ฮอยอัน…ในวันที่ยังไม่พ้นขีดอันตราย

ฮอยอัน…ในวันที่ยังไม่พ้นขีดอันตราย

เรื่องและภาพโดย คุณสุทธิพร มุสิกมาศ สมาชิกบัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM

สารภาพตามตรงว่ารู้จัก “ฮอยอัน” จากละคร “ฮอยอันฉันรักเธอ” ซึ่งนานมาแล้ว ก่อนจะเห็นภาพนั้นชัดขึ้นอีกจากเพลง “ยังไม่พ้นขีดอันตราย” ของ Boy Peacemaker แต่ก็ยังไม่เคยมีความคิดจะไป จนกระทั้งเกิดเรื่องราวบางอย่างที่ดันตรงกับในเอ็มวีซะอย่างนั้น การเดินทางไปพักใจและตามรอยเอ็มวีจึงเกิดขึ้น

ถึงสนามบินดานัง (Danang International Airport) ตอนเวลาตีสาม นั่งรอจนกระทั่งฟ้าสาง ร้านค้าเริ่มเปิด จึงออกมาโบกแท็กซี่เพื่อจะไปยังจุดหมายปลายทางของเรา หนึ่งในสิ่งที่นักท่องเที่ยวหลายคนเจอเวลาที่ไปเที่ยวเวียดนาม คือ การโดนโกง ซึ่งเราจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นกับเราแน่นอน เราจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ วิธีการแก้ปัญหาของเราคือ ขึ้นแท็กซี่แบบ Fixed Meter คือมีราคาที่แน่นอน โดยราคาแท็กซี่ของเราอยู่ที่ 400,000 VND

เราตกลงกับแท็กซี่ให้มาส่งที่โรงแรมของเราเลย ที่พักของเรามีชื่อว่า Blue Lake Homestay ห่างจากใจกลางฮอยอันประมาณหนึ่ง แต่ก็มีบริการจักรยานฟรีสำหรับผู้เข้าพักด้วยด้วยความที่เรามาถึงตั้งแต่เช้าตรู่ โรงแรมจึงยังไม่ให้เช็คอิน เราเลยทำการฝากกระเป๋าแล้วปั่นจักรยานไปสำรวจเมืองกัน ขออนุญาตเท้าความถึงเมืองนี้กันสักนิด

ฮอยอัน (Hoi – An) มรดกโลกที่ยังคงมีลมหายใจ

อยู่ทางตอนกลางของเวียดนาม ในอดีตเคยเป็นเมืองท่า ด้วยเสน่ห์ของตึกเก่าสีเหลืองที่เป็นเอกลักษณ์ วิถีชีวิตที่เรียบง่ายเลยไม่น่าแปลกใจเลยที่เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนมากมาย

เพื่อนร่วมทาง ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที เราก็มาถึงย่านเมืองเก่าฮอยอัน (Hoi – An Ancient Town) เราใช้สะพานญี่ปุ่น (Japanese Bridge) เป็นจุดตั้งต้นของเรา ตรงสะพานญี่ปุ่นเป็นทางเข้าของเมืองเก่าฮอยอันด้วย ต้องเสียค่าเข้า 120,000 VND แต่เราไม่ได้เข้าไปชมตรงนั้นเพราะบรรยากาศของทั้งเมืองนั้นเหมือนกัน หันหน้าออกมาอีกฝั่งหนึ่ง เราจะพบกับคลองเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่แบ่งเมืองฮอยอันเป็นสองส่วน คลองนี้จะไหลลงสู่แม่น้ำทูโบน (Thu Bon River) แม่น้ำแห่งชีวิตของชาวฮอยอัน อีกฝั่งของเมืองฮอยอันเต็มไปด้วยโฮสเทลและร้านอาหารมากมายไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากมาชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของผู้คนที่นี่

การสำรวจเมืองฮอยอันสามารถทำได้ทั้งขี่จักรยานและเดินเท้า ตลอดทางที่เจ้าสองล้อพาเราไปนั้นเราเห็นบรรยากาศของบ้านไม้ทรงโบราณ และตึกเก่าสีเหลืองให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในยุคสมัยเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว กิจกรรมหลัก ๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมจึงหนีไม่พ้นการปั่นจักรยานสำรวจเมือง และการนั่งจิบกาแฟเวียดนามท่ามกลางบรรยากาศและราคาที่เป็นกันเอง

กาแฟเวียดนาม ได้ชื่อว่าเป็นกาแฟที่อร่อยขึ้นชื่อ ร้านกาแฟเกือบทุกร้านในฮอยอันราคาไม่ต่างกันมาก เรามีโอกาสได้ลองกาแฟจากร้านแผงลอยร้านหนึ่งแถวสะพานญี่ปุ่น เราสั่งกาแฟเย็นธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ด้วยความลงตัวทั้งความเข้ม ความหวาน และความมัน ในขณะที่กลิ่นหอมก็เตะจมูกเสียเหลือเกิน ค่าเสียหายของแก้วนี้เพียงแค่ 20,000 VND เท่านั้น ได้ทั้งกาแฟรสชาติเยี่ยมและมิตรภาพอันแสนน่ารักของแม่ค้าชาวฮอยอัน คุ้มเกินคุ้ม

มาเป็นสาวใหญ่ผู้มากด้วยขนบธรรมเนียมและประเพณี เราได้เห็นวิถีชีวิตของชาวฮอยอันริมสองฝั่งแม่น้ำทูโบน ความคึกคักในเขตเมืองเก่ามากขึ้นกว่าตอนกลางวันอย่างเห็นได้ชัด ร้านรวง ตามรายทางเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว แม้ว่าเราจะมาคนเดียวแต่ก็ไม่ได้รู้สึกเหงาแต่อย่างใดมาคนเดียวแต่ใช่ว่าจะเที่ยวคนเดียวเสียเมื่อไหร่เราเจอเพื่อนร่วมทางมากหน้าหลายตา บางคนมาจากโรงแรมเดียวกับเราด้วย จึงถือโอกาสนี้กลับโรงแรมพร้อมกันเสียเลย