ไปเที่ยวกาญจนบุรี ช่วงไหนดี กาญจนบุรี เที่ยวได้ทั้งปี เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ในประเทศไทย โดยจะมีป่าเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าใครชอบเที่ยวธรรมชาติ แนะนำให้เที่ยวช่วงที่ป่าอุดมสมบูรณ์ที่สุด ช่วงเดือน กันยายน-ตุลาคม และอีกช่วงที่น่าเที่ยวมากๆ คือฤดูหนาวช่วงเดือน พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่อากาศกำลังเย็นสบาย เหมาะกับการพักผ่อน และท่องเที่ยวกาญจนบุรีแบบใกล้ชิดธรรมชาติแสนสดชื่น





1. สะพานข้ามแม่น้ำแคว (River Kwai Bridge)

ที่เที่ยวกาญจนบุรี มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วย เนื่องจากสร้างขึ้นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถือเป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ และเมื่อสงครามจบลงภายหลังจึงได้ขนานนามให้เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ สะพานแห่งนี้ถือเป็นที่เที่ยวแลนด์มาร์คกาญจนบุรี 2567 ไม่ควรพลาด

  • เวลาทำการ : เปิด 24 ชั่วโมง
  • ที่อยู่ : ถ.ท่ามะขาม ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/uymmhCfNsGZUcyX26 





2. ต้นจามจุรียักษ์ (Giant Monkey Pod Tree)

เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวกาญจนบุรี สายธรรมชาติ ควรเก็บไว้ในลิสต์ ต้นจามจุรียักษ์ อลังการยิ่งใหญ่มากๆ อายุยืนอยู่มานานกว่า 100 ปี สูงประมาณ 20 เมตร มีกิ่งก้านที่แผ่ขยายจากลำต้นยาวกว่า 25 เมตร และต้องใช้คนโอบถึง 10 คน ถึงจะโอบรอบต้นไม้ได้ ถือว่าเป็นต้นไม้หาดูยาก ร่มรื่น และได้รูปสวยด้วย

  • เวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ 8.30-16.30 น. เสาร์-อาทิตย์ 8.30-17.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/azoESYg6ZMhD5iN76





3. สวนเมเปิ้ล กาญจนบุรี (Maple Gardens)

มีให้เที่ยวได้ปีละครั้งเท่านั้นสำหรับ สวนเมเปิ้ล กาญจนบุรี ทุ่งดอกไม้จัดเต็ม ได้สัมผัสธรรมชาติ โอบล้อมด้วยดอกไม้สีสันสดใสนานาสายพันธุ์ ที่บานสะพรั่งชูพร้อมให้เราได้ถ่ายรูปสวยๆ แล้ว สวนดอกไม้จะถูกเปิดให้เข้าชมช่วงประมาณ ธันวาคม - กุมภาพันธ์ ของทุกปี มีค่าเข้าคนละ 90 บาท อายุต่ำกว่า 7 ปี เข้าฟรี สามารถนำบัตรค่าเข้าไปเป็นส่วนลดแลกซื้อน้ำได้ ลด 20 บาทต่อ 1 คน

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 07.00-18.00 น.
  • ที่อยู่ : 44 ม.4 ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZPM9wVv3SRp9u9SV8 
  • ค่าเข้าสถานที่ : ผู้ใหญ่ 120 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี เข้าฟรี
  • เบอร์โทร : 099 476 5073

ขอบคุณรุปภาพ facebook.com/kappagardensfarm





4. กัปป้า การ์เด้นฟาร์ม (Kappa Gardens Farm)

ที่เที่ยวกาญจนบุรี 2567 บรรยากาศดี ธรรมชาติจัดเต็ม ครบเครื่องเรื่องกิจกรรม มีฟาร์มม้าให้ชมถ่ายรูปได้ หรือถ้าใครอยากขี่ม้าก็สามารถเช่าได้พร้อมอุปกรณ์ให้เช่าครบ เขามีสอนขี่ม้าด้วยตั้งแต่ระดับ Beginner และสำหรับคนที่มีประสบการณ์ขี่ม้าอยู่แล้วสามารถขี่ม้าเทลชมวิวได้ด้วย ที่นี่มีคาเฟ่ด้วย วิวสวยโอบล้อมด้วยขุนเขา มุมถ่ายรูปเพียบเลย

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00-18.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี 
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/HxRe3xyAmBTUuY4W7
  • เบอร์โทร : 091 876 9119





5. ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค (Tree Top Adventure Park)

เที่ยวกาญจนบุรี ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค สายธรรมชาติก็ฟิน สายแอดเวนเจอร์ก็ชอบ เพราะมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ถึง 40 ฐาน ทั้ง ซิปไลน์, ไต่เชือก, เดินสลิง, ปั่นจักรยาน, สเก็ตบอร์ด และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นสถานที่เที่ยวกาญจนบุรี สามารถมาได้ทั้งครอบครัว ผจญภัยทำกิจกรรมด้วยกันได้ทั้งความสนุกและการกระชับมิตรภายในครอบครัว

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00-15.00 น.
  • ที่อยู่ : 118 ม.8 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี 
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/5V7JmX5z7aM76Biu9
  • ค่าเข้าสถานที่ : ผู้ใหญ่/เด็ก 1,000 บาท (ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.)
  • เบอร์โทร : 084 462 3003





6. ทางรถไฟสายมรณะ (Burma Railway)

อีกหนึ่งแลนด์มาร์ค ที่ไปเที่ยวกาญจนบุรี เป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวต้องไปเช็กอิน เพราะเป็นเส้นทางรถไฟ ไทย–พม่า ที่สร้างขึ้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นอนุสรณ์แก่ผู้เสียชีวิตในสงครามที่สร้างทางรถไฟแห่งนี้ เส้นทางรถไฟจะมีความหวาดเสียวเพราะอยู่ติดกับหน้าผาแต่ก็แลกมาด้วยวิวสวยที่หาได้เพียงแค่ที่กาญจนบุรีเท่านั้น

  • เวลาทำการ : จันทร์-อาทิตย์ 07.00-18.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Qjqq3S2nUTej7PoC9





7. น้ำตกไทรโยคน้อย (Sai Yok Noi Waterfall)

น้ำตกไทรโยคน้อย หรือมีอีกชื่อว่า “น้ำตกเขาพัง” เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นหินปูนพื้นผิวสาก ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก และน้ำไม่ลึก สูงประมาณ 15 เมตร สามารถเดินจากถนนเข้าไปได้ด้วยระยะทาง 100 เมตร ซึ่งทางเดินจะถูกขนาบด้วยต้นไม้ร่มรื่น สายเที่ยวธรรมชาติห้ามพลาด เหมาะกับการไปเที่ยวพักผ่อนสุดๆ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00-17.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี 
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZuUeJYWApwTtTk278 
  • ค่าเข้าสถานที่ : ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท
  • เบอร์โทร : 034 686 024





8. น้ำตกไทรโยคใหญ่ (Sai Yok Yai Waterfall) 

ที่เที่ยวกาญจนบุรี 2567 ธรรมชาติมีเยอะ อย่าง น้ำตกไทรโยคใหญ่ หรืออีกชื่อว่า “น้ำตกเขาโจน” ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค เป็นน้ำตกที่ไหลลงจากหน้าผาบนความสูงประมาณ 8 เมตร แล้วไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย นอกจากจะได้เล่นน้ำเย็นๆ แล้วรอบๆ ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติได้อีกหลายเส้นทาง

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 08.30-16.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี 
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/92sbYrKj42S8RCP39 
  • ค่าเข้าสถานที่ : ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท
  • เบอร์โทร : 034 686 024





9. น้ำตกเอราวัณ (Erawan Waterfall)

น้ำตกเอราวัณ มีอีกชื่อว่า “น้ำตกสะด่องม่องลาย” เป็นน้ำตกที่สวยงาม และมีขนาดใหญ่แห่งกาญจนบุรี แล้วเรื่องความสวยงามก็ไม่แพ้น้ำตกที่ไหนๆ สำหรับคนที่ชอบเที่ยวน้ำตก เดินป่า ยังไม่เคยมาเที่ยวแนะนำว่า ต้องมาให้ได้สักครั้งนึง อยู่ในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีต้นน้ำมาจากลำห้วยม่องลาย และจะไหลลงสู่แม่น้ำแควใหญ่ น้ำตกที่มี 7 ชั้น สีของน้ำจะใสเป็นสีฟ้าอมเขียว และบริเวณน้ำตกชั้นที่ 1 – 4 จะมีปลาพลวงเยอะมากได้ชมแบบใกล้ชิดกันเลย

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 07.00 - 16.30 น.
  • ที่อยู่ : ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี 
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/GDS4ke2aWuBSEQV88 
  • ค่าเข้าสถานที่ : ชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท





10. บ่อน้ำพุร้อนหินดาด (Hindad Hot Spring)

เที่ยวเมืองกาญจน์ เช็กอินที่เที่ยวธรรมชาติ แช่บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 44–55 องศา มีความเชื่อว่าในน้ำพุร้อนตามธรรมชาติจะมีแร่ธาตุที่ช่วยในการรักษาโรคได้หลายอาการ เช่น แก้ปวดเมื่อย ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดี และบรรเทาอาการเหน็บชา เป็นต้น ใครปวดเมื่อยตัวไปลองกันได้เลย

  • เวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ 06.00 - 22.00 น. เสาร์ อาทิตย์ 06.00 - 22.30 น.
  • ที่อยู่ : บ้านกุยมั่ง ม.6 ต.หินดาด อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี 
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/mfkXF9upgtxmtFGQ8
  • ค่าเข้าสถานที่ : ชาวไทย ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
  • เบอร์โทร : 034 685 839





11. เขาแหลมสกายวอล์ค (Khao Laem Sky Walk)

ที่เที่ยวกาญจนบุรี ใกล้ธรรมชาติ เขาแหลมสกายวอล์ค ตั้งอยู่ในพื้นที่ของเขื่อนวชิราลงกรณ์ เป็นที่เที่ยวกาญจนบุรีอีกพิกัดห้ามพลาด ต้องไปเช็กอินถ่ายรูป ได้วิวสวย ซึ่งสกายวอล์คแห่งนี้มีทางเดินเป็นกระจกใส สูงจากพื้นดิน 8 เมตร ไฮไลต์คือ ตรงม่านน้ำตกบริเวณปลายสะพานสุดเก๋ และหลัง 18.00 น. เป็นต้นไปจะมีการเปิดไฟประดับสวยๆ ให้ชม

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00 - 21.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี 
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/g1DJXPEiqCMMsVr27 
  • ค่าเข้าสถานที่ : เข้าฟรี
  • เบอร์โทร : 034 599 077

ขอบคุณรูปภาพ facebook.com/wondeasong





12. วอนแดซอง (Won Dae Song)

เที่ยวเกาหลี ใกล้แค่กาญจนบุรีนี่เอง ที่เที่ยวกาญจนบุรี สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปกับสวนดอกไม้ วอนแดซอง เต็มไปด้วยดอกไม้เบ่งบานสีสันสวยงามนานาชนิด พร้อมเปลี่ยนลุคเป็นสาวเกาหลีได้ด้วยการเช่าชุดฮันบกสวยๆ แล้วออกไปถ่ายรูปเพลินๆ กับเมืองจำลองสไตล์เกาหลีโบราณ

  • เวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ 08.00 – 18.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 07.30 – 18.00 น.
  • ที่อยู่ : บ้านหนองสามพราน ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/puGH1rJnNQ6y3UnGA
  • ค่าเข้าสถานที่ : ผู้ใหญ่ 70 บาท เด็ก (อายุไม่เกิน 10 ปี) 30 บาท
  • เบอร์โทร : 095 653 2397





13. หมู่บ้านอีต่อง (E-Tong Village)

หมู่บ้านท่ามกลางสายหมอกที่นักท่องเที่ยวต่างตกหลุมรัก หมู่บ้านอีต่องเป็นชุมชนเล็กๆ ตั้งอยู่ติดกับชายแดนไทยพม่า ในอดีตเคยเป็นย่านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ แต่ปัจจุบันปลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และเปิดเป็นกิจการที่พักกาญจนบุรี เป็นอีกที่เที่ยวกาญจนบุรี ค้างคืนได้





14. บ้าน ช.ช้าง ชรา ศูนย์อนุรักษ์ช้าง กาญจนบุรี (The Elephant's World)

เป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างที่เปิดรับผู้มีจิตอาสาเพื่อมาดูแลช้างที่บาดเจ็บ ชรา รวมไปถึงช้างเร่ร่อน จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่มีใจรักมีจิตอาสา กิจกรรมที่มีให้เข้าร่วม เช่น การปลูกพืชอาหารช้าง เช่น อ้อย กล้วย หญ้าบาน่า อาบน้ำให้ช้าง และเรียนรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช้างเบื้องต้น

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00-16.00 น.
  • ที่อยู่ : 90/9 ม. 4 บ้านหนองหอย ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/pAC5qeUq64em45Cs8
  • เบอร์โทร : 086 335 5332





15. บินพารามอเตอร์เหนือเมืองกาญจน์ (Paramotor Flying Kanchanaburi)

เที่ยวกาญจนบุรี 2567 แบบใหม่ แบบสับ เน้นชมวิวมุมสูงแบบ 360 องศา วิววัดถ้ำเสือและเมืองท่าม่วง กับกิจกรรมบิน Paramotor ที่ความสูง 1,500 ฟุต นานถึง 20-25 นาที ผู้ที่เล่นน้ำหนักจำกัดไม่เกิน 75 กิโลกรัม และเด็กก็สามารถเล่นได้ด้วย อายุ 10 ปีขึ้นไปและต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองเท่านั้น ซึ่งมีผู้ให้บริการ บิน Paramotor หลายเจ้า เช่น Kanchanaburi Air Sport

  • เวลาทำการ : จันทร์-อาทิตย์ 6.00-18.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nht3x4XXkpzC5Ep38





16. เขาช้างเผือก (Khao Chang Phueak)

สายชอบเดินขึ้นเขาห้ามพลาดกับ ที่เที่ยวกาญจนบุรี ค้างคืน เขาช้างเผือก เขาทั้งลูกถูกปกคลุมไปด้วยผืนหญ้า มีรูปทรงคล้ายกับช้างหมอบ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินทางไกลเพราะเส้นทางมีระยะอยู่ที่ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 2 วัน 1 คืน แต่ถ้าได้ไปจนถึงจุดชมวิวบอกเลยว่าหายเหนื่อย

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00-16.30 น.
  • ที่อยู่ : ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/4SkC8aPywDrfD7fk6
  • ค่าเข้าสถานที่ : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
  • เบอร์โทร : 098 252 0359





 17.เขาสันหนอกวัว (Khao San Nok Wua)

ที่เที่ยวกาญจนบุรี ค้างคืน รับอากาศธรรมชาติได้เต็มอิ่ม ด้วยรูปทรงของเขาที่คล้ายกับหนอกวัวจึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อ เส้นทางการเดินศึกษาธรรมชาติมีระยะทางอยู่ที่ 9 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 2 วัน 1 คืน สำหรับวิวด้านบนบอกเลยว่าแสงแดดกับสายหมอกคือสิ่งที่เกิดมาคู่กัน

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 9.00-16.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/4SkC8aPywDrfD7fk6
  • ค่าเข้าสถานที่ : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
  • เบอร์โทร : 034 510 431

ขอบคุณรูปภาพ facebook.com/baanrainairung





18. บ้านไร่นายรุ่ง (Baan Rai Nai Rung)

ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่ชวนให้ใจฟู บ้านไร่นายรุ่งกับสวนดอกไม้น่ารัก ๆ สายถ่ายรูปห้ามพลาด เพราะนอกจากจะได้ดูดอกไม้สวยๆ แล้วยังมีจุดถ่ายรูปให้บริการหลายมุมหลากสไตล์ ซึ่งการให้เข้าชมจะเปิดช่วงประมาณเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปี

  • เวลาทำการ : จันทร์-อาทิตย์ 7.30-18.30 น.
  • ที่อยู่ : ต.กลอนโด อ.ด่านมะขาม จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/TRCGE1f3SDa1sDqE6
  • ค่าเข้าสถานที่ : 50 บาท
  • เบอร์โทร : 089 051 9242




ขอบคุณรูปภาพ facebook.com/meenacafe2017


19. มีนา cafe' กาญจนบุรี (Meena Cafe Kanchanaburi)

คาเฟ่ชื่อดังแห่งกาญจนบุรี วิวทุ่งหญ้า ได้ทั้งเที่ยวด้วยอิ่มท้องด้วย พิกัดนี้ต้องปักหมุดไว้เลย มีนา cafe’ ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม อร่อยๆ ที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา วิวดีสุดๆ จิบกาแฟไปชมวิววัดถ้ำเสือไปด้วย ที่สำคัญมีจุดให้ถ่ายรูปเยอะด้วย

  • เวลาทำการ : 8.30-19.00 น. (หยุดวันพุธ)
  • ที่อยู่ : 75/18 ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/RYT4Bzdme72pk9Fj7
  • เบอร์โทร : 085 681 8187




ขอบคุณรูปภาพ facebook.com/mulberrymellow


20. มัลเบอร์รี่ เมลโล่ (Mulberry Mellow)

เที่ยวกาญจนบุรี ฉบับสายชิล คาเฟ่กาญจนบุรี ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ พร้อมที่นั่งบนสนามหญ้าใต้ร่มไม้ใหญ่ จุดเด่นของร้าน มัลเบอร์รี่ เมลโล่ คือการนำลูกหม่อนจากไร่ของตัวเองมาเป็นวัตถุดิบในแต่ละเมนูซึ่งมีทั้งเครื่องดื่ม ของหวาน และของคาว

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 - 18.00 น.
  • ที่อยู่ : 436 ม.7 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/RYT4Bzdme72pk9Fj7
  • เบอร์โทร : 081 933 1871

21. ซาฟารี ปาร์ค & แคมป์ (Safari Park & Camp)

ที่เที่ยวกาญจนบุรี ยอดฮิตสำหรับครอบครัวและสายคอนเทนต์ ไฮไลท์คือการนั่งรถจี๊ปออกไป ถ่ายรูปใกล้ชิดกับยีราฟและม้าลาย แบบไม่มีกรงกั้น ซึ่งเคล็ดลับสำคัญคือ "ต้องจองคิวรถจี๊ปส่วนตัวล่วงหน้าผ่านเพจเท่านั้น" เพราะคิวเต็มเร็วมาก หากวอล์กอินไปอาจจะได้แค่นั่งรถบัสรวม ซึ่งจะไม่ได้ลงไปถ่ายรูปใกล้ชิดแบบ Exclusive ครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 - 18.00 น.
  • ที่อยู่ : 40/2 ม.5 ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/e3BVjaGn3HMtmn3u7

 


22. ถ้ำกระแซ (Tham Krasae)

จุดชมวิวที่สวยที่สุดบน เส้นทางรถไฟสายมรณะ ที่ตัวทางรถไฟสร้างเลียบไปกับหน้าผาและแม่น้ำแควน้อย หากอยากได้รูปสวยแบบ Unseen แนะนำให้ เช็กเวลาที่รถไฟจะเข้าสถานีถ้ำกระแซ (โดยเฉพาะรอบ 11.50 น. และ 15.50 น.) เพื่อเตรียมมุมถ่ายภาพตอนรถไฟแล่นผ่านโค้งหน้าผา รับรองว่าได้ภาพที่ดูขลังและทรงพลังแน่นอนครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 07.00 - 18.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/HpCmCTZtm8HEKh28A

 


23. วัดถ้ำเสือ (Wat Tham Suea)

แลนด์มาร์คสำคัญที่ต้องมาสักการะ หลวงพ่อชินน์ประทานพร พระพุทธรูปองค์ใหญ่กลางหุบเขาที่มองเห็นได้จากระยะไกล สำหรับใครที่อยากเก็บภาพมุมกว้างให้เห็นความอลังการของวัดคู่กับทุ่งนา "แนะนำให้ขึ้นไปที่หอคอยวิเชียรชัย" ชั้นบนสุดจะเห็นวิวพาโนรามาที่สวยที่สุด และถ้าไปช่วงเย็นจะได้แสงสีทองฉาบองค์พระสวยงามมากครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 - 16.30 น.
  • ที่อยู่ : ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Jf6AmzYqJPMEJchj9

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : เทศบาลเมืองกาญจนบุรี

24. Skywalk เมืองกาญจนบุรี

เดินบนกระจกใสสัมผัสวิว จุดนัดพบของแม่น้ำสองสี (แควใหญ่และแควน้อย) ใจกลางเมืองกาญจนบุรี จุดนี้เป็นที่นิยมมากในช่วงวันหยุด แนะนำให้มา "ช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกดิน" ประมาณ 17.00 น. แสงจะนวลไม่ร้อน และภาพถ่ายบนพื้นกระจกจะไม่มีเงาสะท้อนของแดดเที่ยงกวนใจ ทำให้เห็นผิวน้ำด้านล่างชัดเจนครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 - 18.00 น.
  • ที่อยู่ : ท่าน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/j9FDucWniWdzsiJu8

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : เทศบาลเมืองกาญจนบุรี

25. สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก (Don Rak War Cemetery)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่เงียบสงบและจัดภูมิทัศน์ไว้อย่างสวยงาม เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 การเดินชมที่นี่ให้ได้อรรถรสควร เดินอ่านข้อความบนแผ่นจารึก ซึ่งมักจะมีคำไว้อาลัยจากครอบครัวที่ลึกซึ้งมาก และควรแต่งกายสุภาพเพื่อให้เกียรติสถานที่และดวงวิญญาณของเหล่าทหารกล้าครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 - 17.00 น.
  • ที่อยู่ : ถ.แสงชูโต ต.บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/iJ6c2QZe6ndMnUMV6

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.mallika124.com/

26. หมู่บ้านมัลลิกา ร.ศ.124

เมืองย้อนยุคที่จะพาคุณกลับไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวสยามในสมัย ร.๕ ทั้งการแต่งกายและอาหารโบราณที่หากินยาก เพื่อความสมจริงแนะนำให้ เช่าชุดไทยเดินเที่ยว และอย่าลืมแลกเงินรูไว้ใช้จ่ายข้างใน เพราะร้านค้าจะเน้นการจำลองบรรยากาศเดิมๆ หากคุณมากับครอบครัว การนั่งรถลากชมหมู่บ้านจะช่วยให้ได้ฟีลลิ่งท่านขุนและคุณหญิงสุดๆ ครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 - 17.30 น.
  • ที่อยู่ : ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/WbF9wF49URgYd48RA

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี

27. ชุมชนปากแพรก

ย่านเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ด้วยอาคารบ้านเรือนสไตล์ชิโนโปรตุกีสและสถาปัตยกรรมไทย-จีน ผสมผสานกันอย่างลงตัว สายเดินชิลแนะนำให้มา "วันเสาร์ช่วงเย็น" เพราะจะมีถนนคนเดินปากแพรก ของกินท้องถิ่นเพียบ และอย่าลืมแวะถ่ายรูปหน้า บ้านสิทธิสังข์ ตึกสีเหลืองพาสเทลที่เป็นแลนด์มาร์คถ่ายรูปยอดฮิตครับ

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : ททท.สำนักงานกาญจนบุรี : TAT Kanchanaburi Office

28. โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี

สถานที่ถ่ายรูปแนว Industrial Loft ที่มีมนต์ขลังด้วยโครงสร้างตึกสไตล์ยุโรปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันที่นี่เปิดให้เดินชมภายนอกและถ่ายรูปได้ฟรี เคล็ดลับคือการแต่งตัวแนวเท่ๆ หรือแนววินเทจมาถ่ายคู่กับหน้าต่างตึกที่เรียงรายกัน จะได้ภาพที่มี Mood & Tone เหมือนอยู่ต่างประเทศเลยครับ

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

29. เขื่อนศรีนครินทร์

ชมความยิ่งใหญ่ของเขื่อนหินถมที่ใหญ่ที่สุดในไทย พร้อมวิวอ่างเก็บน้ำกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา จุดที่ต้องไปคือ "สันเขื่อน" เพื่อรับลมเย็นๆ และถ่ายรูปทางม้าลายยาวๆ คู่กับวิวเขา แนะนำให้แวะมาช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อเลี่ยงแดดร้อนจัด หรือจะหาแพที่พักเหนือเขื่อนเพื่อสัมผัสบรรยากาศการนอนดูดาวกลางน้ำก็ได้ฟีลไปอีกแบบครับ

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทย

30. วัดทิพย์สุคนธาราม

ที่ประดิษฐาน พระพุทธเมตตาประชาไทยฯ พระพุทธรูปปางขอฝนเนื้อสำริดที่สูงที่สุดในไทย ท่ามกลางสวนกว้างที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ด้วยความที่พื้นที่กว้างมาก แนะนำให้ใช้บริการรถกอล์ฟหรือรถราง ของทางวัดเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนที่ไปยังจุดต่างๆ และควรเตรียมร่มหรือหมวกไปด้วยเนื่องจากพื้นที่โล่งแจ้งครับ

  • เวลาทำการ : 08.00 - 17.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/jDi4zqATQQypPvmbA

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทย

31. เหมืองปิล็อก (หมู่บ้านอีต่อง)

หมู่บ้านกลางสายหมอกที่แฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์ของเหมืองแร่เก่าในอดีต บรรยากาศที่นี่นิ่งสงบและเย็นสบายเกือบตลอดปี สิ่งที่ห้ามพลาดคือการ "เขียนป้ายไม้ขอพร" แขวนไว้ตรงสะพาน และลองชิมเค้กป้าเกลที่โด่งดัง แนะนำว่าใครจะมาต้องเตรียมตัวกับ 399 โค้ง และควรจองที่พักล่วงหน้าเพราะมีจำนวนจำกัดครับ

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : องค์การบริหารส่วนตำบลปิล๊อก

32. วัดเหมืองแร่ปิล็อก

วัดขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือหมู่บ้านอีต่อง โดดเด่นด้วยเจดีย์สีทองและสถาปัตยกรรมแบบพม่าผสมไทย จากจุดนี้คุณจะเห็นวิวหมู่บ้านอีต่องท่ามกลางหุบเขาได้อย่างชัดเจน เป็นจุดสงบจิตสงบใจที่นักท่องเที่ยวหลายคนมักมองข้าม แต่บอกเลยว่า "วิวจากบนนี้สวยและสงบที่สุดในหมู่บ้าน" ครับ

  • ที่อยู่ : หมู่บ้านอีต่อง ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/uNopotAYoXiAnqoGA

 


33. เนินช้างศึก

จุดชมวิวสูงสุดบนยอดเขาที่เป็นเขตฐานปฏิบัติการของตำรวจตระเวนชายแดน เป็นจุดที่ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินได้ในที่เดียว ถ้ามาช่วงหน้าหนาวจะเห็น ทะเลหมอกปกคลุมทั้งหุบเขา การเดินทางขึ้นมาควรใช้รถที่มีกำลังสูงหรือจ้างรถกระบะชาวบ้านจากหมู่บ้านอีต่องขึ้นมาจะปลอดภัยกว่าการขับขึ้นมาเองครับ

  • พิกัด : ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี (ใกล้หมู่บ้านอีต่อง)
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/S8eM3ZcAdAU5wimp9

 


34. จุดชมวิวเนินช้างเผือก (คนละจุดกับตัวเขาช้างเผือก)

จุดแวะพักระหว่างทางไปปิล็อกที่ให้วิวภูเขาสลับซับซ้อนสวยงามไม่แพ้ภาคเหนือ จุดนี้เหมาะสำหรับการจอดพักรถและถ่ายรูปเล่นกลางทาง ความพิเศษคือลมที่นี่แรงและเย็นมาก แม้จะเป็นช่วงเที่ยงวันก็ตาม เป็นจุดที่พิสูจน์ได้ว่าคุณเดินทางเข้าสู่ใจกลางเทือกเขาตะนาวศรีอย่างเต็มตัวแล้วครับ

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทย

35. น้ำตกจ๊อกกระดิ่น

น้ำตกที่มีความสูงเพียงชั้นเดียวแต่ตกลงมาอย่างสวยงามลงสู่แอ่งน้ำสีฟ้าคราม จุดเด่นคือน้ำที่นี่เย็นจัดตลอดปีและใสจนเห็นปลาพลวง ใครที่อยากสัมผัสละอองน้ำเย็นๆ แนะนำให้เดินเข้าไปใกล้ตัวน้ำตก แต่ระวังโขดหินที่ลื่นพอสมควร เป็นจุดแวะพักที่ช่วยเติมความสดชื่นได้ดีเยี่ยมก่อนเดินทางเข้าหมู่บ้านอีต่องครับ

  • เวลาทำการ : 08.00 - 17.00 น.
  • ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/84wMEGAVRv3RhbVx7

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทย

36. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

ได้รับการขนานนามว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในไทย โดยเฉพาะชั้นที่ 4 "ฉัตรแก้ว" ที่น้ำจะไหลลดหลั่นลงมาตามชั้นหินปูนอย่างเป็นระเบียบ เคล็ดลับการเที่ยวที่นี่คือ "การพักค้างคืนที่จุดกางเต็นท์" เพราะคุณจะได้เห็นน้ำตกในยามเช้าตอนที่ยังไม่มีคน และแสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านต้นไม้ลงมากระทบผิวน้ำบอกเลยว่าสวยลืมหายใจครับ

  • เวลาทำการ : 08.00 - 17.00 น.
  • ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/h7DKwVUNamoQQ7DL9

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

37. ช่องเขาขาด (Hellfire Pass)

สถานที่รำลึกประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นโดยกองทัพออสเตรเลีย เพื่อเป็นเกียรติแก่เชลยศึกที่ถูกบังคับให้ขุดเจาะช่องเขาด้วยมือเปล่า การมาที่นี่ควร "ยืมเครื่อง Audio Guide" มาฟังระหว่างเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เพราะจะทำให้คุณเข้าใจความทุกข์ยากในอดีตได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และควรเตรียมรองเท้าที่เดินสบายเพราะทางเดินค่อนข้างยาวและเป็นหินกรวดครับ

  • เวลาทำการ : 09.00 - 16.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/pJmjcCLEonTTAZZA6

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

38. อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

โบราณสถานศิลปะขอมเพียงแห่งเดียวในภาคตะวันตก ที่มีสถาปัตยกรรมคล้ายกับปราสาทหินในกัมพูชา บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะสำหรับสายประวัติศาสตร์และคนชอบถ่ายรูปสถาปัตยกรรมเก่าแก่ แนะนำให้ไปช่วงบ่ายแก่ๆ แสงแดดจะรำไรลอดผ่านตัวปราสาทศิลาแลง ถ่ายรูปออกมาดูขลังและทรงพลังมากครับ

  • เวลาทำการ : 08.00 - 16.30 น.
  • ที่อยู่ : ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/gumdMM1K1rgX7Fw67

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : อุทยานแห่งชาติลำคลองงู - Lam Khlong Ngu National Park

39. ลำคลองงู

สวรรค์ของสายแอดเวนเจอร์ที่ต้องการเข้าไปชม ถ้ำเสาหิน ซึ่งเป็นเสาหินปูนที่สูงที่สุดในโลก การไปที่นี่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าและ จองผ่านอุทยานฯ เท่านั้น เนื่องจากจำกัดจำนวนคนและเปิดเป็นช่วงฤดูกาล (ช่วงหน้าร้อน) เคล็ดลับคือต้องฟิตร่างกายมาให้พร้อม เพราะต้องทั้งเดินป่าและว่ายน้ำลุยเข้าไปในถ้ำ แลกกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่หาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้วครับ

  • ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติลำคลองงู อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rBzreQmEEmjkR11T7

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : Lake Heaven Resort

40. Lake Heaven Resort

"มัลดีฟส์เมืองไทย" แห่งเขื่อนศรีนครินทร์ ที่พักบนแพพร้อมเครื่องเล่นสวนน้ำแบบจัดเต็ม เหมาะมากสำหรับการมาเป็นกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว ไฮไลท์คือสไลเดอร์ยักษ์ ที่ส่งคุณลงน้ำแบบสะใจ หากอยากได้ห้องพักมุมดีๆ ที่เห็นวิวภูเขาแบบไม่มีอะไรกั้น แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวครับ

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : บิเอะ ฟลาวเวอร์แลนด์ Biei Flower Land Thailand

41. Biei Flower Land Thailand

สวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่จำลองบรรยากาศทุ่งดอกไม้จากเมืองบิเอะ ประเทศญี่ปุ่น มาไว้ที่กาญจนบุรี ดอกไม้ที่นี่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลทำให้มาเที่ยวได้บ่อยไม่มีเบื่อ เคล็ดลับการถ่ายรูปให้ดูเหมือนอยู่ญี่ปุ่นจริงๆ คือ "การใช้บริการรถไฟรางที่วิ่งชมสวน" หรือเช่าร่มญี่ปุ่นมาเป็นพร็อพ จะช่วยเพิ่มความคาวาอี้ให้กับรูปภาพของคุณได้มากครับ

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : Keeree Mantra

42. Keeree Mantra Restaurant

ร้านอาหารที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่มีพื้นที่สีเขียวกว้างขวางเหมือนยกสนามกอล์ฟมาไว้หลังร้าน จุดเด่นคือความร่มรื่นและการจัดสวนแบบเปิดโล่ง เหมาะสำหรับการมาทานข้าวกับครอบครัว แนะนำให้นั่งโซน Outdoor ช่วงเย็น ลมจะพัดเย็นสบายและเด็กๆ สามารถวิ่งเล่นบนสนามหญ้าได้ และอย่าลืมลองเมนู "ปลาคัง" ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของเมืองกาญจน์ที่ร้านนี้ทำได้ดีมากครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 - 21.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/gH42HHtHHHQZNVHP8

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : ต้องกาญ คาเฟ่

43. ต้องกาญ คาเฟ่ (Tongkan Café)

ถ้าคุณชอบฟีลริมน้ำและอยากได้รูปสวยๆ แทนที่ Kan Machi ต้องที่นี่เลยครับ ร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควใหญ่ ไฮไลท์คือที่นั่งแบบตาข่ายยื่นลงไปในน้ำและทางเดินไม้ที่ถ่ายรูปสวยมาก "Insider Tip: แนะนำให้มาช่วง 17.00 น. เป็นต้นไป" เพราะนอกจากจะไม่ร้อนแล้ว แสงไฟของร้านที่เปิดคู่กับวิวสะพานข้ามแม่น้ำแควในยามเย็นจะให้ Mood ที่โรแมนติกสุดๆ ครับ

  • เวลาทำการ : 10.00 – 22.00 น. (ปิดทุกวันศุกร์)
  • ที่อยู่ : ถนนลาว ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/dNWRLJzGUSfrQFKb7

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ KhueanSrinagarindra National Park

44. น้ำตกผาตาด

น้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ 3 ชั้น ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ โดดเด่นด้วยความกว้างของหน้าผาน้ำตกที่ไหลลดหลั่นลงมาดูคล้ายม่านน้ำสีขาวสะอาดตา "ถ้าอยากได้รูปที่สวยที่สุด แนะนำให้เดินไปถึงชั้นที่ 3" ซึ่งเป็นชั้นที่สูงและอลังการที่สุดครับ และเนื่องจากที่นี่เดินเข้าถึงง่ายมากจากลานจอดรถ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กมาด้วยครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 08.30 – 16.30 น.
  • ที่อยู่ : ต.หินดาด อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี (ใกล้พุน้ำร้อนหินดาด)
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NwqCcM5BgJUjP3Uh6

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

45. น้ำตกผาสวรรค์

น้ำตกหินปูนสูง 7 ชั้นที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าลึก เป็นสวรรค์ของสายลุยที่แท้จริง ไฮไลท์คือชั้นที่ 7 "ผาสวรรค์" ที่น้ำตกจะตกลงมาจากหน้าผาสูงชันกว่า 80 เมตร "เคล็ดลับการมาที่นี่คือควรใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) เท่านั้น" โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เส้นทางจะโหดและลื่นเป็นพิเศษ แต่รับรองว่าความสวยงามที่ปลายทางจะทำให้คุณลืมความเหนื่อยไปเลยครับ

  • เวลาทำการ : ควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก่อนเข้าชม (แนะนำช่วงปลายฝนต้นหนาว)
  • ที่อยู่ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/v67UTcbKBzngrBsi9

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : ททท.สำนักงานกาญจนบุรี : TAT Kanchanaburi Office

46. น้ำตกตะเคียนทอง

น้ำตกชายแดนไทย-พม่า ในเขตสังขละบุรีที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีท่ามกลางดงหวายและไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ การเดินเท้าเข้าไปยังตัวน้ำตกชั้นแรกระยะทางเพียง 700 เมตร "แนะนำให้พกเครื่องป้องกันแมลงหรือยากันยุงไปด้วย" เนื่องจากป่าที่นี่สมบูรณ์มาก และถ้าเดินต่อไปถึงชั้นที่สูงขึ้น คุณจะพบกับแอ่งน้ำใสสีเขียวมรกตที่เงียบสงบเหมือนมีน้ำตกส่วนตัวเลยครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 - 16.30 น.
  • ที่อยู่ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Xk3QHfEQ6cyXoMQTA

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : ททท.สำนักงานกาญจนบุรี : TAT Kanchanaburi Office

47. สวนชินโตะ (Shinto Park)

อนุสรณ์สถานแห่งสันติภาพริมแม่น้ำแควใหญ่ที่ออกแบบในสไตล์สวนญี่ปุ่นแท้ๆ บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และสวนหิน "จุดที่ห้ามพลาดคือการเดินชมศาลเจ้าแบบญี่ปุ่นและพิพิธภัณฑ์ของสะสมโบราณ" เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการมาเดินเล่นพักผ่อนจิตใจ หรืออยากถ่ายรูปพอร์ตเทรตในบรรยากาศเจแปนนิสแบบสงบๆ โดยไม่ต้องไปเบียดกับคนในคาเฟ่ครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 - 17.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี (ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำหลังวัดลาดหญ้า)
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/TEsDdGzPnLDyr4SV9

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

48. อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ

สถานที่รำลึกถึงชัยชนะครั้งสำคัญของไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ตัวอุทยานจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์และการจำลองกลยุทธ์การรบได้อย่างน่าสนใจ "แนะนำให้เข้าไปชมวิดีทัศน์สรุปเหตุการณ์สงครามก่อนเดินชมพื้นที่จริง" จะช่วยให้คุณเห็นภาพความกล้าหาญของบรรพบุรุษได้ชัดเจนขึ้น และบริเวณนี้ยังมีรูปปั้น "ปู่มั่น ปู่คง" ที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธาอย่างมากครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 - 16.00 น.
  • ที่อยู่ : ทุ่งลาดหญ้า ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/KXgFw85CsX1V2PwZ8

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : www.kanchanaburi.go.th

49. อุทยานมัจฉาวังสังกะวาด

จุดพักผ่อนริมแม่น้ำแม่กลองภายในวัดหวายเหนียว ที่ขึ้นชื่อเรื่องจำนวนปลาที่หนาแน่นจนน่าตกใจ โดยเฉพาะ "ปลาสังกะวาด" ที่จะออกมาให้เห็นเยอะมากในช่วงเย็นและค่ำ "Insider Tip สำหรับครอบครัวคือการแวะชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านข้างในวัด" ซึ่งรวบรวมข้าวของเครื่องใช้โบราณและวิวัฒนาการของท้องถิ่นไว้ได้อย่างน่าทึ่ง เป็นกิจกรรมที่ได้ทั้งบุญและความรู้ในที่เดียวครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 07.00 - 18.00 น.
  • ที่อยู่ : วัดหวายเหนียว ต.หวายเหนียว อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/BqTT3WbogjTPVHHN7

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : กู๊ดวิวรีสอร์ท กาญจนบุรี

50. สวนน้ำ Good View (Good View Water Park)

สวนน้ำและรีสอร์ตริมแม่น้ำแม่กลองที่มาพร้อมกับบรรยากาศสุดฟินและเครื่องเล่นสวนน้ำแบบจัดเต็ม จุดเด่นที่นี่คือความหลากหลายของกิจกรรมที่มีทั้งสระว่ายน้ำระบบเกลือ และสวนน้ำที่มีสไลเดอร์ขนาดใหญ่ให้ได้กรี๊ดกันสะใจ "Insider Tip สำหรับสายชิลคือการแวะมาทานอาหารที่ร้าน Good View ในช่วงเย็น" เพราะร้านตั้งอยู่ติดริมน้ำแม่กลองและอยู่ใกล้กับสุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่ บรรยากาศตอนพระอาทิตย์ตกดินที่นี่เงียบสงบและสวยมาก เหมาะสำหรับการมาเติมพลังหลังจากเล่นน้ำเหนื่อยมาทั้งวันครับ

  • เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 - 20.00 น.
  • ที่อยู่ : ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี (ทางไปวัดถ้ำเขาปูน ติดสุสานช่องไก่)
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/fHZJyjAb8NwJL4vf7
  • เบอร์โทร : 093 414 1682

 

กาญจนบุรีเป็นจุดหมายปลายทางที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาวและฤดูหนาวที่ธรรมชาติสวยงามและอากาศกำลังสบาย โดดเด่นด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายครบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์อย่าง สะพานข้ามแม่น้ำแคว และ ทางรถไฟสายมรณะ แหล่งธรรมชาติทั้งน้ำตก ภูเขา และบ่อน้ำพุร้อน รวมถึงคาเฟ่และแหล่งท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทุกวัย

จะไปเที่ยวเมืองกาญจน์ให้ฟินและคุ้มค่ากว่าเดิม ต้องไม่ลืมพก บัตรเครดิต KTC ติดตัวไปด้วยนะครับ เพราะไม่ว่าคุณจะไปเช็คอินที่พักริมน้ำแคว ดื่มด่ำบรรยากาศในคาเฟ่ชิคๆ หรือแวะเติมน้ำมันระหว่างทริป บัตร KTC ก็พร้อมซัพพอร์ตด้วยโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษและเครดิตเงินคืนที่มีให้เลือกมากมายครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง แถมยังสามารถใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้แบบจุใจ ช่วยให้ทริปพักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ ของคุณทั้งสะดวกและประหยัดยิ่งขึ้น สมัครวันนี้เพื่อให้ทุกการปักหมุดที่กาญจนบุรีของคุณคุ้มค่าและพิเศษกว่าที่เคยครับ!