บุกแทสเมเนีย ออสเตรเลีย
สัมผัสธรรมชาติ

แทสเมเนีย เป็นเกาะขนาดใหญ่ อันดับที่ 26 ของโลก โดยมีเมืองโฮบาร์ต เป็นเมืองหลวงของ รัฐแทสเมเนีย ภายในเมืองโฮบาร์ต และเมืองโดยรอบ สามารถ ท่องเที่ยวได้โดยใช้เวลา 3 วัน โดยสถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ และ เป็นไฮไลท์ มีดังนี้ Mt. Wellington ตั้งอยู่ใน Wellington Park เป็นสถานที่ที่นัก trekking ตัวยงนิยมแวะเวียนขึ้นไปอย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากเส้นทางการเดิน มีตั้งแต่ระดับง่าย จนถึง ระดับยาก บวกกับ สภาพ แวดล้อมระหว่างทางที่มีความสวยงาม นอกจากนี้สำหรับ นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เป็นนัก trekking ก็ยังสามารถขึ้น ไปชมวิว ตัวเมือง โฮบาร์ต บนยอดเขานี้ได้เช่นกัน โดยสามารถขับรถขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา ที่เป็น จุดชมวิวได้ 360 องศา เรียกได้ว่า เห็นวิวสวย ๆ ทั่วเมืองโฮบาร์ต ได้ที่จุดชมวิวบนยอดเขา Mt. Wellington

เมื่อเรามาแดนจิงโจ้แล้ว เราจะพาทุกท่านมาสัมผัส ใกล้ชิดกับฝูงจิงโจ้ ที่ Bonorong Wildlife Sanctuary นั้นเอง โดยสถานที่แห่งนี้เป็นสวนสัตว์ที่ขึ้นชื่อ ของเมือง Brighton ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของ เมืองโฮบาร์ต สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ เราสามารถใกล้ชิดกับจิงโจ้ ที่วิ่งเล่นอยู่ในสวนสัตว์แห่งนี้ได้แบบใกล้ชิดมาก ๆ ไม่ว่าจะป้อนอาหาร เกาคาง หรือแม้กระทั่งเซลฟี่กับ จิงโจ้ก็สามารถทำได้ เรียกได้ว่าจิงโจ้ที่นี้ค่อนข้างเชื่อง กับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ก็ยังมีสัตว์ต่าง ๆ ที่เป็นสัตว์ เฉพาะถิ่นที่พบได้ในทวีปออสเตรเลียเท่านั้น ได้แก่ หมีโคอาลา, แทสเมเนียนเดวิล, วาลาบี้ และ วอมแบท ขวัญใจเด็กหลาย ๆ คน

เดินทางลงล่างมาอีกนิดนึง จะพบกับเมืองเล็ก ๆ บรรยากาศคลาสสิก อย่างเมือง Richmond ที่นี่ เราสามารถเดินเที่ยวชมความคลาสสิกของ Richmond Bridge และ ตัวเมือง ที่ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในประเทศแถบยุโรป อีกทั้ง Richmond เป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านอาหาร และ ไวน์ จึงเหมาะกับการสังสรรค์กับเพื่อนฝูงและครอบครัวในวันสบาย ๆ

ทางฝั่งใต้ของเกาะแทสเมเนียที่เมือง Port Arthur การล่องเรือ ชมเกาะ Tasman และ Cape Pillar ถือเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ โดยเรือจะพาชม ความงามของหน้าผาหินที่เรียงตัวสวยงามตามธรรมชาติ เสมือนถูกจัดว่าโดยมนุษย์, Blow Hole หรือ ช่องน้ำพุ, ฝูงแมวน้ำที่นอนเรียงรายตามแนวโขดหิน, ปลาโลมาที่มัก ว่ายเล่นกับเรือนักท่องเที่ยว, รวมถึงนกทะเลนานาชนิด นอกจากนี้ สถานที่ท่องเที่ยวที่เมืองนี้ยังมีอีกหลายแห่ง ได้แก่ Remarkable cave ถ้ำที่เกิดจากการเซาะของ น้ำทะเลจนทะลุทั้งสองฝากที่น่าประหลาดใจคือ ช่องหินนี้มีรูปร่างคล้ายกับแผนที่ของรัฐแทสเมเนีย ที่เป็นรูปแอปเปิ้ล เมื่อมองลอดผ่านช่องนี้ออกไปจะเห็น ความงามของทะเลสีครามและโขดหินหน้าตาประหลาด เสมือนกับเรามองวิวทะเลลอดผ่านบานหน้าต่าง รูปแอปเปิ้ล 

Tip!
ฤดูกาลที่ แทสเมเนีย แตกต่างจากประเทศไทยโดย สิ้นเชิง โดย ช่วงเดือน มีนาคม - พฤษภาคม เป็นฤดู ใบไม้ร่วง, เดือน มิถุนายน - สิงหาคม เป็นฤดูหนาว, เดือนกันยายน - พฤศจิกายน เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ และ เดือน ธันวาคม - กุมภาพันธ์ เป็นช่วงหน้า หนาว ข้อควรรู้อีกประการคือ สภาพอากาศค่อนข้าง ขึ้น ๆ ลง ๆ บ้างอากาศหนาวอยู่ดี ๆ ก็มีพายุฝน ดังนั้น ควรเช็คพยากรณ์อากาศรายวัน จะได้ เตรียมเสื้อผ้าสวย ๆ และ เที่ยวได้อย่างสนุกสนาน 

DO YOUKNOW
แทสเมเนีย เป็นเกาะที่เข้มงวดเรื่องการห้ามนำอาหารสด และผลไม้เข้ามาในเกาะ เนื่องจากผลไม้สดและอาหารสดที่นำเข้ามา อาจนำพาโรคต่าง ๆมาสู่พืชผัก ผลไม้ และ สัตว์ต่าง ๆ บนเกาะได้ ดังนั้นหากท่านเดินทางมาโดยเครื่องบิน ตรงสายพานรับกระเป๋า ท่านจะเห็นน้องหมาที่ทำหน้าที่ ตรวจดมกระเป๋าผู้โดยสารทุกใบ ว่าใบไหนมีอาหาร และ ผลไม้ต้องห้ามและจะถูกนำไปกำจัดทิ้ง โดยเจ้าหน้าที่ต่อไป
 

HOW TO GO
การเดินทางไปยังเกาะ Tasmania นั้นสามารถใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ - เมลเบิร์น (BKK-MEL) โดยลงที่สนามบิน Tullamarine Airport นั่งรถบัสต่อเข้าไปยังตัวเมืองเมลเบิร์นอีกประมาณ 1 ชั่วโมงและเดินทางต่อไปยังเกาะโดยการนั่งเรือ Spirit of Tasmania โดยสารจากเมลเบิร์นมาลงที่เดวอนพอร์ตทางเหนือของเกาะและนั่งรถต่อไปทางใต้ 

ใกล้ ๆ กับ Remarkable Cave มีจุดชมวิว Maingnon Bay ตรงจุดนี้ สามารถเห็นท้องทะเลสีฟ้า ตัดกับวิวภูเขา สีเขียวสด ในวันที่ฟ้าเปิดและอากาศดี จะสามารถมอง เห็นแท่งหินสูง หน้าตาประหลาด ที่ทอดยาวบนเกาะ Cape Raoul หรือหากมีเวลา และชื่นชอบการเดินเขา ยังสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเขาบนเส้นทาง Mount Brown Track

ที่มา: My World Vol.108 July-August 2017