หลายคนฝันอยากมีรถสักคัน แต่พอซื้อมาแล้วกลับพบว่าผ่อนไม่ไหว สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี แล้วถ้าเจอปัญหาแบบนี้จะทำยังไงดี ผ่อนรถไม่ไหว คืนรถได้ไหม จะโดนปรับหรือเปล่า วันนี้ KTC จะมาอธิบายเรื่องการคืนรถไฟแนนซ์นี้ให้ได้เข้าใจกัน


ผ่อนรถไม่ไหว คืนรถได้ไหม จะโดนปรับหรือเปล่า

คำตอบคือ คืนรถได้ แต่จะโดนปรับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าเรายังไม่เคยผิดนัดชำระ และตัดสินใจคืนรถก่อนที่จะผิดนัด เราสามารถคืนรถให้ไฟแนนซ์ได้โดยไม่ต้องเสียค่าปรับ เพียงแค่ต้องจ่ายค่างวดที่ค้างอยู่ให้ครบ แต่ถ้าเราผิดนัดชำระแล้ว การคืนรถอาจทำให้เราต้องจ่ายค่าปรับและค่าเสียหายเพิ่มเติม ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจคืนรถไฟแนนซ์ ควรทำความเข้าใจสัญญาเช่าซื้อให้ดีก่อน


ทำความเข้าใจสัญญาเช่าซื้อรถยนต์




สัญญาเช่าซื้อรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจคืนรถ เพราะมันจะบอกว่าเรามีสิทธิและหน้าที่อะไรบ้าง รวมถึงจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราผ่อนรถไม่ไหวและต้องคืนรถไฟแนนซ์ มาดูกันว่าสัญญาเช่าซื้อมีอะไรสำคัญบ้าง


สาระสำคัญของสัญญาเช่าซื้อ

  • ระยะเวลาการเช่าซื้อ : ข้อกำหนดระยะเวลาที่เราต้องผ่อนชำระ ซึ่งอาจเป็นเดือนหรือปี โดยทั่วไปมักอยู่ระหว่าง 48 - 84 เดือน ยิ่งระยะเวลานาน ค่างวดก็จะยิ่งต่ำ แต่ดอกเบี้ยรวมจะสูงขึ้น
  • จำนวนเงินที่ต้องผ่อนต่องวด : ระบุจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งจะรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย โดยคำนวณจากราคารถ เงินดาวน์ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาผ่อน
  • อัตราดอกเบี้ย : แสดงอัตราดอกเบี้ยที่เราต้องจ่าย มักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งจะมีผลต่อจำนวนเงินที่ต้องผ่อนทั้งหมด อัตราดอกเบี้ยอาจเป็นแบบคงที่ หรือลอยตัวจะขึ้นอยู่กับข้อตกลง
  • เงื่อนไขการผิดนัดชำระ : ระบุว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่จ่ายตามกำหนด เช่น การคิดค่าปรับ การบอกเลิกสัญญา หรือการยึดรถ โดยทั่วไป การผิดนัดชำระ 3 งวดติดต่อกันอาจนำไปสู่การบอกเลิกสัญญา
  • เงื่อนไขการยกเลิกสัญญา : อธิบายขั้นตอนและผลที่จะเกิดขึ้นถ้าเราต้องการคืนรถ หรือยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด รวมถึงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด


สิทธิและหน้าที่ของผู้เช่าซื้อ

  • สิทธิในการใช้รถ : เราสามารถใช้รถได้ตามปกติ แต่ต้องดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพดี ไม่ดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องทำประกันภัยตามที่กำหนดในสัญญา การละเลยอาจส่งผลให้ผิดสัญญาได้
  • หน้าที่ในการผ่อนชำระ : เราต้องจ่ายค่างวดตามกำหนดทุกเดือน หากมีปัญหาควรแจ้งไฟแนนซ์ล่วงหน้าเพื่อหาทางออกร่วมกัน การผิดนัดชำระอาจส่งผลต่อประวัติเครดิต และอาจนำไปสู่การยึดรถได้
  • สิทธิในการคืนรถ : เราสามารถคืนรถได้ แต่ต้องทำตามเงื่อนไขในสัญญา ซึ่งอาจรวมถึงการจ่ายค่าธรรมเนียมการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด หรือชดเชยส่วนต่างราคารถที่ลดลง
  • หน้าที่ในการแจ้งเปลี่ยนแปลง : หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ เช่น ที่อยู่ หรือสถานที่ทำงาน เราต้องแจ้งให้ไฟแนนซ์ทราบ เพื่อป้องกันปัญหาในการติดต่อและอาจส่งผลต่อสัญญาเช่าซื้อ
  • สิทธิในการโอนสัญญา : ในบางกรณี เราอาจโอนสัญญาให้ผู้อื่นได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากไฟแนนซ์ก่อน การโอนสัญญาโดยพลการอาจทำให้ผิดสัญญา และเกิดปัญหาตามมาได้


ผ่อนรถไม่ไหว คืนรถไฟแนนซ์ได้ไหม ควรทำอย่างไร




หากเราพบว่าผ่อนรถไม่ไหว และกำลังคิดว่าจะคืนรถไฟแนนซ์ มีหลายทางเลือกที่เราควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ ลองมาดูกันว่ามีทางออกอะไรบ้าง


1. การปรับโครงสร้างหนี้

การปรับโครงสร้างหนี้ หรือรีไฟแนนซ์รถยนต์ เป็นทางเลือกแรกที่เราควรพิจารณาเมื่อผ่อนรถไม่ไหว วิธีนี้จะช่วยให้เรายังเก็บรถไว้ได้ โดยไฟแนนซ์อาจยอมให้เราขยายเวลาผ่อน ลดค่างวด หรือพักชำระหนี้ชั่วคราว ขั้นตอนคือ ติดต่อไฟแนนซ์โดยตรง อธิบายสถานการณ์ของเรา และขอเจรจาปรับเงื่อนไขการผ่อน แต่ต้องระวังว่าการขยายเวลาผ่อนอาจทำให้เราต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมมากขึ้น


2. การขายต่อหรือโอนสัญญา

ถ้าปรับโครงสร้างหนี้แล้วยังไม่ไหว การขายต่อหรือโอนสัญญาอาจเป็นทางออกที่ดี วิธีนี้คือการหาคนมารับช่วงผ่อนต่อ โดยเราอาจประกาศขายผ่านเว็บไซต์ซื้อขายรถ หรือกลุ่มในโซเชียลมีเดีย เมื่อหาคนสนใจได้แล้ว ให้ติดต่อไฟแนนซ์เพื่อขอโอนสัญญา ข้อดีคือเราอาจได้เงินบางส่วนคืน แต่ต้องระวังเรื่องภาษีและค่าธรรมเนียมในการโอน

3. การคืนรถให้ไฟแนนซ์

หากไม่สามารถปรับโครงสร้างหนี้หรือขายต่อได้ การคืนรถให้ไฟแนนซ์อาจเป็นทางเลือกสุดท้าย วิธีนี้จะช่วยให้เราหลุดพ้นจากภาระการผ่อน แต่ต้องยอมเสียรถไป ก่อนคืนรถ ให้ตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาให้ดี บางกรณีเราอาจต้องจ่ายค่าปรับหรือค่าเสียหาย โดยเฉพาะถ้าเราเคยผิดนัดชำระมาก่อน แต่ถ้าเราไม่เคยผิดนัด การคืนรถอาจทำได้โดยไม่ต้องเสียค่าปรับ


กระบวนการคืนรถให้ไฟแนนซ์ที่ต้องรู้

เมื่อเราตัดสินใจคืนรถให้ไฟแนนซ์แล้ว มีขั้นตอนสำคัญที่เราควรรู้ เพื่อให้กระบวนการคืนรถเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาตามมาในภายหลัง


ขั้นตอนการติดต่อและเตรียมเอกสาร

1. ติดต่อไฟแนนซ์ : แจ้งความประสงค์ว่าต้องการคืนรถ พร้อมอธิบายเหตุผล และสถานการณ์ของเรา ไฟแนนซ์อาจเสนอทางเลือกอื่น ๆ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ ควรรับฟังและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย

2. รวบรวมเอกสาร : เตรียมสัญญาเช่าซื้อ, บัตรประชาชน, ทะเบียนรถ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเสร็จการผ่อนชำระ หรือหลักฐานการติดต่อกับไฟแนนซ์ที่ผ่านมา เอกสารเหล่านี้จะช่วยให้กระบวนการคืนรถเป็นไปอย่างราบรื่น

3. ตรวจสอบยอดค้างชำระ : สอบถามยอดหนี้ที่ต้องชำระก่อนคืนรถ รวมถึงค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับที่อาจเกิดขึ้น ควรขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในภายหลัง

4. นัดหมายวันคืนรถ : กำหนดวันเวลาที่จะนำรถไปคืน ควรเลือกเวลาที่สะดวกทั้งสองฝ่าย และมีเวลาเพียงพอสำหรับการตรวจสอบสภาพรถ และทำเอกสารต่าง ๆ

5. เตรียมรถให้พร้อม : ทำความสะอาดรถทั้งภายนอกและภายใน ตรวจสอบสภาพให้อยู่ในสภาพดี ซ่อมแซมความเสียหายเล็กน้อยที่อาจมี เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นจากความเสียหายของรถ


การส่งมอบรถคืนและการคำนวณค่าใช้จ่าย

1. นำรถไปส่งมอบ : ไปตามนัดหมายพร้อมรถ และเอกสารที่เตรียมไว้ ควรไปให้ตรงเวลา และพร้อมที่จะใช้เวลาในการดำเนินการจนเสร็จสิ้น อาจพิจารณาพาเพื่อน หรือครอบครัวไปด้วยเพื่อเป็นพยาน

2. ตรวจสอบสภาพรถ : ไฟแนนซ์จะตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด ทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงการทำงานของเครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ควรอยู่ร่วมในขั้นตอนนี้เพื่อรับทราบ และยอมรับผลการตรวจสอบร่วมกัน

3. คำนวณค่าใช้จ่าย : ไฟแนนซ์จะแจ้งยอดที่ต้องชำระ (ถ้ามี) ซึ่งอาจรวมถึงค่างวดค้างชำระ ค่าปรับ หรือค่าเสียหายต่าง ๆ ควรตรวจสอบการคำนวณอย่างละเอียด และสอบถามหากมีข้อสงสัย

4. ชำระค่าใช้จ่าย : จ่ายเงินตามที่ตกลง (ถ้ามี) โดยขอใบเสร็จรับเงินที่ระบุรายละเอียดชัดเจน เพื่อเป็นหลักฐานในการชำระเงิน และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

5. รับเอกสารยืนยัน : ขอใบรับรองการคืนรถ และการยกเลิกสัญญา เอกสารนี้สำคัญมากเพราะเป็นหลักฐานว่าเราได้คืนรถ และยกเลิกสัญญาเรียบร้อยแล้ว ควรเก็บรักษาไว้อย่างดีเผื่อต้องใช้ในอนาคต


ข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนคืนรถไฟแนนซ์

ก่อนตัดสินใจคืนรถไฟแนนซ์ มีข้อควรระวังที่เราควรรู้ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


ผลกระทบด้านการเงินและเครดิต

  • เครดิตบูโร : การคืนรถอาจส่งผลต่อประวัติเครดิตของเรา โดยเฉพาะถ้าเคยผิดนัดชำระ ซึ่งอาจทำให้มีบันทึกในเครดิตบูโร และส่งผลต่อการขอสินเชื่อในอนาคต ควรพยายามเจรจากับไฟแนนซ์เพื่อหาทางออกที่กระทบเครดิตน้อยที่สุด
  • โอกาสกู้ในอนาคต : การคืนรถไฟแนนซ์อาจส่งผลต่อโอกาสในการขอสินเชื่อในอนาคต เพราะสถาบันการเงินอาจมองว่าเรามีความเสี่ยงในการชำระหนี้ ควรวางแผนการเงินระยะยาว และพิจารณาผลกระทบนี้ก่อนตัดสินใจ
  • ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น : นอกจากยอดหนี้ที่ค้างชำระ เราอาจต้องจ่ายค่าปรับหรือค่าเสียหายเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในสัญญาและสภาพของรถ ควรสอบถามและเตรียมเงินส่วนนี้ไว้ให้พร้อม
  • การสูญเสียเงินที่จ่ายไปแล้ว : เงินที่เราผ่อนไปแล้วจะไม่ได้รับคืน รวมถึงเงินดาวน์ที่จ่ายตอนซื้อรถ ควรคำนวณความคุ้มค่าระหว่างการสูญเสียเงินที่จ่ายไปแล้วกับภาระที่ต้องแบกรับหากผ่อนต่อ

ต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้น: หลังจากคืนรถ เราอาจมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าแท็กซี่ ค่ารถสาธารณะ หรือต้องซื้อรถใหม่ที่ถูกกว่า ควรวางแผนการเดินทางและค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นหลังคืนรถ


ข้อกฎหมายที่ควรรู้

  • สิทธิในการยกเลิกสัญญา : ตามกฎหมาย เรามีสิทธิยกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา ควรศึกษาสัญญาอย่างละเอียด และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากมีข้อสงสัย
  • ความรับผิดหลังคืนรถ : แม้จะคืนรถแล้ว เราอาจยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางอย่าง เช่น ค่าซ่อมแซมความเสียหายที่เกินปกติ ควรตกลงเรื่องความรับผิดให้ชัดเจนก่อนส่งมอบรถ
  • การฟ้องร้องทางกฎหมาย : หากไม่สามารถตกลงกันได้ ไฟแนนซ์อาจดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้องและยึดทรัพย์ ควรพยายามเจรจา และหาทางออกร่วมกันก่อนถึงขั้นตอนนี้
  • สิทธิในการไกล่เกลี่ย : หากเกิดข้อพิพาท เรามีสิทธิขอไกล่เกลี่ยผ่านหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ซึ่งอาจช่วยประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี
  • ข้อจำกัดความรับผิด : กฎหมายกำหนดข้อจำกัดบางประการในสัญญาเช่าซื้อ เช่น การห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ควรตรวจสอบว่าไฟแนนซ์ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง


สรุปบทความ ผ่อนรถไม่ไหว คืนรถได้ไหม มีทางออกอะไรบ้างที่ทำได้

และทั้งหมดนี้ ก็น่าจะตอบคำถามที่หลายสงสัยได้แล้วว่า หากผ่อนรถไม่ไหว คืนรถได้ไหม และการคืนรถไฟแนนซ์มีขั้นตอน และข้อกฎหมายอะไรบ้าง รวมถึงผลกระทบต่อสถานะด้านการเงินและเครดิตที่ต้องรู้ ส่วนใครที่มีรถปลอดภาระแล้ว แต่จำเป็นต้องใช้เงินก้อน สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงินคืออีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยคุณได้ ด้วยวงเงินก้อนใหญ่ สมัครง่าย ไม่ยุ่งยาก พร้อมยังมีบริการ พี่เบิ้ม Delivery ไปประเมินสภาพรถให้ถึงหน้าบ้าน ที่สำคัญยังอนุมัติไวใน 1 ชม. รับเงินก้อนได้ทันที โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน และผ่อนได้นานสูงสุด 84 เดือน โดยสามารถเลือกรับบัตรกดเงินสด KTC พี่เบิ้ม ไว้ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินได้อย่างอุ่นใจ หากไม่มีการกดใช้ก็ไม่เสียดอกเบี้ยแต่อย่างใด






*กรุณาศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนทำการสมัคร*


*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด*


*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี*