ในปี 2026 การขับรถยนต์ไฟฟ้า EV ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “เทรนด์” แต่ได้กลายเป็น “แนวโน้มการขับขี่ในอนาคต” ที่หลายคนเริ่มให้ความสนใจ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นและเทคโนโลยีการขับขี่ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่เคยเป็นรถยนต์หรูราคาแพง แต่ปัจจุบันนี้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นตัวท็อป ตอบโจทย์ทุกการใช้งานและทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ แน่นอนว่าเมื่อมีตัวเลือกหลากหลายก็มักจะเกิดคำถามตามมาว่า ควรเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า EV รุ่นไหนดี? ราคาเท่าไหร่ถึงจะเหมาะกับเรา? และทางเลือกผ่อนชำระใดที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุด?

รถยนต์ไฟฟ้า EV คืออะไร ?

รถยนต์ไฟฟ้า EV หรือรถ EV ย่อมาจากคำว่า Electric Vehicle ที่แปลว่ารถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นรถที่ใช้การขับเคลื่อนโดยมอเตอร์ไฟฟ้ารวมถึงระบบไฟฟ้า ซึ่งจะมีระบบสำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้าเอาไว้ในแบตเตอรี่ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่เพื่อแปลงเป็นพลังงานนำมาใช้ในการขับเคลื่อน รถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันสามารถแบ่งได้หลายประเภทตามกลุ่มของการใช้พลังงาน โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก คือ

1. รถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle : HEV)

รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ใช้พลังงานผสมผสานระหว่างเชื้อเพลิงทั่วไปและพลังงานไฟฟ้า รถยนต์ประเภทที่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ เพราะพลังงานบางส่วนจะถูกจัดเก็บไว้ในแบตเตอรี่และสามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของรถ โดยพลังงานไฟฟ้าจะมาจากการปั่นไฟด้วยเชื้อเพลิงน้ำมันเป็นหลัก

2. รถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle : PHEV)

รถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 2 ระบบกับไฮบริด คือเป็นประเภทที่มีระบบน้ำมันเชื้อเพลิงและระบบไฟฟ้า แต่จะต้องเลือกว่าจะใช้ระบบใด ระบบหนึ่ง เช่น เลือกใช้งานเฉพาะไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว และเมื่อแบตเตอรี่หมดรถจะทำงานด้วยระบบน้ำมันเชื้อเพลิงคล้ายกับระบบแบบไฮบริด (HEV) แบบปกติ หากไฟฟ้าหมดสามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟได้

3. รถยนต์ไฟฟ้าแบบใช้แบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV)

รถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ที่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก ไม่มีเครื่องยนต์สันดาปภายใน ทำให้ไม่มีการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสีย ไม่มีเสียงเครื่องยนต์

4. รถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (Range-Extended Electric Vehicle : REEV)

รถยนต์ไฟฟ้าที่มีโครงสร้างหลักเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยการขับเคลื่อนล้อทั้งหมดจะมาจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวตลอดการเดินทาง มอบประสบการณ์การขับขี่แบบ EV อย่างเต็มที่ ทั้งความเงียบและแรงบิดที่สูง แต่ความโดดเด่นคือการเพิ่มระบบช่วยเพิ่มระยะทาง หรือ Range Extende มีเครื่องยนต์สันดาปทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า


ทำไมรถยนต์ไฟฟ้า EV ถึงได้รับความนิยมมากขึ้น?

เหตุผลที่รถยนต์ไฟฟ้า EV เป็นที่สนใจของผู้ขับขี่จนกลายมาเป็นที่นิยมในตลาดรถยนต์ในปัจจุบันก็เพราะรถยนต์ไฟฟ้า EV มีคุณสมบัติหลากหลายประการที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น

  • การช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

ค่าไฟสำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV ถูกกว่าค่าน้ำมันในระยะยาวอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ค่าบำรุงรักษาของรถยนต์ไฟฟ้า EV ก็ยังต่ำกว่ารถยนต์สันดาปภายใน เนื่องจากมีชิ้นส่วนที่ซับซ้อนน้อยกว่า

  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

รถยนต์ไฟฟ้า EV ไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศ (Zero Emission) ช่วยลดปัญหามลภาวะและฝุ่น PM2.5 ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

  • เทคโนโลยีทันสมัย

รถยนต์ไฟฟ้า EV มาพร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชันอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เช่น ระบบขับขี่อัตโนมัติ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ล้ำสมัย และการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ราบรื่น

 

รถยนต์ไฟฟ้า EV ราคาเท่าไหร่?

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV ในปี 2026 มีความหลากหลายด้านราคามากขึ้น เพิ่มตัวเลือกให้ผู้ขับขี่ในการเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า EV รุ่นที่เหมาะสมกับงบประมาณได้ง่ายขึ้น

ช่วงราคา

ตัวอย่างรุ่นรถยนต์

คุณสมบัติด้านการใช้งาน

ไม่เกิน 600,000 บาท

Wuling Air EV, VOLT City EV, CHANGAN Lumin ,NETA V-II, BYD Dolphin

กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่เน้นการใช้งานในเมือง เนื่องจากมีขนาดเล็กกะทัดรัด แบตเตอรี่และระยะทางวิ่งไม่ไกลมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า EV คันแรก

600,000 - 1,000,000 บาท

MG EP / MG EP Plus, MG 4 Electric, ORA Good Cat,  AION Y Plus,  MG ZS EV, BYD ATTO 3             , OMODA C5 EV

กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่มีการแข่งขันสูงที่สุด เนื่องจากมีตัวเลือกหลากหลาย โดยแต่ละรุ่นก็มีระยะทางวิ่งไกลขึ้น เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น

สูงกว่า 1,000,000 บาท

BYD SEALION 7, KIA EV5 และ Tesla Model 3 RWD

กลุ่มรถยนต์พรีเมี่ยมและหรูหรา มาพร้อมเทคโนโลยีและสมรรถนะสูง

แนะนำรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่น่าซื้อในปี {{current year en}

ในปี 2026 มีรถยนต์ไฟฟ้า EV หลายรุ่นที่โดดเด่นและน่าสนใจ ดังนี้


JAECOO 5 EV

Jaecoo 5 EV เป็นรถยนต์ไฟฟ้า EV 100% ประเภท SUV ที่โดดเด่นเรื่องการผสมผสานความแข็งแกร่งของแบรนด์ Jaecoo เข้ากับแรงบันดาลใจจากความสมดุลแห่งธรรมชาติ ออกแบบมาเพื่อให้เป็นเพื่อนที่รู้ใจและขับเคลื่อนอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoors)

แบตเตอรี่และสมรรถนะ

  • กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด : 155 กิโลวัตต์ (211 แรงม้า)
  • แรงบิดสูงสุด : 288 นิวตันเมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.  : 7.7 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด : 175 กม./ชม.
  • ความจุแบตเตอรี่แรงดันสูง : 58.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
  • ระยะทางขับเคลื่อนสูงสุด (NEDC) : 461 กิโลเมตร
  • ระยะทางขับเคลื่อนสูงสุด (WLTP) : 402 กิโลเมตร
  • การชาร์จกระแสตรง (DC) สูงสุด : 130 กิโลวัตต์
  • การชาร์จกระแสสลับ (AC) สูงสุด : 11 กิโลวัตต์

ดีไซน์

  • พื้นที่บรรทุกสัมภาระ : ด้านหน้า 35 ลิตร และ ด้านหลัง 480-1,284 ลิตร
  • ภายนอก : มีอุปกรณ์มาตรฐานภายนอกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED, ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวันแบบ LED และสปอยเลอร์หลังคาแบบสปอร์ต และในรุ่น Long Range Max จะมีอุปกรณ์เพิ่มเติม ได้แก่ หลังคาพาโนรามิค (Panoramic Fixed Glass Roof) ขนาด 1.45 ตร.ม. และระบบปิดบานประตูท้ายด้วยระบบไฟฟ้า
  • ภายใน : พร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส บริเวณคอนโซลกลางกว้าง 13.2 นิ้ว และจอแสดงผลมาตรวัดขนาด 10.25 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีระบบปรับอากาศแยกอิสระ 2 โซน รองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง และมีเบาะนั่งด้านหลังแบบพับได้ 60/40 มีฟังก์ชันชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย 50 วัตต์ และในรุ่น Long Range Max มีฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่น ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร 64 สี, เบาะนั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าพร้อมฟังก์ชันระบายอากาศ และกล้องแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 540 องศา

ราคา

  • JAECOO 5 EV รุ่น Long Range Dynamic ราคาอยู่ที่ 589,000 บาท
  • JAECOO 5 EV รุ่น Long Range Max ราคาอยู่ที่ 639,000 บาท

 


Deepal S05

DEEPAL S05 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า EV ประเภท SUV ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในประเทศไทย เนื่องจากมีขนาดตัวรถที่ใหญ่เมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน พร้อมทั้งมีตัวเลือกขุมพลังถึง 2 แบบ คือ ไฟฟ้า 100% (BEV) และระบบเพิ่มระยะทางวิ่ง (REEV) ในราคาที่เข้าถึงได้

แบตเตอรี่และสมรรถนะ

สำหรับในรุ่น Lite, Plus และ Max เป็นดังนี้

  • กำลังไฟฟ้าสูงสุด : 175 กิโลวัตต์ (238 แรงม้า)
  • แรงบิดสูงสุด : 320 นิวตันเมตร
  • แบตเตอรี่ความจุ : 56.1 kWh
  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้า (NEDC) : 470 กิโลเมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. : 7.3 วินาที
  • การชาร์จเร็ว (DC) : สูงสุด 151.5 kW (30-80% ใน 15 นาที)

สำหรับในรุ่น Reev Plus และ Reev Max เป็นดังนี้

  • กำลังไฟฟ้าสูงสุด : 160 กิโลวัตต์ (218 แรงม้า)
  • แรงบิดสูงสุด : 320 นิวตันเมตร
  • แบตเตอรี่ความจุ : 27.28 kWh
  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้า (NEDC) : 170 กิโลเมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. : 7.9 วินาที
  • การชาร์จเร็ว (DC) : สูงสุด 54.5 kW (30-80% ใน 20 นาที)

ดีไซน์

  • ภายนอก : เน้นความโฉบเฉี่ยวและลู่ลม มีจุดเด่นคือประตูแบบไร้ขอบกระจก (Frameless Door) ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED และในรุ่น รุ่น Max จะติดตั้งหลังคากระจกแบบพาโนรามา และประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า
  • ภายใน : ออกแบบโดยเน้นความเงียบด้วยการใช้กระจกประตูไร้ขอบหนา 5 มม. และวัสดุกันเสียง เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์ พร้อมรูระบายอากาศ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ใช้งานผ่านจอแสดงผล ติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.4 นิ้ว (ในรุ่น Max) และพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน

ราคา

  • DEEPAL S05 รุ่น LITE ราคาอยู่ที่ 799,000 บาท
  • DEEPAL S05 รุ่น PLUS ราคาอยู่ที่ 849,000 บาท
  • DEEPAL S05 รุ่น MAX ราคาอยู่ที่ 899,000 บาท
  • DEEPAL S05 รุ่น PLUS REEV ราคาอยู่ที่ 949,000 บาท
  • DEEPAL S05 รุ่น MAX REEV ราคาอยู่ที่ 999,000 บาท

 


Tesla Model 3 Standard Range

Tesla Model 3 รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ผสมผสานประสิทธิภาพเต็มกำลังเข้ากับดีไซน์ที่เรียบง่ายและเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง

แบตเตอรี่และสมรรถนะ

  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้า : สามารถวิ่งได้สูงสุด 520 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. : 6.1 วินาที
  • ระบบขับเคลื่อน : เป็นรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive) ที่ให้การขับขี่ที่คล่องตัว
  • ระบบชาร์จ : รองรับการชาร์จแบบ Supercharging ที่ให้กำลังไฟสูง โดยสามารถเพิ่มระยะทางได้สูงสุดถึง 243 กิโลเมตร ในเวลาเพียง 15 นาที
  • การรับประกัน : ตัวรถพื้นฐาน 4 ปี หรือ 80,000 กม. และ แบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กม.

ดีไซน์

  • ระบบเสียง : มาพร้อมระบบเสียงที่ออกแบบโดย Tesla ให้คุณภาพเสียงที่เหนือระดับ
  • หน้าจอแสดงผล : นอกจากหน้าจอหลักแล้ว ยังมีหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เพื่อควบคุมระบบปรับอากาศและความบันเทิง
  • พื้นที่เก็บสัมภาระ : มีความจุรวมถึง 682 ลิตร ซึ่งรวมถึงพื้นที่เก็บของทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ราคา

  • Tesla Model 3 Rear-Wheel Drive (Standard Range) มีราคาเริ่มต้นที่ 1,439,000 บาท


BYD Sealion 7

BYD Sealion 7 เป็นรถยนต์ SUV ไฟฟ้าที่เน้นดีไซน์สปอร์ตและสมรรถนะสูง โดยเฉพาะรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (Performance AWD) เป็นรถไฟฟ้าที่ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “LIFE IN MOTION” โดย Wolfgang Egger ปรมาจารย์ด้านการออกแบบระดับโลก ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากความงดงามของท้องทะเลมาผสานกับนวัตกรรมล้ำสมัย

แบตเตอรี่และสมรรถนะ

สำหรับในรุ่น Performance AWD เป็นดังนี้

  • ระยะทางวิ่งสูงสุด : 542 กิโลเมตร (NEDC)
  • กำลังรวมสูงสุด : 390 กิโลวัตต์ (kW)
  • แรงบิดรวมสูงสุด : 690 นิวตัน-เมตร (Nm)
  • ความจุแบตเตอรี่ : 82.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)
  • หัวชาร์จ AC : Type 2 กำลังสูงสุด 11 kW
  • หัวชาร์จ DC : CCS 2 กำลังสูงสุด 150 kW

ดีไซน์

  • ภายนอก: มีการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทะเล (Ocean Aesthetics) คล้ายกับรุ่น BYD Seal
  • ภายใน: เน้นความกว้างขวาง เทคโนโลยีหน้าจอหมุนได้ (DiLink) และวัสดุพรีเมี่ยม

ราคา

  • BYD Sealion 7 รุ่น Premium ราคาอยู่ที่ 1,074,900 บาท
  • BYD Sealion 7 รุ่น Performance AWD ราคาอยู่ที่ 1,174,900 บาท

 

รถยนต์ไฟฟ้า EV เหมาะกับใคร?

1. ผู้ที่ต้องการความประหยัดในระยะยาว

รถยนต์ไฟฟ้า EV เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ขับรถบ่อยและต้องการลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษา

2. ผู้ที่มีสถานที่ชาร์จรถสะดวก

รถยนต์ไฟฟ้า EV เหมาะกับผู้ที่มีสถานที่ชาร์จรถ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน เพราะการชาร์จไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญของการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า EV

3. ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยและเทคโนโลยีใหม่ ๆ

รถยนต์ไฟฟ้า EV มาพร้อมระบบความปลอดภัยและฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่ที่ล้ำสมัย ซึ่งจะตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในปัจจุบันและเทรนด์การขับขี่ในอนาคต

ผ่อนรถ EV ยังไงให้คุ้ม? ใช้บัตรเครดิต KTC เป็นตัวช่วย

บัตรเครดิต KTC เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้การซื้อรถยนต์ไฟฟ้า EV เป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยให้เกิดสภาพคล่องทางการเงิน

  • ใช้บัตรเครดิตในการชำระเงินจองหรือเงินดาวน์ ทำให้ไม่ต้องจ่ายเงินสดจำนวนมากในทันที
  • ทุกการใช้จ่ายเพื่อการจองหรือดาวน์รถยนต์ไฟฟ้า EV จะได้รับคะแนนสะสม ซึ่งสามารถนำไปใช้แลกเป็นสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพื่อรับความคุ้มค่า สำหรับบัตรเครดิต KTC การใช้จ่ายครบทุก 25  บาท จะได้รับ 1 KTC FOREVER ซึ่งสะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ
  • การใช้บัตรเครดิตช่วยให้คุณสามารถนำเงินสดที่เหลืออยู่ในบัญชีไปลงทุนหรือใช้จ่ายในส่วนอื่นที่จำเป็นได้ นำไปสู่การมีสภาพคล่องทางการเงิน

 

การเลือกรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่เหมาะสมและตอบโจทย์การขับขี่ของตนเองจำเป็นต้องพิจารณาประกอบร่วมกันกับหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งราคา การใช้งาน ความคุ้มค่า และช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งบัตรเครดิต KTC สามารถเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ง่ายและคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม ด้วยโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ สนใจ สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ทั้งยังได้รับความคุ้มค่าทุกการใช้จ่ายกับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ

 

คุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายเรื่องรถกับบัตรเครดิต KTC