รู้หรือไม่? เมื่อถึงเวลาเกษียณจากอาชีพในฝันแล้ว คุณไม่ได้ออกจากงานไปเพียงตัวเปล่า เพราะจะได้รับเงินชดเชยเกษียณอายุจำนวนหนึ่งตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด ซึ่งมากพอที่จะอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงานหลายปี และลูกจ้างหลายคนก็ไม่รู้ว่าตนควรได้รับสิทธิ์นี้ ทำให้เสียโอกาสไปอย่างมาก หากอยากรู้ว่าเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานกรณีเกษียณอายุที่ควรได้รับคือเท่าไหร่? มาหาคำตอบกันได้เลย!


เงินชดเชยคืออะไร?




เงินชดเชยเกษียณอายุ คือ เงินที่ลูกจ้างจะได้รับจากนายจ้างหลังเกษียณอายุการทำงาน ไม่ว่าจะลูกจ้างที่ทำอาชีพเงินเดือนหลักแสนหรืออาชีพเงินเดือนหลักหมื่นต่างก็ได้รับกันถ้วนหน้า เพราะเป็นข้อบังคับตามกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เนื่องจากการเกษียณอายุถือเป็นการเลิกจ้างประเภทหนึ่ง โดยที่ลูกจ้างมิได้กระทำความผิด ทำให้นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยเหมือนกับการไล่ออกหรือปลดออก

เมื่อลูกจ้างได้รับเงินชดเชยเกษียณอายุมาแล้ว นอกจากจะนำเงินไปวางแผนเกษียณในบั้นปลายก็ควรวางแผนเรื่องภาษีด้วยเช่นกัน เพราะเงินชดเชยถือเป็นเงินได้ประเภทหนึ่ง โดยหากลูกจ้างมีอายุงานไม่ถึง 5 ปี ให้นำเงินชดเชยไปคำนวณภาษีรวมกับเงินได้ประเภทที่ 1 หรือเงินได้ 40 (1) แต่ถ้าลูกจ้างมีอายุงานก่อนเกษียณมากกว่า 5 ปีขึ้นไป สามารถแยกเงินชดเชยออกจากการคำนวณรวมกับเงินได้ประเภทที่ 1

อย่างไรก็ตาม การเกษียณอายุของลูกจ้างอาจไม่จำเป็นต้องมีอายุครบกำหนด 60 ปีเสมอไป เพราะลูกจ้างมีสิทธิ์ขอเกษียณหลังอายุเกินกว่า 60 ปี และหากนายจ้างอนุญาตให้ทำงานต่อ ก็ให้นับอายุการทำงานของลูกจ้างต่อทันทีหลังลูกจ้างรายนั้นได้แสดงเจตนาไปแล้วครบ 30 วัน


ตารางเงินชดเชยเกษียณอายุของลูกจ้าง

แม้ว่ากระทรวงแรงงานจะกำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างหลังเกษียณ ด้วยเงินชดเชยเกษียณอายุแล้วก็จริง แต่ลูกจ้างแต่ละคนต่างได้รับค่าชดเชยเกษียณอายุงานแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับอายุการทำงาน และเงินเดือนในเดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

น้อยกว่า 120 วัน

ไม่ได้รับค่าชดเชย

120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี

30 วัน

1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี

90 วัน

3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี

180 วัน

6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี

240 วัน

10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี

300 วัน

ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป

400 วัน


ตัวอย่างการคำนวณเงินชดเชยเกษียณอายุด้วยตนเอง




จากตารางเงินชดเชยเกษียณอายุตามที่กล่าวไปข้างต้น หากยังไม่เห็นภาพว่าควรคำนวณอย่างไร สามารถศึกษาได้จากตัวอย่างดังต่อไปนี้

ตัวอย่างที่ 1นาย A ทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่งมาแล้ว 25 ปี เงินเดือนสุดท้ายก่อนเกษียณอายุคือ 60,000 บาท

สูตรคำนวณเงินค่าชดเชยกรณีเกษียณอายุ หาได้จาก


ค่าจ้างต่อวัน X จำนวนวันที่ได้รับเงินชดเชย

โดยค่าจ้างต่อวัน คือ เงินเดือนในเดือนสุดท้ายก่อนเกษียณอายุX12/365

ค่าจ้างต่อวันกรณีนาย A 60,000X12/365 = 1,972.60 บาท

และนาย A ทำงานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี ดังนั้นนาย A จะได้รับเงินชดเชยเกษียณจำนวน400 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 1,972.60X400 =788,800 บาท

ตัวอย่างที่ 2นาย B เป็นพนักงานขับรถ เงินเดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ คือ 25,000 บาท ทำงานมาได้ทั้งสิ้น 6 ปี 5 เดือน ซึ่งกรณีนาย B จำนวนวันที่ได้รับเงินชดเชยเท่ากับ 240 วัน โดยคำนวณค่าจ้างต่อวันได้เท่ากับ

25,000X12/365 = 821.91 บาท

ดังนั้นนาย B จะได้รับเงินชดเชยเกษียณ 821.91 X 240 = 197,258.4 บาท


อ้างอิงจาก :

https://www.settrade.com/th/news-and-articles/articles/249-cfp-retire-benefits


4 ทางเลือกออมเงินเตรียมพร้อมเกษียณอายุ

ถึงแม้ว่าจะได้รับเงินชดเชยเกษียณอายุแล้วก็ตาม แต่คนจำนวนไม่น้อยก็ประสบกับปัญหาไม่มีเงินใช้จ่ายในยามเกษียณ จากการขาดความรู้ความเข้าใจด้านการเงินตั้งแต่เริ่มต้นวัยทำงาน ซึ่งมีวิธีเก็บเงินเงินน่าสนใจที่ทำให้ทุกคนมีเงินเก็บดังต่อไปนี้

  • ออมเงินผ่านแอปรายรับรายจ่าย
    แอปรายรับรายจ่ายเป็นทางเลือกเก็บเงินของคนรุ่นใหม่ที่ดีกว่าการฝากเงินในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของแอปรายรับรายจ่ายสูงกว่าโมบายแบงก์กิ้ง และแอปรายรับรายจ่ายมีฟีเจอร์ที่จะช่วยให้เจ้าของบัญชีออมเงินได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย
  • ออมเงินกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
    หากมองว่าเงินเกษียณอายุที่จะได้รับตามกฎหมายแรงงานน้อยเกินไป ถ้าบริษัทที่ทำงานมีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ให้เลือกหักเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในอัตราเต็ม 15% ของเงินเดือนแทนที่จะจ่ายขั้นต่ำ 2% เหมือนคนส่วนใหญ่ เพราะเมื่อรวมเงินสมทบที่นายจ้างจ่ายให้แล้ว ลูกจ้างจะได้รับเงินก้อนใหญ่มากพอ จนถึงขั้นเป็นคนรวยได้ในยามเกษียณ
  • ออมเงินกับบัญชีเงินฝากประจำ
    การออมเงินกับบัญชีเงินฝากประจำก็เป็นวิธีที่ช่วยให้เงินต่อเงินได้เหมือนกัน โดยควรเลือกฝากเงินในบัญชีเงินฝากประจำระยะยาวมากกว่า 12 เดือนขึ้นไป เนื่องจากได้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินในบัญชีเงินฝากระยะสั้น และการฝากเงินในบัญชีเงินฝากประจำยังเป็นการฝึกฝนวินัยทางการเงิน ให้คุณออมเงินได้อย่างสม่ำเสมอ จนมีเงินมากพอที่จะไม่พึ่งพาเงินชดเชยกรณีเกษียณอายุก็ได้
  • ออมเงินกับกองทุนรวม
    กองทุนรวมเป็นช่องทางออมเงินที่ได้รับความนิยมในการเตรียมพร้อมก่อนเกษียณอายุ เพราะให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงกว่าการออมในรูปแบบอื่น แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงในการขาดทุนเช่นกัน ดังนั้น หากคุณรับความเสี่ยงได้น้อย เราแนะนำให้ออมเงินในกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้เกรด AAA เป็นต้น


เงินชดเชยเกษียณอายุ สิทธิ์อันควรได้ที่แรงงานควรรู้

เงินชดเชยเกษียณอายุเป็นสิทธิ์ที่แรงงานทุกคนควรศึกษาไว้ เพื่อมิให้เสียสิทธิ์อันควรได้รับ และเตรียมวางแผนนำเงินเย็นที่ได้จากเงินชดเชยเกษียณอายุตามกฎหมายแรงงานไปลงทุนตามช่องทางต่าง ๆ ให้เงินงอกเงย พร้อมสร้างมรดกให้แก่ลูกหลาน

อย่างไรก็ตาม หากมีภาระต้องผ่อนบ้านหรือผ่อนรถยนต์ มีปัญหาหมุนเงินไม่ทันบ่อยครั้ง แถมกว่าจะเกษียณจนได้เงินชดเชย ก็เหลือเวลาอีกหลายปี ทำให้ในระหว่างนี้ไม่มีเงินก้อนมาใช้จ่าย แต่หากใช้บัตรกดเงินสดKTC PROUD บัตรกดเงินสดของคนรุ่นใหม่ ที่อนุมัติไวแล้ว ก็จะมีเงินมาช่วยหมุนเวียนให้สภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น และช่วยให้มีเงินเก็บจนถึงเป้าหมายที่พร้อมแก่การเกษียณได้!

วางแผนการเงินก่อนเกษียณด้วยบัตรกดเงินสด KTC PROUD




*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี