ยิ่งอายุมากขึ้นการวางแผนทางการเงินยิ่งเป็นสิ่งสำคัญ การทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพเป็นทางเลือกที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะสมชื่อการให้ความ “คุ้มครองตลอดชีวิต” ซึ่งนอกจากการคุ้มครองในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันแล้ว ประกันชีวิตรูปแบบนี้ยังเป็นการออมเงินในระยะยาว และหรือเป็นมรดกตกทอดได้ มาดูกันว่า ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ คืออะไร เหมาะกับใคร เลือกอย่างไรดี ?


ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ คืออะไร?

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance) หรือที่หลายๆ คนรู้จักในชื่อ “ประกันชีวิตแบบระยะยาว” คือประกันแบบจ่ายเบี้ยประกันแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น จ่าย 10 ปี, 15 ปี, 20 ปี หรืออาจใช้อายุเป็นตัวกำหนด เช่น จ่ายเบี้ยจนถึงอายุ 50 ปี หรือ 55 ปีแลกกับการได้รับความคุ้มครองไปตลอดชีวิตของผู้เอาประกัน หรือตามกำหนดระยะเวลาสุดท้ายในสัญญา (แล้วแต่แบบประกัน) เช่น เมื่ออายุครบ 90 ปี หรือ 99 ปี แต่หากผู้เอาประกันเสียชีวิตก่อน บริษัทประกันจะจ่ายผลประโยชน์ให้กับผู้รับผลประโยชน์ แต่ถ้าผู้เอาประกันอายุยืนและอยู่จนครบสัญญาก็จะมีเงินคืนตามทุนประกันที่ทำไว้

ตัวอย่าง แบบประกันชีวิต 99/15 คือชำระเบี้ย 15 ปี คุ้มครองยาวนานถึงอายุ 99 ปี กรณีที่ตายก่อนอายุ 99 ปี ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ได้เงินประกัน แต่ถ้าเรามีอายุครบ 99 ปี เราจะเป็นคนที่ได้รับเงินคืน

นอกจากนี้ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ยังมีการสะสมมูลค่าเงินในกรมธรรม์ที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว ซึ่งมูลค่าภายในกรมธรรม์นี้สามารถเบิกถอน หรือใช้เป็นหลักประกันในการกู้เงินได้ในบางกรณี ประกันชีวิตแบบตลอดชีพจึงเป็นเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตอย่างมั่นคง และนับเป็นการวางแผนทางการเงินเพื่ออนาคต และสร้างความอุ่นใจเรื่องมรดกสำหรับทายาท


ข้อดี-ข้อเสียของการทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ


ข้อดีของประกันชีวิตแบบตลอดชีพ

  1. เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองในระยะยาว หรือตลอดชีวิต
  2. มีมูลค่าเงินสะสม ประกันชีวิตประเภทนี้มักจะมีมูลค่าภายในกรมธรรม์ที่สามารถสะสมเงินได้เรื่อยๆ ในระยะยาว ซึ่งสามารถใช้เป็นเงินกู้หรือเบิกถอนในบางกรณี เช่น ยามเจ็บป่วย หรือมีเรื่องฉุกเฉิน
  3. ช่วยวางแผนมรดก เมื่อเราเสียชีวิตลง เงินประกันที่ได้รับจะถูกส่งมอบให้แก่ผู้รับประโยชน์ จึงเป็นการช่วยสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว
  4. เบี้ยประกันคงที่ เมื่อเทียบกับประกันชีวิตแบบอื่นๆ เบี้ยประกันของประกันชีวิตตลอดชีพมักจะมีอัตราที่ค่อนข้างคงที่ ตลอดระยะเวลาการทำประกัน
  5. สามารถเลือกความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ บางบริษัทประกันอาจมีตัวเลือกให้เราเพิ่มความคุ้มครองโรคร้ายแรง หรืออุบัติเหตุเข้าไปในกรมธรรม์ได้
  6. ลดหย่อนภาษีได้ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพสามารถลดหย่อนได้ตามเบี้ยประกันที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท


ข้อเสียของประกันชีวิตแบบตลอดชีพ

  1. เบี้ยประกันสูง ประกันชีวิตแบบตลอดชีพมักจะมาพร้อมกับเบี้ยประกันที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประกันประเภทอื่นๆ เพราะมีการคุ้มครองที่ยาวนานและสะสมมูลค่าเงินที่สูง
  2. ผลตอบแทนต่ำ หากเทียบผลตอบแทนจากการสะสมเงินในกรมธรรม์ การทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพจะให้ผลตอบแทนต่ำกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ เช่น ตลาดหุ้น หรือกองทุนรวม
  3. ไม่ยืดหยุ่นในการปรับเบี้ย หากมีการปรับเปลี่ยนเบี้ยประกันในอนาคต บางครั้งเราอาจจะไม่สามารถลดเบี้ยได้ง่ายๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้
  4. ไม่มีผลตอบแทนระหว่างสัญญา
  5. ระยะเวลาคุ้มครองอาจนานกว่าความจำเป็น


ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เหมาะกับใคร?

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพเหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองตลอดชีวิตและมีความมั่นคงในการวางแผนทางการเงินในระยะยาว เช่น

  1. คนที่มีครอบครัว โดยเฉพาะคนที่เป็นเสาหลักของครอบครัว การมีประกันชีวิตแบบตลอดชีพจะช่วยให้ครอบครัวมีเงินทุนสำรองไว้ใช้เมื่อเราจากไป
  2. คนที่ต้องการสร้างมรดก ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ สามารถเป็นมรดกให้กับคนที่เรารัก
  3. คนที่ต้องการวางแผนอนาคต เช่น การศึกษาบุตร การเกษียณอายุ ประกันชีวิตตลอดชีพก็เป็นตัวเลือกที่ดี
  4. คนที่มีหนี้สิน ประกันชีวิตแบบตลอดชีพสามารถช่วยลดภาระหนี้สินให้กับครอบครัว ในกรณีที่เราเสียชีวิต




ประกันตลอดชีพ ให้ความคุ้มครองตลอดชีพ โดยไม่มีระยะเวลาสิ้นสุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตในระยะยาวจนถึงการเสียชีวิต


ประกันชีวิตแบบตลอดชีพเลือกอย่างไรดี?

การเลือกประกันชีวิตแบบตลอดชีพต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งจากความต้องการคุ้มครองทางการเงินและความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกัน ดังนี้

  1. เลือกจากทุนประกัน ควรเลือกทุนประกันที่เหมาะสมกับความต้องการ และความสามารถทางการเงิน
  2. เลือกจากเบี้ยประกัน แนะนำให้เปรียบเทียบเบี้ยประกันของแต่ละบริษัท เพื่อหาเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับงบประมาณ ระยะเวลาชำระเบี้ย เลือกระยะเวลาชำระเบี้ยที่สอดคล้องกับแผนการเงิน และวิธีการชำระเบี้ยที่สะดวก เช่น ตัดบัญชีอัตโนมัติ ตัดผ่านบัตรเครดิต จ่ายเดือนละครั้ง หรือปีละครั้ง
  3. เลือกที่มีความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น โรคร้ายแรง อุบัติเหตุ การสูญเสียรายได้ เป็นต้น
  4. ประกันชีวิตตลอดชีพ ที่ไหนดี แนะนำให้เลือกบริษัทประกันที่มีความน่าเชื่อถือ ควรเลือกบริษัทประกันที่มีชื่อเสียงและการบริการที่ดี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุดในระยะยาว
  5. พิจารณาผลตอบแทนจากมูลค่าภายในกรมธรรม์ เราควรศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องของมูลค่าเงินสะสมในกรมธรรม์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การสะสมเงินหรือใช้เป็นเงินกู้ รวมถึงอ่านเงื่อนไขทั้งหมดให้ละเอียด เช่น การยกเลิกกรมธรรม์ การปรับเบี้ยประกัน หรือกรณีที่อาจเกิดปัญหาต่างๆ ในอนาคต




ใครกำลังแพลนวางแผนระยะยาว ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ น่าจะสามารถตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสม และเพื่อความคุ้มค่า สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC ต้องการต่ออายุหรือจะซื้อประกันมีโปรโมชั่นเลือกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 1% หรือ คะแนนพิเศษสูงสุด 25% เมื่อชำระเบี้ยประกันทั้งปีแรกและปีต่ออายุ ผ่านบัตรเครดิต KTC อีกทั้งยังได้รับคะแนนสะสม KTC FOREVER 1 คะแนน เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ทุก 25 บาท

สามารถนำคะแนนไปแลกรับส่วนลด และสิทธิประโยชน์มากมาย อยากได้รับสิทธิพิเศษแบบนี้ สมัครบัตรเครดิตออนไลน์ได้เลย ชีวิตที่ใช่ ไลฟ์สไตล์ที่ชอบ สะดวกทุกการใช้จ่าย


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC