ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่อัตราเงินเฟ้อส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพ บรรดามนุษย์เงินเดือนป้ายแดง หรือกลุ่ม First Jobber จึงเสมือนถูกบังคับให้เผชิญกับสภาวะรายได้โตไม่ทันรายจ่าย (Income-Expenditure Gap) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งปัญหาการไม่สามารถบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) ในช่วงเริ่มต้นของชีวิตการทำงานนี้ มักไม่ได้เกิดจากรายได้ที่ต่ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ร่วมกับการต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Costs) ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และเพื่อเป็นให้ประโยชน์แก่มนุษย์เงินเดือนที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน ในบทความนี้ KTC จะพาไปเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดสรรรายได้ที่มีอย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

 

เงินเดือนน้อยไม่ใช่ปัญหา ถ้ารู้จักบริหารจัดการให้ดี

แม้จะเป็นมนุษย์เงินเดือนป้ายแดงที่ฐานรายได้ไม่สูงมาก แต่หากรู้จักการวางแผนและจัดสรรรายจ่ายอย่างเหมาะสมและสัมพันธ์กับรายรับสุทธิต่อเดือน มนุษย์เงินเดือนหน้าใหม่ทุกคนก็จะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างคล่องตัว และสามารถเริ่มต้นเก็บออมได้ตั้งแต่เดือนแรกของการทำงาน

ซึ่งสำหรับการออมเงินนั้น หลาย ๆ คนอาจจะยังมีความเข้าใจผิดอยู่ว่า จะต้องรอให้มีเงินเดือนสูงขึ้นก่อนถึงจะเริ่มเก็บออมได้ แต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่ารายได้สูงต่ำก็คือการบริหารจัดการ คนที่ได้เงินเดือนน้อยแต่สามารถบริหารจัดการได้ดีก็สามารถมีเงินเก็บมากกว่าคนที่ได้เงินเดือนสูงแต่ไม่มีแบบแผนในการเก็บออมได้

 

ปัญหาการเงินที่มนุษย์เงินเดือนป้ายแดงต้องเจอ

ก่อนจะเริ่มต้นแก้ปัญหาทางการเงิน สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาเสียก่อน โดยสภาวะเงินไม่พอที่มนุษย์เงินเดือนป้ายแดงเผชิญอยู่นั้น ส่วนใหญ่มักเกิดจากสถานการณ์เหล่านี้

  1. ค่าใช้จ่ายจำเป็นที่พุ่งสูงในช่วงเดือนแรก ๆ ของชีวิตการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นค่ามัดจำหอพัก ค่าเดินทาง เสื้อผ้าไปทำงาน หรืออุปกรณ์ที่ต้องซื้อใหม่เพื่อใช้ทำงาน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงแรกของการทำงาน และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เงินเดือนร่อยหรอไปอย่างรวดเร็ว
  2. การไม่มีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ทำให้ทุก ๆ ครั้งที่เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ จากปัญหาทางการเงินเล็กน้อยก็จะกลายเป็นวิกฤตทางการเงินในทันที
  3. ใช้จ่ายตามไลฟ์สไตล์โดยไม่มีการวางแผน เช่น รับประทานอาหารราคาแพง ช้อปออนไลน์เพราะมีโปรโมชั่นพิเศษ หรือแม้แต่เที่ยวเล่นกับเพื่อนในวันหยุด จากค่าใช้จ่ายที่อาจเป็นยอดเล็ก ๆ แต่เมื่อนำมารวมกันกลับกินสัดส่วนรายได้ไปมากกว่าที่คิด
  4. ไม่เคยวางแผนการเงินอย่างจริงจัง รู้แค่เพียงว่าเงินเข้าเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ว่าเงินออกไปทางไหนบ้าง เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาทางการเงินที่หลาย ๆ คนเผชิญอยู่ ซึ่งการใช้จ่ายอย่างไร้แบบแผนเช่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทางการเงินที่ก่อให้เกิดวิกฤตทางการเงินในอนาคตต่อไปได้

 

เงินเดือนน้อยควรบริหารเงินอย่างไร? สูตรจัดการเงินง่าย ๆ สำหรับมือใหม่

การบริหารจัดการสำหรับมือใหม่นั้นง่ายกว่าที่คิด โดยสามารถเริ่มจากการแบ่งเงินเดือนจาก 100% ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้

  • ค่าใช้จ่ายจำเป็น 60% ครอบคลุมทุกอย่างที่ต้องจ่ายเพื่อให้ชีวิตสามารถดำเนินต่อไปได้ ทั้งค่าเช่าบ้านหรือค่าหอพัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ และค่าสาธารณูปโภคอื่น ๆ แต่หากค่าใช้จ่ายส่วนนี้เกิน 60% ของรายได้ทั้งหมด อาจจะต้องย้อนทบทวนอีกครั้งว่า มีค่าใช้จ่ายคงที่อะไรบ้างที่สามารถตัดทอน หรือจัดการให้ลดลงได้
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับไลฟ์สไตล์และการสร้างความสุข 25% เงินส่วนนี้คือค่าใช้จ่ายที่สำรองไว้สำหรับการไปเที่ยวเล่นที่คาเฟ่ การดูหนัง ช้อปปิ้ง และเพื่อการเข้าสังคมอื่น ๆ การมีงบสำหรับสร้างความสุขไว้บ้างนับเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นการช่วยสร้างกำลังใจและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับแผนการเงิน
  • เงินออมและเงินฉุกเฉิน 10 - 15% และสำหรับผู้ที่มีเงินเดือนน้อยมาก อาจเริ่มต้นที่ 5% ก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ ปรับขึ้นตามเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นและสภาพคล่องทางการเงินในแต่ละเดือน เพราะสิ่งสำคัญของการเก็บออมคือความสม่ำเสมอ ไม่ใช่จำนวน

 

เงินเดือนน้อย ควรเริ่มออมจากตรงไหน?

บรรดา First Jobber ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงานและยังไม่มีเงินเก็บ แต่ก็อยากเริ่มเก็บออมตั้งแต่เดือนแรก ๆ เพื่อให้กลายเป็นนิสัยติดตัวในระยะยาว KTC แนะนำให้เรียงลำดับความสำคัญการออมดังนี้

  1. เก็บออมไว้สำหรับเป็นเงินฉุกเฉิน เป้าหมายการออมที่สำคัญเป็นอันดับแรก ๆ คือการเก็บออมเพื่อให้มีเงินสำรองฉุกเฉินไว้อย่างน้อย 3 เดือน ของค่าใช้จ่ายรายเดือน ซึ่งหากทำได้ สิ่งนี้ก็จะเปรียบเสมือนเกราะป้องกันในยามเกิดเหตุไม่คาดฝัน
  2. เงินออมสำหรับเป้าหมายระยะสั้น โดยหลังจากมีเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว ต่อมาคือการไปสู่เป้าหมายที่จับต้องได้ เช่น ตั้งเป้าเก็บเงินเพื่อซื้อของชิ้นใหญ่ที่อยากได้ หรือเก็บเงินไปเที่ยวสักทริป ซึ่งการมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยเป็นแรงผลักดันในการออม
  3. เงินออมสำหรับใช้พัฒนาตัวเอง การเก็บออมเพื่อนำไปลงทุนกับทักษะหรือคอร์สเรียนที่ช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต ถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในระยะยาว

 


6 เทคนิคบริหารเงินสำหรับคนเงินเดือนน้อย ทำตามได้ทันที

เปิด 6 เทคนิคบริหารการเงินสำหรับผู้มีเงินเดือนน้อย ที่สามารถทำตามได้ทันที

  1. จดบันทึกรายจ่ายเป็นประจำทุกวัน แม้จะเป็นการจดบันทึกลงในโน้ตโทรศัพท์ก็ตาม ขอเพียงแค่จดรายการใช้จ่ายต่อวันไว้ให้ชัดเจนว่า จ่ายอะไรไปบ้าง และเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ โดยหลังจากจดบันทึกได้สักสองสัปดาห์ก็จะพอเห็นรูปแบบการใช้เงินของตัวเองชัดเจนขึ้น และรู้ทันทีว่าในแต่ละเดือนเสียค่าใช้จ่ายไปกับสิ่งไม่จำเป็นอะไรบ้าง
  2. ตั้งงบแบบยืดหยุ่นและไม่กดดันตัวเองจนเกินไป ซึ่งแทนที่จะบอกตนเองว่า “ห้ามใช้เงินซื้อกาแฟ” แต่ให้เปลี่ยนเป็นตั้งงบสำหรับค่ากาแฟเป็นรายเดือนแทน เช่น มีงบ 500 บาท สำหรับซื้อกาแฟในเดือนนี้ เพราะวิธีการนี้ทำให้ไม่รู้สึกกดดันมากเกินไป ทั้งยังสามารถทำตามและได้ผลจริงในระยะยาว
  3. ออมก่อนใช้ แม้จะเป็นจำนวนเงินแค่หลักร้อยก็ตาม โดยทันทีที่เงินเดือนเข้าให้โอนเงินออมแยกออกไปก่อน เพราะหากใช้ก่อนจึงค่อยออมส่วนที่เหลือ สุดท้ายมักจะไม่เหลือให้ได้เก็บออม
  4. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ไม่ถึงขั้นตัดทิ้งหมด อาจเริ่มจากการเช็กดูว่า รายจ่าย Subscription อะไรที่ไม่ได้ใช้จริง หรือไม่ค่อยได้ใช้งาน รวมถึงมีนิสัยการใช้เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปกับอะไรบ้างที่เกิดขึ้นเป็นประจำทั้งที่ไม่ได้มีความจำเป็น การแก้ปัญหาโดยการลดรายจ่ายที่แม้จะเป็นเงินจำนวนน้อย แต่เมื่อสะสมรวมกันก็สามารถเป็นเงินก้อนใหญ่ในระยะยาวได้
  5. มองหาตัวช่วยทางการเงินที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้จ่าย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่เป็นตัวการสร้างหนี้ โดยอาจเลือกสมัครเป็นบัตรกดเงินสด ที่ครอบคลุมหลากหลายประเภทธุรกรรมการเงิน อย่างบัตรกดเงินสด KTC PROUD ซึ่งสามารถรูด-โอน-กด-ผ่อน ได้ในบัตรเดียว ทั้งยังคิดดอกเบี้ยตามที่ใช้จริง ในอัตรา 20% - 25% ต่อปี และไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสด ที่สำคัญคือมีโปรโมชั่นผ่อนสินค้า ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ
  6. ไม่พลาดใช้สิทธิประโยชน์สุดคุ้มค่าจากการผ่อนสินค้าผ่านโปรโมชั่นจากบัตรกดเงินสด เช่น บัตรกดเงินสด KTC PROUD ที่มีโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 24 เดือน กับร้านค้าที่ร่วมรายการต่าง ๆ ซึ่งจะมีทั้งสินค้าประเภทสมาร์ทโฟน ไอแพด แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ และอีกมากมาย ช่วยให้การซื้อสินค้าเกิดความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ผ่านการเปลี่ยนจากการจ่ายเงินก้อนเป็นการแบ่งจ่ายรายเดือนได้นานสูงสุด 24 เดือน โดยไม่มีการคิดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม

 

ถ้าเงินไม่พอใช้ในบางเดือน ควรทำยังไง?

ในบางเดือนที่มีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น จนกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินโดยรวม สถานการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงชีวิตของการทำงาน โดยสิ่งสำคัญที่จะคลี่คลายปัญหานี้ได้คือการเรียนรู้ที่จะรับมืออย่างถูกต้อง ดังนี้ 

  1. ลดรายจ่ายชั่วคราวในเดือนนั้น พิจารณาดูว่าค่าใช้จ่ายใดในงบเพื่อไลฟ์สไตล์ที่สามารถปรับลดหรือยกเลิกได้บ้าง เพื่อให้ผ่านเดือนนั้น ๆ ไปได้
  2. มองหาช่องทางสร้างรายได้เสริม อาจเป็นงานฟรีแลนซ์เล็ก ๆ น้อย ๆ หรืองานพาร์ทไทม์ในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งรายได้ส่วนนี้อาจพอจัดการปัญหาติดขัดทางการเงินได้บ้างไม่มากก็น้อย
  3. ปรับแผนการใช้จ่ายโดยพิจารณาจากปัญหาการเงินในอดีต อย่าปล่อยให้เดือนที่เงินตึงมือผ่านไปโดยไม่เรียนรู้อะไร โดยอาจลองพิจารณาดูว่า ปัญหาการเงินที่เกิดขึ้นมีที่มาจากอะไร และจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านั้นซ้ำสองได้อย่างไร
  4. พึ่งพาตัวช่วยทางการเงินที่ไม่ก่อให้เกิดหนี้ เช่น บัตรกดเงินสด KTC PROUD โดยจะต้องบริหารจัดการการใช้จ่ายให้ชัดเจน กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว เพราะการมีตัวช่วยทางการเงินที่เชื่อถือได้ไว้รองรับสถานการณ์เงินไม่พอใช้ คือส่วนหนึ่งของการวางแผนทางการเงินที่ดี

 


เริ่มต้นสมัครใช้งาน “บัตรกดเงินสด KTC PROUD”

แม้จะเพิ่งเริ่มต้นชีวิตมนุษย์เงินเดือนได้ไม่นาน แต่ทุกคนก็สามารถสมัครใช้งาน บัตรกดเงินสด KTC PROUD ไว้สำหรับเป็นเงินทุนสำรองฉุกเฉินได้ โดยคุณสมบัติผู้สมัคร เงื่อนไข และเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ มีดังนี้

คุณสมบัติผู้สมัคร   

  • สัญชาติไทย อายุ 20 - 60 ปี​  
  • รายได้ขั้นต่ำ 12,000 บาท/เดือน​  
  • อายุการทำงาน 4 เดือนขึ้นไป​  
  • เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงาน  

เอกสารการสมัคร (พนักงานบริษัท)  

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน​  
  • หนังสือรับรองเงินเดือน / สลิปเงินเดือน เดือนล่าสุด (ฉบับจริง)  
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ชื่อผู้กู้)  
  • สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก (เฉพาะบัญชีที่มีชื่อผู้กู้เท่านั้น)  

 

อย่างไรก็ดี ในโลกแห่งความเป็นจริง แม้จะวางแผนบริหารจัดการเงินเดือนน้อยอย่างดีมากแค่ไหน แต่ก็มักมีสถานการณ์ที่รายจ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวอยู่ดี ดังนั้นการรู้จักเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างชาญฉลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ และ “บัตรกดเงินสด KTC PROUD” ก็เป็นเครื่องมือทางการเงินที่สามารถช่วยให้คุณก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินเหล่านี้ไปได้ โดยกระทบกับแผนการเงินออมรายเดือนของคุณ

สมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ที่สามารถรูด โอน กด และผ่อนสินค้าหรือบริการ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 24 เดือน (เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ) และไม่มีค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสดทุกช่องทาง 

บัตรกดเงินสด KTC PROUD ตัวช่วยทางการเงินของมนุษย์เงินเดือน