เข้าเว็บไซต์www.sso.go.th กดเข้าสู่ระบบผู้ประกันตน/สมัครสมาชิก
- ผู้ที่ยังไม่เคยสมัครสมาชิก กดสมัครสมาชิก ทำตามขั้นตอน ยอมรับข้อตกลง กรอกข้อมูลส่วนตัว และยืนยันตัวตนด้วย OTP
- ผู้ที่เคยสมัครสมาชิกแล้ว เข้าสู่ระบบด้วยเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่าน หรือกรณีลืมรหัส ให้กด "ลืมรหัสผ่าน" และทำตามขั้นตอน
2.ตรวจสอบสิทธิ์ สถานะ และผลอนุมัติ โดยเลือกหัวข้อ "การเบิกสิทธิประโยชน์"
วิธีเช็กผ่านแอปเช็กเงินค่าคลอดบุตร
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน "SSO Connect" (มีทั้งระบบ iOS และ Android)
- เข้าสู่ระบบด้วยเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่าน หรือสมัครสมาชิกผ่านระบบ
- ตรวจสอบสิทธิ์ สถานะ และผลอนุมัติ โดยเลือกหัวข้อ "การเบิกสิทธิประโยชน์"
รับเงินค่าคลอดบุตรประกันสังคม ผ่านทางไหนและมีระยะเวลาดำเนินการกี่วัน?
ผู้ประกันตนสามารถรับเงินค่าคลอดบุตรจากประกันสังคมได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
- บัญชีธนาคาร
เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด โดยเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผู้ประกันตนระบุไว้ในแบบคำขอ - เงินสด
ผู้ประกันตนสามารถรับเงินสดได้ที่สำนักงานประกันสังคม โดยต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงด้วย - เช็คธนาคาร
อาจมีการจ่ายเงินเป็นเช็คในบางกรณี ซึ่งผู้ประกันตนสามารถนำไปขึ้นเงินที่ธนาคารได้
วิธีการรับเงินจะขึ้นอยู่กับที่ผู้ประกันตนระบุไว้ในแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส. 2-01) ซึ่งการโอนเข้าบัญชีธนาคารเป็นวิธีที่สะดวกและได้รับความนิยมมากที่สุด โดยทั่วไปจะมีระยะเวลาดำเนินการในการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ประกันตนประมาณ 5-7 วันทำการ นับจากวันที่เอกสารได้รับการอนุมัติ
แม้สิทธิประโยชน์จากประกันสังคมจะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้ส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมด้านการเงินสำหรับการมีบุตรยังคงสำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิ์เบิกค่าใช้จ่าย
บัตรเครดิตจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยลดความกังวลเรื่องการใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ ได้ นอกจากนี้ บัตรเครดิต KTC ยังมีโปรโมชั่นที่หลากหลาย ทั้งร่วมกับโรงพยาบาล ร้านค้า ร้านอาหาร สายการบิน และอื่นๆ อีกมากมาย เหมาะสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมรับคะแนนสะสม KTC FOREVER เพื่อรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอีกเพียบ หากท่านใดสนใจสามารถสมัครบัตรเครดิต KTCและสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUDผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายๆ ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC

