หากคุณกำลังมองหารองเท้าที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องดีไซน์ ความสบาย และประสิทธิภาพในการเดินหรือวิ่ง แบรนด์ On Cloud จากสวิตเซอร์แลนด์ คือหนึ่งในตัวเลือกที่กำลังมาแรงในปี 2026 นี้ ด้วยนวัตกรรมเฉพาะตัวที่โดดเด่นและครองใจนักวิ่งทั่วโลก


รู้จักกับแบรนด์ On Cloud นวัตกรรมจากสวิตเซอร์แลนด์

แบรนด์ On Cloud ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 และเติบโตอย่างรวดเร็วในหมู่นักวิ่งและผู้ที่ใส่ใจสุขภาพเท้า จุดเด่นของแบรนด์อยู่ที่ การออกแบบที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับดีไซน์ที่เรียบหรู พร้อมระบบรองรับแรงกระแทกเฉพาะตัวที่ชื่อว่า CloudTec® ซึ่งให้ความรู้สึก "เหมือนเดินอยู่บนก้อนเมฆ"


ทำไมการเลือกรองเท้าเดินจึงสำคัญ

ปี 2026 คือยุคแห่งความใส่ใจสุขภาพและการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับรูปเท้าและการใช้งานมีผลต่อสุขภาพขา หลัง และข้อเท้าโดยตรง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินหรือยืนเป็นเวลานาน รองเท้าที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้:

  • น้ำหนักเบา ไม่เพิ่มภาระในการก้าวเดิน
  • ระบบรองรับแรงกระแทก ลดแรงสะเทือนสู่เข่า
  • ระบายอากาศได้ดี ลดกลิ่นอับและความอับชื้น
  • ซัพพอร์ตส้นเท้าและอุ้งเท้าอย่างเหมาะสม


จุดเด่นที่ทำให้รองเท้า On Cloud แตกต่างคืออะไร?

On Cloud ได้รับความนิยมจากคุณสมบัติเด่นหลายด้าน:

  • เบาเป็นพิเศษ: ใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา ช่วยให้เดินได้นานโดยไม่เมื่อยล้า
  • CloudTec® System: เทคโนโลยีเม็ดคลาวด์ที่ดูดซับแรงกระแทกเฉพาะจุด พร้อมเด้งคืนพลังในการก้าว
  • Helion™ Superfoam: โฟมชนิดพิเศษที่ให้ความยืดหยุ่นสูง รองรับได้ทั้งการเดินและวิ่ง
  • ดีไซน์ทันสมัย: ใส่ได้ทั้งเล่นกีฬาและในชีวิตประจำวัน
  • เทคโนโลยี LightSpray™: ในปี 2026 On เริ่มนำเทคโนโลยีการพ่นตัวรองเท้าแบบไร้รอยต่อมาใช้ในบางรุ่น (เช่น Cloudmonster 3 Hyper) ซึ่งจะให้ฟีลลิ่งเหมือนใส่ถุงเท้าและมีน้ำหนักเบามาก
  • รุ่น Limited: สำหรับช่วงต้นปี 2026 มีการเปิดตัวคอลเลกชัน Year of the Horse สำหรับรุ่น Cloudmonster Void และ Cloud 6 ซึ่งจะมีราคาสูงกว่าปกติประมาณ 500-900 บาท

เมื่อเทียบกับรองเท้าแบรนด์อื่น เช่น Nike หรือ Adidas ที่เน้น Cushioning ทั่วไป On Cloud โดดเด่นที่การจัดวางแรงกดเฉพาะจุด ซึ่งช่วยลดแรงกระแทกต่อข้อต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเบากว่าหลายรุ่นในระดับเดียวกัน

15 รุ่นรองเท้า On Cloud สำหรับปี 2026 ที่แนะนำ


Cloudmonster 3

คุณสมบัติเด่น: เจเนอเรชันล่าสุดที่เน้นแรงส่งสูงสุดด้วยพื้นโฟม Helion™ แบบ Dual-density และ CloudTec® 3 ชั้น รองรับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยมสำหรับการวิ่งทุกระยะ

ราคา: 7,900 บาท


Cloudmonster 3 Hyper

คุณสมบัติเด่น: รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการทำความเร็ว (Tempo) โดยเฉพาะ ปรับจูนให้มีความเบาและแรงดีดที่พุ่งกว่ารุ่นปกติ พร้อมเทคโนโลยีอัปเปอร์แบบไร้รอยต่อ

ราคา: 9,100 บาท


Cloudmonster Void

คุณสมบัติเด่น: เน้นดีไซน์ล้ำสมัยสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน (Life-style) สวมใส่สบายด้วยโครงสร้าง Max CloudTec® ที่นุ่มเป็นพิเศษ

ราคา: 7,000 บาท


Cloud 6

คุณสมบัติเด่น: การอัปเกรดรุ่นคลาสสิกให้สมบูรณ์แบบขึ้น ปรับปรุงวัสดุผ้าตาข่ายด้านบนให้ทนทานและระบายอากาศดีขึ้น พร้อมระบบผูกเชือก Speed-lacing ที่เป็นเอกลักษณ์

ราคา: 6,200 บาท


Cloudrunner 3

คุณสมบัติเด่น: รองเท้าวิ่งที่เน้นความมั่นคง (Stability) มาพร้อมฐานรองรับที่กว้างขึ้น ช่วยลดการล้มของเท้าขณะวิ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการซัพพอร์ตสูง

ราคา: 6,200 บาท


Cloudsurfer Next

คุณสมบัติเด่น: น้องใหม่ในตระกูล Surfer ที่ใช้เทคโนโลยี CloudTec Phase™ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและต่อเนื่องขณะก้าวเท้า ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ราคา: 5,800 บาท


Cloudsurfer 2

คุณสมบัติเด่น: พัฒนาต่อยอดความสำเร็จของรองเท้าวิ่งที่ไม่มี Speedboard เน้นความยืดหยุ่นและฟีลลิ่งที่เป็นธรรมชาติที่สุดในการวิ่งบนถนน

ราคา: 6,600 บาท


Cloudsurfer Max

คุณสมบัติเด่น: รองเท้าสาย Cushioning ระดับสูงสุด พื้นหนาพิเศษเพื่อซับแรงกระแทก เหมาะมากสำหรับ Recovery run หรือนักวิ่งน้ำหนักตัวเยอะ

ราคา: 7,500 บาท


Cloudsurfer Trail 2

คุณสมบัติเด่น: รองเท้าวิ่งเทรลที่เน้นความคล่องตัวบนทางดินและลูกรัง ใช้เทคโนโลยี CloudTec Phase™ ช่วยให้การวิ่งบนพื้นผิวที่ไม่เรียบมีความต่อเนื่องมากขึ้น

ราคา: 6,600 บาท


Cloudsoma

คุณสมบัติเด่น: รุ่นใหม่แกะกล่องปี 2026 ออกแบบมาเพื่อการวิ่งเทรลระยะสั้นและการแข่งขันที่ต้องการน้ำหนักเบาและการยึดเกาะที่แม่นยำสูง

ราคา: 7,900 บาท


Cloudboom Volt

คุณสมบัติเด่น: รองเท้าสายทำความเร็วตัวท็อปสุด มาพร้อมแผ่นคาร์บอนและพื้นโฟมที่เด้งตอบสนองเร็วที่สุดสำหรับการลงแข่งทำสถิติ New PB

ราคา: 9,500 บาท


Cloudflow 5

คุณสมบัติเด่น: เน้นความเบาและการตอบสนองที่ฉับไว (Responsive) เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ชอบสัมผัสพื้นดินและต้องการทำความเร็วในระยะ 5-10 กม.

ราคา: 7,500 บาท


THE ROGER Pro 3

คุณสมบัติเด่น: รองเท้าเทนนิสระดับโปรที่ร่วมพัฒนากับ Roger Federer ปรับปรุงพื้นผิวสัมผัสและการทรงตัวด้านข้างให้แข็งแกร่งและยืดหยุ่นกว่าเดิม

ราคา: 8,300 บาท


Cloudultra 3

คุณสมบัติเด่น: รองเท้าเทรลระยะไกล (Ultra-distance) พื้น Missiongrip™ ยึดเกาะได้ดีเยี่ยมทุกสภาพผิว พร้อมโครงสร้างรองเท้าที่ทนทานต่อการขีดข่วน

ราคา: 7,900 บาท


Cloud X 4

คุณสมบัติเด่น: รองเท้าอเนกประสงค์สำหรับคนชอบเข้ายิม เล่น HIIT หรือ Cross-training ปรับปรุงโครงสร้างส้นเท้าให้ล็อคกระชับรองรับการเคลื่อนที่แบบหลายทิศทาง

ราคา: 6,200 บาท


ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.on.com/

วิธีการเลือกซื้อรองเท้า On Cloud

จัดกลุ่มรองเท้า On Cloud 15 รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับปี 2026 ตามลักษณะการใช้งานและรูปเท้า โดยตัดรายละเอียดเรื่องราคาออกตามที่ต้องการครับ

1. เลือกตามจุดประสงค์ในการใช้งาน

เพื่อเดิน / ใช้งานทั่วไป (เน้นความสบายและน้ำหนักเบา)

  • Cloud 6: การอัปเกรดรุ่น Signature ที่เน้นความเบาและสวมใส่ง่ายด้วยระบบ Speed-lacing เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันในเมือง
  • Cloudmonster Void: ออกแบบมาเพื่อความสบายสูงสุดในการเดิน (Max Cushioning) พร้อมดีไซน์ล้ำสมัยที่เข้ากับชุดลำลองได้ง่าย
  • Cloudsurfer Next: รุ่นที่เน้นการถ่ายน้ำหนักที่ลื่นไหล (Smooth ride) ช่วยให้การเดินนานๆ ไม่เมื่อยล้า

เพื่อวิ่งระยะสั้น หรือ ฟิตเนส (เน้นความยืดหยุ่นและรองรับการเคลื่อนที่หลายทิศทาง)

  • Cloud X 4: รองเท้าอเนกประสงค์ที่เด่นเรื่องความคล่องตัว (Agility) เหมาะสำหรับทั้งวิ่งบนลู่วิ่งและเล่น Weight Training หรือ HIIT
  • Cloudflow 5: เน้นความเบาและการตอบสนองที่ฉับไว เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ต้องการทำความเร็วในระยะสั้นถึงกลาง
  • THE ROGER Pro 3: พัฒนาเพื่อการเคลื่อนที่ด้านข้างที่มั่นคง เหมาะสำหรับกีฬาเทนนิสหรือการออกกำลังกายที่ต้องการการทรงตัวสูง

เพื่อวิ่งระยะไกล / มาราธอน (เน้นการซัพพอร์ตและคืนแรงส่ง)

  • Cloudmonster 3: รุ่นเรือธงที่เน้นแรงดีดและซับแรงกระแทกได้สูงสุด เหมาะสำหรับเก็บระยะทางไกลโดยไม่ล้าเท้า
  • Cloudmonster 3 Hyper: ปรับแต่งมาเพื่อการทำความเร็วในระยะไกล โดยการตัด Speedboard ออกแล้วแทนด้วยโฟมสูตรพิเศษที่เด้งกว่าเดิม
  • Cloudsurfer Max: เน้นความนุ่มนวลสูงสุด (Max Cushioning) สำหรับนักวิ่งที่ต้องการถนอมเข่าและข้อเท้าในวันวิ่งสบายๆ หรือระยะไกล
  • Cloudsurfer 2: ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและนุ่มนวลด้วยเทคโนโลยี CloudTec Phase™ ที่ไร้รอยต่อในทุกก้าว

เพื่อเดินป่า หรือ กิจกรรม Outdoor (เน้นการยึดเกาะและวัสดุที่ทนทาน)

  • Cloudsurfer Trail 2: รองเท้าวิ่งเทรลที่เน้นความนุ่มเหมือนวิ่งบนถนน แต่เสริมพื้นยาง Missiongrip™ เพื่อการยึดเกาะบนทางดิน
  • Cloudultra 3: ออกแบบมาเพื่อวิ่งเทรลระยะไกล (Ultra Trail) โดยเฉพาะ มีโครงสร้างที่แข็งแรงและกระชับหน้าเท้าได้ดีแม้เท้าจะขยายตัว
  • Cloudsoma: รุ่นใหม่ที่เน้นความคล่องตัวสูงบนพื้นผิวเทคนิคอล (Technical terrain) น้ำหนักเบาและยึดเกาะพื้นผิวผสมได้ดีเยี่ยม

2. เลือกตามรูปเท้า

  • เท้าแบน (Flat foot): แนะนำ Cloudrunner 3 ซึ่งเป็นรุ่น Stability ที่มีการเสริมโครงสร้างช่วงกลางเท้าเพื่อช่วยประคองอุ้งเท้าไม่ให้ล้มเข้าด้านในขณะเคลื่อนไหว
  • เท้าปกติ (Neutral): สามารถเลือกใช้ได้เกือบทุกรุ่น โดยเฉพาะ Cloud 6 หรือ Cloudsurfer 2 ที่เน้นความสมดุลของเท้า
  • เท้าโก่ง (High Arch): แนะนำ Cloudboom Volt หรือ Cloudmonster 3 เนื่องจากมีระบบรองรับแรงกระแทกที่ยืดหยุ่นสูง ช่วยกระจายแรงกดจากอุ้งเท้าที่สูงกว่าปกติได้ดี

3. พิจารณาน้ำหนักและความยืดหยุ่น

  • เน้นความเบาเป็นพิเศษ: หากต้องยืนหรือเดินทั้งวัน รุ่น Cloud 6 และ Cloud X 4 จะให้ความรู้สึกเบาสบายและยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของเท้าได้ดีที่สุด
  • เน้นระบบคืนแรงส่ง: สำหรับนักวิ่งที่ต้องการประสิทธิภาพในการทำเวลา รุ่น Cloudmonster 3 Hyper และ Cloudflow 5 จะมีเทคโนโลยีที่ช่วยส่งตัวไปข้างหน้าได้ดีกว่ารุ่นทั่วไปครับ

หากคุณกำลังมองหารองเท้าสำหรับเดินหรือวิ่งที่ให้ทั้งความสบาย น้ำหนักเบา และช่วยซัพพอร์ตทุกย่างก้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีรองเท้าดีๆ สักคู่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่า และ On Cloud คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชันและดีไซน์ ด้วยเทคโนโลยี CloudTec เฉพาะตัวที่ช่วยลดแรงกระแทกและคืนพลังในการเคลื่อนไหวได้อย่างยอดเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณสมัครบัตรเครดิต KTC ยังสามารถรับสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นมากมายจากพาร์ทเนอร์ชั้นนำ ให้คุณช้อปรองเท้า On Cloud คุ้มยิ่งกว่าที่เคย!


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC