วัคซีนหลัก วัคซีนเสริม ตัวช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย

เด็กทารก เด็กเล็ก เป็นช่วงวัยที่ร่างกายกำลังอ่อนแอและเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้มากที่สุด อีกทั้งสภาพแวดล้อมในปัจจุบันยังเป็นตัวกระตุ้นทำให้เด็กมีความเสี่ยงต่อโรคอันตรายมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นนอกจากการวางแผนเรื่องการเรียนและการศึกษาของเด็กให้พร้อมแล้ว ตารางการฉีดวีคซีนพื้นฐาน – วัคซีนเสริมเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองต้องจดไว้ในลิสต์วางแผนการมีลูกด้วยเช่นกัน เพื่อช่วยพ่อแม่มือใหม่เตรียมความพร้อม บทความนี้ KTC แนะนำฉีดวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันเด็กแต่ละช่วงวัย เลือกฉีดแบบไหนให้เหมาะสม และวัคซีนแต่ละประเภทช่วยเรื่องอะไรบ้าง


วัคซีนเด็กจำเป็นหรือไม่? วัคซีนพื้นฐานฟรีฉีดที่ไหน

วัคซีน (Vaccine) เป็นสารชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับการฉีดเข้าร่างกาย มีส่วนช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วผลิตมาจากเชื้อโรค 2 ประเภท คือ เชื้อโรคที่ตายแล้วและเชื้อโรคที่อ่อนแอ ที่เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายมักส่งผลให้ร่างกายเกิดการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับโรคนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี (อ้างอิง มหาวิทยาลัยมหิดล) การฉีดวัคซีนสำหรับเด็กสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งเด็กทุกคนจะได้รับตารางวัคซีนสมุดสีชมพูที่มีการระบุวัคซีนพื้นฐานต่าง ๆ ตามช่วงอายุ และทั่วไปแล้วประเภทวัคซีนสำหรับเด็กแบ่งออก 2 ประเภท ดังนี้

  • วัคซีนพื้นฐาน >> เป็นวัคซีนสำคัญที่เด็กทุกคน “จำเป็น” ต้องได้รับตามคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ร่างกายเกิดการสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคอันตราย โดยผู้ปกครองสามารถพาบุตรเข้ารับวัคซีนพื้นฐานได้ที่สาธารณสุขของรัฐ เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลของรัฐ ฯลฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • วัคซีนเสริมหรือวัคซีนทางเลือก >> นอกจากวัคซีนพื้นฐานแล้ว เทคโนโลยีทางการแพทย์ยังได้มีการพัฒนาวัคซีนเสริมขึ้นมาหลากหลายประเภท เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้ร่างกาย หากถามว่าวัคซีนเสริมจําเป็นไหม? คำตอบคือขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ว่าเด็กอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนเพิ่มเติมหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีวัคซีนเสริมที่รวมวัคซีนหลายชนิดไว้ในเข็มเดียว ช่วยให้เด็กไม่ต้องเจ็บตัวบ่อยครั้งและผู้ปกครองไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปโรงพยาบาลบ่อย ๆ แต่เนื่องจากวัคซีนเสริมไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณะสุข ดังนั้นค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวผู้ปกครองอาจจำเป็นต้องชำระเอง

สรุปแล้วการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กมีความสำคัญ โดยวัคซีนพื้นฐานเป็นสิ่งที่เด็กต้องได้รับจนครบตามช่วงอายุ และวัคซีนเสริมเป็นวัคซีนที่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ดังนั้นแนะนำผู้ปกครองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากมีวัคซีนชนิดใดที่ต้องฉีดนอกเหนือเป็นพิเศษ ผู้ปกครองจะได้เตรียมการทันเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย




วัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมที่จำเป็นสำหรับเด็ก


วัคซีนพื้นฐาน - วัคซีนเสริมสำหรับเด็กที่สำคัญ มีอะไรบ้าง?


วัคซีนพื้นฐาน

ช่วงอายุ

ประเภทวัคซีน

ประสิทธิภาพ

ช่วงวัยแรกเกิด 1 เดือน

วัคซีนวัณโรค (BCG)
วัคซีนตับอักเสบบี (HBV)

มีส่วนช่วยป้องกันโรควัณโรคได้ประมาณ 80% และช่วยลดความเสี่ยงโรควัณโรคที่เยื่อหุ้มสมองในเด็ก
ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้ตับอักเสบ หากได้รับการฉีดครบโดสตั้งแต่อายุไม่เกิน 6 เดือน อาจช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ตลอดชีวิต

ช่วงอายุ 2 เดือน

วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DPT) (ครั้งที่ 1)
วัคซีนฮิบ (Hib) (ครั้งที่ 1)

วัคซีนโปลิโอ (ครั้งที่ 1)

วัคซีนโรต้า (Rota) (ครั้งที่ 1)

ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน
ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุโรคบางชนิด เช่น โรคติดเชื้อในกระแสเลือด โรคปอดอักเสบ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฯลฯ

ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายไม่ให้ติดเชื้อที่อาจส่งผลต่อความพิการในอนาคต

ช่วยป้องกันเชื้อไวรัสโรต้า ที่ให้เกิดอาการถ่ายเหลวและอาเจียนอย่างรุนแรงในเด็ก

ช่วงอายุ 4 เดือน

วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DPT) (ครั้งที่ 2)
วัคซีนฮิบ (Hib) (ครั้งที่ 2)

วัคซีนโปลิโอ (ครั้งที่ 2)

วัคซีนโรต้า (Rota) (ครั้งที่ 2)

-

ช่วงอายุ 6 เดือน

วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DPT) (ครั้งที่ 3)
วัคซีนฮิบ (Hib) (ครั้งที่ 3)

วัคซีนโปลิโอ (ครั้งที่ 3)

วัคซีนโรต้า (Rota) (ครั้งที่ 3)

-

ช่วงอายุ 9 – 12 เดือน

วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) (ครั้งที่ 1)
วัคซีนคางทูม-หัด-หัดเยอรมัน (MMR) (ครั้งที่ 1)

ลดความเสี่ยงต่อการเกิดการอักเสบของสมองส่วนกลาง ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มียุงเป็นพาหะนำโรค
ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่เกิดจากละอองการหายใจ การจาม และการสัมผัส ที่นำไปสู่โรคคางทูม หัด หัดเยอรมัน

ช่วงอายุ 18 เดือน – 2 ปี

วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DPT) (ครั้งที่ 4)
วัคซีนฮิบ (Hib) (ครั้งที่ 4)

วัคซีนโปลิโอ (ครั้งที่ 4)

-

ช่วงอายุ 2 ปี 6 เดือน

วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) (ครั้งที่ 2)
วัคซีนคางทูม-หัด-หัดเยอรมัน (MMR) (ครั้งที่ 2) ห่างครั้งแรก 1 – 2 ปี

-

ช่วงอายุ 4 – 6 ปี

วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DPT) (ครั้งที่ 5)
วัคซีนโปลิโอ (ครั้งที่ 5)

-

ช่วงอายุ 9 ปีขึ้นไป

วัคซีน HPV สำหรับเด็กผู้หญิง (ให้ 2 ครั้ง ห่างกัน 6 เดือน) หรือฉีดสำหรับเด็กผู้ชายเพื่อเป็นทางเลือก

วัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกในเพศหญิง และเพิ่มการป้องกันหูดอวัยวะเพศ สามารถฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย


วัคซีนเสริมหรือวัคซีนทางเลือก

ช่วงอายุ

ประเภทวัคซีน

ประสิทธิภาพ

ช่วงอายุ 2 เดือน

วัคซีนป้องกันโรคปอดบวม (ไอพีดี) (ครั้งที่ 1)

ลดความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุกล้ำ ที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ ปอดอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือด

ช่วงอายุ 4 เดือน

วัคซีนป้องกันโรคปอดบวม (ไอพีดี) (ครั้งที่ 2)

-

ช่วงอายุ 6 เดือน

วัคซีนป้องกันโรคปอดบวม (ไอพีดี) (ครั้งที่ 3)

-

ช่วงอายุ 1 ปีขึ้นไป

วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส (ฉีดอีกครั้งเมื่ออายุ 4 – 6 ปี)
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ (ฉีดเข็มที่ 2 ห่างกัน 6 – 12 เดือน)

ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอีสุกอีใส แต่ยังคงมีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยต่างจากเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีน
ช่วยป้องกันอาการดีซ่านที่เกิดจากโรคไวรัสตับอักเสบเอ

ช่วงอายุ 9 – 45 ปี

วัคซีนไข้เลือดออก จำนวน 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 6 เดือน

มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไข้เลือดออกและช่วยลดความรุนแรงของโรค

ทุกช่วงวัย โดยไม่จำเป็นต้องมีประวัติใด ๆ

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายไม่ให้เกิดโรคพิษสุนัขบ้าหลังโดนสัตว์กัน

หมายเหตุ : วัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมข้างต้น เป็นเพียงการยกตัวอย่างเท่านั้น แนะนำปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้เด็กเข้ารับวัคซีนอย่างครบถ้วน


อาการหลังฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก
  • มีไข้ ตัวร้อน มักพบหลังเด็กเข้ารับวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก
  • มีอาการไอ น้ำมูกไหล ผื่นขึ้นตามตัว มักพบได้หลังจากฉีดวัคซีนป้องกันหัดและหัดเยอรมัน
  • มีตุ่มหนอง มักพบได้หลังฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG)
  • มีอาการปวด บวม แดง ตรงบริเวณที่ฉีดวัคซีน สามารถใช้การประคบเย็นช่วยได้
  • หากฉีดแล้วเด็กมีอาการแพ้อย่างรุนแรงหรือมีไข้ขึ้นสูงผิดปกติ แนะนำพาเด็กเข้าพบแพทย์โดยด่วน

ไม่ได้มีเพียงการฉีดวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับเด็กเท่านั้นที่สำคัญ เพราะแม้ในตอนเด็กคุณอาจได้รับวัคซีนบางประเภทมาแล้ว แต่ทว่าภูมิคุ้มกันในร่างกายย่อมลดลงตามเวลาที่ผ่านไปเช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนวัยไหนต่างมีความจำเป็นที่ต้องเข้ารับการฉีดวีคซีนตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันเดิมให้เพียงพอต่อการป้องกันโรคและการติดเชื้อที่อันตราย ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งรัฐบาลและเอกชน ได้ให้บริการฉีดวีคซีนพื้นฐาน วัคซีนเสริม รวมไปถึงบริการตรวจสุขภาพแบบครบวงจร แต่สำหรับใครที่ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงแบบไม่กระทบเงินในกระเป๋า แนะนำเลือกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC รับส่วนลดและสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม ณ โรงพยาบาลที่ร่วมรายการ อาทิ ส่วนลด เครดิตเงินคืน รูดผ่อนชำระค่ารักษาพยาบาล และ

สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกบัตรเครดิต KTC ใช้คะแนน KTC FOREVER 1,999 คะแนน แลกรับเครดิตเงินคืน 300 บาท เมื่อซื้อวัคซีนตามรายการที่โรงพยาบาลกำหนดผ่านบัตรเครดิต KTC

ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พร้อมเซฟเงินในกระเป๋า เลือกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC