การเบิกค่าเล่าเรียนบุตร ถือเป็นสวัสดิการหนึ่งที่รัฐบาล จัดให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ รวมถึงพนักงานรัฐวิสาหกิจบางแห่ง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตร ซึ่งการเบิกค่าเล่าเรียนบุตร กรมบัญชีกลางได้ปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร พ.ศ. 2562 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2562 มาจนถึงปัจจุบัน


ใครบ้างที่มีสิทธิ์เบิกค่าเล่าเรียนบุตร?

สำหรับผู้มีสิทธิ์เบิกค่าเล่าเรียนบุตรได้ มีดังต่อไปนี้

  1. ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำจากเงินงบประมาณรายจ่าย งบบุคลากรของกระทรวง ทบวง กรม เว้นแต่ข้าราชการการเมืองหรือข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ ซึ่งอยู่ในระหว่างรับการศึกษาอบรมในสถานศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการประจำ
  2. ลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งมีหนังสือสัญญาจ้างที่ได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณรายจ่าย และสัญญาจ้างนั้นมิได้ระบุเกี่ยวกับการได้รับเงินสวัสดิการ เกี่ยวกับการศึกษาของบุตรไว้เป็นพิเศษ
  3. ผู้ได้รับบำนาญปกติหรือผู้ได้รับบำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพตามกฎหมายว่าด้วย บำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และทหารกองหนุน มีเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด



เบิกค่าเล่าเรียนบุตรได้ตั้งแต่อายุครบ 3 ปี แต่ไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์


เบิกค่าเล่าเรียนบุตรได้ถึง อายุ เท่าไร?

สามารถเริ่มเบิกค่าเล่าเรียนบุตรได้ตั้งแต่อายุครบ 3 ปี แต่ต้องไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ และกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า โดยบุตรของผู้มีสิทธิ์นั้นต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นบุตรระหว่างสมรส ส่วนบุตรนอกสมรส ไม่ว่าจะเกิดจากการสมรสในภายหลัง การจดทะเบียนรับรองบุตร หรือศาลพิพากษา (ปพพ. มาตรา 1547) ให้ถือว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย นับแต่วันที่เด็กเกิด และสามารถเบิกได้เพียงบุตรลำดับที่ 1-3 เท่านั้น ไม่ว่าจะเกิดจากการสมรสครั้งใดก็ตาม ทั้งนี้ จะไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม และบุตรซึ่งบิดามารดาได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น

ส่วนในกรณีที่มีบุตรเกิน 3 คน และต่อมาบุตรคนใดคนหนึ่งใน 3 คน เสียชีวิต พิการ ไม่สามารถเรียนได้ หรือไร้ความสามารถ เสมือนไร้ความสามารถ วิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ ก่อนอายุ 25 ปีบริบูรณ์ ให้สามารถเบิกค่าเล่าเรียนของบุตรเพิ่มได้ตามจำนวนบุตรที่เสียชีวิต พิการ ไร้ความสามารถ ฯลฯ โดยนับบุตรคนที่อยู่ถัดไปก่อน

ส่วนใครที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรไม่ถึง 3 คน แต่ต่อมามีบุตรแฝด ทำให้รวมแล้วมีบุตรเกิน 3 คน ให้สามารถเบิกค่าเล่าเรียนของบุตรแฝดได้ทุกคน และถ้าบุตรคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต พิการ ไร้ความสามารถ ฯลฯ ก่อนอายุ 25 ปีบริบูรณ์ ให้ลดจำนวนบุตรที่ได้รับสิทธิ์ลงจนเหลือไม่เกิน 3 คน จึงจะมีสิทธิ์เบิกค่าเล่าเรียนบุตรเพิ่มได้อีก


สถานศึกษาของทางราชการที่สามารถเบิกค่าเล่าเรียนบุตรได้มีที่ไหนบ้าง?

  1. มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือส่วนราชการอื่น หรือที่อยู่ในกำกับของรัฐ เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  2. วิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งมีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัยในสังกัด หรืออยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ หรือส่วนราชการอื่นที่ ก.พ. รับรองคุณวุฒิ เช่น ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี
  3. โรงเรียนในสังกัด หรือ อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง และ ให้หมายความรวมถึงโรงเรียนที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีการจัดระดับชั้นเรียนด้วย
  4. โรงเรียนในสังกัดหรืออยู่ในกำกับของส่วนราชการอื่นหรือองค์การของรัฐบาลที่ ก.พ. รับรองคุณวุฒิ
  5. โรงเรียนในสังกัดส่วนราชการที่กระทรวงการคลังกำหนด
  6. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีการจัดระดับชั้นเรียนในสังกัดส่วนราชการ
  7. สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
  8. โรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน


ประเภทและอัตราในการเบิกค่าเล่าเรียนบุตร

ประเภท/ระดับการศึกษา/ ประเภทวิชา/สายวิชา

สถานศึกษาของทางราชการ บํารุงการศึกษาต่อปีการศึกษา

สถานศึกษาของเอกชน อัตราค่าธรรมเนียม การศึกษา/ค่าเล่าเรียนต่อปีการศึกษา

สถานศึกษาที่รับ เงินอุดหนุน (บาท)

สถานศึกษาที่ไม่รับ เงินอุดหนุน (บาท)

ประเภทสามัญศึกษา

อนุบาล

5,800

4,800

13,600

ประถมศึกษา

4,000

4,200

13,200

มัธยมศึกษาตอนต้น

4,800

3,300

15,800

มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช.

4,800

3,200

16,200

อนุปริญญา

13,700

-

-

ปริญญาตรี

25,000

-

-

ประเภท/ระดับการศึกษา/ ประเภทวิชา/สายวิชา

สถานศึกษาของเอกชน อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา/ค่าเล่าเรียนต่อปีการศึกษา

สถานศึกษาที่รับเงินอุดหนุน (บาท)

สถานศึกษาที่ไม่รับ เงินอุดหนุน (บาท)

ประเภทอาชีวศึกษา

คหกรรม หรือคหกรรมศาสตร์

3,400

16,500

พาณิชยกรรม หรือบริหารธุรกิจ

5,100

19,900

ช่างอุตสาหกรรม หรืออุตสาหกรรม

7,200

24,400

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

5,100

19,900

อุตสาหกรรมสิ่งทอ

7,200

24,400

สําหรับสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่าและหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) หรือเทียบเท่า ให้เบิกได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่จ่ายจริงของค่าเล่าเรียนปีการศึกษาละไม่เกิน 25,000 - 30,000 บาท ตามประเภทวิชาหรือสายวิชา และหลักสูตรปริญญาตรี

ให้เบิกจ่ายครึ่งหนึ่งของจํานวนที่ได้จ่ายไปจริงของค่าเล่าเรียนปีการศึกษาละไม่เกิน 25,000 บาท ค่าเล่าเรียนที่ให้เบิกจ่ายได้จะต้องเป็นค่าธรรมเนียมการเรียนหรือค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งสถานศึกษาเอกชนเรียกเก็บตามอัตราที่ได้รับอนุมัติ จากกระทรวงศึกษาธิการหรือมหาวิทยาลัย


เอกสารเบิกค่าเล่าเรียนบุตร ข้าราชการ มีอะไรบ้าง เบิกได้ที่ไหน?

สำหรับสถานที่เบิกค่าเล่าเรียนบุตรนั้นขึ้นอยู่กับหน่วยงานต้นสังกัดที่ข้าราชการทำงานอยู่ โดยต้องแนบเอกสาร ดังนี้

  1. ใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร (แบบ 7223)
  2. ใบเสร็จรับเงินจากสถานศึกษา
  3. สําเนาใบอนุญาตของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีเป็นสถานศึกษาเอกชน
  4. หลักฐานแยกกันอยู่ (แบบ บก.ชล.8) กรณีไม่ประสงค์จะอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา
  5. หนังสือแจ้งการใช้สิทธิ์และหนังสือตอบรับการแจ้งการใช้สิทธิ์ (กรณีใช้สิทธิ์ภรรยา)
  6. สําเนาหนังสือสําคัญแสดงการรับรองบุตรกรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส

หมายเหตุ :หลักฐานแนบ 2 ชุด ในการเบิกครั้งแรก โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่เบิกจ่ายเก็บไว้ 1 ชุด สำหรับตรวจสอบการเบิกในคราวต่อไป


ระยะเวลาการขอเบิกค่าเล่าเรียนบุตร


กรณีปกติ

  • การขอยื่นขอใช้สิทธิ์เบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร กรณีสถานศึกษาเก็บเงินเป็นรายภาคเรียนต้องยื่นหลักฐานขอเบิกภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันเปิดภาคเรียนของแต่ละภาค
  • การขอยื่นขอใช้สิทธิ์เบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร กรณีสถานศึกษา เก็บเงินค่าศึกษาครั้งเดียวตลอดปี ต้องยื่นหลักฐานขอเบิกภายใน 1 ปี นับต้ังแต่วันเปิดภาคเรียนต้นของปีการศึกษาน้ันๆ


กรณียื่นเรื่องขอใช้สิทธิ์ขอเบิกเงินสวัสดิการค่าศึกษาบุตรเกิน 1 ปี

  • กรณีถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่ปรากฏภายหลังว่า ได้รับเงินเดือนในระหว่างถูกสั่งพักราชการ หรือในระหว่างถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ให้ผู้มีสิทธิ์ยื่นใบเบิกเงินสวัสดิการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่กรณีถึงที่สุด
  • กรณีผู้มีสิทธิ์มีความจำเป็นต้องขอผ่อนผันต่อสถานศึกษาในการชำระเงินล่าช้า กรณีนี้ ให้ผู้มีสิทธิ์ยื่นใบเบิกเงินสวัสดิการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ออกหลักฐาน การรับเงินของสถานศึกษา
  • กรณีบุตรของผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร กู้ยืมเงินเรียน จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ให้นำหลักฐานมายื่นใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับ การศึกษาบุตรได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ออกหลักฐานการรับเงินของสถานศึกษา

อ้างอิงจาก :


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC