ในโลกที่ค่าครองชีพมีแต่จะสูงขึ้นทุกวัน การมีเงินเก็บสำรองไว้สำหรับอนาคตจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการวางแผนที่ดี แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตอย่างมั่นคงและปราศจากความกังวล การออมเงินไม่ใช่แค่การเก็บเงินอย่างสม่ำเสมอ แต่ต้องยึดหลักการ “ออมเงินอย่างฉลาด” และ “เก็บแบบจริงจัง” ร่วมด้วย จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้

ในบทความนี้ KTC ได้รวบรวม 10 วิธีออมเงินแบบง่าย ๆ แต่ได้ผลจริง ที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและวางแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้


วิธีที่ 1 : ตั้งเป้าหมายการออมเงินที่ชัดเจน

ก่อนจะเริ่มออมเงิน อันดับแรกจะทำความเข้าใจจุดมุ่งหมายของตนเอง และตอบตนเองให้ได้ว่า คุณจะออมเงินไปเพื่ออะไร เพราะการมีเป้าหมายที่ชัดเจนและจับต้องได้จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการออมเงินได้มากยิ่งขึ้น โดยการตั้งเป้าหมายสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

  • เป้าหมายระยะสั้น : เก็บเงินเพื่อซื้อของที่อยากได้ เช่น โทรศัพท์เครื่องใหม่, ทริปท่องเที่ยว หรือการเก็บเงินเพื่อชำระหนี้บัตรเครดิต
  • เป้าหมายระยะกลาง : ออมเงินเพื่อเก็บสำรองเป็นเงินฉุกเฉิน จำนวน 3 - 6 เดือนของค่าใช้จ่าย หรือเพื่อเป็นเงินดาวน์บ้าน ดาวน์รถ
  • เป้าหมายระยะยาว : เงินเกษียณ หรือเงินทุนการศึกษาบุตร


วิธีที่ 2 : จัดทำงบประมาณรายรับรายจ่าย

จุดเริ่มต้นของการออมเงินที่ประสบความสำเร็จ คือจะต้องรู้ว่าเงินเข้าเท่าไหร่ และเงินถูกใช้ไปกับสินค้าหรือบริการประเภทใดบ้าง ซึ่งการจดบันทึกรายรับรายจ่ายอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมทางการเงินของตัวเองได้อย่างชัดเจน


วิธีการจดบันทึก

การจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย สามารถจดลงสมุด บันทึกบนแอปพลิเคชัน หรือแม้กระทั่งบันทึกไว้ใน Excel เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมการใช้จ่าย


การวางแผนการใช้เงินให้สมดุล

เมื่อบันทึกรายรับ-รายจ่ายครบถ้วนสมบูรณ์ คุณจะสามารถวิเคราะห์ภาพรวมการใช้จ่ายได้ อาทิ เห็นว่าค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ไม่จำเป็นและสามารถปรับลดได้ จากนั้นจึงวางแผนจัดสรรเงินให้สอดคล้องกับรายรับ เพื่อไม่ให้ใช้จ่ายเกินตัว


วิธีที่ 3 : แยกบัญชีเงินออมเงินออกจากบัญชีใช้จ่าย

การแยกบัญชีเงินออมเงินจะช่วยป้องกันการใช้จ่ายเกินจำเป็น หรือใช้จ่ายเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ นั่นก็เพราะเมื่อเงินทั้งหมดรวมอยู่ในบัญชีเดียว ก็มีโอกาสที่คุณอาจจะนำไปใช้จ่ายเกินงบโดยไม่รู้ตัว การสร้างบัญชีออมเงินโดยเฉพาะจะทำให้คุณมองเห็นยอดเงินออมที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และถูกนำไปใช้จ่ายปะปนกับเงินในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ สามารถเลือกเปิดบัญชีออมทรัพย์ที่ไม่มีบัตร ATM หรือบัญชี e-Saving ที่ต้องโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น เพื่อลดความสะดวกในการถอนเงินสดออกมาใช้จ่าย หรืออาจจะใช้ฟีเจอร์แยกกระเป๋าเงินเสมือนจริงของแอปพลิเคชันธนาคาร ซึ่งก็จะช่วยให้คุณสามารถจัดสรรเงินตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ


วิธีที่ 4 : ใช้วิธีออมเงินแบบ “จ่ายให้ตัวเองก่อน”

เทคนิคสำคัญที่ได้ผลจริงกับหลาย ๆ คน โดยหลักการคือ จะต้องหักเงินออมออกจากบัญชีเงินเดือนทันทีที่คุณได้รับเงินเดือน ก่อนที่คุณจะนำเงินไปใช้จ่ายกับสิ่งอื่น ๆ


วิธีการออมเงินแบบจ่ายให้ตัวเองก่อน

อันดับแรกก็คือ การกำหนดจำนวนเงินออมที่ต้องการเก็บสะสมในแต่ละเดือน เช่น กำหนดให้เป็น 10 - 20% ของรายได้ต่อเดือน และเมื่อเงินเดือนเข้าก็ให้รีบโอนเงินจำนวนนั้นไปยังบัญชีเงินออมทันที 26 เพื่อให้เงินส่วนนี้ถูกเก็บไว้ก่อนที่จะถูกใช้จ่ายออกไป




วิธีที่ 5 : ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยโดยการวางแผนล่วงหน้า

การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ถือเป็นหัวใจสำคัญของการออมเงิน การวางแผนล่วงหน้าช่วยให้คุณควบคุมการใช้จ่ายได้ดีมากยิ่งขึ้น เป็นต้นว่า ก่อนจะซื้อหรือใช้จ่ายกับสิ่งใด ควรลิสต์รายการที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า และยึดตามลิสต์นั้นอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้ที่ช้อปปิ้งเป็นประจำ เบื้องต้นลองลดความถี่ในการเข้าห้างสรรพสินค้า หรือเลิกกดเข้าแอปพลิเคชันช้อปปิ้งออนไลน์โดยไม่จำเป็น ควบคู่ไปกับการตั้งคำถามกับตัวเองก่อนซื้อว่า “สิ่งนี้จำเป็นจริง ๆ หรือไม่” จะช่วยควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างมาก


วิธีที่ 6 : ใช้แอปพลิเคชันช่วยจัดการการออมเงิน

ในยุคดิจิทัลเช่นนี้ มีเครื่องมือทางการเงิน และแอปพลิเคชันมากมายที่จะช่วยให้การออมเงินของคุณง่ายยิ่งขึ้น


แอปพลิเคชันไทยที่ช่วยติดตามการออมเงิน


Money Lover

  • แอปพลิเคชันของผู้พัฒนาในเอเชีย รองรับภาษาไทยและหลายสกุลเงิน
  • มีฟีเจอร์ตั้งเป้าหมายการออม แจ้งเตือนบิล จัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย และซิงก์ข้ามอุปกรณ์ 


MISA Money Tracker (Spending Tracker)

  • แอปพลิเคชันจาก MISA (เจ้าของโปรแกรมบัญชีในไทย)
  • ให้ตั้งงบรายหมวดหมู่ ติดตามเป้าหมายการออม และสแกนใบเสร็จได้
  • รองรับหลายสกุลเงิน สามารถส่งออกเป็น PDF/Excel ได้


Spending Tracker

  • แอปพลิเคชันใช้งานง่าย เหมาะกับมือใหม่
  • บันทีึกรายรับ - รายจ่าย ดูรายงาน รวมถึงตั้งระยะเวลา (รายวัน - เดือน - ปี) 


แอปพลิเคชันแนววางแผนงบขั้นสูง (ต่างประเทศ)


YNAB (You Need A Budget)

  • ใช้แนวคิด “zero-based budgeting”
  • ปรับงบตามสถานการณ์จริง
  • ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งาน


Mint

  • แอปพลิเคชันฟรีจาก Intuit
  • ลิงก์บัญชีธนาคาร หรือบัตรเครดิต และสามารถตั้งเป้างบ ติดตามเครดิต และแจ้งเตือนการใช้จ่าย


Qapital

  • ใช้กฎแบบ “หาก…ให้…” (IFTTT) เช่น ซื้อกาแฟแล้วก็ออม หรือออมทุกวันที่ฝนตก
  • มีีระบบ gamification ช่วยสร้างแรงจูงใจในการออม


ข้อดีของการมีตัวช่วยทางการเงิน

แอปพลิเคชันเหล่านี้ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมการใช้จ่ายและแผนเงินออมได้แบบเรียลไทม์ ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายของคุณ ทั้งยังสามารถตั้งค่าแจ้งเตือนเมื่อคุณใช้จ่ายใกล้ถึงงบที่ตั้งไว้ ทำให้การออมเป็นเรื่องที่สนุกและเป็นระบบระเบียบมากขึ้น


วิธีที่ 7 : หมั่นตรวจสอบและปรับแผนการออมเป็นประจำ

การออมเงินจำเป็นต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และต้องมีการทบทวนและปรับเปลี่ยนแผนการออมให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของแต่ละบุคคล

  • การตรวจสอบยอดเงินและปรับเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์จริง

ในทุก ๆ หนึ่งเดือนควรย้อนทบทวนแผนการออมว่า คุณทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ มีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่เกินงบ หรือมีรายรับพิเศษเข้ามาที่สามารถนำไปออมเพิ่มได้หรือไม่

  • การตั้งเป้าหมายใหม่เมื่อสำเร็จเป้าหมายเก่า

เมื่อคุณสามารถออมเงินถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว สิ่งที่พึงกระทำคือการตั้งเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายมากขึ้น เพื่อให้การออมเงินเป็นอุปนิสัยติดตัว


วิธีที่ 8 : ลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนดี

เมื่อออมเงินถึงจุดหนึ่งที่มีเหลือเก็บเพียงพอในยามจำเป็นการปล่อยเงินทิ้งไว้เฉย ๆ ในบัญชีออมทรัพย์ที่มีดอกเบี้ยต่ำอาจทำให้สภาวะเงินเฟ้อลดทอนมูลค่าของเงินเก็บคุณได้ การนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนดี จะช่วยให้เงินออมของคุณเติบโตงอกเงย


การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดี เหมาะกับทุกคน

  • กองทุนรวมตลาดเงิน หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น และให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากออมทรัพย์
  • บัญชีเงินฝากประจำ แม้ดอกเบี้ยจะไม่สูงมาก แต่มีความมั่นคงและช่วยควบคุมให้คุณไม่ถอนเงินออกมาใช้ง่าย ๆ

อย่างไรก็ดี ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่คุณเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงได้




วิธีที่ 9 : สร้างวินัยทางการเงินด้วยการมีรางวัลเล็ก ๆ ให้ตัวเอง

การออมเงินเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและการมีวินัยอย่างมาก การให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ แก่ตัวเองเมื่อทำตามเป้าหมายได้ จะช่วยเป็นกำลังใจและทำให้การออมเงินเป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ


วิธีให้กำลังใจตัวเองโดยไม่ทำลายการออม

สำหรับวิธีการให้กำลังใจตัวเองที่ดีโดยไม่ทำลายอุปนิสัยการออมก็คือ ควรกำหนดรางวัลไว้ล่วงหน้าและยึดมั่นกับรางวัลนั้น เช่น หากออมได้ตามเป้าหมายติดต่อกันนาน 3 เดือน จะให้รางวัลตัวเองด้วยการซื้อของที่อยากได้เล็ก ๆ น้อย ๆ หรือไปกินอาหารรสเลิศ ซึ่งรางวัลเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าราคาแพงเสมอไป อาจเป็นหนังสือที่ชอบ การไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ หรือนวดผ่อนคลาย


วิธีที่ 10 : เรียนรู้และปรับใช้เทคนิคการออมใหม่ ๆ เสมอ

ท่ามกลางโลกการเงินที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและเทคนิคใหม่ ๆ ในการออมเงินจะช่วยให้คุณมีทางเลือกมากขึ้น และมีเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย เนื่องจากเทคนิคใหม่ ๆ อาจตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณมากกว่า เช่น กฎการใช้จ่าย 50/30/20 หรือการใช้ประโยชน์จากโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษจาก“บัตรเครดิต”ในการสะสมคะแนนเพื่อแลกส่วนลด

สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTCสามารถซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ โดยใช้โปรโมชั่นส่วนลด จากนั้นก็สามารถนำค่าส่วนต่างจากส่วนลดเหล่านั้นเก็บสะสมเป็นเงินออมเพิ่มเติมได้ นับเป็นการใช้จ่ายที่คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม เพราะในทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ครบ 25 บาท จะได้รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อนำไปแลกสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ได้อีก หรือใช้แทนเงินสด โดยทุก ๆ 1,000 คะแนน จะมีมูลค่าเท่ากับ 100 บาท ซึ่งก็จะช่วยออมเงินได้อีกทางหนึ่ง

การออมเงินอย่างฉลาดและเก็บออมแบบจริงจังนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีวินัยและปฏิบัติตาม 10 วิธีที่แนะนำข้างต้น และขอให้จำไว้เสมอว่า “การออมเงิน” เป็นเป้าหมายที่ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ ยิ่งเริ่มต้นเร็วมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งมีอิสระทางการเงินเร็วขึ้นเท่านั้น


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC