อยากเกษียณอย่างสบายใจ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มออมเงินอย่างไรดี ? กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินเพื่ออนาคต ด้วยเงินสมทบจากรัฐและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย วันนี้ KTC จะพาคุณไปทำความรู้จักกับกองทุนการออมแห่งชาติให้มากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยสร้างหลักประกันในวัยเกษียณได้อย่างมั่นคง


กองทุนการออมแห่งชาติ คืออะไร ?


‘กองทุนการออมแห่งชาติ’ หรือ กอช. เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีเงินออมไว้ใช้ในยามเกษียณ โดยรัฐบาลมีส่วนช่วยสมทบเงินออมให้กับสมาชิก ทำให้คุณสามารถออมเงินได้แบบสบายใจ มีการบริหารจัดการอย่างมั่นคง และเป็นเครื่องมือสร้างหลักประกันรายได้ในวัยเกษียณ


กองทุนการออมแห่งชาติ เหมาะกับใคร ?

กองทุนการออมแห่งชาติ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้กลุ่มคนที่ไม่มีระบบบำเหน็จบำนาญหรือไม่มีสวัสดิการทางการเงินในวัยเกษียณสามารถเริ่มต้นออมเงินได้ง่ายๆ ซึ่งกลุ่มที่เหมาะสมกับการเข้าร่วมกองทุนนี้ ได้แก่

  1. แรงงานนอกระบบคนกลุ่มนี้มักไม่มีการออมเพื่อเกษียณผ่านระบบประกันสังคมหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การเข้าร่วม กอช. จะช่วยสร้างหลักประกันทางการเงินในอนาคตได้ เช่น พ่อค้าแม่ค้า, เกษตรกร, ผู้ประกอบอาชีพอิสระ, ฟรีแลนซ์ หรือแรงงานที่ไม่ได้มีรายได้ประจำ
  2.  ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบสวัสดิการของรัฐคนที่ไม่ได้มีสิทธิประโยชน์ด้านบำนาญจากภาครัฐ เช่น ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบราชการ หรือไม่มีบำเหน็จบำนาญในบริษัทเอกชน
  3.  ผู้ที่ต้องการออมเงินด้วยต้นทุนต่ำและความยืดหยุ่นสูง กอช. เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีรายได้น้อยสามารถออมเงินเริ่มต้นได้เพียง 50 บาทต่อครั้ง โดยไม่มีการกำหนดจำนวนเงินฝากประจำรายเดือน
  4.  นักเรียนหรือนักศึกษา (อายุ 15 ปีขึ้นไป)แม้ยังไม่ได้เริ่มทำงานเต็มตัว การเริ่มต้นออมเงินผ่าน กอช. ตั้งแต่อายุยังน้อยสามารถช่วยสะสมเงินออมให้เติบโตในระยะยาว พร้อมรับเงินสมทบจากรัฐบาล
    การเข้าร่วม กอช. ไม่เพียงแค่ช่วยวางแผนการเงินระยะยาว แต่ยังเหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินในแบบที่ตัวเองสามารถควบคุมได้ ถือเป็นกองทุนที่ตอบโจทย์กลุ่มคนหลากหลาย


กองทุนการออมแห่งชาติ มีลักษณะเงื่อนไขอย่างไร ?

การเข้าร่วมกองทุนการออมแห่งชาติมีลักษณะและเงื่อนไขที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย มีความยืดหยุ่นสูง และช่วยส่งเสริมการออมในระยะยาว โดยมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้


คุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิ์สมัครสมาชิก

  1. มีสัญชาติไทย
  2. อายุ 15-60 ปี
  3. ไม่เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายประกันสังคม
  4. เป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 (1) สามารถสมัครได้
  5. ไม่เป็นข้าราชการ หรือสมาชิก กบข.
  6. ไม่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  7. มีอาชีพอิสระ ไม่มีนายจ้าง หรือ ไม่มีอาชีพ


เงื่อนไขการออม

  1. ออมขั้นต่ำ 50 บาทต่อครั้ง ตลอดทั้งปี (ม.ค. - ธ.ค.) ส่งเงินออมรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 30,000 บาท
  2. ในระหว่างปี (ม.ค. - ธ.ค.) จะส่งเงินออมอย่างไรก็ได้ตามความสะดวก ไม่จำเป็นต้องส่งทุกเดือน ยอดเงินที่ออมก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกครั้งที่ส่ง แต่ในหนึ่งเดือนส่งเงินได้ 1 ครั้งเท่านั้น
  3. มีสิทธิ์ออมได้จนถึงอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ แล้วต้องยุติการออม โดย กอช. จะมีหนังสือถึงสมาชิกล่วงหน้า 3 เดือนเพื่อแจ้งเตือนให้ยื่นเรื่องขอรับบำนาญหรือเงินดำรงชีพ หากไม่ได้รับหนังสือสามารถติดต่อได้ด้วยตนเองที่ ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง เสมียนตราอำเภอ คลังจังหวัด สหกรณ์การเกษตร และสถาบันการเงินชุมชน
  4. กอช. จะจ่ายเงินคืนสมาชิกแบบแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนเท่านั้น โดยจะจ่ายคืนให้เดือนละเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินทั้งหมดที่สมาชิกมีอยู่กับกองทุน ซึ่งประกอบด้วย
    ส่วนที่ 1) เงินออมของสมาชิก
    ส่วนที่ 2) เงินสมทบจากรัฐบาล
    ส่วนที่ 3) ดอกผลของเงินส่วนที่ 1 และ 2 รวมกัน แล้วนำมารวมกัน เพื่อคำนวณหายอดเงินคืนแต่ละเดือน
  5. ถ้าเมื่อคำนวณแล้วได้ผลลัพธ์ไม่น้อยกว่า 600 บาทต่อเดือน สมาชิกจะได้รับเงินคืนเป็นประจำทุกเดือนตามผลลัพธ์ที่คำนวณได้ไปจนกว่าสมาชิกจะเสียชีวิต ถึงแม้ว่าเงินในบัญชีของสมาชิกจะหมดลงแล้ว เรียกว่า บำนาญตลอดชีพ
  6. ถ้าเมื่อคำนวณแล้วได้ผลลัพธ์น้อยกว่า 600 บาทต่อเดือน สมาชิกจะได้รับเงินคืนเดือนละ 600 บาททุกเดือน จนเมื่อเงินในบัญชีของสมาชิกหมดลง กอช. จะหยุดจ่ายคืน เรียกว่า เงินดำรงชีพ
  7. ถ้าสมาชิกขอลาออกจากกองทุนก่อนอายุครบ 60 ปี สมาชิกจะได้รับเงินคืนเฉพาะในส่วนที่ 1) เงินออมของสมาชิก และดอกผลของเงินออมส่วนที่ 1 โดย กอช. จะรวมจ่ายคืนให้ในครั้งเดียว
  8. ถ้าสมาชิกเสียชีวิต กอช. จะจ่ายเงินทั้งหมด คือส่วนที่ 1) เงินออมของสมาชิก ส่วนที่ 2) เงินสมทบจากรัฐบาล และส่วนที่ 3) ดอกผลของเงินส่วนที่ 1 และ 2 รวมกัน แล้วจ่ายคืนให้กับผู้รับผลประโยชน์/ทายาทของสมาชิกในครั้งเดียว




กองทุนการออมแห่งชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีสวัสดิการทางการเงิน ผู้ที่ต้องการวางแผนเกษียณ ต้องการออมเงินอย่างมีระบบ


ผลประโยชน์ของกองทุนการออมแห่งชาติมีอะไรบ้าง ?

สำหรับผลประโยชน์จากการเข้าร่วมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ไม่เพียงแต่ช่วยวางแผนการเงินระยะยาว แต่ยังมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  1. เงินสมทบจากรัฐบาลในแต่ละปีที่ออม (มกราคม-ธันวาคม)
  • อายุ 15 - 30 ปี : รัฐสมทบให้ 50% หรือครึ่งหนึ่งของเงินออมแต่ละครั้ง โดยรวมกันทั้งปีไม่เกิน 1,800 บาท
  • อายุ > 30 - 50 ปี : รัฐสมทบให้ 80% ของเงินออมแต่ละครั้ง โดยรวมกันทั้งปีไม่เกิน 1,800 บาท
  • อายุ > 50 - 60 ปี : รัฐสมทบให้ 100% หรือเท่ากันกับเงินออมแต่ละครั้ง โดยรวมกันทั้งปีไม่เกิน 1,800 บาท
  1. ดอกผลจากการลงทุนที่รัฐบาลค้ำประกันผลตอบแทนไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนของ 7 ธนาคาร
  2. โอกาสได้รับบำนาญทุกเดือนตลอดชีวิต


กองทุนการออมแห่งชาติ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ ?

เงินที่ส่งเข้ากองทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยประหยัดภาษีที่น่าสนใจ


กองทุนการออมแห่งชาติ สมัครที่ไหน ?

การสมัครกองทุนการออมแห่งชาตินั้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยมีขั้นตอนดังนี้


สมัครสมาชิกผ่านแอปพลิเคชัน กอช.

  1. เมื่อดาวน์โหลด ติดตั้งแอป กอช. แล้ว อ่านเงื่อนไขการสมัครให้ชัดเจนและกด “ยอมรับ”
  2. กรอกข้อมูลการสมัคร จากนั้นกด “ตรวจสอบข้อมูล”
  3. กรอกข้อมูลทั่วไปให้ครบถ้วน
  4. กรอกข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ จากนั้นกด “ตกลง”
  5. กรอกข้อมูล (เพิ่มบุคคลที่ติดต่อได้) จากนั้นกด “ถัดไป”
  6. เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้วให้กด “ตกลง”
  7. ส่งเงินออมงวดแรก

+ กรอก จำนวนเงินออม

+ เลือก วิธีการส่งเงินสะสม

+ เลือก รหัสโครงการตามที่หน่วยงาน หรือ กอช. กำหนด (ไม่จำเป็นต้องระบุ)

+ กดปุ่มบันทึก

  1. เมื่อกดปุ่มบันทึกแล้ว ระบบจะแสดง “ใบนำส่งเงิน” (NSF Payment)

เพียงเท่านี้ก็สามารถสมัครสมาชิก และส่งเงินออมสะสมกับ กอช. ได้แล้ว

แต่หากไม่สะดวกสมัครผ่านแอปพลิเคชัน ยังมีช่องทางการสมัครอื่นๆ ที่สามารถทำได้ เช่น การสมัครผ่านธนาคาร หรือ สำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศ

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่คุ้มค่าสำหรับการสร้างเงินออมในวัยเกษียณ ด้วยข้อดีที่มีทั้งเงินสมทบจากรัฐ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และความยืดหยุ่นในการออมเงิน นอกจากการออมเงินเพื่ออนาคตแล้ว การมีบัตรเครดิต KTC ติดตัวก็เป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือการสะสมคะแนนเพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์ที่หลากหลาย รวมถึงเครดิตเงินคืน ส่วนลดที่ร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้า ฯลฯ สำหรับใครที่สนใจสมัคร สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านทางออนไลน์ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC