ภาพความสวยงามของท้องทะเลลึกที่ถูกแต่งแต้มสีสันด้วยปะการังหลากชนิด ปลาหลายสายพันธุ์ และสัตว์โลกใต้ทะเลอีกมากมาย เป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ใครเห็นก็ตกหลุมรัก ไปกับมนต์เสน่ห์แห่งโลกใต้น้ำ เพียงแค่ได้ลอง “ดำน้ำ” ดูสักครั้ง ก็อาจทำให้หลายคนประทับใจจนถึงกับอยากเรียนรู้การดำน้ำอย่างจริงจัง หากใครกำลังสนใจการดำน้ำ เราจะพานักดำน้ำมือใหม่ไปเรียนดำน้ำอุปกรณ์ดำน้ำ ซึ่งถือเป็นความรู้พื้นฐานและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำน้ำ รวมไปถึงเคล็ดลับในการเลือกซื้ออุปกรณ์ของนักดำน้ำมือใหม่ ให้ได้อุปกรณ์คุณภาพ เตรียมพร้อมก่อนออกทริปดำน้ำครั้งต่อไป



การดำน้ำมีหลายประเภท และการดำน้ำแต่ละประเภทต้องใช้อุปกรณ์ดำน้ำที่แตกต่างกัน


การดำน้ำมีกี่ประเภท

ก่อนจะไปรู้จักกับอุปกรณ์ดำน้ำ มาดูกันก่อนว่าการดำน้ำนั้นมีทั้งหมดกี่ประเภท เพราะรูปแบบการดำน้ำแต่ละประเภท ต้องใช้อุปกรณ์ดำน้ำที่แตกต่างกัน โดยการดำน้ำสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่

  • การดำน้ำตื้น (Snorkeling)

เป็นการดำน้ำที่หลายคนคุ้นเคยกันมากที่สุด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบทะเล อาจจะเคยสัมผัสทริปดำน้ำตื้น ดูปะการังกันมาแล้ว เป็นการดำน้ำที่ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนตามหลักสูตร ผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็สามารถดำน้ำตื้นได้ โดยจะต้องใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัยและใช้วิธีลอยตัว โดยการดำน้ำตื้นแบบนี้จะมีระดับความลึกไม่เกิน 9 เมตร

  • ฟรีไดฟ์วิ่ง (Freediving/Skin diving)

สำหรับการดำน้ำประเภทฟรีไดฟ์วิ่งจะต้องมีการเข้าคอร์สเรียนก่อนจึงจะสามารถดำน้ำได้ เนื่องจากการดำน้ำแบบฟรีไดฟ์วิ่งจะเป็นการดำน้ำที่ใช้การเก็บลมหายใจเพียงครั้งเดียว โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใดๆ ดังนั้น ผู้ที่จะสามารถดำน้ำได้จึงต้องมีการเข้าคอร์สเรียนรู้การฝึกกลั้นหายใจอย่างถูกต้อง ฟรีไดฟ์วิ่งยังเป็นรูปแบบการดำน้ำที่ทำให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติของโลกใต้ทะเลได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

  • การดำน้ำลึก (Scuba Diving)

การดำน้ำลึกที่หลายคนน่าจะเคยเห็นภาพกันมาบ้างกับนักดำน้ำที่มีอุปกรณ์ดำน้ำและชุดช่วยหายใจที่มาพร้อมถังอากาศ แน่นอนว่าการดำน้ำประเภทนี้ต้องผ่านการเรียนอย่างถูกต้องจากสถาบันที่ได้มาตรฐานระดับสากล และได้รับใบอนุญาตดำน้ำอย่างเป็นทางการ จึงจะสามารถลงดำน้ำลึกได้ โดยแต่ละระดับความลึกยังมีหลักสูตรที่ต่างกันเพราะมีการใช้ทักษะที่แตกต่างกัน เช่น หลักสูตร Oper Water สามารถดำได้ลึกไม่เกิน 18 เมตร หรือ Advance Open Water สามารถดำได้ลึกไม่เกิน 30 เมตร



หน้ากากดำน้ำ (Mask) และท่อหายใจ (Snorkel) เป็นอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานสำหรับการดำน้ำตื้น


อุปกรณ์ดำน้ำเบื้องต้นมีอะไรบ้าง

นอกจากใจพร้อมกายพร้อมแล้ว อุปกรณ์ดำน้ำก็ต้องพร้อมด้วย ซึ่งสำหรับผู้เริ่มต้น ควรมีอุปกรณ์ดำน้ำเบื้องต้น ดังนี้

  • หน้ากากดำน้ำ (Mask)

หน้ากากดำน้ำเป็นอุปกรณ์ที่ควรซื้อเป็นของตนเอง เพราะใบหน้าของแต่ละคนมีขนาดที่แตกต่างกัน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นขณะใส่ เช่น หน้ากากดำน้ำไม่พอดีกับใบหน้า รวมถึงคนที่มีปัญหาเรื่องสายตา ก็ควรเลือกหน้ากากที่สามารถเปลี่ยนเป็นเลนส์สายตาได้ เพื่อการชมโลกใต้ทะเลได้อย่างเต็มที่

  • ท่อหายใจ (Snorkel)

ผู้ที่สนใจการดำน้ำแบบ Snorkeling/Skin diving หรือชื่นชอบการออกทริปดำน้ำตื้นบ่อยๆ ควรมีอุปกรณ์ดำน้ำอย่างท่อหายใจนี้เป็นของตัวเอง เพราะเป็นอีกอุปกรณ์ที่ต้องใช้เป็นประจำ และไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่นเพื่อรักษาความสะอาดส่วนตัว มีให้เลือกทั้งแบบมีหรือไม่มีวาล์วกับน้ำเข้าจากปลาย Snorkel

  • ตีนกบ (Fins)

ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำแบบไหน ตีนกบหรือที่นิยมเรียกกันว่า “ฟิน” เป็นอีกอุปกรณ์ดำน้ำที่มีความสำคัญ เพราะฟินที่ดีจะช่วยให้สามารถว่ายน้ำได้ง่ายขึ้นเพราะฟินจะช่วยเสริมแรงในการตีขา และช่วยให้สามารถควบคุมทิศทางได้ดี โดยฟินยังมีหลายประเภทให้เลือกใช้ตามรูปแบบและวัสดุขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการดำน้ำ

  • ชุดว่ายน้ำ/เว็ทสูท (Rash guard/Wetsuit)

อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการดำน้ำลึกก็คือชุดเว็ทสูท ซึ่งชุดเว็ทสูทนี้จะถูกออกแบบและพัฒนาเพื่อให้สามารถดำน้ำได้ดียิ่งขึ้น ลดแรงเสียดทานระหว่างน้ำและพื้นผิวของชุด รวมไปถึงยังช่วยควบคุมการลอย การจมน้ำ ช่วยป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษ เช่น แมงกะพรุน แตนทะเล และช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นได้อีกด้วย

  • อุปกรณ์ควบคุมการลอยตัว(BCD)

ตามมาด้วยอีกหนึ่งอุปกรณ์ชิ้นสำคัญ ที่เหล่านักดำน้ำต้องมี ก็คือ “อุปกรณ์ควบคุมการลอยตัว” (BCD) ซึ่งไอเทมที่ช่วยให้นักดำน้ำ สามารถควบคุมการลอยตัวใต้น้ำ มีลักษะเป็นเสื้อกั๊กที่สามารถพองลม หรือปล่อยลมออก เพื่อช่วยให้เหล่านักดำน้ำสามารถลอยตัวขึ้น หรือดำดิ่งลง รวมไปถึงการลอยตัวใต้น้ำได้ดียิ่งขึ้น

  • เรกูเลเตอร์ดำน้ำ

หากใครเป็นสายดำน้ำแบบ Scuba ก็คงจะรู้อุปกรณ์ดำน้ำชนิดนี้เป็นอย่างดี เพราะเรกูเลเตอร์ดำน้ำ ก็เรียกได้เป็นอีกอุปกรณ์ดำน้ำสำคัญที่ขาดไม่ได้ ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือเครื่องช่วยหายใจใต้น้ำนั่นเอง โดยเรกูเลเตอร์ตัวนี้ จะทำหน้าที่ในการช่วยลดแรงกันอากาศในถังออกซิเจน ให้มีความเหมาะสมกับการหายใจในขณะที่อยู่ใต้น้ำนั่นเอง


เทคนิคการดำน้ำ เบื้องต้น

  1. การเตรียมตัวก่อนดำน้ำ ต้องเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม วอร์มร่างกาย และ เช็กอุปกรณ์ของตัวเองและบัดดี้ก่อนลงน้ำ
  2. การหายใจใต้น้ำ อย่ากลั้นหายใจ เพราะอาจเกิด Barotrauma (ภาวะบาดเจ็บจากแรงดัน) ต้องใช้ปากหายใจผ่านเรกูเลเตอร์ และหากน้ำเข้าหน้ากากให้ก้มหน้าลง หายใจทางจมูกเบาๆ เพื่อไล่น้ำออก
  3. ควบคุมการลอยตัว ด้วยการหายใจเข้าลึกๆ จะช่วยให้ลอยขึ้นเล็กน้อย หายใจออกจะจมลง และอย่าใช้มือว่ายน้ำ ใช้ขาและฟินช่วยเคลื่อนที่ ลดการใช้พลังงานและไม่เหนื่อยอีกด้วย



การเลือกซื้ออุปกรณ์ดำน้ำควรดูที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพสูง เพราะเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย


เลือกซื้ออุปกรณ์ดำน้ำ ยี่ห้อไหนดี

ตลาดของอุปกรณ์ดำน้ำในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายแบรนด์ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีความโดดเด่นทั้งด้านวัสดุและการออกแบบ รวมถึงสีสัน การเลือกซื้ออุปกรณ์ดำน้ำควรดูที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพสูง เพราะเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้วย โดยสามารถเลือกซื้อได้จากร้านค้าชั้นนำที่มีอุปกรณ์ดำน้ำให้เลือกหลากหลาย พิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC เมื่อช้อปที่ร้าน Decathlon แลกรับส่วนลดและแลกรับเงินคืนสุดคุ้ม




แลกรับส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท + แลกรับเครดิตเงินคืน 10% ที่ Decathlon กับบัตรเครดิต KTC

แลกรับ e-Coupon ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท ได้ที่หน้าร้าน Decathlon ทุกสาขา

ใช้คะแนน KTC FOREVER +ชำระเงิน

แลกรับ e-Coupon ส่วนลด

สำหรับใช้ซื้อสินค้า/เซลส์สลิป

599 คะแนน + 9 บาท

100 บาท

500 บาทขึ้นไป

999 คะแนน + 39 บาท

200 บาท

1,000 บาทขึ้นไป

1,999 คะแนน + 169 บาท

500 บาท

3,000 บาทขึ้นไป

2,999 คะแนน + 459 บาท

1,000 บาท

5,000 บาทขึ้นไป


แลกรับเครดิตเงินคืน 10%

เมื่อใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ/เซลส์สลิป แลกรับเครดิตเงินคืน ได้ที่หน้าร้าน Decathlon ทุกสาขา และ Online ที่www.decathlon.co.th

  • ระยะเวลาโปรโมชั่น : 1 ต.ค. 67 – 31 มี.ค. 68

ดูรายละเอียดโปรโมชั่น Decathlon กับบัตรเครดิต KTCที่นี่


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC