ตารางวัคซีนเด็ก 2569 เป็นเหมือนแผนที่สุขภาพที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่วางแผนสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกตั้งแต่วันแรกเกิดไปจนถึงวัยรุ่น เพราะเด็กแต่ละช่วงวัยมีความเสี่ยงต่อโรคแตกต่างกัน บางวัคซีนต้องฉีดหลายเข็ม บางชนิดต้องกระตุ้นซ้ำ และบางชนิดอาจพิจารณาเพิ่มตามสุขภาพ การใช้ชีวิต หรือคำแนะนำของแพทย์

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงแนวทาง ตารางการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กและวัยรุ่นไทย พ.ศ. 2569 ซึ่งเผยแพร่โดยสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ตารางต่อไปนี้เป็นฉบับสรุปเพื่อช่วยวางแผนเท่านั้น ไม่ควรใช้แทนการประเมินของแพทย์ เนื่องจากอายุที่เริ่มฉีด จำนวนเข็ม และระยะห่างอาจแตกต่างตามยี่ห้อวัคซีน ประวัติเดิม และภาวะสุขภาพของเด็ก

อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.pidst.or.th/A1627.html


ขอบคุณรูปภาพจาก สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย https://drive.google.com/file/d/1mJiuNAqS6uRlG7Fq09RnNFeV0pAEeeP_/view

สรุปตารางวัคซีนเด็ก 2569 ตั้งแต่แรกเกิด - 18 ปี มีอะไรบ้าง? ฉบับอัพเดทล่าสุด

เด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 18 ปีควรได้รับวัคซีนพื้นฐานตามช่วงอายุ ได้แก่ วัคซีนวัณโรค ตับอักเสบบี คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ฮิบ โปลิโอ โรตา หัด คางทูม หัดเยอรมัน และไข้สมองอักเสบเจอี ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ HPV อีสุกอีใส ตับอักเสบเอ และนิวโมคอคคัส โดยพิจารณาตามช่วงอายุ ความเสี่ยง ประวัติการได้รับวัคซีน และคำแนะนำของแพทย์

ตารางวัคซีนเด็ก 2569 ฉบับสรุป

อายุโดยประมาณ

วัคซีนพื้นฐานที่มักอยู่ในตาราง

วัคซีนอื่นที่อาจพิจารณา

แรกเกิด

วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG), วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HepB) เข็มแรก

ปรับแผนวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HepB) ตามผลเลือดและประวัติของมารดา

1 เดือน

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HepB) ในเด็กบางกลุ่มหรือบางแผน

พิจารณาตามประวัติการฉีดวัคซีนและการประเมินของแพทย์

2 เดือน

วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี และฮิบ (DTP-HepB-Hib), วัคซีนป้องกันโปลิโอ (IPV/OPV)

วัคซีนป้องกันโรตาไวรัส (Rotavirus), วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อนิวโมคอคคัส (PCV), วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปากจากเชื้อ EV71 (EV71)

4 เดือน

วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี และฮิบ (DTP-HepB-Hib), วัคซีนป้องกันโปลิโอ (IPV/OPV)

วัคซีนป้องกันโรตาไวรัส (Rotavirus), วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อนิวโมคอคคัส (PCV), วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปากจากเชื้อ EV71 (EV71)

6 เดือน

วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี และฮิบ (DTP-HepB-Hib), วัคซีนป้องกันโปลิโอ (IPV/OPV)

วัคซีนป้องกันโรตาไวรัส (Rotavirus) บางชนิด, วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza), วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อนิวโมคอคคัส (PCV)

9 เดือน

วัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR) เข็มแรกตามตารางของสถานพยาบาล

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza), วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 (COVID-19 Vaccine) ตามแนวทางปัจจุบัน

12 เดือน

วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี (JE) ตามชนิดวัคซีนและตารางที่ใช้

วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส (Varicella), วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ (HepA), วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อนิวโมคอคคัส (PCV) เข็มกระตุ้น

18 เดือน

วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน (DTP) เข็มกระตุ้น, วัคซีนป้องกันโปลิโอ (IPV/OPV), วัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR)

วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อฮิบ (Hib) หรือวัคซีนอื่นตามสูตรที่ใช้

2-3 ปี

วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี (JE) เข็มถัดไปตามชนิดวัคซีน

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ประจำปี และวัคซีนเก็บตกกรณีได้รับไม่ครบ

4-6 ปี

วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน (DTP) เข็มกระตุ้น, วัคซีนป้องกันโปลิโอ (IPV/OPV)

วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส (Varicella) เข็มถัดไป, วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ประจำปี

9-14 ปี

วัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี (HPV Vaccine) ตามนโยบายหรือคำแนะนำในช่วงเวลานั้น

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza), วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก (Dengue Vaccine) ตามอายุ ข้อบ่งใช้ และการประเมินของแพทย์

11-12 ปี

วัคซีนป้องกันบาดทะยักและคอตีบ (Td) หรือวัคซีนป้องกันบาดทะยัก คอตีบ และไอกรน (Tdap) ตามประวัติเดิม

วัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี (HPV Vaccine) สำหรับเก็บตก และวัคซีนอื่นตามความเสี่ยง

13-18 ปี

ตรวจและเก็บตกวัคซีนพื้นฐานที่ยังได้รับไม่ครบ

วัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี (HPV Vaccine), วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza), วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ (HepA), วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HepB) และวัคซีนป้องกันอีสุกอีใส (Varicella) ตามความเสี่ยง

 

คำย่อวัคซีนที่พบบ่อย

  • BCG: วัคซีนป้องกันวัณโรคชนิดรุนแรงในเด็ก
  • HB: วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
  • DTP / DTaP / DTwP / Tdap / Td: กลุ่มวัคซีนป้องกันคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน
  • Hib: วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อฮีโมฟิลุส อินฟลูเอนเซ ชนิดบี
  • IPV / OPV: วัคซีนป้องกันโปลิโอชนิดฉีดและชนิดรับประทาน
  • MMR: วัคซีนป้องกันหัด คางทูม และหัดเยอรมัน
  • JE: วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี
  • LAJE (Live Attenuated Japanese Encephalitis vaccine) : วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี ชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ซึ่งผลิตจากเชื้อไวรัสที่ทำให้ฤทธิ์อ่อนลงจนไม่ก่อโรคแต่กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี ใช้สำหรับป้องกันโรคไข้สมองอักเสบจากยุงกัด
  • HPV: วัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีบางสายพันธุ์
  • HBIG: อิมมูโนโกลบูลิน (Hepatitis B Immune Globulin) ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ที่ใช้ฉีดเพื่อป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบี อย่างเร่งด่วนในกรณีฉุกเฉิน หรือป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก
  • MenB: วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) ที่จำเพาะเจาะจงต่อเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis สายพันธุ์ B ซึ่งเชื้อนี้เป็นสาเหตุสำคัญของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและการติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด (อ้างอิงข้อมูลจาก : https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/march-2025/meningococcal-vaccine)
  • Rota : วัคซีนนี้ช่วยลดอาการท้องเสียรุนแรง ไข้สูง และการอาเจียน ที่อาจทำให้เด็กขาดน้ำจนเป็นอันตรายถึงชีวิต (อ้างอิงข้อมูลจาก : https://www.nakornthon.com )
  • PVC (Pneumococcal Vaccine) หรือ นิวโมคอคคัส : วัคซีนป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย สเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบ (ปอดบวม) เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด ที่มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ (อ้างอิงข้อมูลจาก : https://praram9.com/th/articles/pneumococcal-vaccine )
  • Tdap: วัคซีนรวมป้องกัน 3 โรค ได้แก่ โรคบาดทะยัก (Tetanus) โรคคอตีบ (Diphtheria) และโรคไอกรน (Pertussis) ชนิดไร้เซลล์ โดยเป็นวัคซีนสูตรที่ลดปริมาณแอนติเจนลง เหมาะสำหรับเด็กโต วัยรุ่น และผู้ใหญ่ เพื่อใช้ฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (อ้างอิงข้อมูลจาก : https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/october-2022/tdap-booster )
  • EV71 (Enterovirus 71) : วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ที่เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัสสายพันธุ์ 71 ซึ่งเป็นสายพันธุ์รุนแรงที่เสี่ยงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิต วัคซีนนี้ช่วยลดความรุนแรงของโรคและป้องกันการติดเชื้อเฉพาะสายพันธุ์ EV71 ได้สูงกว่า 97% (อ้างอิงข้อมูลจาก : https://www.rama.mahidol.ac.th/atrama/issue047/rama-rdu )

วัคซีนเด็กแรกเกิด – 2 เดือน

ช่วงสองเดือนแรกเป็นช่วงที่กำหนดวัคซีนค่อนข้างแน่น โดยเฉพาะวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีซึ่งควรได้รับตั้งแต่หลังคลอด รวมถึงวัคซีนโรต้าที่มีข้อจำกัดด้านอายุ หากเริ่มช้าเกินไปอาจไม่สามารถฉีดชดเชยได้ตามปกติ

อายุ

วัคซีนพื้นฐานหรือวัคซีนตามสิทธิ

สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้

แรกเกิด

HB1 ป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และ BCG ป้องกันวัณโรค

HB1 ควรได้รับภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด ส่วน BCG มักให้ก่อนออกจากโรงพยาบาล

1 เดือน

HB2 เฉพาะเด็กที่เกิดจากมารดาเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี

หากมารดามีผลไวรัสตับอักเสบบีเป็นบวก เด็กอาจต้องได้รับ HBIG และใช้ตารางเฉพาะที่แพทย์กำหนด

2 เดือน

DTP-HB-Hib1, IPV1, Rota1 และ PCV1

วัคซีนโรต้าเข็มแรกควรเริ่มก่อนอายุ 15 สัปดาห์ และต้องให้ครบภายในช่วงอายุที่กำหนด

2 เดือนขึ้นไปในเด็กกลุ่มเสี่ยง

อาจพิจารณา MenB หรือวัคซีนพิษสุนัขบ้าก่อนสัมผัสโรค

ไม่ใช่วัคซีนที่เด็กทุกคนต้องได้รับ ต้องประเมินจากโรคประจำตัว การเดินทาง หรือความเสี่ยงสัมผัสสัตว์

วัคซีนเด็ก 4 – 6 เดือน

เมื่อลูกอายุ 4-6 เดือน จะเป็นช่วงต่อเนื่องของวัคซีนชุดแรก หากไม่ได้รับวัคซีนตามกำหนด อาจทำให้การสร้างภูมิคุ้มกันล่าช้าหรือไม่เป็นไปตามตารางที่แนะนำ จึงควรตรวจวันนัดและชื่อวัคซีนในสมุดทุกครั้ง โดยเฉพาะวัคซีนโรต้าและ PCV ซึ่งมีช่วงอายุและจำนวนเข็มชัดเจน

อายุ

วัคซีนที่แนะนำ

หมายเหตุ

4 เดือน

DTP-HB-Hib2, IPV2, Rota2, PCV2

ควรนำสมุดวัคซีนไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดใดและต้องได้รับกี่เข็ม

6 เดือน

DTP-HB-Hib3, OPV, Rota3 เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่กำหนดให้ 3 ครั้ง

หากใช้วัคซีนโรต้าชนิด 2 ครั้ง จะไม่ต้องรับเข็มที่ 3

ตั้งแต่ 6 เดือน

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง

หากเป็นการรับครั้งแรกในเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปี แนะนำ 2 เข็ม ห่างกันประมาณ 1 เดือน

ตั้งแต่ 6 เดือน

อาจพิจารณา EV71, เจอีชนิดเชื้อตาย และวัคซีนโควิด-19

ต้องพิจารณาตามผลิตภัณฑ์ อายุ สุขภาพ และคำแนะนำที่เป็นปัจจุบัน

สำหรับ PCV บางผลิตภัณฑ์หรือบางตารางของสถานพยาบาลเอกชนอาจมีเข็มที่อายุ 6 เดือน แต่ ตารางสิทธิบริการปี 2569 ใช้แบบ 2, 4 และ 12 เดือน จึงไม่ควรนำจำนวนเข็มของคนละผลิตภัณฑ์มาเปรียบเทียบกันโดยตรง

วัคซีนเด็ก 9 – 12 เดือน

ช่วงปลายขวบปีแรกจะเริ่มมีวัคซีนป้องกันหัด คางทูม หัดเยอรมัน และไข้สมองอักเสบเจอี ส่วนเด็กที่ได้รับ PCV ตามสิทธิจะมีเข็มกระตุ้นเมื่ออายุประมาณ 12 เดือน

อายุ

วัคซีนพื้นฐานหรือวัคซีนตามสิทธิ

วัคซีนที่อาจพิจารณาเพิ่ม

9 เดือน

MMR1 ป้องกันหัด คางทูม และหัดเยอรมัน

ในสถานการณ์ระบาด แพทย์อาจปรับเวลาตามความเสี่ยง

12 เดือน

LAJE1 ป้องกันไข้สมองอักเสบเจอีชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ และ PCV เข็มกระตุ้น

เจอีชนิดเชื้อตายสามารถใช้เป็นทางเลือกตามตารางของผลิตภัณฑ์

12-15 เดือน

-

อีสุกอีใสเข็มที่ 1

ตั้งแต่ 1 ปี

-

ไวรัสตับอักเสบเอ ชนิดเชื้อตาย 2 เข็ม ห่างกันประมาณ 6-12 เดือน

ทุกปี

วัคซีนไข้หวัดใหญ่

ไม่ต้องรอให้ถึงหน้าฝน หากถึงกำหนดสามารถรับได้ตามนัด

 

วัคซีนเด็ก 1 ปี – 18 ปี

หลังอายุ 1 ปี จำนวนเข็มจะลดลง แต่ยังมีเข็มกระตุ้นสำคัญ รวมถึงการตรวจประวัติเมื่อเข้าโรงเรียน วัคซีน HPV ในวัยเรียน และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ควรรับเป็นประจำทุกปี

อายุหรือระดับชั้น

วัคซีนตามแผนหลัก

วัคซีนที่อาจพิจารณาเพิ่มเติม

1 ปี 6 เดือน

DTP4, OPV4, MMR2

อีสุกอีใสเข็มที่ 2 ตามช่วงอายุและระยะห่างที่แพทย์กำหนด

2 ปี 6 เดือน

LAJE2

ตรวจว่าตารางเจอีเข็มก่อนหน้าใช้ชนิดเชื้อเป็นหรือเชื้อตาย

4 ปี

DTP5 และ OPV5

วัคซีนไข้เลือดออกเริ่มพิจารณาได้ตั้งแต่อายุ 4 ปี

4-6 ปี

เข็มกระตุ้นคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน และโปลิโอ

อาจใช้ DTaP-IPV หรือวัคซีนรวมชนิดอื่นทดแทนตามแพทย์

ประถมศึกษาปีที่ 1

ตรวจประวัติและให้วัคซีนเก็บตก เช่น MMR, HB, LAJE, IPV, dT, OPV หรือ BCG เฉพาะที่จำเป็น

ไม่ได้หมายความว่านักเรียนทุกคนต้องรับวัคซีนครบทุกชื่อในรายการ

ประถมศึกษาปีที่ 5 หรืออายุ 11-12 ปี

HPV สำหรับเด็กหญิงตามแผนกระทรวงสาธารณสุข

สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กฯ แนะนำให้พิจารณา HPV ในทั้งเด็กหญิงและเด็กชายอายุ 9-26 ปี

ประถมศึกษาปีที่ 6

dT ป้องกันคอตีบและบาดทะยัก

แพทย์อาจพิจารณาใช้ Tdap เพื่อเพิ่มการป้องกันไอกรน

11-18 ปี

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี และตรวจวัคซีนที่ขาด

อาจเก็บตก HPV, อีสุกอีใส, ไวรัสตับอักเสบเอ ไข้เลือดออก หรือวัคซีนตามความเสี่ยง

หลังได้รับ Td/Tdap ในวัยรุ่น

กระตุ้นทุก 10 ปี

หากมีบาดแผลเสี่ยง แพทย์จะประเมินว่าต้องกระตุ้นก่อนกำหนดหรือไม่

 วัคซีนพื้นฐาน vs วัคซีนเสริม แตกต่างกันอย่างไร? ลูกจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเสริมไหม?

วัคซีนพื้นฐาน คือวัคซีนที่อยู่ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและจัดให้เด็กกลุ่มเป้าหมายตามช่วงอายุ ส่วน วัคซีนเสริม เป็นวัคซีนหรือผลิตภัณฑ์สร้างภูมิคุ้มกันที่พิจารณาเพิ่มตามความเสี่ยง คำว่า “เสริม” ไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ แต่ด็กแต่ละคนอาจมีความจำเป็นในการได้รับวัคซีนเสริมแตกต่างกัน ควรเลือกจากอายุ โรคประจำตัว สภาพแวดล้อม และคำแนะนำของแพทย์

 

หัวข้อเปรียบเทียบ

วัคซีนพื้นฐาน

วัคซีนเสริมหรือวัคซีนทางเลือก

วัตถุประสงค์

ป้องกันโรคสำคัญที่เป็นปัญหาสาธารณสุขและควรครอบคลุมเด็กกลุ่มเป้าหมาย

เพิ่มการป้องกันโรคอื่น หรือใช้สูตรที่แตกต่างจากวัคซีนพื้นฐาน

ค่าใช้จ่าย

มักรับได้ตามสิทธิที่หน่วยบริการของรัฐ โรงเรียน หรือหน่วยบริการที่เข้าร่วม

อาจต้องชำระเองทั้งหมดหรือบางส่วน ขึ้นอยู่กับสิทธิและสถานพยาบาล

ตัวอย่าง

BCG, HB, DTP-HB-Hib, โปลิโอ, โรต้า, MMR, JE, HPV ตามโครงการ และ PCV ที่เพิ่มในปี 2569

ไวรัสตับอักเสบเอ อีสุกอีใส EV71 ไข้เลือดออก MenB และวัคซีนก่อนเดินทาง

เด็กทุกคนต้องรับหรือไม่

ควรรับตามเกณฑ์หากไม่มีข้อห้าม

พิจารณาเป็นรายบุคคล ไม่จำเป็นต้องซื้อครบทุกแพ็กเกจ

หากฉีดล่าช้า

ควรให้แพทย์หรือหน่วยบริการจัดตารางเก็บตก

บางชนิดเก็บตกได้ แต่บางชนิดมีข้อจำกัดด้านอายุ เช่น วัคซีนโรต้า

 

วัคซีนเสริมยอดฮิตที่หมอเด็กแนะนำ (ปี 2569)

 

วัคซีน

ป้องกันโรค

อายุเริ่มฉีด (แนะนำ)

เหตุผลที่หมอแนะนำบ่อย

นิวโมคอคคัส (PCV/IPD)

ปอดบวม, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, หูชั้นกลางอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัส

2 เดือน

เชื้อนิวโมคอคคัสเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อรุนแรงในเด็กเล็ก; ฉีดเสริมแล้วลดป่วยหนักและนอนโรงพยาบาลได้ชัดเจน

โรต้า (Rotavirus)

ท้องร่วงรุนแรงจากไวรัสโรต้า

2 เดือน

ลดการนอนโรงพยาบาลจากอุจจาระร่วงในเด็กเล็กได้ดีมาก โดยเฉพาะก่อนเข้าเนอสเซอรี่/โรงเรียน

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่างๆ

6 เดือนขึ้นไป (ฉีดทุกปี)

เด็กเล็กเสี่ยงปอดบวม และภาวะแทรกซ้อน; หมอมักแนะนำให้ฉีดก่อนหน้าฝน/ฤดูระบาด

อีสุกอีใส (Varicella)

อีสุกอีใสและภาวะแทรกซ้อน

12–18 เดือน (เข็มแรก)

ลดการหยุดเรียนและป้องกันแผลติดเชื้อ/รอยแผลเป็น; บางแผนฉีดกระตุ้นอีกครั้งที่ 4–6 ปี

มือเท้าปาก (EV71)

มือเท้าปากชนิดรุนแรงจาก EV71

6 เดือน–5 ปี (2 เข็ม)

EV71 เป็นสายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับอาการทางระบบประสาท; ฉีดเสริมในเด็กเล็กที่เข้ากลุ่มเล่น/โรงเรียน

ไข้เลือดออก (Dengue)

ไข้เลือดออก

9 ปีขึ้นไป (บางพื้นที่/บางโครงการ)

ในพื้นที่ระบาดสูงหรือมีประวัติคนในบ้านเป็น หมออาจแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงรุนแรง

HPV

มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับ HPV

9–26 ปี (หญิงและชาย)

ฉีดก่อนมีพฤติกรรมเสี่ยงให้ภูมิคุ้มกันสูงที่สุด; ปัจจุบันแนะนำทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย

พิษสุนัขบ้า (Rabies, ก่อนสัมผัส)

โรคพิษสุนัขบ้า

ทุกอายุ (2 เข็ม ห่างกัน 7 วัน)

สำหรับเด็กที่เสี่ยงถูกสัตว์กัด/ข่วน หรืออยู่พื้นที่มีสัตว์เร่ร่อนมาก

ตับอักเสบเอ (Hepatitis A)

ตับอักเสบจากไวรัสเอ

1 ปีขึ้นไป

ติดต่อผ่านอาหาร/น้ำ; เหมาะกับเด็กที่กินนอกบ้าน/เดินทาง/อยู่พื้นที่เสี่ยง

โรคไข้สมองอักเสบ (JE)

ไข้สมองอักเสบเจอี

12 เดือนขึ้นไป

โรคมียุงเป็นพาหะและพบได้ในบางพื้นที่ของไทย; หมอมักแนะนำในเขตชนบทหรือใกล้แหล่งน้ำ

ไข้กาฬหลังแอ่น (MenB / MenACWY)

เยื่อหุ้มสมองอักเสบ/ติดเชื้อในเลือด จากเมนิงโกคอคคัส

ตามชนิดวัคซีน

แม้พบน้อยแต่รุนแรงมาก; บางโรงพยาบาล แนะนำเสริมในเด็กเล็กหรือก่อนไปต่างประเทศ


วัคซีนที่ควรฉีดเมื่อเข้าสู่หน้าฝน

เมื่อเข้าสู่หน้าฝน ควรให้ความสำคัญกับ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี เป็นอันดับแรก ส่วนวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก และวัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปากจากเชื้อ EV71 อาจพิจารณาตามอายุและความเสี่ยง ขณะที่ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปีสามารถปรึกษาแพทย์เรื่องภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปป้องกัน RSV ได้ แต่ไม่ควรรอฤดูกาลจนทำให้วัคซีนพื้นฐานตามวัยล่าช้า

  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่: ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนและควรฉีดทุกปี หากทำได้ควรรับก่อนหรือในช่วงต้นฤดูระบาด แต่หากเลยช่วงดังกล่าวแล้วยังไม่ฉีดก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับได้ กรมควบคุมโรคระบุว่าโรคมีแนวโน้มเพิ่มในฤดูฝนและเด็กเล็กเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน คำแนะนำจากกรมควบคุมโรค
  • วัคซีนไข้เลือดออก: พิจารณาได้ตั้งแต่อายุ 4 ปี ต้องรับ 2 เข็มห่างกัน 3 เดือน จึงควรวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้เกิดการระบาดแล้วจึงเริ่มฉีด และยังต้องกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงร่วมด้วย
  • วัคซีน EV71: เหมาะสำหรับปรึกษาในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่เข้าเนิร์สเซอรีหรืออยู่รวมกันจำนวนมาก แต่ป้องกันเฉพาะมือ เท้า ปากจากเชื้อ EV71 ไม่ได้ป้องกันโรคมือ เท้า ปากทุกสาเหตุ
  • ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปป้องกัน RSV: ฤดูกาล RSV ในประเทศไทยมักอยู่ประมาณเดือนสิงหาคมถึงกุมภาพันธ์ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่วัคซีนและต้องให้แพทย์ประเมินอายุ น้ำหนัก สุขภาพ และความเสี่ยงของเด็ก

วิธีวางแผนค่าวัคซีนลูกให้คุ้มค่าที่สุด

การวางแผนค่าวัคซีนลูกให้คุ้มค่า ควรเริ่มจากตรวจว่าวัคซีนใดอยู่ในสิทธิการรักษา จากนั้นให้กุมารแพทย์จัดลำดับวัคซีนเสริมตามความเสี่ยงจริง เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายแบบรายเข็มกับแพ็กเกจ และเผื่องบสำหรับเข็มต่อเนื่อง วิธีนี้ช่วยลดการฉีดซ้ำ ลดการซื้อแพ็กเกจที่ไม่เหมาะกับลูก และควบคุมค่าใช้จ่ายระยะยาวได้ง่ายขึ้นเปรียบเทียบโปรโมชั่นและเลือกใช้บัตรเครดิตที่ร่วมรายการ จะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตารางวัคซีนเด็ก

Q: ลูกพลาดนัดวัคซีน ต้องเริ่มฉีดใหม่ทั้งหมดหรือไม่?

A: โดยทั่วไปไม่ต้องเริ่มชุดใหม่ แพทย์จะนับเข็มเดิมที่ได้รับอย่างถูกต้องและจัดตารางเก็บตกตามอายุและระยะห่างขั้นต่ำ แต่ควรรีบนำสมุดวัคซีนไปตรวจ เพราะบางชนิด เช่น โรต้า มีอายุสูงสุดในการรับวัคซีน

Q: ลูกเป็นหวัดเล็กน้อย ยังฉีดวัคซีนได้ไหม?

A: เด็กที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น น้ำมูกหรือไอเล็กน้อย มักยังรับวัคซีนได้ แต่หากมีไข้สูง อาการปานกลางถึงรุนแรง หรือมีโรคประจำตัว ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าจะฉีดหรือเลื่อนนัด

Q: วัคซีนหลายชนิดฉีดวันเดียวกันได้ไหม?

A: วัคซีนหลายชนิดสามารถให้ในวันเดียวกันโดยแยกตำแหน่งฉีดได้ แต่ต้องดูชนิดวัคซีนและประวัติสุขภาพ โดยเฉพาะวัคซีนเชื้อเป็น หากไม่ได้ให้พร้อมกันอาจต้องเว้นระยะตามเกณฑ์ จึงควรให้แพทย์หรือพยาบาลเป็นผู้จัดตาราง

Q: ทำไมวัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีดทุกปี?

A: เพราะสายพันธุ์ไวรัสที่ระบาดและองค์ประกอบของวัคซีนอาจมีการปรับเปลี่ยน อีกทั้งภูมิคุ้มกันลดลงตามเวลา เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนจึงควรรับทุกปี โดยการฉีดครั้งแรกในเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีอาจต้องรับ 2 เข็มห่างกันประมาณ 1 เดือน

Q: ลูกเคยเป็นอีสุกอีใสแล้ว ยังต้องฉีดวัคซีนหรือไม่?

A: ควรแจ้งประวัติให้แพทย์ประเมิน เพราะการวินิจฉัยเดิม ความชัดเจนของอาการ และภาวะสุขภาพอาจมีผลต่อคำแนะนำ หากไม่แน่ใจว่าเคยเป็นจริงหรือไม่มีหลักฐาน ไม่ควรสรุปเองว่ามีภูมิคุ้มกันแล้ว

Q: หลังฉีดวัคซีนเด็กมีไข้และแขนบวม เป็นอันตรายหรือไม่?

A: อาการปวด บวม แดงบริเวณฉีด ไข้ต่ำ หรืออ่อนเพลียอาจเกิดขึ้นได้หลังรับวัคซีนบางชนิด ควรดูแลตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ หากเด็กหายใจลำบาก หน้าหรือปากบวม ซึมผิดปกติ ชัก ไข้สูง หรือมีอาการที่ผู้ปกครองกังวล ควรติดต่อสถานพยาบาลหรือเข้ารับการประเมินทันที

Q: ถ้าสมุดวัคซีนลูกหายควรทำอย่างไร?

A: เริ่มจากติดต่อโรงพยาบาล คลินิก หรือหน่วยบริการที่เคยฉีดวัคซีนเพื่อขอประวัติ หากมีภาพถ่าย ใบเสร็จ หรือข้อมูลจากโรงเรียนให้นำไปประกอบการตรวจสอบ กรณีไม่มีหลักฐาน แพทย์จะประเมินประวัติ อายุ และความเสี่ยงเพื่อวางแผนที่ปลอดภัย

 

สุขภาพของลูกเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ การวางแผนฉีดวัคซีนให้ครบตามตารางปี 2569 จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาตัวช่วยแบ่งเบาภาระค่าแพ็กเกจวัคซีน การสมัครบัตรเครดิต KTC ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์กับโรงพยาบาลชั้นนำ คือทางเลือกที่คุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่

 

ดูแลสุขภาพให้คนในครอบครัว นึกถึงบัตรเครดิต KTC