ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัตรเครดิตและแอปพลิเคชันบนมือถือช่วยให้การใช้จ่ายสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าออนไลน์ ชำระค่าบริการ หรือตรวจสอบยอดใช้จ่าย แต่ในขณะเดียวกัน ความสะดวกนี้ก็ทำให้มิจฉาชีพคิดค้นกลโกงรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อหลอกขโมยข้อมูลทางการเงิน โดยหนึ่งในวิธีที่พบได้บ่อยก็คือ การส่ง SMS ปลอมแอบอ้างเป็นธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ให้บริการบัตรเครดิต พร้อมแจ้งเตือนว่า บัตรเครดิตถูกระงับ พบธุรกรรมผิดปกติ หรือต้องยืนยันตัวตนเพื่อกลับมาใช้งานบัตรเครดิตได้ตามปกติ จากนั้นจะแนบลิงก์และเร่งให้ผู้รับกดเข้าไปดำเนินการ ซึ่งหากหลงเชื่อและกรอกข้อมูลบัตรเครดิต รหัสผ่าน หรือรหัส OTP ลงในเว็บไซต์ปลอม มิจฉาชีพอาจนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
หากได้รับ SMS แจ้งว่าบัตรเครดิตถูกระงับ อย่าเพิ่งตกใจ อย่ากดลิงก์ หรือตอบกลับข้อความ แต่ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อน โดยอาจสังเกตว่าข้อความแนบลิงก์ให้ยืนยันตัวตน มีการขอข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสลับและเร่งให้ดำเนินการภายในเวลาจำกัดหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นพฤติกรรมของเหล่ามิจฉาชีพ
SMS แจ้งเตือนบัตรเครดิตถูกระงับ ของจริงหรือหลอก ตรวจสอบอย่างไร ?
หากได้รับ SMS แจ้งเตือนว่า บัตรเครดิตถูกระงับหรือพบธุรกรรมผิดปกติ เบื้องต้นควรตรวจสอบก่อนว่าข้อความนั้นเป็นการแจ้งเตือนจริงหรือเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ โดยให้สังเกต 3 จุดสำคัญ ได้แก่ มีลิงก์ให้กดเพื่อยืนยันตัวตนหรือไม่ มีการขอข้อมูลบัตรเครดิต รหัสผ่าน หรือ OTP หรือไม่ และมีการเร่งให้ต้องดำเนินการภายในเวลาจำกัดหรือไม่ หากพบเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ควรหยุดดำเนินการผ่านข้อความนั้นทันที และตรวจสอบกับธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการแทน
ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่ควรรู้ คือ ปัจจุบันธนาคาร/สถาบันการเงินมีนโยบายงดส่ง SMS ที่แนบลิงก์ตามมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรวมถึงบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ด้วย โดยทั่วไป หากพบธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ ธนาคาร/สถาบันการเงินจะใช้วิธีโทรศัพท์ติดต่อสมาชิกบัตรเครดิตเพื่อสอบถามและตรวจสอบรายการที่ดูผิดปกติดังกล่าว ดังนั้น หากสมาชิกบัตรเครดิตได้รับ SMS อ้างว่าบัตรเครดิตถูกระงับหรือพบธุรกรรมผิดปกติ พร้อมแนบลิงก์ให้กดเพื่อยืนยันตัวตนหรือแก้ไขปัญหา ควรสงสัยไว้ก่อนว่าเป็นข้อความปลอม และอย่ากดลิงก์หรือกรอกข้อมูลส่วนตัวผ่านลิงก์ดังกล่าว แต่ให้ตรวจสอบสถานะบัตรเครดิตผ่านแอปพลิเคชันทางการ หรือติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้โดยตรง
สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถตรวจสอบสถานะบัตรได้ด้วยตนเองผ่านแอป KTC Mobile หรือติดต่อ KTC PHONE 02 123 5000
ตรวจสอบ SMS น่าสงสัยใน 30 วินาที ด้วย 3 วิธีง่าย ๆ
วิธีคัดกรอง SMS ที่น่าสงสัยเบื้องต้นสามารถทำได้ภายในเวลาไม่นาน โดยพิจารณาจากลักษณะข้อความดังนี้
- ลิงก์ : ข้อความแนบลิงก์ให้กดโดยอ้างว่าเพื่อปลดล็อกบัตรเครดิต ยืนยันตัวตน หรือแก้ไขปัญหาการใช้งานบัตรเครดิต วิธีที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการกดลิงก์และเข้าไปตรวจสอบด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร/สถาบันการเงิน เช่น สมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ผ่านแอป KTC Mobile
- ข้อมูลส่วนตัว : ข้อความระบุว่า ขอเลขบัตรเครดิต วันหมดอายุ รหัส CVV/CVC2 รหัสผ่าน หรือ OTP ซึ่งล้วนถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ส่อถึงมิจฉาชีพ จึงไม่ควรกรอกข้อมูลเหล่านี้ผ่านลิงก์ที่ได้รับ
- ความเร่งด่วน : ระบุข้อความในเชิงเร่งรัดให้ดำเนินการ มิฉะนั้นจะถูกระงับบัตรเครดิตถาวรหรือเสียสิทธิ์ ซึ่งเป็นการกดดันให้ผู้รับตัดสินใจโดยไม่ทันตรวจสอบ
หากข้อความมีลักษณะเหล่านี้ ไม่ควรใช้ลิงก์หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่แนบมาเป็นช่องทางยืนยันความถูกต้อง แม้ข้อความจะดูเป็นทางการก็ตาม
สถาบันการเงินจะไม่ขอรหัสผ่านหรือรหัสใด ๆ ผ่าน SMS และโทรศัพท์
รหัสผ่าน รหัส OTP และข้อมูลความปลอดภัยของบัตรเครดิตเป็นข้อมูลที่เจ้าของบัญชีบัตรเครดิตต้องเก็บรักษาไว้และไม่ควรเปิดเผยให้ผู้อื่นทราบ หากมี SMS หรือบุคคลที่โทรศัพท์มาอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคาร/สถาบันการเงินเพื่อขอรหัสเหล่านี้เพื่อทำรายการปลดล็อกบัตรเครดิต ยกเลิกรายการ หรือยืนยันตัวตน ควรหยุดการสนทนาและติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ควรระวังเว็บไซต์เลียนแบบธนาคาร/สถาบันการเงินด้วย เพราะมิจฉาชีพในปัจจุบันสามารถออกแบบเว็บไซต์ปลอมให้เสมือนเว็บไซต์จริงได้ เพียงแต่จะแตกต่างกันที่บางตัวสะกด หรือความถูกต้องของ URL การกรอกข้อมูลลงในหน้าเว็บดังกล่าวอาจทำให้มิจฉาชีพนำข้อมูลไปใช้เข้าสู่ระบบหรือทำธุรกรรมได้เช่นกัน
เผลอกดลิงก์ใน SMS ปลอม ต้องทำอะไรทันที?
หากเผลอกดลิงก์จาก SMS ปลอม สิ่งสำคัญ คือ จะต้องหยุดดำเนินการต่อและประเมินว่ามีการเปิดเผยข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดเพิ่มเติมหรือไม่ หากกรอกข้อมูลบัตรเครดิตหรือรหัสผ่านไปแล้ว ควรรีบติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเพื่อล็อกบัตร/อายัดบัตรเครดิตโดยทันที หลังจากนั้นให้เปลี่ยนรหัสผ่านที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบรายการใช้จ่ายย้อนหลัง หากมีการติดตั้งแอปพลิเคชันจากลิงก์ที่น่าสงสัย ควรตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของอุปกรณ์และใช้โทรศัพท์เครื่องอื่นที่ปลอดภัยติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินโดยเร็ว
- ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หากมีการดาวน์โหลดหรือติดตั้งแอปพลิเคชันที่น่าสงสัย ให้ปิด Wi-Fi และอินเทอร์เน็ตมือถือบนอุปกรณ์นั้นก่อน และหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องดังกล่าวทำธุรกรรมสำคัญ
- อายัดบัตรเครดิตหรือแจ้งธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตทันที โดยสมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถดำเนินการล็อกบัตร/อายัดบัตรเครดิตชั่วคราวได้ด้วยตนเองผ่านแอป KTC Mobile หรือติดต่อ KTC PHONE 02 123 5000
- เปลี่ยนรหัสผ่านที่เกี่ยวข้องกับบัญชีที่อาจได้รับผลกระทบจากการกดลิงก์ปลอมจาก SMS เหล่านี้ โดยควรใช้อุปกรณ์ที่ปลอดภัย และหากใช้รหัสผ่านเดียวกันกับบริการอื่น ๆ ก็ควรเปลี่ยนรหัสผ่านเหล่านั้นด้วย
- ตรวจสอบรายการใช้จ่ายและบัญชีที่เกี่ยวข้อง โดยอาจตรวจสอบธุรกรรมบัตรเครดิตและบัญชีธนาคารว่ามีรายการที่ไม่ได้ทำด้วยตนเองหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบการเข้าสู่ระบบหรือการแจ้งเตือนที่ผิดปกติ
- เก็บหลักฐานและแจ้งความ โดยอาจบันทึกภาพหน้าจอ SMS ลิงก์ วันเวลา และรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นแจ้งความผ่านช่องทางที่สะดวก
หากพบว่ามีการโอนเงินหรือทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ควรติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องทันที เพราะความรวดเร็วในการแจ้งเหตุอาจช่วยจำกัดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้
3 ระดับความเสี่ยงที่มาพร้อม SMS ปลอม มีอะไรบ้าง?
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหลังคลิกลิงก์ที่มาพร้อม SMS ปลอม สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ การประเมินความเสี่ยงจากสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากคลิกลิงก์จึงเป็นสิ่งสำคัญ
- ระดับที่ 1 กดลิงก์ แต่ยังไม่ได้กรอกข้อมูลหรือดาวน์โหลดไฟล์ : หากเพียงเปิดหน้าเว็บและไม่ได้กรอกข้อมูล ดาวน์โหลดไฟล์ หรือติดตั้งแอปพลิเคชันใด ๆ ความเสี่ยงก็อาจต่ำกว่ากรณีอื่น ๆ แต่ควรปิดหน้าเว็บ ไม่กดปุ่มเพิ่มเติม และตรวจสอบว่าอุปกรณ์มีการดาวน์โหลดลิงก์ ไฟล์ หรือแอปพลิเคชันใด ๆ โดยไม่ตั้งใจหรือไม่
- ระดับที่ 2 มีการกรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลบัตรเครดิต หรือรหัสต่าง ๆ : มีความเป็นไปได้สูงที่ข้อมูลอาจรั่วไหล จึงควรรีบติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตเพื่ออายัดบัตรเครดิตถาวร หรือล็อกบัตร/อายัดบัตรเครดิตชั่วคราวด้วยตนเองก่อนในเบื้องต้นผ่านแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ รวมถึงเปลี่ยนรหัสผ่านที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบรายการใช้จ่ายทันที
- ระดับที่ 3 ดาวน์โหลดหรือติดตั้งแอปพลิเคชันจากลิงก์ : มีความเสี่ยงมากขึ้นหากแอปพลิเคชันได้รับสิทธิ์เข้าถึงหน้าจอ การแจ้งเตือน หรือควบคุมอุปกรณ์ ควรหยุดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและใช้อุปกรณ์เครื่องอื่นที่ปลอดภัยติดต่อผู้ให้บริการโทรศัพท์เพื่อขอคำแนะนำในการจัดการกับอุปกรณ์ที่มีความสุ่มเสี่ยง ดังนั้นแล้ว วิธีการที่ปลอดภัยที่สุดก็คือ การดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันผ่าน App Store สำหรับอุปกรณ์ iOS หรือ Google Play Store สำหรับอุปกรณ์ Android เท่านั้น หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปพลิเคชันจากลิงก์ที่ส่งผ่าน SMS แชท หรือแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
ทั้งนี้ หากไม่แน่ใจว่าข้อมูลหรืออุปกรณ์ตกอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่ ควรติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเพื่อประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติมและหาทางแก้ไข
กรอกเลขบัตรเครดิตและรหัสหลังบัตรไปแล้ว ต้องจัดการอะไรเป็นอันดับแรก
หากกรอกเลขบัตรเครดิต วันหมดอายุ หรือ CVV/CVC2 รหัสหลังบัตร ลงในเว็บไซต์ที่สุ่มเสี่ยงว่าเป็นเว็บไซต์ปลอม ควรติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรทันทีเพื่อขอล็อกบัตร/อายัดบัตรเครดิต จากนั้นควรตรวจสอบรายการใช้จ่าย และสอบถามเรื่องการออกบัตรเครดิตใบใหม่ หากกรอกรหัสผ่านหรือ OTP ด้วย ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ธนาคาร/สถาบันการเงินและเปลี่ยนรหัสผ่านที่เกี่ยวข้องผ่านอุปกรณ์ที่ปลอดภัย โดยไม่ต้องรอให้เกิดเหตุใด ๆ ก่อน
สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถแจ้งความประสงค์ขออายัดบัตรเครดิตถาวรได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 กด 1
การเปลี่ยนรหัสอย่างเดียวอาจไม่พอ หากถูกติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมเครื่อง
หากถูกหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันจากลิงก์ SMS ปลอม ควรหยุดใช้อุปกรณ์นั้น ๆ ทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ และตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จากนั้นใช้อุปกรณ์อื่นที่ปลอดภัยติดต่อผู้ให้บริการโทรศัพท์เพื่อขอคำแนะนำในการตรวจสอบและนำแอปพลิเคชันออก หากสงสัยว่าเครื่องถูกควบคุมหรือข้อมูลรั่วไหล ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน
บันทึกภาพหน้าจอข้อความและลิงก์ไว้เป็นหลักฐาน
ควรบันทึกภาพหน้าจอ SMS ที่น่าสงสัย โดยให้เห็นข้อความ ชื่อผู้ส่ง วันเวลา และลิงก์ที่แนบมา โดยไม่ต้องกดเปิดลิงก์ หากเกิดความเสียหายให้เก็บหลักฐานธุรกรรมและการติดต่อกับผู้ออกบัตรเครดิตไว้ด้วย เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบหรือแจ้งความ และหลีกเลี่ยงการส่งต่อลิงก์หรือเผยแพร่ข้อมูลบัตรเครดิตในที่สาธารณะ
ถูกเรียกเก็บเงินจากรายการที่ไม่ได้ทำ ต้องดำเนินการอย่างไร
หากพบรายการใช้จ่ายที่ไม่ได้ทำด้วยตนเอง ควรติดต่อผู้ออกบัตรเครดิตทันทีเพื่อดำเนินการล็อกบัตร/อายัดบัตรเครดิต โดยอาจเป็นการอายัดบัตรเครดิตชั่วคราวหรือถาวรตามความเหมาะสม และยื่นทักท้วงรายการใช้จ่ายที่ไม่ได้ทำด้วยตนเอง โดยจะต้องเตรียมข้อมูลต่อไปนี้
- วัน เวลา ยอดเงิน และสกุลเงินของรายการใช้จ่าย
- ชื่อร้านค้าหรือรายละเอียดธุรกรรม และหมายเลขอ้างอิง (ถ้ามี)
- ภาพหน้าจอ SMS ที่น่าสงสัยและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
- หลักฐานการติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตร
- เอกสารแจ้งความ (ถ้ามีหรือได้รับการร้องขอ)
โดยระหว่างรอผลการตรวจสอบรายการใช้จ่าย ควรเก็บหลักฐาน SMS ที่น่าสงสัยไว้ และบันทึกภาพหน้าจอให้เห็นเนื้อหาข้อความ หมายเลขผู้ส่ง วันและเวลาที่ได้รับ รวมถึงเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาพหน้าจอรายการธุรกรรมและเลขอ้างอิงการแจ้งเรื่อง หากจำเป็นต้องลบข้อความ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้บันทึกหลักฐานไว้ครบถ้วนแล้ว
นอกจากนี้ ควรแจ้งข้อเท็จจริงแก่เจ้าหน้าที่ว่ามีการกดลิงก์หรือติดตั้งแอปพลิเคชัน รวมถึงเปิดเผยข้อมูลใดไปแล้วบ้าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสี่ยงและแนะนำขั้นตอนแก้ไขได้อย่างเหมาะสม
วิธีอายัดบัตรเครดิต KTC ชั่วคราวด้วยตนเอง
หากได้รับ SMS น่าสงสัยหรือพบรายการใช้จ่ายที่ไม่คุ้นเคย การรีบตรวจสอบและระงับการใช้งานบัตรเครดิตเป็นอีกวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกนำบัตรเครดิตไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถอายัดบัตรเครดิตชั่วคราวได้ด้วยตนเองผ่านแอป KTC Mobile โดยสามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- เข้าสู่แอป KTC Mobile
- เลือกบัตร, เลือก “จัดการบัตร” และเมนู “อายัดบัตรชั่วคราว”
- เปิดใช้งาน “อายัดบัตรชั่วคราว”
- กดปุ่ม “อายัดบัตร” เพื่อยืนยัน
- อายัดบัตรชั่วคราวสำเร็จ
ทั้งนี้ สมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถอายัดบัตรชั่วคราวได้นาน 7 วันหลังจากวันที่ทำรายการ และหากไม่มีการยกเลิกภายในระยะเวลาดังกล่าว บัตรเครดิตจะถูกอายัดถาวร และบัตรเครดิตใบใหม่จะถูกส่งไปยังที่อยู่ตามใบแจ้งยอดค่าใช้จ่าย พร้อมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการออกบัตรเครดิตใบใหม่ โดยสมาชิกบัตรเครดิตสามารถตรวจสอบวันสุดท้ายที่สามารถยกเลิกอายัดชั่วคราวได้จากข้อความ Push Notification ที่ได้รับหลังทำรายการอายัดบัตรชั่วคราวผ่านแอป KTC Mobile
ทั้งนี้ การยกเลิกอายัดผ่านแอป KTC Mobile สามารถยกเลิกได้เฉพาะบัตรที่อายัดผ่านแอป KTC Mobile เท่านั้น กรณีอายัดผ่าน KTC PHONE กรุณาติดต่อ KTC PHONE 02 123 5000 เพื่อยกเลิกอายัด
เปิดการแจ้งเตือนทุกการทำธุรกรรมบัตรเครดิต
การเปิดแจ้งเตือนทุกธุรกรรมการใช้บัตรเครดิตช่วยให้การติดตามรายการใช้จ่ายและสังเกตเห็นรายการผิดปกติได้เร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุสุ่มเสี่ยงถูกมิจฉาชีพหลอก ควรตรวจสอบว่าการแจ้งเตือนในแอปพลิเคชันของธนาคาร/สถาบันการเงินเปิดใช้งานอยู่ และหมั่นตรวจสอบรายการใช้จ่ายย้อนหลังอยู่เสมอ แม้จะเป็นยอดเล็ก ๆ หรือรายการที่ดูไม่คุ้นเคย หากพบรายการที่ไม่ใช่ของตนเองก็ควรรีบติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตทันทีเพื่อขอให้ตรวจสอบอีกครั้ง
ตั้งค่าอะไรไว้ล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงจาก SMS ปลอม?
การป้องกัน SMS ปลอมไม่ใช่แค่การรู้เท่าทันกลลวงของมิจฉาชีพ แต่ควรตั้งค่าระบบความปลอดภัยของบัตรเครดิตให้พร้อมด้วยเช่นกัน เช่น เปิดการแจ้งเตือนธุรกรรมบนแอปพลิเคชัน ตั้งค่าควบคุมวงเงินให้เหมาะกับการใช้งานจริง บันทึกหมายเลขติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินไว้ในโทรศัพท์ และตรวจสอบว่ามีฟังก์ชันล็อกบัตร/อายัดบัตรเครดิตชั่วคราวหรือไม่ การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยให้รับมือได้เร็วขึ้นหากสงสัยว่าข้อมูลบัตรเครดิตรั่วไหล
เช็กลิสต์ตั้งค่าความปลอดภัยที่สำคัญในแอปพลิเคชัน
- เปิดการแจ้งเตือนทุกธุรกรรม เพื่อให้ทราบเมื่อมีการใช้บัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นยอดใช้จ่ายเล็ก ๆ หรือยอดใช้จ่ายใหญ่
- เปิดใช้ระบบการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย เช่น การยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันหรือระบบรักษาความปลอดภัยที่ผู้ออกบัตรเครดิตรองรับ และห้ามเปิดเผย OTP ให้ผู้อื่น
- ตั้งค่าควบคุมวงเงินใช้จ่ายให้เหมาะสม หากมีฟังก์ชันแยกวงเงิน ควรกำหนดให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริง
- บันทึกหมายเลขอย่างเป็นทางการของผู้ให้บริการบัตรเครดิต เพื่อให้สามารถติดต่อได้ทันทีเมื่อพบความผิดปกติใด ๆ และสำหรับบัตรเครดิต KTC สามารถติดต่อได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000
- ตรวจสอบฟังก์ชันล็อกบัตร/อายัดบัตรเครดิตชั่วคราว และทำความเข้าใจวิธีใช้งานล่วงหน้า เพื่อให้ระงับการใช้บัตรได้อย่างรวดเร็ว เมื่อสงสัยว่าข้อมูลรั่วไหล
บัตรเครดิต KTC DIGITAL ตัวช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้บัตรเครดิตออนไลน์
บัตรเครดิต KTC DIGITAL มาพร้อมระบบความปลอดภัยในการชำระเงินออนไลน์กับฟังก์ชัน Dynamic CVV/CVC2 ซึ่งเป็นรหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ควบคุมการใช้งานง่าย ผ่านแอป KTC Mobile ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้รหัสเดิมซ้ำเมื่อต้องชำระเงินออนไลน์ อย่างไรก็ตาม สมาชิกบัตรเครดิตยังควรต้องระวัง SMS ปลอม ไม่กดลิงก์ที่น่าสงสัย และไม่เปิดเผยรหัส OTP หรือข้อมูลสำคัญให้ผู้อื่น เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับตนเองอีกระดับหนึ่ง
ลดความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพด้วยกฎ 3 ข้อ
ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกบัตรหลักหรือบัตรเสริม ผู้ใช้งานบัตรเครดิตควรเรียนรู้วิธีสังเกต SMS ปลอม และระมัดระวังการส่งต่อข้อมูลบัตรเครดิต โดยสามารถยึดกฎง่าย ๆ 3 ข้อ ดังนี้
- ไม่กดลิงก์ที่น่าสงสัย : หากได้รับ SMS แจ้งว่าบัตรเครดิตถูกระงับหรือพบธุรกรรมผิดปกติ ควรตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชันหรือช่องทางอย่างเป็นทางการของธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตก่อน
- ไม่เปิดเผยข้อมูลบัตรเครดิตหรือ OTP : ไม่กรอกเลขบัตรเครดิต วันหมดอายุ รหัส CVV/CVC2 รหัสผ่าน หรือ OTP ผ่านลิงก์ที่ได้รับจาก SMS ที่น่าสงสัย
- ไม่รีบทำตามข้อความที่เร่งด่วน : หากใน SMS มีการระบุข้อความในเชิงกดดันให้ดำเนินการทันทีหรือขู่ว่าจะมีการระงับบัตรเครดิต ควรตั้งสติและตรวจสอบความถูกต้องจากธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตก่อนเสมอ
นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรหลักและผู้ถือบัตรเสริมควรตกลงกันว่า หากได้รับ SMS ที่น่าสงสัยหรือพบรายการใช้จ่ายที่ไม่รู้จัก ให้รีบแจ้งกันและติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรทันที การช่วยกันตรวจสอบและรู้เท่าทันกลโกงจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกขโมยข้อมูลหรือใช้บัตรเครดิตโดยไม่ได้รับอนุญาต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SMS ปลอมแจ้งเตือนบัตรเครดิตถูกระงับ (FAQ)
Q : ได้รับ SMS แจ้งว่าบัตรเครดิตถูกระงับ แต่ไม่มีลิงก์ เป็นข้อความจริงหรือไม่?
A : การไม่มีลิงก์ไม่ได้ยืนยันว่าข้อความเป็นของจริงแต่อย่างใด ควรตรวจสอบเนื้อหาในข้อความและผู้ส่ง รวมถึงตรวจสอบอีกครั้งผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของธนาคาร/สถาบันการเงิน เช่น แอป KTC Mobile หรือติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรงที่ KTC PHONE 02 123 5000 เพื่อยืนยันสถานะก่อนดำเนินการตามข้อความ
Q : ถ้าเผลอกดลิงก์ SMS ปลอม แต่ไม่ได้กรอกข้อมูล จะมีอันตรายไหม?
A : ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังเปิดลิงก์ หากไม่ได้กรอกข้อมูล ดาวน์โหลดไฟล์ หรือติดตั้งแอปพลิเคชัน ความเสี่ยงอาจต่ำกว่ากรณีที่เปิดเผยข้อมูล แต่ควรปิดหน้าเว็บและตรวจสอบอุปกรณ์ หากมีการดาวน์โหลดหรือติดตั้งแอปพลิเคชันโดยไม่ตั้งใจ ควรหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมบนอุปกรณ์นั้น ๆ และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
Q : มิจฉาชีพสามารถใช้ข้อมูลบัตรเครดิตที่กรอกในเว็บปลอมไปทำอะไรได้บ้าง?
A : ข้อมูลที่รั่วไหลอาจถูกนำไปใช้พยายามทำธุรกรรมออนไลน์หรือใช้ร่วมกับข้อมูลอื่น ๆ เพื่อหลอกยืนยันตัวตน หากกรอกเลขบัตรเครดิต วันหมดอายุ CVV/CVC หรือ OTP ลงในเว็บไซต์ที่สงสัยว่าเป็นเว็บปลอม ควรติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรทันทีและตรวจสอบรายการผิดปกติ
Q : ถ้าพบรายการใช้จ่ายที่ไม่ได้ทำ ต้องรอให้ใบแจ้งยอดออกก่อนหรือไม่?
A : ไม่ควรรอให้ถึงวันตัดรอบบิล แต่ควรแจ้งธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรทันทีที่พบรายการใช้จ่ายน่าสงสัย เพื่อตรวจสอบหรือดำเนินการจำกัดการใช้งาน รวมถึงสอบถามถึงขั้นตอนการทักท้วงรายการ
Q : ควรลบ SMS ปลอมทิ้งทันทีหรือไม่?
A : ก่อนลบ SMS ควรบันทึกภาพหน้าจอที่แสดงชื่อผู้ส่ง เนื้อหา วันเวลา และลิงก์ไว้เป็นหลักฐาน โดยไม่ต้องกดเปิดลิงก์ซ้ำ จากนั้นสามารถรายงานหรือลบข้อความได้ตามความเหมาะสม และไม่ควรส่งต่อลิงก์ให้ผู้อื่น
SMS ปลอมแจ้งเตือนบัตรเครดิตถูกระงับมักอาศัยความตกใจและความเร่งด่วนเพื่อหลอกให้ผู้รับกดลิงก์หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว วิธีป้องกันที่สำคัญ คือ ไม่กดลิงก์ที่น่าสงสัย ไม่เปิดเผยรหัสผ่านหรือ OTP ตรวจสอบสถานะบัตรผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการ และติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตจากหมายเลขที่เชื่อถือได้โดยตรง หากเผลอเปิดเผยข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันที่น่าสงสัย ควรรีบจำกัดความเสี่ยง เก็บหลักฐาน และแจ้งเหตุทันที
นอกจากการรู้เท่าทันกลโกงแล้ว การเลือกใช้บัตรเครดิตที่มีฟังก์ชันช่วยเพิ่มความปลอดภัยก็เป็นอีกสิ่งที่ควรพิจารณา เช่น บัตรเครดิต KTC DIGITAL ที่มีฟังก์ชัน Dynamic CVV/CVC2 รหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ควบคุมการใช้งานง่าย ผ่านแอป KTC Mobile หากสนใจบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์การใช้จ่ายยุคดิจิทัลและความปลอดภัยอีกระดับ สามารถศึกษารายละเอียด บัตรเครดิต KTC และสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตแต่ละประเภท เพื่อเลือกสมัครใช้งานได้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ พร้อมใช้งานอย่างรอบคอบด้วยการติดตามรายการใช้จ่ายและรักษาข้อมูลบัตรเครดิตให้ปลอดภัยอยู่เสมอ
ใช้จ่ายปลอดภัย นึกถึงบัตรเครดิต KTC




